อุ้มรักละลายใจ
บทที่ 1 ตอนที่1

บริษัทXX “คุณแม่ยังไม่ล้มเลิกความคิดนี้อีกเหรอครับ” ตฤนภพคิ้วขมวดขณะที่กำลังจะจับปากกาเซ็นเอกสารเพราะแม่ของเขามาหาถึงบริษัทเพื่อที่จะพูดแต่เรื่องเดิมๆเพราะเหตุนี้ช่วงนี้เขาถึงไม่อยากจะกลับไปนอนที่บ้านเท่าไร “ก็ลูกไม่เห็นใจคุณย่าบ้างหรือไงท่านอยากมีเหลนแค่ไหนลูกก็รู้” มลฤดีนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาก็คิ้วขมวดตามลูกชายเธอเหมือนกันที่อายุสามสิบกว่าแล้วแฟนสักคนยังไม่เคยพามาให้รู้จักเลยนี่ถ้าเธอเป็นคนอื่นคงคิดว่าลูกเธอนั้นชอบไม้ป่าเดียวกันแน่ “ถ้าคุณแม่อยากจะให้ผมแต่งงานเพื่ออยากได้หลานงั้นคุณแม่ก็ตัดเรื่องแต่งงานทิ้งไปได้เลยหากคุณแม่อยากได้หลานคุณแม่ก็หาใครมาอุ้มบุญลูกผมก็แล้วกันครับ” เรื่องที่จะหาแฟนหรือมีครอบครัวตฤนภพคิดไม่ออกว่าชีวิตแบบนั้นเขาจะเป็นยังไงเขามีความสุขกับการทำงานแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วแต่หากแม่ของเขากับคุณย่าอยากจะให้เขามีลูกนักก็คงต้องหาคนมาอุ้มท้องลูกเขาเสียแล้วหละเพราะจะให้เขาไปแต่งงานมีเมียมีชีวิตครอบครัวคงยาก “ลูกพูดเองนะตาต้น” มลฤดีเห็นว่าเธอคะยั้นคะยอลูกชายเธอเรื่องมีครอบครัวมานานแล้วแต่ก็ไม่ได้ผลโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ลูกชายเธอเปิดทางให้เอได้มีหลานแล้วเธอก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ส่วนเรื่องแม่อุ้มบุญเธอไม่ต้องคิดอะไรให้มันมากเลยเพราะเธอมีคนที่หมายตาเอาไว้แล้ว “คุณแม่ก็รู้ว่าผมไม่เคยพูดเล่น” ตฤนภพจ้องตาคนเป็นแม่อย่างจริงจังว่าเขานั้นพูดจริงไม่เคยล้อเล่นอะไรอยู่แล้วหวังว่าแม่ของเขาคงจะหยุดพูดเรื่องนี้ไปได้พักใหญ่นะเพราะเขาคิดว่าแม่เขาคงหาคนมาอุ้มท้องลูกของเขาได้ไม่เร็วนักหรอก ต้น ตฤนภพนักธุรกิจหนุ่มที่สนใจแต่การทำงานในบริษัทไม่ค่อยออกงานสังคมเท่าไรค่อนข้างจะเป็นคนที่ชอบเก็บตัวเงียบทำงานเก่งเฉียบขาดเรื่องงานเป็นที่หนึ่งจนผู้ใหญ่ในแวดวงหลายๆท่านก็ยังมาปรึกษาเรื่องธุรกิจกับเขา ชายหนุ่มค่อนข้างเป็นคนที่อัธยาศัยไม่ได้ดีนักแต่ก็รู้กาลเทศะว่าควรจะเข้ากับผู้ใหญ่หรือวางตัวอย่างไรน้อยครั้งที่จะเห็นเขายิ้มเนื่องจากชายหนุ่มเป็นคนโลกส่วนตัวสูงและเป็นลุกชายคนเดียวของตระกูลจึงถูกเลี้ยงมาให้สืบทอดธุรกิจตั้งแต่เล็กๆเขาจึงเป็นคนที่มีระเบียบวินัยมากดูโตเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนในรุ่นๆเดียวกัน