ลุ้นรักสาวรุ่นพี่ รักนะเด็กโง่
บทที่ 1 คืนหวาม ..

เรื่องคืนนั้น... สองร่างที่ขยับเข้าหากันคนหนึ่งเพราะยาตัวร้ายอีกคนหนึ่งเพราะแรงเสน่ห์ที่มีให้เพียงเธอ ชายหนุ่มในวัย18ปีแทงท่อนรักเข้าสู่ร่องรักขอคนที่เขารักปรักหัวใจ แทงไม่ยั้งกระหน่ำเข้าออกตามแรงพิศวาส หญิงสาวที่โดนป้ายยาร่อนเอวรับจังหวะรักของคนบนร่างตามความรู้สึก..เสียงครวญครางแสนหวานและทุ้มสลับกันสร้างเสียวสมให้คู่รักชั่วคร่าวได้อย่างดี “แรงๆเลย เอาอีก...จ๋าไม่ไหวแล้วเอาอีก” “ครับที่รัก” ในคืนนี้ของเรียกเธอว่าที่รักเพราะเธอคือคนที่เขารักมากชายหนุ่มเร่งปั่นลำร้อนเข้าร่องรักตามความจำนงของร่างบาง “เสียวครับเมียเอามันมาก็เลย” “ไม่พูดเอาอีกกระแทกมาชะ...ช่วยจ๋าด้วย...” น้ำเสียงที่ต้องการให้สิ่งปรารถนาจากส่วนลึกหรือยาตัวร้ายไม่ใครรู้ได้นอกจากตัวเธอ ตับ ตับ ตับ ตับ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไปทั่ว สองร่างที่ร่วมกันบรรเลงเพลงที่แสนหวาบหวามขับเคลื่อนเป็นจังหวะไปพร้อมกัน ผมส่งลูกชายเข้าร่างเมียหมาดๆไม่คิดว่าการตามเธอมาจะได้เธอเป็นเมีย แต่ก็ขอบคุณไอ้ชั่วนั้นขอบคุณที่วางยาเธอ จากที่จะช่วยให้เธอหาย....(กลายเป็นได้เมีย) แต่สาวเจ้าดันสะบัดตัวคร่อมร่างผมเองทำไงหล่ะที่นี้ ผมชายทั้งแท่งไหม.. ไม่สานต่อตอนนี้จะได้สานตอนไหนถึงแม้ว่าฟื้นขึ้นมาจะโวยวายแต่มันทำไปแล้วไม่ได้ช่ั่ววูบแต่ตั้งใจกระแทกทุกครั้งตอกให้เน๊ดตราไว้ว่าเธอคือเมียผม พิรตา... เนื้อตัวทีขาวเนียนเจอกับปากหยักที่สร้างรอยรักประทับตราไว้ทั่วร่างปากขยับบมเม้มบั้นท้ายขยับเข้าออกไม่ปราณี.. เพียงเพราะคำบัญชาว่า...เอาแรง ผมเร่งแรงให้ได้ความอยากของเธอ บดๆควงๆท่อนรักสาวเจ้าร่อนสะโพกรับจังหวะ แม้ว่ากิจกรรมนี้เป็นครั้งแรกของคนทั้งคู่แต่ทว่าธรรมชาติสร้างสรรค์ให้ชายหญิงคู่กันไม่ต้องสอนมันเป็นเองโดนธรรรมชาติ.. ท่อนรักสอดเข้าออกภายในแบบไม่เว้นช่องให้ลมเข้าเสียงเสียดสีของสองสิ่งดังก้องหูสอดสานกันได้ลงตัว “อ๊ะ... อ๊ะ..เสียว..จัง...” “มันไหมครับเมีย..” จริงๆเธอมีสติเหลืออยู่นิดๆแต่ด้วยอนุภาคของยานรกเธอต้านทานไม่ไหวเธอร่างของชายหนุ่มที่เธอคิดว่าเมื่อสามปีก่อนยังเด็กน้อยแต่... ณ..