ปมรักของนายมาเฟีย
บทที่ 1 แนะนำตัวละคร บทนำ

แพททริค นิสัย : โหดเหี้ยม ดุร้าย ใจร้อน พูดมากขี้เล่น ( เฉพาะอยู่กับคนสนิท ) เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นไม่เชื่อเรื่องความรัก อายุ 35 ปี ประธานบริษัทยักใหญ่ ทำธุรกิจสีเทากับเหล่าเพื่อน เจ้าของกาสิโนใหญ่ที่สุดในประเทศ ดูไบ ใบชา นิสัย : ใจเย็น คิดบวก พูดจาสุภาพ อายุ 25 ปี ทำงานCreativeในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ทำอาชีพเสริม เป็นเด็กเสิร์ฟ ชงเหล้า ในผับ Nice เพื่อหาเงินให้ครอบครัวใช้หนี้ ---------------------- ประเทศดูไป “ยะ…อย่า..กลัวแล้วอึก! “เสียงร้องเอะอะโวยวายของหญิงสาวในอ้อมกอดดังขึ้นช่วงกลางดึก พลันให้ชายหนุ่มรีบเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก “มิลตื่น..มิล!..มิล! “มือหนาพลางเขย่าตัวหญิงสาวให้ตื่นจากฮ่วงนินทาเนื่องจากคาดว่าเธอน่าจะฝันร้าย ขณะเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงร้อนรน คิ้วหนาทั้งสองข้างพลันขมวดเข้าหากันเป็นปม บ่งบอกว่าตนนั้นกระวนกระวายใจไม่ต่างไปจากเธอ “อึก!แพทมิลกลัว “ครั้นได้ยินเสียงเรียกจากชายหนุ่มที่รักพลันหลุดออกจากฮ่วงเวลาแห่งความฝันอันน่ากลัว จึงโผล่เข้ากอดร่างใหญ่ทันควัน ใบหน้างามเต็มไปด้วยคาบน้ำตาเลอะเปรอะเปื้อนทั่วบริเวณ โดยมีมือใหญ่คอยลูบหลังปลอบขวัญอยู่ไม่ห่าง “ไม่เป็นไรนะมิลแพทอยู่ตรงนี้แล้ว “ยามได้เห็นหญิงอันเป็นที่รักร้องไห้หวาดกลัวเช่นนี้ พลอยให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบตามไปอีกคน ด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจควบคุมได้ ซึ่งท่อนแขนแกร่งพลางกระชับกอดร่างเล็กไว้แน่นกว่าเดิม เมื่อเนื้อตัวเธอสั่นเทา อย่างหนัก   “จะไม่มีใครกล้ามาทำร้ายมิล หากยังมีผมอยู่ตรงนี้เข้าใจไหมครับ “มือหนาทั้งสองข้างพลันเลื่อนมากุมใบหน้างามไว้ หลวม ๆ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาออกจากพวกแก้มนวลอย่างอ่อนโยน เช่นเดียวกับน้ำเสียงที่นุ่มละมุนฟังแล้วดุจใยไหมทุกคำพูด  “มะ..มิลเชื่อแพทนะ ถ้ามิลไม่เจอแพทที่นั่นครั้งแรก มิล..อึก ~ คงถูกไอ้เลวนั่นทำร้าย..ฮื้อ ~” “มันผ่านมานานแล้วอย่านึกถึงมันอีกเลยครับ…มิลนอนต่อเถอะนะที่รักของผม “ริมฝีปากหนาพลางเลื่อนขึ้นบรรจงจูบหน้าผากมน “ค่ะ” มือหนาขยับหมอนใบใหญ่ให้เธอหนุน ก่อนจะล้มตัวนอนกระชับกอดร่างเล็กไว้แน่นเช่นเดิม เขาเชื่อว่าท่อนแขนทั้งสองจะช่วยให้เธออุ่นใจไร้กังวล และ ปลอดภัยจากทุกสิ่ง หากมีเขาอยู่ เคียงข้าง   วันต่อมา ~~   ปึก! ปึก! ปึก! พับ ๆๆ !!!!!   “อ้า ๆๆ ~ สะ..เสียวจังอือ ๆ อี้ ~~พะ..แพทขามิลเสียวอ๊า ๆๆ ~~ “ร่างเล็กเชิดหน้าร้องครวญครางเสียงกระเส่า เมื่อถูกความเสียวเล่นงานอย่างหนักหน่วงจนแทบขาดใจ ฝ่ามือเล็กทำได้เพียงแค่ขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความรู้สึก ซึ่งผลมาจากการกระทำอันบ้าคลั่งของชายหนุ่มด้านหลัง เขากำลังถาโถมแรงทั้งหมดกระหน่ำเข้าออกในร่องรัก จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นทั่วห้องนอนใหญ่ เมื่อได้ฟังมุมปากหนาจึงแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ขณะมือหนาจับบั้นท้ายงอนงามแน่น ท่อนเอ็นใหญ่อัดกระแทกเข้าออกในช่องทางรักอันคับแคบระรัวเร็ว โดยที่น้ำรักฉ่ำเยิ้มชโลมตามท่อนลำมันวาว ก่อนจะหยดแหมะลงบนเตียงตามจังหวะ ผลุบ ๆ     โผล่ ๆ   ก๊อก ก๊อก ก๊อก   ระหว่างนั้นเสียงเคาะประตูดันแทรกเข้ามารบกวน พลันให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกเสียอารมณ์เป็นอย่างมาก ทว่ากลับไม่สนใจและ สิ่งที่ดึงความสนใจได้ชะงัด มีเพียงร่องรักตรงหน้านี้เท่านั้น ปึก! ปึก! ปึก ๆๆๆ !!!   “พะ..แพท อือ ~~ พะ..พอก่อนค่ะ อ้า ๆ ~~ “ใบหน้างามเอี่ยวหลังกลับมาเอ่ยขอเสียงกระท่อนกระแท่น ประสานกับเสียงครางหวานฟังแล้วแทบไม่เป็นภาษา   ก๊อก!!!! ก๊อก!!!! ก๊อก!!!   เสียงเคาะประตูดังระรัวขึ้นอีกครั้ง ยามที่คนข้างในยังเงียบกริบ ไม่มีท่าทีว่าจะออกมา “อะ ๆๆ แพทคะพะ..พอก่อนนะ อื้อ ~~” “โถ่โว้ย! อะไรกันนักกันหนาวะ! “แพททริคสบถคำหยาบคายออกมาอย่างโมโห ก่อนจะหยุดการกระทำตามที่หญิงสาวอันเป็นที่รักขอร้อง ทั้งที่ความต้องการยังพลุ่งพล่านไปทั่วร่างด้วยไฟแห่งกามราคะ จึงถอนแก่นกายใหญ่พลางคว้าผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวสอบแบบลวก ๆ   แกร๊ก ~~   “มึงอยากตายห…..!!!!!” เพียะ!   ประโยคอันเกรี้ยวกราดเป็นต้องหยุดชะงัก เมื่อฝ่ามือใหญ่ของผู้เป็นพ่อฟาดเข้ามาที่แก้มสากอย่างจัง โดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งก่อนหน้านั้นโซนประสาทยังคิดว่าเป็นเหล่าลูกน้อง แต่ไม่เลยกลับกลายเป็นบุคคลที่เขาต้องหวั่นเกรงมากที่สุด “เอาแต่คลุกอยู่แต่กลับผู้หญิงนะไอ้ลูกเวร!! “เรียวลิ้นสากดันเข้าหากระพุ้งแก้มที่โดนตบอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะจ้องมองผู้เป็นพ่อตาเขม็ง “แล้วพ่อมีอะไร?” “เดี๋ยวแกก็รู้เองว่ามีอะไร! ฉันให้เวลาแกหนึ่งนาทีแต่งตัวไปเจอฉันที่ห้องใต้ดิน! “ทอลสั่งลูกชายด้วยน้ำเสียงขึงขัง ก่อนจะสาวเท้าจากไปทันที การกระทำของผู้เป็นพ่อพลันให้มาเฟียหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ อย่างหงุดหงิด   เวลาต่อมา ~~~ แกร๊ก   มาเฟียหนุ่มในชุดธรรมดาเสื้อยืดกางเกงยีน ได้ผลักบานประตูห้องใต้ดินเข้ามาตามสั่งของผู้ทรงอำนาจที่สุดในชีวิต เหล่าลูกน้องต่างพากันก้มหลังทำความเคารพนายน้อย “พ่อมีอะไรก็รีบพูดมา? “น้ำเสียงรบเร้าจากลูกชายเอ่ยถาม ทอลจึงหันไปเลิกหน้าขึ้นสั่งให้ลูกน้องนำของบางอย่างส่งให้ลูกชาย ซึ่งใบหน้าอันเต่งตึงคล้ายหนุ่มอายุสามสิบต้น ๆ ทั้งที่อายุตอนนี้ห้าสิบกว่าแล้ว เต็มไปด้วยอารมณ์โทสะ “อะไร? “แพททริคขมวดคิ้วเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจรวมถึงหัวใจแกร่งกระตุกวูบวาบกะทันหัน เมื่อของในมือมีแต่ภาพของหญิงอันเป็นที่รัก และ ชายหนุ่มอีกคนที่ไม่รู้จัก ยืนกอดกันอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งหลายภาพ ทำให้ให้เปลวไฟในดวงตาลุกโชนขึ้นทันที “แกก็ไม่ใช่คนโง่นะ! ทำไมเรื่องผู้หญิงถึงโดนหลอกเอาได้ง่าย ๆ วะ! ผู้หญิงดี ๆ มีตั้งเยอะแยะ ดันเอาผู้หญิงกลางคืนมาเป็นเมีย!” “พ่อหมายความว่ายังไง!? “แพททริคตวาดถามเสียงห้าว ยิ่งผู้เป็นพ่อพูดเขายิ่งสับสนว้าวุ่นใจจวนจะคลั่ง “ตั้งแต่แกมีผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในชีวิต แกเสียอะไรไปบ้าง ถามตัวเองดูซะ!”   