เพลิงรักหมอกานต์
บทที่ 1 ของขวัญ

“เฮ้ย ไอ้กานต์พรุ่งนี้วันเกิดมึงพวกเราไปฉลองกันหน่อยไหมวะ” เด็กหนุ่มหัวเกรียนสวมกางเกงขาสั้นสีกากีถามเพื่อนที่แต่งกายคล้ายๆ กัน “ปีนี้บ้านกูจะจัดงานวันเกิดให้พวกมึงไปกันไหม” ธีรกานต์หรือกานต์ตอบเพื่อน “กูอยากไป แต่ขอผ่าน” ภัทรดนัยหรือมิกซ์ตอบเป็นคนแรก “กูก็เหมือนกัน” กอล์ฟหรือชวพลตอบตามมาอีกคน “ทำไมวะ หรือพวกมึงกลัวพ่อกู พ่อกูก็แค่หน้าดุแต่ใจดี” “กูไม่ได้กลัวพ่อมึงแต่กูกลัวอดแดกเหล้า” “ไม่อดหรอกพ่อกูไม่ว่าเรากินกันได้เลย” ธีรกานต์รีบบอกเพราะอยากให้เพื่อนมาฉลองวันเกิดด้วยกันที่บ้านของตนเอง “พ่อมึงอาจจะไม่ว่าแต่กูกลัวแม่มึงจะบอกแม่พวกกูน่ะสิ ยิ่งช่วงหลังมานี่สนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม” “เออกูเห็นด้วยกับไอ้โก้นะ แม่พวกเรามีอะไรก็คุยกันในกลุ่มไลน์ตลอด” ชวพลก็เห็นด้วยกับเพื่อน “มึงไม่น้อยใจใช่ไหมที่พวกกูไม่ไป” โกสินทร์ถาม “ไม่หรอกกูก็แค่อยากฉลองกับพวกมึงเพราะไม่รู้ไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้เจอกันครบไหม” “มึงไปฉลองกับครอบครัวก่อนพวกกูรอได้” ภัทรดนัยเข้าใจดีเพราะตอนวันเกิดของตนเองก็อยู่ฉลองกับบิดามารดา “พวกมึงรอวันศุกร์ได้ไหมเดี๋ยวกูพาพวกมึงไปฉลอง จะไปร้านไหนว่ามาเลย” “ใครเขาจะให้เด็กอย่างพวกเราเข้า กูว่าไปบ้านไอ้มิกซ์ดีกว่า” “ทำไมต้องเป็นบ้านกูด้วยวะไอ้กอล์ฟ” เจ้าของบ้านถามเพราะบ้านของเขานั้นอยู่ไกลจากบ้านคนอื่น “ก็บ้านมึงไม่มีพ่อแม่อยู่ไง ทางสะดวกพวกเราจะเมาแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า” ชวพลตอบให้หายสงสัย “กูเห็นด้วย” โกสินทร์ก็เห็นด้วยอีกคน “ตกลงไปบ้านไอ้มิกซ์นะกูจะได้เตรียมชุดไปนอนด้วยเลย” “บ้านกูก็ได้พวกมึงจะกินอะไรกันบ้างกูจะสั่งร้านหน้าปากซอยให้” “เอาอะไรก็ได้พวกกูกินง่าย” “ส่วนเหล้าเดี๋ยวกูให้พี่วินไปซื้อให้” โกสินทร์โก้ที่ใช้บริการวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเสนอขึ้นเพราะเขาอายุยังไม่ถึง 18 ปีจึงไม่มีร้านไหนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ “มึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดไหม พวกกูยังไม่รู้ซื้ออะไรเลย” “ไม่ล่ะ แค่ได้อยู่กับพวกมึงก็โอเคแล้ว” ครอบครัวของเขามีฐานะดีอยู่แล้วจึงไม่เคยขาดอะไร ธีรกานต์เลยไม่อยากอะไรเพราะแค่เพื่อนจำวันเกิดเขาได้มันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับตนเองแล้ว “มึงจะไปถามมันทำไมวะ อย่างไอ้กานต์พรุ่งนี้ก็มีของขวัญมาวางที่โต๊ะเพียบทั้งรุ่นเดียวกันทั้งรุ่นน้องไหนจะสาวจากต่างโรงเรียนอีก” “นั่นสิ เกิดเป็นไอ้กานต์นะโชคดีชะมัด รูปหล่อพ่อรวย” “ไม่ว่าเทศกาลไหนมันก็ได้ของขวัญเยอะตลอด แต่กูก็ไม่เห็นว่ามันจะเอากลับบ้าน ลำบากพวกกูต้องแอบเอากลับ” “แต่ก็ดีนะ พวกกูจะได้เอาไปให้สาวโรงเรียนอื่น” “ไม่รู้ปีนี้สาวๆ จะให้อะไรมึงอีก ปีสุดท้ายแล้วคงได้เยอะแน่ๆ” “กูอยากได้เป็นพวกของกินข้าง นี่มีแต่ตุ๊กตาตลอด” “ของฟรีมึงอย่าบ่นเลยไอ้โก้ ไอ้กานต์มันยังไม่เคยบ่น” “มันไม่บ่นแต่มันก็ไม่เคยเอากลับบ้าน” เพื่อนของเขาพูดถูกเพราะของขวัญเหล่านั้นเขาไม่เคยอยากได้แต่ที่ต้องไว้ก็เพราะไม่อยากให้ใครต้องเสียน้ำใจ ธีรกานต์กลับมาถึงบ้านและทานอาหารเย็นกลับครอบครัวแล้วก็มานั่งที่ห้องนั่งเล่นอย่างเคยเพราะเวลานี่เป็นเวลาที่ครอบครัวของของเขาต้องอยู่กันพร้อมหน้า บ้านหลังนี้อยู่กันหลายคนทั้งบิดามารดาน้องชายนอกจากนั้นก็ยังมีเด็กรับใช้ แม่ครัว คนขับรถและคนสวนอีกหนึ่งคน คุณเอกวิทย์บิดาของเขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่ตอนนี้กำลังจะขยายไปตามเมืองใหญ่นอกกรุงเทพ ส่วนคุณรัตนาก็ช่วยทำงานอยู่ในฝ่ายบริหาร ธีรกานต์มีน้องชายอยู่คนหนึ่งซึ่งมีอายุห่างจากเขา 4 ปี ทั้งสองสนิทกันมากเพราะเป็นผู้ชายเหมือนกัน “พรุ่งนี้ก็วันเกิดลูกแล้ว ปีนี้แม่จะไม่ซื้อของขวัญให้นะ แต่แม่จะให้เงินกานต์แล้วให้กานต์ไปซื้อเอง แม่ไม่ค่อยเข้าใจวัยรุ่นเท่าไหร่กลัวจะไม่ถูกใจ” เพราะเห็นว่าลูกชายอายุ 18 ปีแล้วจึงอยากให้เขาไปซื้อของที่ต้องการเอง “แม่ครับ ถ้าถึงวันเกิดผม แม่ก็จะให้เงินผมแบบนี้ใช่ไหมครับ” พีรกันต์น้องชายของเขารีบถามขึ้นเพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเกิดของตนเองเช่นกัน “รอให้อายุ 18 เท่าพี่เขาก่อนแล้วแม่จะให้เงินกันต์ไปซื้อของนะ” “อีกตั้ง 4 ปีนะครับแม่ ผมขอก่อนไม่ได้เหรอ” “ไม่ได้จ้ะ แม่ให้พี่เขาตอน 18 ลูกก็ต้องได้ตอน 18 เหมือนมันยุติธรรมดีแล้ว” “อีกตั้ง 4 ปี” เด็กหนุ่มทำหน้าเซ็ง “พ่อว่าปิดเทอมนี้กานต์ไปสอบใบขับขี่รถยนต์ได้แล้วนะเปิดเทอมจะได้ขับรถไปเรียน แล้วอยากได้รถยี่ห้อไหนก็เลือกมาเดี๋ยวพ่อจะให้เลขาจัดการให้” “อายุ 18 นี่ได้รถด้วยเหรอครับพ่อ” คนที่ตื่นเต้นไม่ใช่คนได้รถแต่เป็นพีรกันต์ “ก็ใช่น่ะสิ เรียนจบม.6พี่เขาก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัยมันมีกิจกรรมที่ต้องทำเอารถไปเรียนเองจะสะดวกกว่า” “ถ้าผมเรียนจบก็จะได้เหมือนกันใช่ไหมครับพ่อ” เด็กหนุ่มตื่นเต้นแม้ว่าตอนนี้จะยังขับรถไม่เป็นก็ตาม “แต่ต้องสอบใบขับขี่ให้ผ่านนะพ่อถึงจะซื้อให้” “ครับพ่อ/ครับ” ลูกชายทั้งสองตอบพร้อมกัน “พรุ่งนี้เพื่อนของกานต์จะมาด้วยไหม” “ไม่มาครับแม่ แต่ผมขอไปฉลองกับเพื่อนเย็นวันเสาร์นะครับแล้วก็ค้างที่บ้านไอ้มิกซ์หนึ่งคืน” “ได้สิ จะซื้ออะไรไปฉลองบ้างมาเอาเงินที่แม่นะ” “ครับ” “พี่กานต์ผมขอไปด้วยได้ไหม” “เด็กอย่างนายไม่เกี่ยว” “แม่ครับผมว่าพี่เขาต้องแอบไปกินเหล้ากันแน่เลยถึงไม่ยอมให้ผมไปด้วย” “พี่เขาโตแล้วจะกินเหล่าก็ไม่แปลกหรอก แต่กินแล้วอยู่แต่ในบ้านนะอย่าออกมาข้างนอก ถ้าไปกินแล้วมีเรื่องขึ้นมาพ่อจะไม่ให้ออกไปไหนอีกเลย” “รับรองไม่มีปัญหาครับ ผมขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะครับพรุ่งนี้มีเทสย่อย” “เดี๋ยวสิกานต์” “ครับแม่” “พรุ่งนี้แม่จะจัดงานวันเกิดของเราพร้อมกับน้องเอวานะ” “ยังเด็กข้างบ้านเหรอครับ ทำไมต้องจัดพร้อมกันด้วย” “ก็น้องเขาเกิดวันเดียวกับกานต์แม่ว่าจัดไปพร้อมกันเลยจะได้ครึกครื้นหน่อยกานต์ไม่มีปัญหาใช่ไหม” “ไม่มีหรอกครับขอแค่อย่ามางอแงจนหมดสนุกก็พอ” “น้องไม่เคยงอแงเลยแม่ว่าน้องน่ารักดีนะ กานต์อย่าลืมหาของขวัญวันเกิดให้น้องด้วยนะ “ครับแม่” ธีรกานต์รับคำก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านซึ่งเป็นห้องนอนของตนเอง

บทที่ 2 เยอะกว่าใคร

ธีรกานต์มาถึงโรงเรียนก็พบว่าบนโต๊ะของตนเองนั้นมีของขวัญอยู่เต็มไปหมดมีทั้งตุ๊กตา ดอกไม้ หนังสือการ์ตูนการ์ดอวยพรและเค้กวันเกิดก้อนเล็กๆ อีกหลายก้อนซึ่งเขาก็แบ่งให้เพื่อนและอาจารย์ทานจนไม่เหลือกลับบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติแต่ที่แปลกไปจนเพื่อนต้องมองหน้ากันด้วยความสงสัยก็คือปีนี้เขาบอกว่าจะเอาตุ๊กตาเหล่านั้นกลับไปที่บ้านด้วย “มึงไม่สบายหรือเปล่าวะกานต์” โกสินทร์ถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง “สบายดี ถามทำไมวะ” “ก็ปกติมึงไม่ชอบตุ๊กตา” “กูเอาไปให้เด็กข้างบ้าน” “หลังที่มึงบอกว่าเพิ่งย้ายมาอยู่เหรอ” “อือ หลังนั้นแหละน้องเขาเกิดวันเดียวกับกูพอดี” “เด็กผู้หญิงเหรอ” “อือ” “สงสัยจะเป็นเนื้อคู่มึงแน่เลยวะเกิดวันเดียวกัน” ภัทรดนัยพูดแล้วก็หัวเราะ “มึงก็พูดเรื่อยน้องตัวกะเปี๊ยกเดียวเอง” “เด็กผู้หญิงโตวัยนะเว้ย เผลอแป๊บเดียวเป็นสาวแล้วนะ ถ้าสวยมึงก็จองไว้ก่อนเลย” “มึงก็ช่างจะคิดนะไอ้โก้” ธีรกานต์ส่ายหัวกับความคิดของเพื่อน จากนั้นเพื่อนของเขาก็ช่วยกันถือตุ๊กตามาส่งที่รถซึ่งมาจอดรออยู่ก่อนแล้ว “พวกมึงไม่ไปแน่นะ” เขาถามย้ำอีกครั้ง “ไม่ล่ะ เจอกันเสาร์นะ” “อือ” เขาบอกเพื่อนก่อนจะปิดประตูรถ งานวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นบริเวณสนามหน้าบ้านของธีรกานต์ แขกที่มาร่วมงานก็มีแต่ครอบครัวของเพื่อนบ้านไม่กี่หลัง หลังทานอาหารแล้วก็ถึงขั้นตอนของการเป่าเค้ก ธีรกานต์ยืนคู่กับเด็กหญิงตัวเล็กที่ต้องเอาเก้าอี้มายืนเพื่อให้ความสูงเท่ากัน พอเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์จบเด็กหญิงก็เปาเค้กก้อนของตนเองจนเทียนดับจากนั้นเธอก็หันไปมองหน้าธีรการต์แล้วยิ้มก่อนจะเป่าเทียนจากเค้กของเขาจนดับ เสียงหัวเราด้วยความเอ็นดูของผู้ใหญ่ทำให้เด็กหญิงวัยหกขวบยิ้มด้วยความดีใจ “เอวา ไปเป่าของพี่เข้าทำไม” มารดาของเด็กน้อยพูดด้วยความตกใจ เด็กน้อยหน้าเสียและกำลังจะร้องไห้เพราะโดนดุ “ไม่เป็นไรครับอา” ธีรกานต์รีบบอกเพราะเขาไม่ชอบเห็นใครร้องไห้โดยเฉพาะเด็ก “ขอบใจนะกานต์ที่ไม่โกรธน้อง” “หนูเอวาน่ารักแบบนี้ใครจะโกรธลงล่ะใช่ไหมกานต์ “ครับแม่” เด็กหนุ่มยิ้มแต่ไม่ใช่เพราะใจดีแต่เพราะการเป่าเค้กมันไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเท่าไหร่ “พี่กานต์ใจดีที่สุดเลยคะ ปีหน้าเอวาขอเป่าเค้กพร้อมพี่กานต์อีกได้ไหมคะ” “ได้สิ ป้าว่าเราจัดพร้อมกันแบบนี้ทุกปีเลยดีไหมคะ” “ดีค่า เอวาชอบที่สุดเลย” เด็กหญิงดีใจเพราะเธอชอบที่มีคนมาร่วมงานเยอะแบบนี้ซึ่งแต่ก่อนก็จะเป่าเค้กกันแค่สามคนพ่อแม่ลูกเท่านั้น ผู้ใหญ่ต่างพากันอวยพรและมอบของขวัญให้กับทั้งสองคน เอวาริณยิ้มแป้นเมื่อได้ของขวัญมากจนถือเองไม่ไหว “พี่กานต์ขาเอวามีของขวัญให้พี่กานต์ด้วยค่ะ แม่บอกว่าวันนี้ก็วันเกิดพี่กานต์เอวาก็เลยซื้อมาจากโรงเรียนค่ะ” เด็กหญิงหยิบอมยิ้มที่เอาเงินค่าขนมไปซื้อจากโรงเรียนมาส่งให้เขาพร้อมกับยิ้มจนตาหยี “ขอบใจนะ” เขารับไว้แล้วหย่อนลงกระเป๋ากางเกง “กานต์ล่ะมีของให้น้องไหม” มารดากระซิบถามเพราะไม่เห็นลูกชายถืออะไรติดมือมาเลย “มีสิแม่แต่อยู่ในรถ” “ก็รีบไปเอามาสิ คนอื่นเขาให้กันหมดแล้วนะ” “ครับแม่” ธีรกานต์เดินมาที่รถและกลับไปที่บริเวณสนามหน้าบ้านพร้อมกับตุ๊กตาสี่ตัวซึ่งเขาได้มาจากสาวๆ ที่โรงเรียน เด็กหนุ่มรู้สึกผิดที่ตนเองไม่ได้ซื้อของขวัญให้กับเอวาริณในขณะเด็กน้อยซื้อให้ตนเองแม้จะเป็นแค่อมยิ้มก็ตาม “ให้เอวาหมดเลยเหรอคะพี่กานต์” “ใช่สิ ให้หมดเลย” “พี่กานต์ใจดีจังค่ะ เอวารักพี่กานต์ที่สุดเลย” เด็กหญิงให้มารดาของตนเองถือตุ๊กตาไว้จากนั้นตัวเองก็กระโดดกอดพี่ชายข้างบ้านด้วยความดีใจจนอีกฝ่ายแทบจะล้ม “ตัวหนักเหมือนกันนะเอวาหนักเท่าไหร่แล้ว” เด็กหนุ่มถามคนตัวเล็กที่เขาอุ้มอยู่ “25 กิโลแล้วค่ะ เอวาน้ำหนักเยอะกว่าเพื่อนผู้หญิงหลายคนเลยค่ะ” เด็กหญิงตัวกลมบอกด้วยความภาคภูมิใจทำให้ผู้ใหญ่ที่ฟังอยู่ยิ้มให้กับความไร้เดียงสา “ถึงว่าละพี่ชักจะเมื่อยแล้ว” “พี่กานต์เมื่อยเหรอคะ ทำไมพ่อยังอุ้มเอวาได้ตั้งนานไม่บนว่าเมื่อยเลย” “เพราะพ่อของเอวาอุ้มหนูจนชินค่ะเลยไม่เมื่อยแต่พี่กานต์ไม่เคยอุ้มก็เลยเมื่อยแม่ว่าหนูลงมาเถอะนะคะ” “อ๋อ เอวาเข้าใจแล้ว ต่อไปพี่กานต์ต้องอุ้มเอวาบ่อยๆ นะคะจะได้ไม่เมื่อยเหมือนคุณพ่อ” เอวาริณพูดกับเด็กหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่ถูกเพราะเขาไม่คิดว่าจะอุ้มเด็กหญิงตัวกลมคนนี้อีกแน่ “ถ้าหนูอยากให้พี่กานต์อุ้มบ่อยๆ หนูก็ต้องมาเล่นที่บ้านป้าบ่อยๆ” “ได้ค่า เอวาจะไปเล่นกับพี่กันต์และพี่กานต์ที่บ้านคุณป้าทุกวันเลย” เธอดีใจเพราะปกติอยู่ที่บ้านก็เล่นกับมารดาแค่สองคน เอวาริณกลับมาที่บ้านของตนเองพร้อมกับของขวัญอีกมากจนธีรกานต์และน้องชายต้องพากันถือมาส่งที่บ้าน “ขอบคุณค่า พี่กันพี่กานต์” “พี่ไปนะ พรุ่งนี้เย็นไปหาพี่ที่บ้านนะ” พีรกันต์บอกเพราะช่วงเย็นเขาก็จะเหงาอยู่ที่บ้านคนเดียวการมีเอวาริณไปเล่นด้วยก็ทำให้คลายเหงาไปบ้าง พอพี่ชายข้างบ้านกลับไปแล้วเอวาริณก็เริ่มจะง่วงนอนเพราะปกติแล้วเด็กหญิงจะเข้านอนไม่เกินสองทุ่มครึ่ง “แม่ขาเอวาขอเอาตุ๊กตาขึ้นไปนอนด้วยได้ไหมคะ” “ได้สิ หนูจะเอาตัวไหนไปล่ะคะ” “ขอเอาไปหมดเลยได้ไหมคะ” “เอาตุ๊กตาไปเยอะขนาดนี้แล้วหนูจะนอนตรงไหนล่ะ แม่ว่าเลือกสองตัวไปนอนด้วยแล้วที่เหลือก็เก็บเข้าตู้ดีไหม” “น้องจะเสียใจนะคะถ้าต้องอยู่ในตู้” “เราสลับกันออกมาดีไหมค่ะ” “ยังไงคะ” “คืนนี้หนูเอาน้องสองตัวไปนอนด้วยก่อน พอครบหนึ่งอาทิตย์ก็เอาน้องที่อยู่ในตู้ออกมาวนไปแบบนี้เรื่อยๆ น้องแต่ละตัวก็จะได้ไม่เหงา” “เอวาขอเอาไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนได้ไหมคะ” “ได้สิคะ แต่ถ้าเอาไปแล้วต้องแบ่งให้เพื่อนๆ เล่นด้วยนะคะ” “ไม่เอาค่ะ” “ทำไมล่ะคะ” “ก็บุ้งกี๋เอาไปเล่นที่โรงเรียนแล้วเพื่อนแย่งกันเล่นตุ๊กตาของบุ้งกี๋ตัวดำปี๋เลยค่ะ เอวาไม่อยากให้น้องตุ๊กตาของเอวาตัวดำ” “ถ้าเราเอาไปที่โรงเรียนก็ต้องแบ่งเพื่อนค่ะ” “เอวาเปลี่ยนใจแล้วค่ะ ไม่เอาไปดีกว่าแต่ขอเอาน้องนั่งรถไปโรงเรียนด้วยได้ไหมคะ” “ได้ค่ะ ทีนี้ก็เลือกมาเลยค่ะว่าตัวไหนจะได้ไปอยู่บนเตียง ตัวไหนใส่ตู้และตัวไหนจะได้ขึ้นรถไปโรงเรียน” “พ่อขา