เวลานี้ตัวเขาไม่น้อยเลยตัวใหญ่กว่าเธออีกแม้ว่าไม่เห็นชัดเจนแต่ท่อนนั้นเอาเธอแสบทรวงแทบแดดิ้น ครั้งแรกของเธอกับคนที่ตามรักเธอถึงแม้ว่ามันจะเกิดจากเธอโดนป้ายยาแต่มันก็ยังดีที่เป็นคนนี้ ถ้าว่าบอยไม่อยู่ตรงนี้ใครจะช่วยเธอ... ชายหนุ่มที่กำลังสอดใส่ในโพรงนุ่มด้วยความเพลิดเพลินเกินห้ามใจเงยหน้ามองร่างบางที่เขากำลังอัดตอกด้วยแรงปรารถนา “มองหน้าผมเอาไว้นะครับเมีย ตอนนี้พี่เป็นเมียของผม ” เขาแค่พูดออกเสียงแล้วเปล่งออกจากปากกยักส่วนเอวนั้นสะบัดสับตอกอัดไม่ยั้ง.. “บ่ะ...บอยช่วยจ๋าด้วย...เอาอีกๆ..อือ” “ช่วยอะไรครับบอกผัวหน่อย...” ‘ช่วยเอาจ๋าแรงๆค่ะ” 0_0..! “ยินดีครับเรียก ผัวให้ชื่นใจหน่อยได้ไหม” เพราะเพียงความต้องการจากฤทธิ์ยาร้ายเธอยอมทุกอย่าง “ผัวขา....เอาเมียแรงๆค่ะ” ผมรู้เป็นเพราะสิ่งนั้นแต่ผมก็ชอบนะ ก็เมียผมน่ารักนี้น่าชายหนุ่มก็เร่งเครื่องอัดตอกไม่ยั้งถึงเธอจะร่านเพราะฤทธิ์ยาแต่เขาเอาเพราะรักเธอ ผมกดส่งลูกชายเข้าออก บดๆควงๆกระแทกไม่ยั้งไม่ปราณีเพียงเพราะอยากให้ฤทธิ์ยาดับสูญเพราะสงสารเมียตัวน้อยสุดๆ “อ๊ะ....อ๊ะ...กรี๊ด” ร่างบางเกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำหวานแต่ฤทธิ์ไม่หมดสิ้น.. บทรักรอบไหม่ก็ดำเนินต่อเนื่องยาวจนฟ้าสาง แล้วไงต่อหล่ะผมก็นอนทั้งยังงั้นเพลียดิคร๊าบ มันเป็นเซ็กส์ที่มาราธอนมากๆเลยงานนี้ ทำทุกท่าทางที่เคยดูจากเน๊ตพาเมียตะลอนรอบห้องโต๊ะ เตียง ระเบียง ยันโซฟา พากันร่อนไปทั่วแต่ว่าพี่หนูจ๋าจะรู้ไหมว่าตัวเธอร้อนแรงมากๆ.. แต่ถ้าเอากันตอนมีสติผมว่าดีกว่าเห็นๆ ผมจำต้องนอนลงข้างเมียหันไปนอนกอดเธอดึงเข้าอ้อมกอด แต่ทว่าผมนี้แระนอนยังไงก็นอนไม่หลับจำเลยหันหลังและหมุดลงในผ้าห่มก็กลิ่นตัวเธอช่างเย้ายวนมันนี้ไม่หลับ.. เช้าวันรุ่งขึ้น หนูจ๋าตื่นขั้นมาเพราะรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวเธอนั่งประมวลผล ภาพจำเธอรู้สึกนอยค์แต่นอยค์อะไรแค่นั้นเหลือบตามองเห็น ผับเล็กๆใกล้คอนโดก็เลยเลี้ยวเข้าไปจอดทันที... ตัวเธอเดินเข้าไปนั่งที่บาร์พร้อมสั่งคอลเทลสีสวยเป็นช๊อต... เธอหันมาสนใจเครื่องมือสือสารแทนนั่งเขี่ยโทรศัพท์ไปมาคิดอะไรเพลินๆ.. แต่อยู่ๆก็มีผู้ชายหน้าตาดีเดินมาขอชนแก้วพร้อมชวนคุย แถมยังอาสาเลี้ยงคอลเทลเธอ.. (นึกคิด,) (พาร์ทเหตุการณ์เมื่อคืน) หนูจ๋าหักเลี้ยวรถเข้าลานจอดได้ที่จอดก็เดินตรงมาที่หน้าบาร์ “สวัสดีครับรับอะไรดี” “อืม..Martiniค่ะ” สั่งมาติเน่ที่ร้อนแรงเพื่อดื่มแล้วจะได้นอน.. “ซักครู่นะครับลูกค้า ” เธอไม่ตอบไม่ได้สนใจอะไรนั่งลงตรงบาร์หยิบโทรศัพท์เปิดเฟสเลื่อนพีดไปเรื่อยๆ เพียงสักครู่ “นี้ครับคุณผู้หญิงได้แล้วครับ” หนูจ๋ารับแก้วจากมือบาร์เทนเดอร์ก็ยกชดทันที หันมาสนใจเรื่องราวในโทรศัพท์ต่อ... “ดีครับมาคนเดียวหรือครับ” หนูจ๋าแค่แลตามองแต่ไม่ตอบ “ ผมชื่อแม๊กเห็นคุณมานั่งคนเดียวกลัวเหงาเลยอาสาครับ” หนูจ๋าถอนใจแรง “ขอโทษค่ะอยากนั่งคนเดียว” “โอ๊ะโอ๋ เคครับคนเดียวก็เดียว แต่ขอชนแก้วหน่อยได้ไหมครับ” เธอกำลังจะยกชนเพื่อให้จบแต่มันหมด “ เอ้า..หมดแล้วเสียใจด้วยนะคะ” พร้อมคว้ำแก้วลงบนโต๊ะ “งั้นผมขอเลี้ยงซักแก้วนะครับ” เพียงเพราะอยากตัดความรำคาญ “ค่ะ” ( _ _ ) “คุณดื่มอะไรอยู่ครับนี้” หนูจ๋าไม่ได้คำตอบคำถาม เมื่อไม่ได้คำตอบเขาจำต้อง “น้องเอาแบบเมื่อกี้ให้คุณคนสวยด้วยครับ” “Martiniเพิ่มนะครับคุณผู้หญิง” เธอแค่พยักหน้ารับทราบเช่นเคย.. แต่ด้วยที่ว่าเธอนั่งหน้าบาร์คงไม่มีอะไรตุกติกหลอกมั้ง “นี้ครับของคุณผู้หญิง” “ขอบคุณนะคะ” พร้องยกซดทันทีวางแก้วลง “ตามนั้นนะคะชนแล้วจบเนอะ” เธอเลิกสนใจคนรอบ แต่เขาก็ยังวุ่นวายที่จะคุยด้วย แต่เธอก็ทำหูทวนลม แต่เพียงไม่นานความรู้สึกบอกเธอว่าควรออกจากตรงนี้ “ขอตัวนะคะ” เพื่อพยายามจะหนีออกจากตรงนั้น “เป็นอะไรอย่าพึ่งดิครับ” และเป็นห่วงเกินความเป็นจริง “ปล่อยค่ะอย่างยุ่ง” ผมไปส่งไหม” เซ้าซี้ชิบหายสถบในใจ “ม่..ไม่ค่ะไม่ต้อง” หนูจ๋าพยายามปัดป้องมือปลาหมึกนั้น “แต่คุณดูแย่นะครับ” อาสาทีใจสกปรก แต่ทว่าในความทรงจำเธอเหมือนเห็นเด็กบอยโผล่เข้ามาแล้วภาพตัดไป... พาร์ทบอย ผมที่นั่งมองอยู่มันดูไม่ดีผมแทรกตัวเข้าไปชาร์ทตัวพี่จ๋าทันที “อย่ายุ่งกับเมียกู” เพียงเพราะผมเล่นกล้ามและทานนมแระมั้งตัวผมเลยโตกว่าเด็ก18 ปีทั่วไปๆ “โห้..งอนผัวก็ไม่บอก” ไอ้ชั่วนั้นกล่าวแล้วเดินจากไป “พี่จ๋าเป็นไรครับนี้” ใบหน้าสาวสวยมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าเสียงแผ่วๆ “ชะช่วยจ๋าด้วย.” ผมจำเป็นต้องจัดการจ่ายเงินด้วยบัตรแบล็คการ์ด ไอ้เด็กบาร์นั้นรับบัตรมองมาแบบทึ้ง... ผมก้มตัวช้อนร่างบางออกจากร้านโดยไม่ลืมถือกระเป๋าของเธอออกไปด้วย เดินตรงไปที่ลัมโบรถที่คุ้นเคยดีเหลือบเห็นชื่อคอนโดติดด้านหน้ากระจก วางร่างบางฝั่งคนนั่งแล้วอ้อมมาขับพาเข้าคอนโดมันใกล้ๆนั้นเอง “ร้อนอ่ะ” พี่หนูจ๋าพยายามจะถอดชุด “เดี่ยวใจเย็นก่อนครับถึงคอนโดผมให้ถอดเลย” “ยุ่ง!