ปัง!   ทอลทิ้งคำถามอันน่าสงสัยและภาพในมือลูกชายไว้แค่นั้น ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินออกจากห้องใต้ดิน โดยมีลูกน้องคอยคุ้มกันอยู่ด้านหลังตลอดเวลา ขณะที่แพททริคครุ่นคิดอย่างหนักในดวงตาของเขาฉายแววของความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง ยามที่ปะติดปะต่อเรื่องราวตามประโยคของผู้เป็นพ่อ เขาไม่เคยสนใจเรื่องไหนเลยตั้งแต่มีมิลเข้ามา ไม่ว่าจะเรื่องธุรกิจ กาสิโน ผับ หรือ งานบริษัทที่ไทย ต่างทิ้งให้ลูกน้องเป็นฝ่ายดูแล จนหุ้นตกต่ำ รวมถึงข้อมูลธุรกิจยังหลุดถึงมือศัตรู ทว่าเขากลับไม่คิดจะจัดการ เนื่องจากเธอคือความสนใจหนึ่งเดียวของเขา ไม่หนำช้ำยังคิดจะวางมือจากทุกอย่างเพื่อเริ่มต้นใหม่ หากถามว่าสิ่งที่ตนละเลยนั้นไม่มีใครสักคนเตือนเลยหรือ….? ทุกคนพยายามเตือนสติและเอ่ยถึงปัญหา แต่เขาเองกลับดื้อด้านไม่ยอมฟังใคร “นายมีอะไรหรือเปล่าครับ? ผมเห็นนายใหญ่เพิ่งออกไปหน้าเครียดเชียว “ไทม์ลูกน้องคนสนิทรีบเร่งเข้ามาเอ่ยถามความเป็นมาจากผู้เป็นนายทันที ทว่ายามที่เจ้านายหนุ่มหันกลับมาดวงตาวาวโรจน์กลับ เต็มไปด้วยสีแดงก่ำอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงถามต่อเสียงติดขัด  “นะ..นายโอเคไหมครับ ? “ “มึงไปสืบเรื่องไอ้ผู้ชายในภาพนี้มาให้กูเดี๋ยวนี้ รวมถึงมิลมาให้มากที่สุด!” “ครับนาย “ไทม์น้อมรับคำสั่งทันที ก่อนจะรีบเร่งสืบความตามหน้าที่ หากช้ากว่านี้ต้องถูกผู้เป็นนายฆ่าเอาเป็นแน่ “…” ใบหน้าสง่างามกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง จนไม่สามารถคาดเดาอารมณ์และความรู้สึกได้ มือหนาทั้งสองข้างพลางกำหมัดแน่น ตระหนักและไตร่ตรองเรื่องราวที่ผ่านมาหลังจากไร้สติปัญญาราว ๆ เกือบสองปี

บทที่ 2 ตอนที่ 2 ปัจจุบัน

หลายวันต่อมา ~~   หลายวันที่ผ่านมาแพททริคเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ตั้งแต่รู้ความจริงเกี่ยวกับผู้หญิงข้างกายซึ่งเขายกหัวใจทั้งดวงให้เธอเป็นผู้ครอบครอง ทว่ากลับถูกเธอหักหลังจนไม่เหลือสิ้นดี ทั้งมีชู้ สร้างเรื่องโกหกว่าพ่อแม่ป่วยบ้างแหละ มีหนี้สินติดตัวเกือบหลายสิบล้านบ้างล่ะ ซึ่งเธอทำงานที่ผับดังแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของประเทศดูไบ และ ที่เลวร้ายไปกว่านั้น เธอเป็นคนของฟาโรห์ศัตรูคู่แค้นของเขา ที่ส่งเข้ามาล้วงเอาข้อมูลทางธุรกิจเพื่อรอวันยึดอำนาจ มิหนำซ้ำเธอยังสร้างสถานการณ์ให้ตัวเธอโดนทำร้าย จนเขาต้องรีบช่วยเหลือ และหลังจากนั้นเธอก็เข้ามาเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิต ทั้งดูแลเอาใจใส่ อ่อนโยน แสนดี เป็นผู้หญิงใสซื่อคนเดียว ที่สามารถทำให้เขาหลงใหลจนหัวปักหัวปำ งานการไม่สนใจคล้ายคนถูกทำเสน่ห์ หากผู้เป็นพ่อไม่เอะใจตามสืบ เขาคงเป็นไอ้โง่ให้เธอหัวเราะเยาะเช่นเดิม   @ โกดัง   ภายในรถยนต์ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดที่น่าอึดอัดใจพิกล ช่างชวนให้อกสั่นขวัญแขวนเสียจริง ๆ “นายโอเคใช่ไหมครับ? “ไทม์ตัดสินใจอยู่นานก่อนจะเอ่ยถามเจ้านายหนุ่ม ที่เอ็นหลังพิงกับผนังเบาะ หลับตาด้วยท่าทางนิ่งเฉยตั้งแต่ออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ แม้ว่าจะถึงเป้าหมายแล้วก็ตาม “..”