ใต้อาณัติหัวใจคนเถื่อน
บทที่ 1 ธาริกา

ตอนที่1 ธาริกา     “อื้ออ อย่า...”    หญิงสาวร้องปรามเมื่อหน้าอกของเธอถูกดูดดึงอย่างหื่นกระหาย ความกลัวเกาะกินหัวใจทั้งดวงพยายามมองหาใครสักคนที่จะช่วยเธอได้ในคืนนี้ ‘แต่น่าจะไม่มี’ ฝ่ามือของคนเลวกำลังยุ่มย่ามกับการดึงกระโปรงของเธอขึ้นและเขาก็ทำมันสำเร็จจนเหลือปราการชิ้นสุดท้ายคือกางเกงในตัวน้อยที่กำลังจะถูกกำจัดไปให้พ้นทาง      “คุณ..หนูยอมแล้ว..”      “หึ”     “พาไปทำบนโซฟาได้มั้ยคะ”    ชายตัวสูงหยัดตัวขึ้นผละออกจากร่างของหญิงสาวแต่ไม่ทันระวังเขาก็โดนของแข็งฟาดเข้าที่กกหูอย่างแรง ปึก!!!      “เธอ!” เพล้ง!!!     “อ๊ะ!โอ๊ยย!”    เขาโดนตีถึงสองครั้งติดแต่ที่ทำให้เจ็บจนไม่สามารถล่าตัวเธอไว้ได้ทันก็คือก็คือดวงตาของเขาในตอนนี้มืดสนิทจนมองไม่เห็นแสงไฟที่ผลัดเปลี่ยนสีไปมา ..... สามปีต่อมา         “ทราย คุณมาวินให้เลขาติดต่อมาอีกแล้ว”    ฉัตรทอง ผู้จัดการสาวสองบอกดาราในสังกัดของตัวเองเสียงเบา เพราะรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ทำให้ธาริการำคาญใจ     “ก็ตอบเขาไปเหมือนเดิมค่ะ”     “...”    “มีอะไรเหรอคะ”    หญิงสาวเจ้าของใบหน้าคมเฉี่ยวหันมองผู้จัดการที่ยืนละล่ำละลักอยู่ ได้โอกาสฉัตรทองจึงบอกสิ่งที่ทางนั้นต้องการกับเจ้าตัว     “คราวนี้ถ้าทรายปฏิเสธอีก เขาจะไม่ขอซื้อแล้วนะ”     “ก็ดีแล้วนี่คะ”     “แต่เขาบอกว่า.. เจอที่ไหนเขาจะไม่ปล่อยทรายอีกแล้ว”     “ชาติหมา”    สิ้นคำบอกเล่าของฉัตรทอง หญิงสาวหน้าเหวี่ยงก็สบถออกมาอย่างไม่กลัวว่าจะมีใครมาได้ยิน แม้แต่ผู้จัดการของเธอเองก็ยังตกใจที่เธอพูดคำหยาบได้ถึงเพียงนี้     “ทรายแก้ว การมีปัญหากับเขาไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ เธออาจหมดอนาคตได้เลย”     “ทรายควรตกลงขายตัวให้เขาใช่มั้ยคะ”    ธาริกามองผู้จัดการของเธอผ่านกระจก ถึงจะพูดมาแบบนั้นแต่เธอก็รู้ว่าฉัตรทองหวังดี แต่เธอก็รักศักดิ์ศรีของเธอ ถ้าจะต้องเสียก็ต้องไม่ใช่เพราะผู้ชายที่ชื่อมาวิน ทายาทเจ้าของสังกัดที่เธอติดสัญญาอยู่ตอนนี้     “ก็เขาเปรียบเสมือนกัปตันเรือของเราหนิ มีปัญหากับคนขับเรือในทะเลมีแต่เขาจะกลั่นแกล้งนะ”     “ทะเลที่อื่นก็มี ไม่ใช่แค่ที่นี่”     “สัญญาเหลืออีกตั้งหนึ่งปี จะฉีกหรือไง”     “ไม่มีทางเลือกนี่คะ”    หญิงสาวตอบกลับราวกับเรื่องที่พูดอยู่นั้นใช่เรื่องใหญ่     “คุณแขฟ้องอ่วม เอาเงินที่จะถูกฟ้องไว้สร้างบ้านที่เธอฝันไม่ดีกว่าเหรอ”     “ให้ทนไปก่อนใช่มั้ยคะ”     “มันคงไม่ถึงกับต้องกัดฟันหรอกมั้ง”    ธาริกาถอนหายใจตัดบทสนธนา เธอคือนางร้ายที่กำลังมีชื่อเสียงในช่วงเวลานี้ งานแสดงเป็นงานที่เธออยากกอดมันไว้แน่น ๆ เพราะมันทำเงินให้เธอได้ราวกับสายน้ำ สำหรับเด็กที่ต้องปากกัดตีนถีบอย่างเธอจึงรักงานที่ทำเงินง่ายไปโดยปริยาย ส่วนฉัตรทองคือผู้จัดการที่ในอดีตโดนเด็กในสังกัดฉีกสัญญา และเพิ่งฟื้นคืนวงการได้หมาด ๆ เพราะดันปั้นอดีตเด็กนั่งดริ้งเป็นนางร้ายชื่อดังได้ แน่นอนว่าอดีตของธาริกาก็เป็นเรื่องกวนใจอยู่ไม่น้อย     “เครื่องประดับที่คุณทรายแก้วต้องใส่นะคะ”    ทันทีที่เห็นเครื่องประดับวางลงตรงหน้า ทั้งดาราสาวและผู้จัดการก็สบตากันชั่วแวบหนึ่ง     “ของทรายแก้วต้องเป็นไพลินนี่คะ ไม่ใช่บุษราคัม”     “พอดีผู้ใหญ่ยัดคุณซินดี้เข้ามาก่อนหน้านี้แค่หนึ่งชั่วโมงเองค่ะ เธอขอเครื่องประดับที่เป็นชุดไพลิน”     “ได้ยังไง ตำแหน่งเซ็นเตอร์คือทรายแก้ว และต้องใส่ชุดไพลินโชว์ไม่ใช่เหรอ!”    ธาริกาส่งซิกให้ผู้จัดการที่เริ่มหลุดเสียงหนุ่มใส่ทีมงาน     “ตำแหน่งเซ็นเตอร์ก็ถูกเปลี่ยนเป็นคุณซินดี้ค่ะ”     “อะไรนะ!”     “พี่ฉัตร พอเถอะค่ะ”    ธาริกาดึงแขนผู้จัดการที่ขยันสติหลุด ทีมงานคนนั้นไม่สนใจว่าทั้งสองจะโอเคหรือไม่เพราะอย่างไรเธอก็ไม่ได้มีหน้าที่สับเปลี่ยนใครหากไม่มีคำสั่งจากเจ้าของงานมาอีกที     “หลายทีแล้วนะอีซินดี้”     “พอเถอะพี่ฉัตร มันอยากเดินก็ให้มันเดิน เราได้เงินแล้วหนิ”     “แต่ถ้าได้ใส่ชุดไพลินนั่นนะ ช่างภาพเขาต้องสาดแฟลชมาที่เธอแน่นอน”    ฉัตรทองยังคงด้อยค่าเครื่องประดับที่ธาริกาจะได้ใส่มันอย่างไม่ลดละ     “เพื่ออะไร ค่าตัวก็เท่าเดิม ดีซะอีกทรายจะได้ไม่แสบตา”     “สองงานแล้วนะที่มันทำแบบนี้”     “ก็เขาเป็นลูกรักผู้ใหญ่นี่คะ”    คำพูดของดาราสาวทำเอาฉัตรทองน้อยใจ ที่ไม่มีคอนเนคชั่นอะไรเพื่อปกป้องเด็กของตัวเองได้เลย     “บางทีนะ เราอาจต้องพึ่งบารมีของคุณนาวิน”     “ไม่!”     “ทรายแก้ว ที่ซินดี้มันกร่างก็เพราะมันเป็นเด็กของคุณชาร์ล มันถือว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องมันน่ะสิ”     “งั้นพี่ฉัตรก็ติดต่อคุณชาร์ลอะไรนั่นให้ทรายสิคะ จะไปพึ่งนาวินทำไม”          “เออ เนอะ แกนี่ฉลาด” .....      ธาริกาในชุดเดรสเกาะอกยาวสีดำสนิทตัดกับผิวพรรณที่ขาวเปล่งปลั่งเดินนวยนาดส่งรอยยิ้มหยาดเยิ้มให้ช่างภาพได้เก็บภาพที่ดูดีทุกอิริยาบทของเธอ ชุดเครื่องประดับสีบุษราคัมไม่ใช่ชุดหลักที่งานตั้งใจโปรโมต แต่เมื่อมันอยู่บนลำคอระหงของธาริกาย่อมได้รับความสนใจท่วมท้น     “ชุดต่อไปนี้เป็นคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์วาราลักซ์ชัวรี่นะคะ ซึ่งนางแบบของเราในวันนี้ก็คือ..”     “คุณซินดี้ นางเอกชื่อดังที่สุดในตอนนี้นั่นเองค่ะ”    แสงแฟลชย้ายจากธาริกามาหาซินดี้อย่างที่ควรจะเป็น แต่มีสายตาจากดวงตาสีเทาคู่หนึ่งที่ยังไม่ได้ละไปจากเธอ     “ทรายแก้ว ธาริกาครับ”     “อืม” พรึ่บ     “ว๊าย!”    เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้น เมื่อธาริกาถูกนางเอกสาวเดินโชว์ชุดไพลินที่ไม่เคยมาซ้อมเดินบนเวทีเหยียบที่ชายชุดเดรสความยาวลากพื้นที่เธอสวม ส่งผลให้เมื่อเธอก้าวเดินเกาะอกบนตัวก็เลื่อนหลุดลงต่ำ ธาริกาต้องล้มตัวนั่งลงสองแขนบังช่วงตัวเพื่อไม่ให้เกิดความอนาจาร     “ซินดี้ไม่ได้ตั้งใจนะคะ”    ธาริกามองคนที่ทำเธอตาขวางพร้อมกับมือที่ยกขึ้นปิดสองอก รอเวลาทีมงานหรือผู้จัดการของเธอมาช่วยเหลือ     “อย่าถ่ายนะคะ ห้ามถ่ายนะ” พรึ่บ     ก่อนที่ฉัตรทองจะมาถึงตัวธาริกาก็มีเสื้อสูทตัวใหญ่มาปกคลุมเธอจากทางด้านหลัง หญิงสาวเงยหน้ามองคนที่ช่วยเหลือเธอแต่เขาดันไม่ใช่สักคนที่เธอคิด     “ขอบคุณนะคะ”     “คุณชาร์ล...”    เรียวคิ้วของธาริกาขมวดมุ่นที่ซินดี้เรียกชื่อเขาขึ้นมา     “ทรายแก้ว ตายแล้ว! ลุกขึ้นเดินไหวลูก”     “พี่ฉัตรมาพยุงทรายหน่อยค่ะ ข้อเท้าน่าจะเจ็บ”    ไม่ทันที่ฉัตรทองจะได้ทำหน้าที่นั้น ชายหนุ่มเจ้าของเสื้อก็อุ้มเธอออกไปจากหน้างาน     “นั่นคุณชาร์ลหนิ”     “ใช่ คุณชาร์ลจริง ๆ ด้วย”    เสียงพูดคุยไล่หลังหลังจากเกิดเหตุการณ์ชุลมุน ซินดี้ยังคงแสดงสีหน้ารู้สึกผิดต่อหน้าสื่อที่ทำธาริกาอับอาย     “ความผิดซินดี้เองค่ะ มันผิดคิว.. ซินดี้ขอโทษทรายแก้วผ่านพวกพี่ ๆ เลยแล้วกันนะคะ”     “อย่าร้องไห้ไปเลยครับ ทรายแก้วเขาแยกแยะได้อยู่แล้วเรื่องแบบนี้มันผิดพลาดกันได้”     แม้ภายนอกจะเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแต่ในใจเธอนั้นยิ้มกว้างอย่างสะใจ ส่วนเรื่องผู้ชายเดี๋ยวค่อยเคลียร์