จ๋าร้อนอะขัดใจว่ะ” ผมบิดเร่งแอร์แบบว่าเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือแล้วนะนั้น.. หักเลี้ยวเข้าคอนโดจอดรถได้ผมค้นหาการ์ดห้อง 88888 รู้เลยต้องพาเธอขึ้นข้างบน เห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้าเลยร้องขอ “ช่วยผมด้วยครับพี่เขาเมามากเลย “ แต่โชคเข้าข้างผมรู้ว่าคอนโดนนี้เป็นของพี่กร ชายหนุ่มเลยส่งบัตรประชาชนให้ เพียงแค่นั้นเจ้าหน้าที่พาพวกเขาขึ้นไปยังชั้นของที่จ๋าพักทันที “ขอบคุณครับแต่เรื่องนี้ห้ามแจ้งลุงภาคกับพี่กรนะครับ” “ทางเรามีกฏค่ะไม่ยุ่งเรื่องลูกค้าค่ะ แต่มีอะไรให้ช่วยโทรลงที่ประชาสัมพันธ์ได้เลยคะกดเบอร์ศูนย์ได้เลยนะคะ ขอตัวค่ะ” “ครับ ขอบคุณครับ” เมื่อปิดประตูได้ผมจับพี่จ๋าแช่น้ำเลยเอาตามที่เคยดูในคลิปก็มันไม่เคยเจอป่ะว่ะ แต่ทว่าพี่หนูจ๋าสะบัดตัวบ่นร้อนพร้อมถอดชุดออกเอง “เห้อเดี๋ยวดิพี่” ไอ้เราก็รีบดันเธอเข้าห้องเปิดฝักบัวดันเธอเข้าใต้ผัก “ร้อนอ่ะปล่อยจ๋าปล่อยดิ” ทั้งผลักทั่้งดันผมออกห่างแล้วถอดชุดเอง “เชี๊ยแล้ว “ ร่างบางที่ถอดชุดตัวเองออกไม่สี่สนแปดเลยว่ามีคนอื่นอยู่ ไอ้เราก็จับต้องล็อคตัวแต่ความประหม่าเกิดขึ้นเต็มชิปหายวายบ่วงบอกเลยนาทีนี้ ดันสาวเจ้าเข้าใต้ฝักบัวอยู่ๆดีก็สะบัดตัวเล่นผมนี้เปียกไปตามกันเลย “ช่วยจ๋าด้วยฮือ” “ผมช่วยพี่อยู่ครับ” “ไม่ใช่แบบนี้” พี่หนูจ๋ากับร่างที่ไม่มีอะไรปกปิดไอ้ผมนี้แระไม่กล้าจับต้องเยอะ “แล้วแบบไหนครับ” คือมันเหลือแค่อีกวิธิเดียว ทุกอย่างอยู่ๆหยุดเคลื่อนไหวทันตอนที่พี่จ๋าสะบัดตัวหลุดจากการจับกุมของผม เธอเดินเข้าหาผมเอาคนแบบผมงง “น่ารักจัง” พร้อมกระโดนเข้าหาผมจัง “เฮ้ย...” เพียงเพราะพื้นห้องน้ำมันคงลื่นแระเลยล้มลงไปกับพื้นแต่ด้วยสัญญาณผมโอบเธอแน่..... “อือ..ปล่อย” “ปล่อยครับปล่อย” คลายวงแขนออกแต่เธอนั่งเล่นนั่งคร่อม แม่เจ้าของไอ้บอยนับ1-00แต่เอาไม่อยู่ตบะแตกครับพี่ “ทำแบบนี้ลบลู่ความเป็นชายของผมนะครับพี่จ๋า “ลบลู่ไงว่ะหวงตัวหรือ” ผมไม่พูดอะไรต่อครับจับเธอล็อคตัวพาขึ้นเตียงเลยงานนี้ จะบอกว่าพี่เริ่มก่อนนะอย่าโวยวายที่หลังจัดการสาวเจ้าทันที...