เอวาเอาตัวนี้นั่งรถไปโรงเรียนพรุ่งนี้คุณพ่อเอาใส่รถให้เอวานะคะ” “ได้จ้ะ” พอบิดาตกลงเด็กสาวก็ยอมเดินตามมารดาขึ้นมายังห้องนอนขณะที่กำลังอาบน้ำเธอก็ชวนมารดาคุยไปด้วย “แม่ขาพี่กานต์ใจดีมากๆ เลยค่ะให้ตุ๊กตาเยอะเลยเอวาชอบทุกตัวพี่เขาใจดีที่สุดเลยค่ะ” “พี่เขาใจดีกับหนู หนูก็ต้องทำตัวน่ารักๆ อย่าดื้ออย่าซนเวลาไปที่บ้านก็อย่ากวนพี่เขามากนะคะ” วาสิการ์เตือนลูกสาวเพราะเอวาริณชอบไปเล่นที่บ้านนั้นบ่อยๆ “เอวาไปเล่นกับพี่กันต์ค่ะ” “แล้วพี่กานต์ไม่มาเล่นด้วยเหรอคะ” “ไม่ค่ะ คุณป้าบอกว่าพี่กานต์อ่านหนังสือ แต่หนูอยากเล่นกับพี่กานต์บ้าง” เพราะคิดว่าได้ของขวัญจากธีรกานต์เยอะก็เลยอยากจะผูกมิตรด้วย

บทที่ 3 พี่ชายใจดี

งานวันเกิดถูกจัดขึ้นขึ้นพร้อมกันทุกๆ ปี ถึงแม้ธีรกานต์จะไปอยู่ที่หอพักระหว่างเรียนแพทย์เขาก็ถูกบังคับให้กลับมาฉลองวันเกิดที่บ้านและก็เป็นเช่นเคยที่เขาจะมีของขวัญมาให้กับเด็กน้อยตลอด แม้ช่วงหลังจะเรียนและทำงานอย่างหนักเขาก็โอนเงินให้เธอไปเลือกซื้อของขวัญเอง ตอนนี้เอวาริณโตขึ้นกว่าเดิมมากและไม่ใช่เด็กน้อยที่เขาอุ้มได้อีกต่อไปแล้ว ธีรกานต์เรียนจบแพทย์และกำลังใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัดขณะที่เอวาริณก็เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว “พี่กานต์จะอยู่กรุงเทพกี่วันคะ” “อยู่ถึงวันอาทิตย์” “เช้าวันเสาร์พี่กานต์พาเอวาไปกินไอติมได้ไหมคะ เอวาชวนพี่กันต์แล้วพี่กันต์ไม่ว่าง” “แล้วทำไมพี่ต้องไปกับเธอด้วยล่ะ” “ก็พี่กานต์เป็นคนใจดีที่สุด เอวาจะให้พี่กานต์ไปเลือกของขวัญวันเกิดด้วยค่ะ เอวาเก็บตังไว้แล้ว” “พี่ไม่อยากได้อะไรหรอก เอวาเก็บเงินไว้เถอะ” “แต่เอวาตั้งใจแล้วนี่คะ” “เรายังเรียนอยู่เลยนะ” “ไม่ซื้อของขวัญให้ก็ได้ค่ะ แล้วเรื่องไปกินไอติมล่ะคะ พาเอวาไปหน่อยนะ เอวาอยากกินจริงๆ” ตั้งแต่เขาไปเรียนเด็กสาวก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนกับเขาเหมือนแต่ก่อนพอมีโอกาสก็เลยอยากจะอ้อนพี่ชาย “ก็ได้ แต่ต้องรีบไปรีบกลับนะ ตอนเย็นเราต้องกลับมางานวันเกิด” “ได้ค่ะ เอวาเรียนพิเศษเลิกเที่ยงพี่กานต์ไปรับที่โรงเรียนได้ไหม เรียนเสร็จก็ไปกินไอติมกันเลย” เธอวางแผนอย่างเสร็จสรรพเพราะนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ออกไปกับธีรกานต์ “แล้วเรียนที่ไหนล่ะ” “สยามค่ะ” “อือ” เช้าวันเสาร์ธีรกานต์และเอวาริณตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อมาตักบาตรหน้าบ้านจากนั้นเด็กสาวก็ไปเรียนพิเศษขณะที่ชายหนุ่มก็นอนพักอยู่บ้านจนกระทั่งถึงเวลาไปรับเอวาริณ “ไม่ต้องรีบกลับนะกานต์ งานเริ่มหกโมงเย็น พาน้องไปเดินเที่ยวให้สนุก ถ้าน้องอยากได้อะไรก็ซื้อให้น้องด้วยนะ” มารดาของชายหนุ่มสั่ง “ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ต้องตามใจเอวาตลอด” ภาพที่ธีรกานต์จำได้คือมารดาของตนเองนั้นรักและตามใจลูกสาวของเพื่อนบ้านคนนี้มาก “ก็หนูเอวาน่ารักช่างอ้อน อีกอย่างก็นานแล้วนะที่กานต์ไม่ได้พาน้องออกไปเที่ยว” “ผมต้องทำงานนี่ครับแม่” “แม่ถึงบอกไงล่ะว่าวันนี้มีเวลาก็พาน้องเที่ยวด้วยอีกหน่อยถ้าเรียนเฉพาะทางเราคงยุ่งกว่านี้” ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังเป็นแพทย์ใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐบาลและวางแผนเอาไว้ว่าใช้ทุนจนครบแล้วจะเรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง “ก็ได้ครับ แม่อยากได้อะไรไหมผมจะซื้อมาฝาก” “ถ้านึกออกแม่จะโทรไปบอกจ้ะ กานต์รีบไปเถอะเดี๋ยวน้องจะรอนาน” “ครับแม่” “นัดเจอกันที่ไหนน้องได้บอกหรือเปล่า” “หน้าโรงเรียนครับแม่” “ไปกับน้องก็อย่าทำหน้าบึ้งนะเดี๋ยวน้องจะไม่สนุก” “หน้าผมก็เป็นแบบนี้ตลอด” “แม่รู้แต่ก็อยากให้เรายิ้มบ้าง ลูกชายของแม่เวลายิ้มแล้วหล่อมาก” “แล้วปกติไม่หล่อเหรอครับแม่” “ปกติก็หล่อแต่มันไม่มีเสน่ห์แล้วสาวๆ ที่ไหนเขาจะกล้าเข้าใกล้ ตั้งแต่เลิกกับแฟนคนสุดท้ายก็เกือบสองปีแล้วนะที่ลูกชายแม่โสด” “ก็ช่วงนี้งานผมยุ่งครับแม่ จะเอาเวลาที่ไหนไปจีบสาว รอเรียนจบเฉพาะทางผมคงมีเวลามากกว่านี้” “กว่าจะเรียนจบก็สามสิบกว่าแล้วนะกานต์แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลานกับเขาสักทีล่ะ” “แม่ก็ลองถามนายกันต์ดูสิครับ ผมว่าถ้าแม่บอกเขาก็คงพร้อมที่จะมีแน่ๆ” ธีรกานต์หมายถึงพีรกันต์น้องชายของตนเองที่ตอนนี้กำลังคบหาอยู่กับแฟนสาว “แม่ไม่อยากจะหวังหรอกนะกานต์น้องชายเราเจ้าชู้อย่างนั้นแม่ไม่เห็นจะจริงจังกับใครสักคน” “มันก็ต้องมีสักคนที่นายกันต์อยากใช้ชีวิตด้วย ผมว่าแม่ต้องให้เวลาพวกผมหาคนที่เหมาะสม” “แม่ให้เวลาถึงอายุ 30 นะกานต์ถ้าเกินนี้แม่จะหาผู้หญิงให้” มารดาของชายหนุ่มยื่นคำขาดเพราะบรรดาเพื่อนของตนเองนั้นมีหลานให้อุ้มกันแล้ว “ขอ 35 นะครับแม่แล้วผมจะตามใจแม่ทุกอย่าง แต่ตอนนี้ผมว่าผมคงต้องไปจริงๆ แล้ว เดี๋ยวหนูเอวาของแม่จะบ่นถ้าผมไปถึงช้า” “ตายจริงแม่ลืมไปเลย