ในชีวิตช่วงมหาลัยเขาเคยมีผู้แฟนอยู่คนนึงในตอนที่เรียนอยู่เมืองนอกด้วยกันแต่ด้วยเพราะแฟนสาวของเขาไม่ต้องการการผูกมัดเขาจึงเลิกยุ่งกับเธอและไม่คิดที่จะมองใครอีกเลยที่บ้านของเขาก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าเขาเคยคบผู้หญิงเพราะมันเป็นแค่ช่วงเวลาที่เขาเรียนมหาลัยเท่านั้น แม่กำปอง เช้าอันแสนสดใสของสาวน้อยอั่งเปา ปรารี “ซื้ด...ฟู่...ฟู่...อากาศดีสุดๆไปเลย...” ปรารีสาวน้อยวัยยี่สิบสองปียืนสูดอากาศที่แม่กำปองบ้านเกิดของเธออย่างสดชื่นในตอนเช้าหญิงสาวมีบ้านเล็กๆอยู่ที่นี่หน้าบ้านเป็นระเบียงไม้ยื่นออกมาชมวิวทิวเขาได้เต็มสองตาแถมอากาศยังดีมากๆอีกด้วย ปรารีเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิดเธอจำได้ว่าคุณหญิงมลฤดีแม่บุญธรรมของเธอเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นคุณแม่ของเธอมาเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนแล้วเจอรถของเธอกับพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเลยช่วยเอาไว้แต่โชคร้ายพ่อแม่ของเธอไม่รอดแถมญาติของเธอก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใครคุณแม่ของเธอจึงติดต่อขอรับเธอเป็นบุตรบุญธรรมอีกคนเธอรู้สึกว่าพ่อและแม่บุญธรรมของเธอก็เอ็นดูเธอไม่ได้ต่างจากลูกแท้ๆเลยและชื่อเธอที่ได้มาว่าอั่งเปาก็เพราะแม่บุญธรรมเธอเจอเธอตอนช่วงตรุษจีนพอดี เธออยู่กับแม่บุญธรรมของเธอได้จนอายุ 6 ขวบแม่ของเธอก็ส่งให้เธอไปอยู่กับคุณย่าที่อิตาลีตั้งแต่ตอนนั้นและทั้งพ่อกับแม่บุญธรรมของเธอก็จะเทียวไปหาเธอบ่อยๆระหว่างที่เธอใช้ชีวิตอยู่ที่อิตาลีส่วนมากก็จะมีคุณย่าที่คอยเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเธอทุกอย่างจนเธอเริ่มเข้ามหาลัยคุณย่าของเธอก็ให้เธอใช้ชีวิตอยู่คนเดียวโดยท่านก็บินกลับมาอยู่ที่ไทยถาวรแรกๆเธอก็แอบเหงาอยู่บ้างแต่คุณย่าสอนเธอว่าให้เธออดทนเพราะโตแล้วต้องหัดทำอะไรเองตามลำพังบ้างเธอทำตามที่คุณย่าสอนทุกอย่างไม่เคยโทรไปงอแงกับที่บ้านแม้แต่นิดเดียวถึงแม้ว่าจะแอบนั่งร้องให้คิดถึงคุณย่าบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าคุณพ่อและคุณแม่ของเธอมีลูกชายอีกคนแต่ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในครอบครัวเธอก็ไม่เคยจะเห็นหน้าพี่ชายของเธอเลยสักครั้งเธอเคยขอคุณแม่เธอดูรูปก็มีแต่รูปตอนแบเบาะกับรูปวัยเด็กตอนที่ไม่รู้ประสาเพราะคุณแม่ของเธอบอกว่าพี่ชายเธอไม่ชอบถ่ายรูปแถมยังเป็นคนที่ชอบเก็บตัวไม่เจอผู้คนอีกด้วยจนนานเข้าก็ทำให้เธอเกือบลืมไปว่าพ่อกับแม่ของเธอยังมีลูกชายอยู่ด้วย