บทที่ 2 จุดเริ่มต้น

#ย้อนอดีตนิดนุง... ถ้าให้ย้อนกลับไปมันยาวนะสตอรี่ชีวิตของผมนี้... ผมแอบหลงรักรุ่นพี่นามว่าหนูจ๋ามาตั้งแต่ป.3 (แก่แดดไหมครับ)ไม่หรอกมั้งเด็กน้อยอย่างผมเจอคนน่ารักยิ้มให้ใจผมก็ใจละลายแล้วแต่ดันปักใจรักแค่เธอแปลกนะว่าไหม... ในทุกวันๆผมและบาสต้องเดินออกมารอแม่ที่หน้าโรงเรียนตามเวลาที่โรงเรียนเลิกทุกครั้งที่ผมจะแอบมองรถของผู้ปกครองของพี่หนูจ๋าตลอดแต่น่าจะเป็นพ่อของคนชื่อหนูอิงมั้งเพราะผมเห็นเด็กคนนั้นกระโดดกอดทุกครังที่เจอ ส่วนนางในฝันของผมเท่าที่ผมสนใจเธอรู้ว่ามีแฝดเป็นผู้ชายดูท่าคงเป็นนั้นคนนั้นแระที่เดินตามกันมาติดๆดูหยิ่งๆชอบกล.. พอพี่หนูจ๋าจบป.6ที่โรงเรียนที่ผมเรียนไปแล้วใจผมเหลวเปลว แต่เอ๊ะผมยังมีตัวประกันที่ชื่อหนูอิงผมคิดว่าต้องตีสนิทกับเธอ แต่มันคือความคิดของผมในวัยเก้าขวบแต่จนแล้วจนรอด สามปีในรั้วโรงเรียนผมก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับหนูอิง.. คือว่านางไม่สนใจใครเลยสนแค่เพื่อนที่เดินตามนางต้อยๆเพียงคนเดียวจริงๆหนูอิงไม่คุยกะใครนอกจากเพื่อนคนนั้นผมก็ว่าแปลกนะไหมว่า.. แต่ทว่าโชคชาตะนำพาหรือเปล่าในวันที่ต้องเลือกที่เรียนผมกับบาสเดินผ่านมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งเห็นรูปพี่เจ้าคุณติดหน้าบอร์ด อ่า...ความมุ่งมันเกิดขึ้นนะบัดนั้นผมชวนไอ้บาสมาสมัครเรียนที่นี้ให้ได้... และในวันที่เช็คห้องเรียนก็ดันเจอนางฟ้าเข้าจังๆนางฟ้าของผมและยัยเด็กชื่ออิง แถมยังได้เรียนห้องเดียวกับผมอีก และภาระกิจดึงหนูอิงมาเป็นพวกก็เริ่มในวันเปิดเทอม.. แต่ว่าเธอฉลาดชิบหายคนอะไรสวยไม่พอฉลาดเป็นกรดผมต้องยอมรับละสาระภาพเลยว่าผมชอบพี่สาวเธอ แต่ว่าหนูอิงบอกให้ช่วยตัวเองล้วนๆเธอไม่สามารถช่วยได้... พาร์ทหนูจ๋า วันแรกของม.สี่ปีนี้น้องสาวคนสวยเข้ามาเรียนด้วยอยู่ม.หนึ่งห้องคิงค่ะ เธอจะฉลาดไปไหนค่ะอิงธารา พี่สาวคนสวยแบบเธอตั้งแต่ม.หนึ่งอยู่ห้อง3-4ตลอดมีแต่พี่ชายปากดีนั้นแระก็ฉลาดเกิ๊นคนนั้น.. ตอนเย็นของวันเปิดเทอม ฉันกับเพื่อนสาวปลายและผึ้งมานั่งรอน้องเพราะวันแรกแระเนอะเลยใส่ใจนิดนึง กำลังคิดอะไรเพลิน ปลายฟ้าสะกิด “จ๋า..