กานต์รีบหน่อยนะแม่ไม่อยากให้น้องรอนาน” แม้ธีรกานต์จะรีบขับรถมายังโรงเรียนกวดวิชาซึ่งตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้ากลางใจเมืองแต่ก็เลยเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะวันหยุดแบบนี้ที่จอดรถแทบไม่มี พอมาถึงเขาก็เห็นเอวาริณกำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนที่บริเวณที่นั่งรอหน้าโรงเรียน เมื่อเอวาริณเห็นก็รีบเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส “เอวานึกว่าพี่กานต์จะลืมแล้วนะคะ” “ไม่ลืมหรอกแต่พี่มัวแต่หาที่จอดรถอยู่น่ะ” “ไปกันเลยนะคะเอวาหิวแล้ว” “อือ จะไปกินไอติมเลยหรือจะหาข้าวกินก่อนล่ะ” “พี่กานต์หิวไหมคะ” “หิวสิ” “งั้นก็ไปหาอะไรกินก่อนก็ได้ค่ะ” เอวาริณเดินนำชายหนุ่มไปยังชั้นที่เป็นร้านอาหารแต่ก็ยังไม่ยอมแวะร้านไหน “จะกินอะไรล่ะเอวา นี่เราเดินวนมาหลายรอบแล้วนะยังเลือกไม่ได้อีกเหรอ” เขาเริ่มจะหิวมากแล้วเพราะวันนี้ทานข้าวต้มไปตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า “ก็มีหลายอย่างที่เอวาอยากกิน” “เลือกมาสักอย่างเถอะพี่หิวจนตาลายแล้ว” “พี่กานต์เลือกดีกว่าค่ะ” เพราะไม่รู้จะกินอะไรจึงให้คนที่บอกว่าหิวเป็นคนเลือก “เอาอาหารญี่ปุ่นนะ จังหวัดที่พี่ไปอยู่หาร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยยาก” เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพราะร้านตรงหน้าเป็นร้านโปรดของตนเอง “ได้ค่ะ เอวาตามใจพี่กานต์เพราะพี่กานต์เป็นคนจ่าย” “ชวนพี่มาพี่ก็นึกว่าเอวาจะจ่าย” “เดี๋ยวเอวาเลี้ยงไอติมเองค่ะ” เด็กสาวรีบบอก “วันนี้หิมะต้องตกแน่เอวาจะเลี้ยงพี่” ธีรกานต์พูดพลางหัวร่วนก่อนจะเดินไปยังร้านอาหารญี่ปุ่น ยังไม่ทันได้เลือกว่าจะนั่งโต๊ะไหนก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเสียก่อน “กานต์” “อ้าว รุ้ง” “ไม่นึกว่าจะเจอกันที่นี่ กานต์อยู่ต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ” “วันหยุดเลยเข้ามาทำธุระ แล้วรุ้งล่ะ” “รุ้งมากับเพื่อนๆ นั่นไง ไปนั่งด้วยกันไหม แล้วนี่กานต์มากับใคร” “น้องสาวข้างบ้านน่ะ” “ไปกินด้วยกันนะคะน้อง ว่าแต่ชื่ออะไรคะ พี่ชื่อรุ้งค่ะ” “หนูชื่อเอวาค่ะ” “ไปนั่งกินด้วยกันนะคะ” “เอวาแล้วแต่พี่กานต์ค่ะ” เอวาริณไม่แน่ใจถึงความสนิทของธีรกานต์กับเพื่อนจึงยกให้เขาเป็นคนตัดสินใจ “ไปกินกับเพื่อนพี่ก่อนแล้วเราไปกินไอติมด้วยกันนะ” “ได้ค่ะพี่กานต์” เอวาริณตอบตกลงเพราะอยากจะรู้เหมือนกันว่าเวลาที่ธีรกานต์อยู่กับเพื่อนจะเป็นแบบไหน เนื่องจากปกติแล้วเขาจะเป็นคนที่พูดน้อยและค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง

อ่านต่อ