ลมหายใจถูกระบายออกมาอย่างเชื่องช้า ขณะเปลือกตาปรือขึ้นมอง นัยน์ตาสีฟ้าสงบนิ่งจนคาดเดาอารมณ์ไม่ออก มือใหญ่ทั้งสองข้างประสานกันด้วยท่าทางน่าเกรงขาม “มึงไม่ต้องถามให้มากความ! “ ริมฝีปากหนาขยับตะคอกเสียงห้าว คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันพลันละวัน มาเฟียหนุ่มในชุดสูทสีดำสาวเท้าเดินเข้ามาในโกดังร้างแห่งหนึ่งพร้อมกับลูกน้องคนสนิท เหล่าลูกน้องที่อยู่บริเวณนั้นต่างก้มหลังทำความเคารพผู้เป็นนาย “ผมสั่งให้คนของเราทรมานมันจนสลบไปแล้วครับ “ครั้นได้ฟังคำของลูกน้อง แพททริคจึงเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าเร็วกว่าเดิม “แพทมิลขอโทษนะแพทปล่อยมิลไปเถอะ “หญิงสาวสวยสง่า ผู้มีเอกลักษณ์กำลังอ้อนวอนขอร้องชายหนุ่มที่กำลังย่างกายเข้ามา ซึ่งตามใบหน้างามมีแต่รอยแผลฟกช้ำดำเขียว เนื่องจากถูกซ้อมอย่างหนัก รวมถึงร่างกายที่ถูกโซ่เหล็กมัดกับเสาปูนไว้อย่างแน่นหนา “แพทขามิลเจ็บ..อึก!..ปล่อยมิลได้ไหม?” ดวงตาคู่คมยังจ้องมองเธอนิ่ง ๆ ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเจือนตายจนแทบกระอักเลือด ทว่าความเคียดแค้นเจ็บใจดันมีมากกว่าหลายเท่า ไฟโทสะพลุ่งพล่านไปถึงขั่วหัวใจ ให้เร่าร้อนเหมือนเปลวเพลิง เมื่อได้เห็นหน้าหญิงชั่วผู้นี้อีกครั้ง “ไปเอาตัวไอ้นั่นมา” “ครับนาย” “แพทอย่าทำอะไรคินนะคะมิลขอร้อง “คำขอของเธอมันช่างน่าขันนัก “คิน! คิน! ตื่นสิคิน! “มิลเรียกชื่อคนรักด้วยความทรมานใจ ครั้นได้ห็นสภาพสะบักสะบอมหน้าตาปูดซ้ำรวมถึงร่างกายกำยำ “สภาพผัวเธอดูดีไหม? “แพททริคเลิกคิ้วถามอย่างเย้ยหยัน ขณะมุมปากยกยิ้มทำทีไร้ความรู้สึก เขาต้องการทำให้เธอรู้สึกเจ็บอย่างที่เขาเจ็บอยู่ตอนนี้ หรือไม่อาจจะเจ็บปวดทรมานมากกว่าเธอเป็นร้อยเป็นพันเท่า “แพทปล่อยเราสองคนไปเถอะนะ…อึก!..ที่มิลต้องหลอกคุณเพราะไอ้ฟาโรห์มันบังคับ” “ตอแหล!!มึงมันก็อยากได้เงินและอำนาจของกูเหมือนกันนั่นแหละ! กูจะทำให้มึงกับผัวของมึงอยู่ด้วยกันไปชั่วนิรันดร์แบบนี้ไม่ดีอีกหรือไง? จัดการมันสองตัวซะ! “แพททริคหันกลับไปตวาดสั่งลูกน้อง ก่อนจะเอี่ยวหลังเดินไปทันที ตอนนี้หัวใจแกร่งทั้งอ่อนแอและปวดร้าวยากเกินจะทำใจ เพราะเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาจะยอมถวายหัวให้ และ เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขาเจ็บปวดมาก…ถึงมากที่สุดเช่นกัน “แพท!…แพท!มิลขอโทษ!! ยะ..อย่ากรี๊ดดดด!!!!” “…” …….   