เห็นเด็กคนนั้นคนที่เราจองเป็นน้องชายนี้้” ฉันที่ก้มดูอะไรในโทรศัพท์จำต้องเงยหน้าดูพอเห็นปุ๊ป “เอ๊ะ..เด็กแฝดนั้น...(ภาพจำเด็กป.สามแอบเอาขนมมาให้ฉันใต้โต๊ะทุกวันฉันกินไหมก็ไม่นะแค่เอาให้เพื่อนๆไม่ก็ให้หนูอิง เพราะตัวเธอไม่ชอบทานขนมขบเคี้ยวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ) “รู้จักหรือ” ปลายถาม “อืม..เด็กที่โรงเรียนเก่านะ เห็นเป็นแฝดก็เลยสนใจ” “หีอ..ตัวเองก็แฝดปะ” ผึ้งเอ่ย “แฝดอะใช่..แต่เป็นแฝดต่างเพศอะไม่เหมือนกันซักอย่างถ้าไม่บอกเธอจะรู้ใหม” หนูจ๋าพูดถึงความเป็นแฝดของเธอกับพี่ชาย “อืม..เท่าที่เราศึกษามามันมีแฝดแท้แฝดเทียมนะ” ผึ้งก็เอ่ยขึ้นและเนื้อหาเรื่องแฝดแท้แฝดเทียมให้ฟัง “เราก็เคยค้นดูแต่มาเจอสองคนเราก็ทึ้งจริงๆป๊ากับอาเจ็กเบ้าเดียวกันพี่คุณอะก๊อปป๊ามาทุกระเบียดนิ้วเลยนะส่วนวาคิมถึงจะเป็นลูกครึ่งลูกลูกเสี้ยวก็ได้หน้าอาเจ็กคิณมาเช่นกัน น้องสาวของนางก็สวยเด็กฝรั่งจ๋าได้น้าลิซ่ามา ส่วนฉันสวยได้แม่.” ความภูมิใจของเธอเลย “เบื่อคนยกหางแล้วหนึ่ง” ผึ้งทำหน้ามองบน “จ้าแม่คนสวย” ปลายแอบจิก “พี่หนูจ๋า พี่ผึ้ง พี่ปลายหวัดดีค่ะ ” คือเสียงมาตัวยังห่างเป็นกิโลเลยนั้น “แม้ๆวันแรกก็มีหนุ่มตามเลย” “เหอะ..เพื่อนๆโรงเรียนเก่าค่ะ” “งั้นก็แปลว่าเป็นเพื่อนกันแต่ประถมอะดิ” ( - _ -) ( _ _ )( - _ - ) ( _ _ ) หนูอิงส่ายหน้าไปมา “เหอะๆพึ่งเป็นเพื่อนวันนี้ค่ะ” ยกมือปิดปากหัวเราจะเบาๆ “โห้..แม่คนมารยา..เอ้ยมารยาทงาม” ปลายฟ้าแซวน้องสาวเพื่อน “ชมอิงซะเขิลเลย” == “คิดได้แบบนั้นก็ดี” ผึ้งแอบขำน้องสาวเพื่อน ดูเหมือนพึ่งคิดได้ว่าเธอลืมสองหนุ่มไปเลยหันไปทางเพื่อน “ลืมฮาๆพี่ๆขานี้ค่ะเพื่อนอิงค่ะ ชื่อบาสกับบอสเป็นแฝดกันค่ะ” ^_^ “โห้..ดีนะที่ยังคิดถึงพวกเราอยู่” “ม่ายต้องเกรงใจอิงสวยอิงฉลาด อิอิ” “เรื่องยกหางยกให้พี่น้องคู่นี้เลย” ปลายแอบจิก พาร์ทบอย เมื่อเพื่อนสาวเปิดทางแล้วผมก็ติดชิงเลย “ดีครับพี่ๆ ดีครับพี่หนูจ๋า...