บทที่ 2 ชาร์ล

ตอนที่2 ชาร์ล     ชาร์ลอุ้มคนเจ็บข้อเท้าตามหลังผู้จัดการของหญิงสาวเข้าไปในห้องแต่งตัว ก่อนจะวางเธอลงบนเก้าอี้อย่างเบามือ     “อยากไปโรงพยาบาลบอกได้นะ”     “ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ เสื้อของคุณ...”     “เก็บไปเถอะ”    หญิงสาวกับผู้จัดการของเธอลอบสบตากัน แม้ยังไม่เห็นป้ายก็รู้ว่ามันต้องตีตราแบรนด์ดังแน่นอน     “ขอบคุณคุณชาร์ลนะคะ ไม่อย่างนั้นทรายแก้วคงได้อับอายไปมากกว่านี้”     “นามบัตรอยู่ในกระเป๋าเสื้อ เผื่อมีปัญหาอะไร”    ธาริกามองนัยน์ตาสีเทาที่มองมายังเธออยู่พอดี ก่อนจะเป็นเธอที่หลบตาเขาไปเสียก่อน เลยไม่ได้เห็นสายตาและมุมปากที่เปื้อนยิ้มของเขา     “บุญพาวาสนาส่ง พูดถึงเขาก็ได้เจอเลย”     “เขาคือผู้ชายของซินดี้เหรอคะ”     “นังนั่นเป็นผู้หญิงของเขาต่างหากล่ะ”     “เขาใหญ่แค่ไหนคะ”     “ก็พอตัว แล้วข้อเท้าเป็นไง ไปหาหมอมั้ย”    ฉัตรทองก้มมองข้อเท้าของธาริกาที่เธอบอกว่าเจ็บ แต่ก็ไม่ทันได้สังเกตว่าเจ็บข้างไหน     “ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ ทรายแค่ไม่อยากเดินกลับเลยหลอกให้เขาอุ้มออกมา”     “หืม ฉลาดนะแก”    ธาริกาถอดเครื่องประดับสีเหลืองอำพันออกเตรียมส่งมันคืนให้ทีมงานเช็คก่อนกลับ สำหรับความวุ่นวายของคืนนี้เธอไม่ควรต้องรับรับผิดชอบหรือขอโทษใครเพราะความผิดนั้นมันเป็นของซินดี้ นางเอกจอมฉก แต่ขอโทษพร่ำเพรื่อไว้ก่อนนั่นแหละดี     “ทรายขอโทษคุณอีฟด้วยนะคะ ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น”    ธาริกายกมือขึ้นไหว้อาภาพรเจ้าของห้างเครื่องประดับแบรนด์ดังของไทย หญิงสาวที่ธาริกายกมือไหว้นั้นก็รู้ดีว่าหล่อนไม่ได้ตั้งใจ แถมเธอเองก็ยังย้ายธาริกาไปเดินชุดธรรมดาอีก     “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องมันเกิดไปแล้ว”     “ขอบคุณคุณอีฟมากเลยนะคะที่ยังเมตตาทราย สำหรับวันนี้ทรายรู้สึกผิดจริง ๆ ค่ะ”    อารยาพยักหน้าให้เธอส่ง ๆ อดหงุดหงิดไม่ได้ที่เกิดความผิดพลาดขึ้นในงาน     “ไป จะได้กลับไปนอนกันสักทีจะเช้าอีกแล้ว”     “พี่ฉัตรง่วงมั้ย ทรายขับให้ได้นะ”     “ไม่ง่วงหรอกซัดกาแฟมาแล้ว แกทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็งีบเถอะ”     “พี่ฉัตร”     “หืม”     “พรุ่งนี้ทรายมีงานที่ไหนนะคะ”     “มีอีเว้นท์งานนมเปรี้ยวที่ห้างไง แต่ไม่ต้องรีบตื่นเดี๋ยวฉันโทรปลุกตอนเก้าโมงเช้า”    ธาริกาที่ตาแทบปิดเต็มทีเพราะนอนน้อยมาหลายวันติดเดินตามแรงจูงของผู้จัดการไปราวกับเด็กน้อย โดยไม่รู้เลยว่ามีคนในรถหรูมองเธออยู่ทุกฝีก้าว     “คุณชาร์ลคะ..”     “ฉันไม่อยากได้ยินเสียงเธอ”    เสียงทุ้มต่ำพูดตอกหน้านางเอกสาวเจ้าน้ำตาเต็ม ๆ ซินดี้นั่งกอดอกอย่างไม่พอใจเมื่อรู้ว่าคนที่เขาตั้งใจมองคือธาริกา... .....     “ธาริกา เพียงตระกูล เข้าวงการตอนอายุ 19 ด้วยการชักชวนเข้าวงการจากฉัตรทองหรืออภิชาติ เธอมีชื่อเสียงจากการเล่นบทร้ายและฉากเรทอย่างถึงใจ เคยถูกปล่อยข่าวว่าในอดีตเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์และมีแม่เป็นผู้หญิงขายตัวแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ข่าวจากเธอแม้แต่ครั้งเดียว มีแค่นี้ครับ”     ชาร์ลฟังสิ่งที่เลขารายงานซึ่งเหมือนการอ่านประวัติคนเสียมากกว่า เขายกมือขึ้นให้ยุทธนาหยุดรายงานไว้เพียงเท่านั้น     “ติดต่อเธอไม่ใช่เรื่องยากครับคุณชาร์ล”     “รอฝั่งนั้นติดต่อมา”     “ครับ”    ยุทธนาเลขาท่าทางเฉิ่มเบ๊อะรับคำสั่งจากเจ้านายและกลับที่นั่งประจำตำแหน่งของตัวเองด้านหน้าของห้องทำงาน .....     ธาริกาตื่นก่อนที่ผู้จัดการของเธอจะโทรปลุก แม้ว่าร่างกายจะยังต้องการเวลานอนอีกนิดแต่เธอก็อยากตื่นมาดูข่าวที่ตัวเองเกือบจะเปลือยอกในงาน แต่น่าแปลกที่ไม่มีสำนักข่าวไหนเล่นข่าวนี้เลยทั้งที่มันควรจะเกิดความวุ่นวายได้แล้ว     “เส้นใหญ่จริง ๆ สินะ”    หญิงสาวที่ยังคงนอนอยู่บนที่นอนบ่นขึ้น เธอคิดว่าที่ข่าวเงียบคงเพราะซินดี้อยากให้ปิดข่าว ซึ่งมันแทบจะทำแบบนั้นไม่ได้เลย    “ชาร์ล เจนธนาวัตน์ นามสกุลไทย.. ลูกครึ่งเหรอ”    ความสงสัยเกิดหลังจากอ่านชื่อในนามบัตรที่มีอยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขาจริง ๆ ธาริกาคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลของเขา     ชาร์ล เจนธนาวัตน์ นักธุรกิจนำเข้าอัญมณีรายใหญ่ของไทย เขามีเชื้อสายไทย-อิตาลี่ โสด     “มีแค่นี้เองเหรอ”    หญิงสาวเข้าทุกเว็บไซต์ที่ปรากฏชื่อของเขา แต่ข้อมูลก็มีให้สืบเพียงเท่านี้จริง ๆ จะมีบอกเพิ่มแค่เขาอายุ 30 ปีนี้เท่านั้น     “แก่จัง”