3 ปีต่อมา ~~ (ประเทศดูไบ ปัจจุบัน) คฤหาสน์ทอลสัน   รถยนต์หรูขับเคลื่อนเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันทีที่เครื่องยนต์ดับสนิท การ์ดบริเวณหน้าบ้านจึงเดินเข้ามาเปิดประตูให้นายน้อยของบ้าน แพททริคก้าวขายาวลงจากรถ มือทั้งสองข้างพลางล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำในชุดสูทอย่างน่าเกรงขาม เหล่าลูกน้องต่างก้มหลังทำความเคารพเมื่อผู้เป็นนายเดินผ่าน “แพทลูก “ณัฐนภารีบเดินเข้ามาสวมกอดลูกชายไว้ด้วยความคิดถึง เนื่องจากเธอไม่ค่อยได้เจอลูกชายบ่อยนัก เพราะว่าส่วนใหญ่แพททริคจะอยู่ที่ประเทศไทยมากกว่าบ้านเกิด “สวัสดีครับแม่” “จ้ะ เราเข้าข้างในกันเถอะลูก” “ครับ “สองแม่ลูกพากันเดินเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งมีทอลสันนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ด้วยท่าทางเคร่งขรึม “สวัสดีครับพ่อ” ทอลสันเพียงปรายตามองลูกชายเท่านั้น ก่อนจะวางหนังสือพิมพ์ไว้ที่โต๊ะ “มาทำงานที่นี่ทั้งทีไม่ยอมมาเยี่ยมพ่อกับแม่ถ้าฉันไม่ให้คนไปตาม แกก็คงไม่มาสินะ!” แพททริคไม่ได้ตอบโต้ผู้เป็นพ่อ เขาเพียงพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ อย่างเบื่อหน่าย ใบหน้าอันหล่อเหลายังคงนิ่งเฉยไร้อารมณ์ “คุณอย่าพูดอย่างนั้นกับลูกสิคะลูกคงงานยุ่งจริง ๆ” “งานมันไม่ยุ่งหรอกคุณ ผมว่ามันติดผู้หญิงมากกว่าวัน ๆ เอาแต่คลุกอยู่กับผู้หญิง “ทอลสันโพล่งเสียงแข็ง เขารู้ความเคลื่อนไหวของลูกชายมาตลอด “ถึงผมจะเป็นอย่างที่พ่อว่าแต่ผมก็ทำงาน!” “หึ! อย่าให้พลาดท่าเหมือนสามปีก่อนก็แล้วกัน ติดผู้หญิงจนเกือบเสียงาน ถ้าฉันไม่ตามสืบเรื่องผู้หญิงคนนั้นป่านนี้แกพ่ายให้ศัตรูไปนานแล้ว!!”   พรึบ !   “พ่อหยุดพูดเรื่องนี้ได้ไหม!!! “แพททริคพรวดพราดลุกขึ้นตวาดลั่นด้วยความโมโห เจอหน้าผู้เป็นพ่อทีไรมักจะพูดเรื่องที่เขาไม่อยากจำ และ ต้องการลืมมันให้สนิทใจอย่างนี้ทุกที “ใจเย็น ๆ ก่อนลูก” “ผมขอโทษครับแม่..ผมขอตัว! “แพททริคทิ้งท้ายแค่นั้น ก่อนจะหันหลังเดินออกไปทันที ใบหน้าคมคายฉายสีแดงซ่านเต็มไปด้วยอารมณ์เดือดดาล ยามที่นึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ทีไรความต่ำต้อย และ ความน่าสมเพชที่ฝังใจมานาน เป็นสิ่งที่ไม่อาจขจัดออกไปได้ง่าย ๆ ผุดขึ้นมาในโซนความคิดทันที คล้ายกับถูกตอกย้ำให้จมดินจนหาทางออกไม่เจอ   ประเทศไทย บริษัท Produce “เป็นยังไงบ้างใบชางานเรียบร้อยดีไหม? “หัวหน้าฝ่าย Creattive เข้ามาถามไถ่เรื่องงาน “เรียบร้อยแล้วค่ะพี่วี พี่วีจะตรวจดูก่อนไหมคะ?” “ค่ะ เดี๋ยวชาส่งให้พี่ในเมลเลยนะ” “ค่ะ” “ใบชา พี่วี ไปกินข้าวกันเถอะเที่ยงแล้ว “นุชเพื่อนร่วมงานเดินเข้ามาที่โต๊ะทำงานของใบชา ขณะเอ่ยชวนทั้งสองด้วยใบหน้าร่าเริง รวมถึงอาร์ตรุ่นพี่ก็กำลังเดินมาสมทบเช่นกัน “จ้ะ “ใบชาตอบรับด้วยน้ำเสียงหวาน “ตื่นเต้นอะ พรุ่งนี้ต้องไปนำเสนองานที่บริษัท SUN “นุชเอ่ยขึ้น ขณะกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ในร้านแห่งหนึ่งที่ใกล้กับสถานที่ทำงาน “ไม่เห็นต้องตื่นเต้นเลยนุช ไม่ใช่ที่แรกซะหน่อย “อาร์ตหนุ่มรุ่นพี่กล่าว “ก็ประธานที่บริษัท SUN ไม่เหมือนประธานที่อื่นน่ะสิ” “ยังไง? “ใบชาถาม เธอเองก็สงสัยว่าทำไมนุชถึงบอกว่าประธานบริษัท SUN ถึงแตกต่างจากที่อื่น “ก็คุณแพททริคน่ะสิ ทั้งเรื่องมาก ใจร้อน แล้วก็เนี้ยบ  สุด ๆ แถมยังเป็นเสือผู้หญิงอีก คือนุชมีเพื่อนที่ทำงานที่นั่นเล่าให้ฟังว่า ถ้าคุณแพททริคไม่ถูกใจงานของใครนะ ก็จะทิ้งลงถังขยะทันทีเลย