อั่งเปาพึ่งเรียนจบแฟชั่นดีไซน์มาหมาดๆจากอิตาลีตอนนี้เธอขอคนเป็นแม่ว่าอยากกลับมาอยู่ที่แม่กำปองคุณหญิงมลฤดีจึงสั่งให้คนสร้างบ้านหลังเล็กไว้ให้ลูกสาวของเธอพักผ่อนอยู่ที่นี่...แต่...เธอคงอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานเพราะเธอมีสิ่งที่สำคัญที่เธอต้องไปทำที่กรุงเทพตามที่แม่บุญธรรมของเธอขอร้องไว้

บทที่ 2 ตอนที่2

บ้านXXX “เจ้าเปาน้อยของเราว่ายังไรบ้างล่ะ” โสพิศนั่งจิบชาอยู่ที่สวนหย่อมหน้าบ้านหลังโตของเธอกับลูกสะใภ้พรางถามถึงเรื่องราวที่พวกเธอได้แพลนเอาไว้ว่าเรื่องที่มลฤดีได้ไปทำมามันเรียบร้อยดีหรือไม่คำว่าเจ้าเปาน้อยที่หญิงชราเรียกชื่อหลานบุญธรรมของเธอตั้งแต่ยังเล็กๆจนถึงตอนนี้ก็ยังติดปากมาจนหลานของเธอโตเป็นสาว “รายนั้นก็ยอมตกลงน่ะสิคะ” มลฤดียิ้มกริ่มระดับเธอไปคุยแล้วเรื่องนี้ไม่มีพลาดอยู่แล้ว “ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” โสพิศแปลกใจเล็กน้อยว่าปรารีจะยอมทำตามที่ขอร้องง่ายขนาดนั้นเลยหรือ “ค่ะคุณแม่” มลฤดีพยักหน้าหงึกหงักส่งสายตาจริงจังไปที่แม่สามีของเธอว่าเธอจริงจังไม่ได้ล้อเล่น เหตุการณ์ก่อนหน้าสองวันก่อน “คุณแม่ไม่โทรบอกเปาก่อนจะมาคะ..ดูสิเปาไม่ได้เตรียมอะไรไว้ต้อนรับเลย” ปรารีมีสีหน้านอยเล็กน้อยที่แม่ของเธอมาโดยที่ไม่ได้บอกได้กล่าวเพราะเธอไม่ได้มีอะไรรอต้อนรับเลย “พอดีแม่ว่างก็เลยมาเลย” มลฤดีเห็นหน้าลูกสาวของเธอก็รู้สึกผิดทันทีเธอรู้ว่าปรารียิ่งเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายอยู่ด้วยจึงรีบเข้าไปกอดเธอไม่ได้อยากได้อะไรต้อนรับเสียหน่อยแค่อยากมาหาลูกสาวเธอเท่านั้นและถือโอกาสมาพูดคุยเรื่องสำคัญด้วยเลย “คุณย่าเป็นยังไงบ้างคะ” ปรารีเห็นหน้าแม่เธอก็ต้องถามถึงโสพิศเพราะตั้งแต่เธอกลับมาก็เจอย่าของเธอได้ครั้งเดียวและเธอก็มาอยู่ที่นี่จึงอยากรู้ว่าอาการป่วยของคุณย่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง “อาการก็ไม่ค่อยดีเท่าไร” มลฤดีต้องกัดฟันพูดเรื่องโกหกให้ปรารีสงสารเพราะมีเหตุผลบางอย่าง “ไว้เปาจะเข้าไปหาคุณย่าเร็วๆนี้นะคะ” ปรารีได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าห่อเหี่ยวลงไปอีกเธอคิดว่าต้องกลับไปดูแลย่าของเธอในเร็วๆนี้เสียแล้ว “ป่วยกายไม่เท่าไรหรอก..