บทที่ 3 นางร้ายที่ถูกรังแก

ตอนที่3 นางร้ายที่ถูกรังแก     สามวันต่อมา     ธาริกากอดอกมองนางเอกสาวด้วยสีหน้าบึ้งตึง เธอเสียเวลากับฉากจูบคู่พระนางของเรื่องมาเกือบชั่วโมง นางร้ายอย่างเธอที่รอเข้าไปจิกหัวตบจึงพลอยเสียเวลามักใหญ่     “คัท! เอาใหม่ ๆ!”     “ซินดี้ขอโทษพี่ ๆ นะคะ เลิฟซีนซินดี้ไม่ถนัดเลย”     “ไม่มืออาชีพ”    นางเอกสาวข่มอารมณ์เมื่อธาริกาว่าให้เธอโต้ง ๆ หากไม่ได้อยู่ในที่โจ่งแจ้งล่ะก็จะตบให้หายซ่าเลย     “พี่ขอล่ะครับซินดี้ เอาฉากนี้ให้ผ่านสักทีเถอะเดี๋ยวแสงหมดแล้วจะยุ่ง”     “ขอโทษพี่ ๆ นะคะ ซินดี้ขอเทคนี้อีกเทคเดียว”    สีหน้าไม่สบอารมณ์ของทีมงานทำให้นางเอกสาวเลิกยื้อเวลาได้ในที่สุด จนกระทั่งถึงฉากที่นางร้ายอย่างธาริกาเข้าไปจัดการกับภาพบาดตา     “กรี๊ด!”    ซินดี้ร้องออกมาด้วยความเจ็บที่เจ็บจริง ๆ ธาริกาขยุ้มเส้นผมของเธอเต็มแรงเหมือนตั้งใจ     “ม่าน! ปล่อยรดาเดี๋ยวนี้!”     “รักมันมากเหรอคะภพ ได้!” เพี๊ยะ!     ซินดี้ล้มไปกองกับพื้นหลังจากโดนตบจนหน้าหัน หญิงสาวกำมือแน่นอย่างเจ็บแค้นแต่วิญญาณนางเอกยังคงต้องอยู่เธอจึงต้องบีบน้ำตาออกมาเรียกคะแนนความสงสารจากคนดู     “ฮือออ พี่ม่านคะ อย่าทำกับรดาแบบนี้...”     “เสียดายที่คุณพ่อของฉันอุตส่าห์เก็บแกมาเลี้ยงดู แล้วแกทำกับผู้มีพระคุณอย่างนี้เหรอ!”     “หยุดนะม่าน!”     “พี่ม่าน ฮืออ รดาผิดไปแล้ว...”     “คัท! เก่งมาก”    ทีมงานนับสิบปรบมือให้กำลังใจนักแสดง ก่อนจะแยกย้ายกันเก็บข้าวของ     “อีทรายแก้ว!”     “อีซินดี้!”    ธาริกาสวนกลับนางเอกหน้าหวานทันทีเมื่อถูกทางนั้นเรียกด้วยคำหยาบ     “เอ่อ... เธอสองคนอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย คนเยอะแยะนะ”    ภาวัตน์พระเอกหนุ่มที่เป็นเหมือนคนกลางระหว่างสองสาวรีบห้ามก่อนจะเกิดเหตุวิวาท แน่นอนว่าคนที่กลัวเสียภาพลักษณ์คือนางเอกอย่างซินดี้ ส่วนธาริกานั้นมีข่าวแรง ๆ จนชิน     “มาค่าพี่ ๆ ทำงานเหนื่อย ๆ มารับแซนวิชไปทานกันนะคะ น้องทรายแก้วบอกให้ฉัตรซื้อมาฝากค่าาา”    ผู้จัดกาสาวแต่หุ่นล่ำหิ้วถุงแซนวิชมาเต็มสองมือตะโกนเรียกทีมงานอย่างร่าเริง ทุกคนที่รับของจากฉัตรทองล้วนหันมาขอบคุณธาริกากันทั้งสิ้น     “ขอบคุณน้องทรายนะคะ มีของกินมาให้พวกเราตลอดเลย”     “ช่วย ๆ กันค่ะ ทรายเห็นคนขายแซนวิชเขาน่าสงสาร พี่ ๆ ก็จะได้อิ่มกันด้วย”    ธาริกายิ้มเย้ยเมื่อเห็นนางเอกหน้าหวานกำลังเบะปากใส่เธอ ก่อนจะเดินควงแขนฉัตรทองออกมาอย่างอารมณ์ดี     “ไปเหมาของใครมาคะเนี่ย”     “แถว ๆ นี้แหละ พ่อค้าหล่อ”    หญิงสาวกับผู้จัดการของเธอหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ     “คืนนี้มีงานที่ไหนอีกนะคะทรายลืม”     “งานเลี้ยงที่โรงแรมวิลล์ไง ศูนย์รวมไฮโซเลยนะทรายแก้ว”    เท้าของธาริกาที่ก้าวเดินอยู่ชะงักกึกจนผู้จัดการของเธอต้องหยุดตาม     “กลัวเจอคุณมาวินเหรอ”     “ไม่ได้กลัว แต่เกลียดขี้หน้า”     “ชู่ว.. อย่าพูดดัง”    ฉัตรทองเหลือบมองซ้ายขวากลัวจะมีใครได้ยินคำพูดของหญิงสาว อย่างไรที่นี่ก็เป็นถิ่นของเขา     “อดทนนะลูกสาว อีกสองร้อยกว่าวันก็หลุดพ้นแล้ว” .....    งานฉลองอะไรสักอย่างของเจ้าของช่องถูกจัดขึ้นในโรงแรมวิลล์ ซึ่งเพียงแค่มีเงินก็ไม่สามารถเหมาปิดที่นี่ได้ แต่ต้องมีความน่ายำเกรงมากพอจนคณะกรรมการจัดการโรงแรมอนุมัติ     “ฉลองครบรอบ 25 ปีของช่องนี่เอง”    ธาริกาพูดขึ้นเมื่ออ่านป้ายไวนิลที่อยู่บนเวที เหมือนว่าผู้จัดการของเธอจะบอกแล้วรอบหนึ่งแต่เธอลืม     “มางานเลี้ยงมีระดับแบบนี้แกอย่าลืมตัวไปนั่งตักแขกเขาล่ะ ที่นี่ไม่ใช่ซ่อง”    ธาริกากรอกตาถึงสองตลบ เธอยืนอยู่เฉย ๆ ก็มีเรื่องมาหา แต่ข่าวชอบลงว่าเธอหาเรื่อง     “เคยมาจากซ่องหรือเปล่าคะ ถึงได้รู้”     “แกน่ะมาจากซ่อง ทรายแก้ว!”    พิมมาดาเพื่อสนิทของซินดี้ยังคงดูแคลนเธอไม่เลิก แม้ว่าจะพยายามนิ่งแล้ว     “อืม จบแล้วก็เลิกเห่าสักที”     “ฉันจะให้คุณป้าถอดแกออกจากละครทั้งหมดเลยคอยดู”      “...”    พิมมาดาว่าทิ้งท้ายก่อนจะปลีกตัวออกเมื่อสู้ฝีปากธาริกาไม่ไหวแน่ นางร้ายสาวได้แต่ข่มความอัดอั้นไว้ในใจ นี่คือสิ่งที่ที่คิดว่าใหญ่โตเหนือคนอื่นทำมันกับเธอตลอดเวลาที่โลดแล่นอยู่ในวงการ ‘เธอถูกเกลียดจากเหตุผลใดก็ยังไม่เคยได้รู้’     กลิ่มน้ำหอมของพิมมาดายังไม่ทันจางธาริกาก็มองเห็นมาวินเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นทุกที แม้ตรงนี้คนพลุกพล่านแต่การไม่สนธนากับเขาน่าจะดีที่สุด     “จะหนีไปไหนล่ะ”     “...”    