ผมยังคิดเหมือนเดิมนะครับ” ฉันที่ทำเป็นจิ้มจอทำเป็นไม่สนใจจำต้องเงยหน้ามองสบสายตาคมที่มีลูกเล่นในตัว เลิกคิ้วสูง “พี่ก็ยืนยันเหมือนเดิม” “__”..!! การพูดคุยของเราสองหยุดชะงักเมื่อพี่คุณ พี่นโม พี่พายุเดินมาสบทบ... @3ปีผ่านมา ตั้งแต่วันนั้นจนผ่านสามปีผมได้แค่ตามติดหนูอิงไปทุกที่ผมไม่ใช่ซาแซงนะครับก็แค่ทุกที่ ที่หนูอิงไปหาพี่หนูจ๋าเท่านั้นแระ ตามมานั่งข้างๆหรือโต๊ะถัดเพราะบางครั้งแฟนพี่ปลายพี่ผึ้งก็มานั่งด้วย แฟนพี่ปลายกับพี่ผึ้งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแฟนพีี่ปลายก็พี่พายุ,แฟนพี่ผึ้งก็พี่นโมส่วนพี่คุณก็ชอบกัดจิกหนูอิงตลอดส่วนผมก็มาแค่มองพี่หนูจ๋าถามว่ากล้วใหมก็ไม่นะชอบมอง.. เหมือนสายฟ้าฟาด...เช้าวันหนึ่ง “ห๊ะ..พี่หนูจ๋าสอบติดม.xหรืออิง “ แค่พี่จ๋าจบม.หกแล้วไม่ได้เจอหน้าบ่อยๆก็รู้สึกเฟลแระ นี้ไปไกลเลยที่นี้ “ช่าย..มีไรหรือ” “โห้..ความรักระยะไกลเลย” “ห๊ะ..ความรักใครกัน” 0_0 “เอ้าเรากับพี่หนูจ๋าไง” “เหอะๆ..เรานึกว่านายตัดใจแล้วเพราะสามปีทีผ่านมานายมาแค่นั่งมองไม่เห็นทำไรเลย” “อืม..วันรับใบเราจะสารภาพรักอิงข่วยหน่อย” “อะไรก็อิงเนอะคนสวยเบื่อ” การพูดคุยของเราสองคนหยุดลงเมื่อเสียงของเจ้าเวฬา แทรกเข้ามาปีนี้นางมาเรียนที่เด็กม.หนึ่ง “โห้ เจ้หาตั้งนาน” “เป็นลูกแง่หรือไง เจ้าเว” “ ว่าน้องอีกและ..มีเรื่องปรึกษาอะ” หนูอิงหันไปมองหน้าน้องชายสบสายตามองเห็นแววตาเธอรู้เลยน้องคิดอะไรอยู่ “บอกพี่จ๋าดิ แกจะได้บอกเพื่อนว่าเวรับถ่ายรูปราคาประหยัด” “รู้ได้ไงนี้” ตัวของเวฬแอบทึ้ง “คนมันสวยและฉลาดมาก..” ความมั่นหน้าไม่เป็นรองใครด้วย.. “เจ้อิงสูงเท่าแล้วนี้ “ ต้วเขาเองพึ่งสังเกตุว่าพี่สาวสูงขึ้น “165..ทำไม” เธอตอบไปด้วยความมั่นใจอีกและคิดว่าคงสูงได้อีกนิด 170 จงมา.... “เปล่าเแค่คิดว่ามื่อไหรเวจะสูงมั้งนี้” “ผู้ชายก็ม.สามแระมั้ง ใช่ไหมบาส” “ก็ประมาณเทอมสองม.สองอะบางคนนะ บางคนก็ม.สามเลย” ตอนเย็นเวฬาเดินมาอ้อนวานพี่สาวพี่หนูจ๋าช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องที่เขารับถ่ายรูปให้กับรุ่นพี่ม.