แต่ป่วยใจนี่สิ” มลฤดีเห็นปรารีเริ่มมีอาการเศร้าก็รีบสุมไฟเข้าไปอีก “คุณย่าเป็นอะไรคะคุณแม่” ปรารีเบิกตาโพรงอยากรู้ว่าที่แม่เธอพูดหมายความว่าอย่างไร “ก็อยากจะได้เหลนอุ้มไวๆนี้น่ะสิ..แถมตาต้นเองก็ไม่อยากมีครอบครัวบอกคำเดียวว่าถ้าอยากได้หลานก็ไปหาแม่อุ้มบุญเอาเรื่องนี้เลยทำให้คุณย่าและก็แม่กลุ้มใจมากใครที่ไหนจะอยากอุ้มท้องลูกคนอื่น” “...อย่างนี้นี่เอง...” ปรารีทำหน้าเศร้ารู้สึกเห็นใจคนเป็นแม่กับย่าของเธอเหลือเกิน “เปา..” มลฤดีเห็นว่าจังหวะนี้น่าจะดีแล้วจึงถือโอกาสเริ่มพูดสิ่งที่เธอต้องการเลยก็แล้วกัน “คะคุณแม่” “จะว่าอะไรไหมถ้าแม่จะขอร้องให้หนูอุ้มท้องให้ตาต้น” “หา...เอ่อ...ถ้าเป็นความต้องการของคุณแม่เปาก็โอเคค่ะ..” //อุ้มท้องเหรอ...แต่คุณแม่มีพระคุณกับเรามากเรื่องแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้..// ปรารีได้ยินแม่เธอพูดครั้งแรกก็ตกใจจนอึ้งไปชั่วครู่..แต่ถ้าแม่ของเธอต้องการแบบนั้นเธอก็พร้อมจะทำให้เพราะเธอมีชีวิตที่ดีขนาดนี้ได้ไม่ใช่เพราะใครที่ไหนจากครอบครัวของผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้เอง “จริงเหรอจ๊ะขอบใจเปามากเลยนะ” มลฤดีไม่คิดว่าอะไรมันจะง่ายขนาดนี้ “คุณแม่ให้ชีวิตเปาไม่ว่าเรื่องอะไรขอแค่คุณแม่บอกมาเปายอมทำทุกอย่างค่ะ” “โถ่เอ้ยย...เปาน้อยของแม่” เมื่อมลฤดีรู้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ปรารีตัดสินใจเรื่องนี้แบง่ายๆเธอก็รีบโผกอดเปาน้อยของเธออย่างรวดเร็วเธอไม่เคยผิดหวังกับลูกสาวของเธอคนนี้จริงๆ “เปารักคุณแม่นะคะ..รักคุณพ่อกับคุณย่าด้วย” ปรารียิ้มหน้าบานเมื่อเห็นแม่ของเธอมีความสุขและเธอก็หวังว่าถ้าคุณย่ารู้ว่าเธอยอมช่วยคงจะดีใจจนหายป่วยเป็นแน่ “แบบนี้เองเหรอ5555...เจ้าเปาของเรานี่แหละแม่คิดว่าถ้าหากมาอยู่ใกล้ตาต้นความร่าเริงสดใสก็น่าจะซึมซับให้ตาต้นได้มีสิ่งนี้บ้างแหละน่า” “มลก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะคุณแม่” หลังจากที่โสพิศฟังลูกสะใภ้เธอเล่าจบก็หัวเราะร่าเจ้าเปาน้อยชอบมีอะไรให้พวกเธอเองคิดไม่ถึงอยู่เรื่อยไป 20.30 น. “ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวคุณ” ตระการเห็นคนเป็นภรรยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งแต่เขากลับมาจากทำงานแล้วไม่รู้ว่าอารมณ์ดีอะไรนักหนา “ก็ยิ้มที่เราจะมีหลานแล้วน่ะสิ” มลฤดีทาครีมบำรุงไปพรางยิ้มระรื่นไป “หืมม...