ธาริกาไม่ตอบแต่หลุบสายตาลงมองข้อมือของตัวเองที่ถูกเขาคว้าไว้     “ปล่อยค่ะ เดี๋ยวนักข่าวเห็น”     “อย่าผยองกับฉันให้มากนะทรายแก้ว”    เขาไม่ปล่อยแถมยังออกแรงบีบเธอจนเจ็บ ก่อนจะเริ่มสังเกตว่าที่นี่ไม่มีนักข่าวแม้แต่คนเดียวมี แล้วเธอจะรอดไปได้อย่างไรล่ะคราวนี้     “ทรายไม่ได้ผยองนะคะ”     “หรือที่ฉันดีลไปเดือนละห้าแสนมันไม่พอใจเธอ”     “...”    หญิงสาวเริ่มจะเก็บความอัดแน่นในใจไม่ไหวอีกต่อไป เธออยากจะตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายไปว่าไม่ได้ขายตัว ยิ่งเขาส่งเลขาติดต่อมาซ้ำ ๆ มันยิ่งสั่งสมให้เธอเกลียด     “คิดว่าตัวเองมีค่ามากกว่านั้นงั้นสิทรายแก้ว”     “เปล่าค่ะ ทรายแค่ไม่ได้ใช้วิธีนั้นหาเงิน”     “หึ แม่ก็ขายตัว ลูกจะสูงส่งได้สักแค่ไหน” พรึ่บ     ธาริกาดึงมือคืนอย่างไม่ไว้หน้าเขาอีกต่อไป และสิ่งที่เขาพูดถึงจะเป็นเรื่องจริงก็ไม่มีสิทธิ์มาดูถูกเธอ มันคนละคน     “กล้ามากนะที่สะบัดสะโบกใส่ฉันแบบนี้”    นางร้ายสาวเลือกจะเดินหนีหลีกเลี่ยงการปะทะคารมแต่ก็เหมือนจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ซ่า!     น้ำสีแดงเย็นเฉียบสาดมาเต็มกลางหลังของร่างบาง ธาริกาหลับตาข่มอารมณ์แต่เธอนับหนึ่งได้ถึงสามเท่านั้น ซ่า!     “เฮ้ย! ทรายแก้ว!”    มาวินร้องเอ็ดเมื่อเขาถูกเธอเอาคืนด้วยการสาดไวน์ใส่เข้าที่หน้า ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็รับรู้ถึงวิบากกรรมในวงการบันเทิงของธาริกาแล้ว     “นางนั่นคิดว่าตัวเองวิเศษมาจากไหนถึงได้ปฏิเสธพี่วินอย่างนั้น”     “คุณมาวินสนใจมันด้วยเหรอ”    ซินดี้ถามเพื่อนสนิทของเธอที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับมาวิน     “ก็ใช่น่ะสิ เลขาพี่วินรายงานให้คุณป้าฟังว่าติดต่อให้ค่าเลี้ยงดูมันนะ แต่มันเล่นตัว”    นางเอกสาวยืนมองหายนะของธาริกาอยู่ไม่ไกล มีเรื่องกับใครไม่มี     “เธอจบแน่ ทรายแก้ว!”    มาวินพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินหนีสายตาที่มองมาทำให้เกิดความอับอายเพราะถูกยายดาราหน้าเหวี่ยงสาดน้ำเมาใส่หน้า ส่วนธาริกาก็เดินออกจากงานอีกทางหนึ่งเตรียมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ผู้จัดการร่วมปวดหัวไปกับเธอ

อ่านต่อ