ไม่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่นด้วย ถึงจะหล่อมากก็เถอะ” “ไม่ขนาดนั้นหรอกยัยนุช” “แต่เพื่อนนุชเล่าให้ฟังนะพี่วี เพื่อนนุชเองก็เคยโดน “นุชยืนยันเสียงหนักแน่น “ ยิ่งสวยมาก ๆ อย่างชานี่ต้องระวังเลยนะ” “ชาไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้นอย่างที่นุชว่าซะหน่อย เราก็ทำตัวสบาย ๆ นี่แหละทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ก็พอถ้าเราไม่เล่นด้วยซะอย่าง ก็ไม่มีใครบังคับเราได้หรอกนะ” “นั่นสิพี่เห็นด้วยกับชานะ “อาร์ตเห็นด้วยกับใบชา ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้เจ้าของประโยคเมื่อสักครู่ “ค่ะ..ค่ะ! “นุชเน้นเสียงหนักตอบอย่างประชดประชัน พลางตักอาหารเข้าปากด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

บทที่ 3 ตอนที่ 3 น่าเกลียดจริง ๆ

วันต่อมา ~~   เช้าวันใหม่ที่ใครหลาย ๆ คนต้องตื่นขึ้นไปทำงานตามวิถีเช่นเดียวกับหญิงสาวร่างเพรียวในชุดเดรสแขนสั้นสีหวาน ใบหน้าจิ้มลิ้มถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ผมสีดำยาวตรงปลายลอนวอลลุ่ม แผ่กระจายเต็มแผ่นหลัง ท่าทางแลดูสุภาพเรียบร้อยตามแบบฉบับสาวเอเชีย พร้อมกับกระเป๋าสะพายคู่ใจรวมถึงแฟ้มเอกสารในมือ เธอกำลังยืนรอแท็กซี่อยู่หน้าคอนโด พลางงับแซนด์วิชแสนอร่อยไปด้วยเนื่องจากไม่มีเวลามากพอในการทำอาหาร “วันนี้ไปทำงานเช้าจังหนูใบชา? “ป้าแม่บ้านขาประจำเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ในมือเต็มไปด้วยถุงอาหารต่าง ๆ หลากหลายชนิด “ค่ะป้าติ๋ม วันนี้หนูมีคุยงานที่อื่นค่ะ เลยต้องไปเช้ากว่าปกติ” “อ๋อจ้ะ งั้นป้าขอตัวไปทำกับข้าวให้ลุงก่อนนะ” “ค่ะป้า” ใบชาผู้มีนิสัยอ่อนโยน สุภาพเรียบร้อย มองโลกในแง่บวก เธอเป็นที่รักของเหล่าแม่บ้านและยามในคอนโดแห่งนี้วันหยุดเมื่อไหร่ หากเธอมีเวลาว่างมักจะทำขนมนำมาแบ่งให้พวกเขาเหล่านั้นได้ลิ้มลองกันบ่อย ๆ รวมถึงการช่วยเหลือต่าง ๆ พลันให้ใครต่อใครที่รู้จักมักจี่หรือสนิทสนมกัน ต่างก็รักและชื่นชมในความมีน้ำใจของเธอ หลังจากที่ป้าติ๋มเดินจากไปรถยนต์หรูสีดำของใครบางคนก็เข้ามาจอดตรงหน้า เธอพยายามมองลอดผ่านกระจกสีดำทึบสงสัยว่าคนข้างในเป็นใคร ก่อนจะรีบก้าวถอยหลังยามที่บานประตูกำลังจะถูกผลักออกมา “เชอรี่ไปแล้วนะคะคุณแพท “ยามที่ประตูรถถูกผลักออกมา สายตาคู่งามดันเหลือบเห็นหญิงสาวชุดเกาะอกสั้นตัวจิ๋วกำลังโน้มตัวหอมแก้มชายหนุ่มแว่นดำอย่างสะดีดสะดิ้ง บุคลิกเขาดูเคร่งขรึมน่าหวาดกลัว ขณะเดียวกันรถแท็กซี่ที่รอคอยก็มาพอดิบพอดีใบชาจึงกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปทันที   “…”   “นายจะเข้าบริษัทเลยหรือว่าจะกลับเข้าบ้านก่อนครับ? “ไทม์เอ่ยถาม ขณะขับรถออกมาจากคอนโดคู่นอนของผู้เป็นนาย “เข้าบริษัท “แพททริคตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเอ็นหลังพิงกับผนังเบาะรถเช่นเดิม “ครับ”   เวลาต่อมา ~~~ บริษัท SUN   รถเก๋งธรรมดาสีขาวขับเคลื่อนเข้ามาจอดสนิทหน้าบริษัท SUN “นุชเตรียมเอกสารมาครบหมดแล้วเนอะ? “ใบชาถาม ขณะเตรียมตัวออกจากรถ “ใช่ ครบจ้ะ” “โอเคงั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะเนอะ” นุชพยักหน้ารับอย่างเข้าใจสองสาวจึงก้าวขาลงจากรถมุ่งตรงสู่ทางเข้าตึกใหญ่ ที่มีความสูงมากกว่าสามสิบชั้น ซึ่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและต่างประเทศ “สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ? “พนักงานสาวหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์กล่าวสวัสดีหญิงสาวทั้งสองที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างเป็นมิตร “มานำเสนอโปรเจคโฆษณาจากบริษัท Produce ค่ะ “ใบชาตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ “เชิญชั้นสามสิบห้าเลยค่ะ ห้องประชุม xxx ท่านประธานรออยู่ด้านบนแล้วนะคะ” “ขอบคุณค่ะ”   ติ้ง ~~   ทันทีที่ประตูลิฟต์ตัวใหญ่เปิดทั้งสองสาวจึงสาวเท้าตรงไปที่ห้องประชุมดังกล่าว “นุชชาฝากคอมหน่อยสิ ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งปวดฉี่ “ระหว่างทางใบชาดันเกิดปวดเบาขึ้นมาจึงเอ่ยขอนุชเพื่อนร่วมงาน “ได้ ๆ รีบมานะชา” “จ้ะ” ก่อนไปใบชาจึงถามไถ่ทางไปห้องน้ำจากพนักงานสาวที่กำลังเดินมาพอดี เมื่อได้รับคำตอบจึงมุ่งหน้าไปที่นั่น เพื่อทำธุระส่วนตัวของตนทันที   “อ้า ๆ !! บะ..เบาค่ะ อ้าย ๆ ~~ “   สองเท้าหยุดชะงักหน้าห้องน้ำชาย ครั้นได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน พลันให้คิ้วบางขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างตกใจ คาดไม่ถึงว่าบริษัทดังแห่งนี้จะมีเรื่องบัดสีเกิดขึ้นในที่โจ่งแจ้งแบบนี้ และเธอเองก็เข้าใจดีว่าเสียงนั่นคืออะไร “ทำไมไม่รู้จักห้ามใจตัวเองกลับไปมีอะไรกันที่บ้านนะ น่าเกลียดจริง ๆ “ใบหน้างามสะบัดไปมาอย่างเอี่ยมระอา ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าห้องน้ำหญิงทันที หลังจากใบชาทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยจึงจับกระเป๋าสะพายคล้องบ่า สองเท้าพลันรีบเร่งกลับไปที่ห้องประชุม ทว่าสาวเท้าออกมา กลับเห็นแผ่นหลังของหญิงสาวชุดออฟฟิศที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำชาย มือทั้งสองข้างพลางจัดระเบียบตนเองด้วยท่าทางเร่งรีบ จนเธอไม่ทันสังเกตว่ามีใครยืนอยู่หรือเปล่า ขณะเดียวกันยามที่กำลังจะก้าวเดิน กลับรู้สึกถึงพลังบางอย่างให้เธอต้องรับหันมองด้านข้างอย่างหวาดระแวง ทว่าสายตาบังเอิญมองสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าคมกริบพอดี ถึงกับสะดุ้งเฮือกหนึ่ง เผลอก้าวเซถอยหลังโดยอัตโนมัติ ไม่หนำซ้ำยังเหลือบเห็นชายเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ย เธอจึงรีบก้มหน้างุดเมื่อถูกชายหนุ่มร่างสูงจ้องมองลึกเข้ามาในนัยน์ตาคู่งาม จนเกิดความรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ใบหน้าสงบนิ่งและท่าทางบึกบึนของเขาชั่งน่าขนลุก สักพักเขาก็เดินจากไป มือเล็กพลันยกทาบอกด้วยความโล่งใจ   แกร๊ก ~~   บานประตูห้องประชุมถูกผลักเข้ามา หลังจากที่ใบชาและนุชนั่งรอประธานบริษัทราว ๆ เกือบสิบห้านาที จึงดันตัวลุกขึ้นหวังยกมือไหว้กล่าวสวัสดีและแนะนำตัว ทว่าชายหนุ่มร่างสูงชาวอังกฤษผู้มีใบหน้าขาวผ่องเรียบเนียนเป็นเอกลักษณ์คนนี้กำลังทำให้ใบชายืนตัวแข็งทื่อดุจก้อนหิน จนเผลอรอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเขาคือคนเดียวกับคนที่เจอหน้าห้องน้ำเธอจึงรีบหลบสายตาต่ำอีกครั้ง ยามที่เขาจ้องมองมาด้วยสายตาเย็นเยียบ   “…”   “อะ..