หลานลูกตาต้นหรือเจ้าเปาล่ะ” ตระการคิดว่าภรรยาของเขาจะอยากได้หลานจนเพ้อเป็นจริงเป็นจังถึงขนาดนี้เลยแกล้งถามแกมหยอกว่าที่จะได้หลานนั้นเป็นลูกของใคร “ทั้งคู่แหละค่ะ” “หา..หมายความว่าไง” ตระการที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับชะงักอึ้งรีบลุกขึ้นนั่งแปลกใจในสิ่งที่ภรรยาเขาพูดเมื่อครู่ “ก็...คือ...” มลฤดีเห็นทีจะต้องเล่าให้สามีของเธอฟังเสียแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะอีกหน่อยเขาก็ต้องรู้เรื่องอยู่ดี “หา...คุณนี่ก็ช่างแผนการเหลือเกินนะ” ตระการไม่อยากจะเชื่อว่าดูทั้งแม่และภรรยาเขาจะเล่นอะไรแผลงๆ “หรือคุณไม่อยากมีหลานล่ะ...” มลฤดีเห็นสามีเธอทำหน้ากังวลก็คิดว่าเขาไม่ได้อยากมีหลานเหมือนเธอ “ไอ้มีก็อยากมี...แต่...” ไม่ใช่ว่าตระการไม่อยากจะมีแต่เขากลัวปัญหาที่มันจะตามมาภายหลังมากกว่าเด็กที่มีพ่อและแม่ไม่ได้รักกันจริงๆมันจะเป็นยังไง “อะไรคะ” มลฤดีอยากรู้ว่าไอ้คำว่าแต่ของสามีเธอมันคืออะไร “ไม่มีอะไร” ตระการคิดว่านี่อาจจะเป็นแผนจับคู่ก็ได้เลยไม่อยากจะพูดอะไรออกไปตอนนี้รอให้เรื่องมันเห็นชัดเสียก่อนจะดีกว่าเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากลูกชายของเขากับลูกสาวบุญธรรมที่ไม่เคยเจอกันและนิสัยต่างกันสุดขั้วจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร “อีกสองวันเปาก็จะมาที่นี่แล้วเหลือก็แต่บอกเรื่องให้ตาต้นได้รู้ว่าฉันหาคนอุ้มท้องได้แล้วเท่านั้น” ปรารีบอกกับเธอว่าจะมากรุงเทพในอีกสองวันตอนนี้เขาก็เหลือแค่บอกลูกชายของเขาให้รู้ตัวว่าเธอได้คนที่จะมาอุ้มท้องแล้วในวันที่ปรารีมาถึงนั่นเอง

บทที่ 3 ตอนที่3

วันต่อมา แม่กำปอง “นี่เจ้าต้นไม้ฉันจะไปกรุงเทพแล้วนะไม่รู้ว่าอีกนานไหมจะได้กลับมาเยี่ยมดูแลตัวเองดีๆล่ะ” ปรารีจะลุกตื่นมาแต่เช้าเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์เป็นปกติแบบนี้ทุกวันเธอชอบที่จะพูดคุยกับต้นไม้หรือดอกไม้เพื่อคลายเหงาหรือระบายอะไรสักอย่างออกมาเพื่อความสบายใจมันเป็นวิธีที่หญิงสาวชอบมากๆ “ป้าขาเอาใส่ใส้สองชุดค่ะ” หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จในช่วงเช้าเธอก็จะเดินมาหาซื้ออาหารเช้าใกล้ๆกับบ้านเธอในหมู่บ้านจะมีชาวบ้านท้องถิ่นขายของกันเป็นประจำและเธอก็มีขนมหวานที่เธอชอบเป็นร้านประจำด้วย “มาแต่เช้าเลยหนูเปา...พรุ่งนี้ป้าจะทำบัวลอยด้วยเอาไหม” แม่ค้าแถวนี้จะเจอหน้าปรารีเป็นประจำตั้งแต่เธอมาพักอยู่ที่นี่และด้วยความอัธยาศัยดีของหญิงสาวเลยเป็นที่รู้จักไปทั่วตลาด “หนูจะต้องกลับกรุงเทพแล้วสิคะคุณป้าอดทานขนมอร่อยๆเลย” “อ้าวเหรอ...ป้าคงคิดถึงแย่ยังไงก็อย่าลืมมาที่นี่บ่อยๆนะ” “ค่ะ..เปาจะหาเวลามานะคะ” ปรารีไม่ลืมที่จะกลับมาที่นี่แน่นอนเพราที่นี่อากาศก็ค่อนข้างดีแถมผู้คนยังใช้ชีวิตในวิถีดั้งเดิมแถมยังเป็นมิตรมากๆอีกด้วย 20.00 น. ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มแล้วตฤณภพที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวเสื้อยืดธรรมดายังคงนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาเปิดอ่านเอกสารตรวจทานทุกอย่างจนแน่ใจว่าทุกอย่างถูกต้องทุกกระเบียดนิ้วเพราเขาไม่ชอบความผิดพลาด “หื้มมม....” หลังจากที่เอกสารเรียบร้อยก็ถึงเวลาพักผ่อนของเขาชายหนุ่มยืนมองออกไปนอกหน้าต่างคืนนี้พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขารับปากคุณแม่ของเขาไปหากถึงวันที่แม่ของเขาหาคนมาอุ้มท้องลูกของเขาได้เขาก็คงจะปฏิเสธอะไรไม่ได้เมื่อเป็นคนที่รักษาคำพูดแต่ขอให้เวลามันล่วงเลยไปอีกสักพักใหญ่เลยก็แล้วกันเพราะตอนนี้เขายังนึกไม่ออกว่าถ้าหากว่าเขาจะต้องมีลูกเขาจะต้องรับมือและเตรียมตัวอย่างไร เช้าวันต่อมา 08.30 น. “คุณหญิงรออยู่ที่บริษัทแล้วครับคุณต้น” ธวัชชัยผู้ช่วยของตฤนภพมารับชายหนุ่มที่เพนท์เฮ้าส์เวลานี้ทุกวันเมื่อเห็นว่าเจ้านายมาถึงจึงรีบบอกข่าวสำคัญว่าตอนนี้คุณแม่ของเขารออยู่ที่บริษัทแล้ว “หืมม..ทำไมคุณแม่มารอแต่เช้า” ตฤณภพอยู่ในชุดสูตรราคาแพงคัตติ้งเนี้ยบสั่งตัดให้เข้ากับหุ่นเขาโดยเฉพาะจากแบรนด์ดังทรงผมเซทมาอย่างเรียบร้อยเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเป็นอย่างดีในวันทำงานเขาจะเนี้ยบแบบนี้ทุกวันเมื่อเขาก้าวขึ้นรถตู้คันหรูราคาหลายล้านได้ยินคำบอกของผู้ช่วยคิ้วดกดำก็ขมวดคิ้วชนกันเล็กน้อยแปลกใจที่คุณแม่ของเขามารอแต่เช้าอยากจะรู้นักว่ามีธุระสำคัญอะไร “ผมว่าคุณต้นไปคุยกับคุณหญิงเองดีกว่านะครับ” ธวัชชัยรู้มาคร่าวๆว่าเรื่องอะไรแต่เรื่องนี้เขาอยากให้เจ้านายของเขารู้จากปากคนเป็นแม่ของเขาเองจะดีกว่าเพราะเรื่องนี้มันเข้าข่ายเรื่องในครอบครัว “อืมม..” บริษัทXXXX ครึ่งชั่วโมงต่อมา “ท่านประธานสวัสดีค่ะ” พนักงานทุกคนที่บริษัทในทุกๆเช้าจะมายืนเรียงกันอยู่ที่หน้าบริษัททุกคนก่อนจะเริ่มงานในเก้าโมงเช้าเพื่อที่ง่ายต่อการตรวจตราของชายหนุ่มประธานบริษัทเขาชอบคนที่มาทำงานตรงเวลาและมีระเบียบวินัย “ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยกันด้วย” ตฤณภพเดินอ่างสง่าเข้ามาในบริษัทเขาเดินอย่างรวดเร็วแต่สายตาอันเยือกเย็นของเขากลับตรวจได้ทุกซอกทุกมุมว่าพนักงานของเขามาครบหรือไม่และมีใครแต่งตัวไม่เรียบร้อยบ้างหางตาของเขาเห็นพนักงานหญิงคนหนึ่งยังเอาเสื้อใส่ในกระโปรงไม่เรียบร้อยจึงรีบบอกให้ทุกคนสำรวจตัวเองและเขาก็เดินตรงเข้าไปในลิฟท์เพื่อเข้าไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที “อุ้ยย//ค่ะๆ//ตาไวจริงๆเลย” เมื่อประธานบรัทเดินพ้นเข้าลิฟท์ไปแล้วพนักงานทุกคนก็ต้องต่างสำรวจตัวเองว่าใครแต่งตัวไม่เรียบร้อยอย่างไรปรากฏว่ามีบางคนแต่งตัวไม่เรียบร้อยจริงๆต่างก็ยิมรับว่าประธานหนุ่มคนนี้หูตาไวเป็นที่หนึ่ง “ตาต้น...มาแล้วเหรอลูก” มลฤดีเห็นลูกชายของเธอเข้าห้องมาก็ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะวันนี้เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ “คุณแม่มาหาผมแต่เช้ามีอะไรหรือเปล่าครับ” ตฤนภพคาใจตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้วว่าแม่ของเขามาหาแต่เช้ามีเรื่องอะไรสำคัญ “ก็เรื่องคนที่อุ้มท้องให้ลูกน่ะแม่นัดมาเจอที่นี่วันนี้” “อะไรนะครับ” ตฤณภพถึงกับหยุดชะงักอ้าปากค้างอย่างเสียบุคลิคไม่คิดว่าแม่ของเขาจะหาคนได้เร็วขนาดนี้แสดงว่าเรื่องที่เขาภาวนาเมื่อคืนมันไม่เป็นผล “ตกใจอะไรเล่า..เดี๋ยวน้องก็คงมาแล้ว” มลฤดีมองออกว่าลูกชายเธอก็คงไม่คิดว่ามันจะไวขนาดนี้ “อะ..เอ่อ..ทำไมไวแบบนี้ล่ะครับ” “ทำหน้าแบบนี้หรือจะมีข้อแม้อะไรกับแม่อีก” มลฤดีจำเป็นต้องพูดดักเอาไว้ก่อนว่าลูกชายของเธอจะผิดสัญญาไม่ได้ “เอ่อ...คนอย่างผมเคยผิดคำพูดด้วยเหรอครับ..” ชายหนุ่มตอบคนเป็นแม่เสียงอ่อนอย่างเหนื่อยใจ “งั้นก็ดีจะ” “เดี๋ยวผมขอตัวไปซื้อกาแฟด้านล่างก่อนนะครับ” ตฤนภพต้องหาทางหลบจากมุมนี้ก่อนครู่หนึ่งเพื่อทำใจไม่อย่างนั้นเขาคิดอะไรไม่ออกแน่

อ่านต่อ