เออสวัสดีค่ะก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ดิฉันใบชาค่ะสะ..ส่วนอีกคน….” “พอ!..ถ้ายังไม่พร้อมก็กลับไป แค่แนะนำตัวยังพูดติด ๆ    ขัด ๆ แล้วงานฉันจะราบรื่นได้ยังไงกัน “ประโยคของเธอเป็นต้องหยุดชะงัก เมื่อเสียงทรงอำนาจน่าหวาดหวั่นแย้งขึ้น “ขอโทษค่ะ “ใบชาเหลือบมองนุชเพียงนิดอย่างหนักใจก่อนจะเอ่ยขอโทษประธานหนุ่ม เขากำลังทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นจนขาดความมั่นใจ “งั้นชาขอนำเสนอโปคเจคเลยนะคะ “ จากนั้นเธอจึงเริ่มนำเสนองานที่จัดเตรียมไว้ เมื่อประธานหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากมองเธอด้วยสายตาดุดันอยู่ตลอดเวลา “คุณแพททริคมีตรงไหนต้องการแก้ไขหรือเปล่าคะ? “ครั้นจบการนำเสนอใบชาจึงเอ่ยถามเสียงสุภาพ ขณะเดียวกันชายหนุ่มดันตัวนั่งตรง มือใหญ่ทั้งสองข้างประสานกันวางบนโต๊ะด้วยท่าทางเรียบเฉย หลังจากเอ็นหลังพิงกับผนังเก้าอี้ฟังหญิงสาวอธิบายจนจบ “ฉันต้องการมีตัวเลือกมากกว่าสอง ไปเพิ่มโปรเจคมาอีกอย่างน้อยสามโปรเจค” “ได้ค่ะ “ว่าจบจึงนั่งที่ของตัวเองทันที โดยมีมือของนุชเอี่ยมมาจับเพื่อให้กำลังใจ และประธานหน่มยังจ้องมองใบหน้าของเธออย่างไม่วางตาจนเธอแทบทำอะไรไม่ถูก เขาเป็นประธานบริษัทยังไงกัน ถึงได้ไปมีอะไรกับพนักงานในห้องน้ำโดยไม่อายผีสางนางไม้หรือเทวดาแถวนั้นบ้าง เขาคงเป็นคนจำพวกโรคจิต “คุณแพททริคจะนัดทางบริษัทเรามาวันไหนอีกคะ? “นุชถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “อีกสามวัน” “สามวันเหรอคะ? “เมื่อได้ฟังเช่นนั้นใบชาจึงโพล่งขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจ โปรเจคโฆษณามันไม่ได้คิดหรือทำกันง่าย ๆ ต้องผ่านกระบวนการไตร่ตรองและขั้นตอนอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เขากลับให้เวลาแค่สามวันจะทันได้อย่างไร “ทำไม!? ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องทำฉันจะไปจ้างบริษัทอื่น” “เออ..เปล่าค่ะสามวันก็สามวันค่ะ” ใบชาจำนนตอบตกลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วม “ดี..งั้นก็กลับไปได้แล้ว “ว่าจบแพททริคจึงหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง พลางล้วงมือใหญ่เข้ากระเป๋ากางเกง สแล็คสาวเท้าออกไปทันที “จะทันเหรอชา?” “ไม่ทันก็ต้องทันแล้วล่ะนุช ชาต้องการให้ทีมเราได้งาน” “อือ ๆ “จากนั้นหญิงสาวทั้งสองจึงจัดเก็บอุปกรณ์เตรียมตัวกลับที่ทำงานของตนเอง “นายชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอ ครับผมเห็นนายจ้องเธอไม่วางตาเลย? “ไทม์เอ่ยถามเจ้านายหนุ่ม ระหว่างยืนอยู่ในลิฟต์ตัวใหญ่ “จะไม่มีคำว่าชอบหรือรักใครอยู่ในหัวกูอีก ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่ของแก้ขัดสำหรับกูเท่านั้น” มาเฟียหนุ่มตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

อ่านต่อ