หก ในวันปัจฉิมนิเทศ.... “นะพี่หนูจ๋าเวฬาอยากได้เงิน” “อืม...คุยอะคุยได้แต่แพงใหมเจ้เวอย่าลืมว่าพวกพี่ยังเด็กมัธยมกันอยู่นะก็ยังขอเงินทางบ้านอยู่เช่นกัน” “จะเอาแพงทำไม..ไม่แพง เวอยากฝึกมือเฉยๆครับ” อ้อนวอนขอร้องในท่าลูกหมา “อืม..งั้นก็ได้เดี๋ยวบอกให้ ว่าแต่อย่าลืมเอากล้องมาหล่ะวันศุกร์อะ” “ไม่ลืมหรอกครับ” ถึงเขาอยู่ม.หนึ่งก็ยังคงเป็นน้องของเธออยู่ยกมือลูบหัวเบา.. “โด้..พี่จ๋าผมเสียทรงหมดเลยนี้.. “เดี๋ยวจะโดนห่วงตัวกะพี่ได้ไง หวงอีกจะเล่าวีรกรรมสมัยเด็กๆฟัง” “ขู่น้อง..” ตัวเขาแกล้งงอนแล้วเดินออกมาไม่ได้กลัวแต่ไม่ต้องพูดก็ได้ 🤭 พาร์ทที่บ้าน เจ้าเอยหลังจากที่รู้ว่าเด็กน้อยของเธอสอบติดม.x ตอนแรกก็ทำใจไม่ได้แต่เธอก็ไม่ชิน 18ปีที่กันเจอหน้าทุกวัน นี้กว่าจะเจอต้องบินไปหาเธอได้แอบบ่นกับเพื่อนรักแบบเจ้าขากับนารา.. “อะไรกันค่ะคุณแม่ขาทีตัวเองไม่กลับเลย เจ็ดปี ยังทำได้เลย” “ไม่ปลอบก็ไม่ต้องพูดเลย ขาอ่ะ” “เราคิดถึงก็แค่บินไปหาเองหนูเอย กรุงเทพ-เชียงใหม่ ไม่ไกลเลยชั่วโมงเศษๆแถมลิซ่าก็อยู่ด้วยทางโน้น” นาราที่นั่งอ่านรายงานของบริษัทคบเพื่อนอยู่เงยหน้าขึ้นมา.. “พูดเหมือนพี่คีย์หมดเลย ไม่มีใครเข้าใจหัวอกแม่แบบเอย” ( - _ - ) เรื่องนี้เธอคุยกับสามีพ่อของลูกเธอจะใครได้หล่ะ พี่คีย์นั้นแระคุยแบบเพื่อนเธอทุกคำพูดเลย ตัวเธอเลยต้องเงียบ.. @วันปัจฉิมเทศ วันนี้ที่ม. 6 เข้าปัจฉิมอยู่ในอาคารประชุมหนูอิงกับเจ้เวพากันนั่งทำช่อดอกไม้จำนวน 6 ช่อพยายามทำให้เสร็จก่อนที่พวกพี่จะเดินออกมา.. “เว..เจ้าเวมาช่วยห่อก่อนสิจะเช็ดกล้องทำไมเนี่ย”เธอเริ่มโวยวายน้องชาย “โห..เจ๊แป๊บนึงดิ” ไอ้คนที่ยุ่งกับกล้องก็ร้องขอ บาสและบอยเดินมาจากทางไหนก็ไม่รู้เดินมาสมทบเห็นเพื่อนสาวกำลังวุ่นวายกับช่อดอกก็เลยอาสา “ให้เราช่วยไหมหนูอิง” บอยเอ่ย “ทำเป็นหรอถ้าเป็นก็นั่งลงไม่ต้องเสนอหน้าช่วยเลย” ก็เธอยิ่งไม่สบอารมณ์กับน้องชายพอเพื่อนพูดก็แค่รวน “ปากคอเราะร้ายไปใหญ่เลยนะเราเนี่ย” บาสเอ่ย “ขอแค่สวยพอจบ” ยืนหนึ่งเรื่องยกหางเลย “จ้าคนสวยคนสวยแห่งห้องคิง” พร้อมกันสองยคน “แน่นอนอยู่แล้ว” ก็ยังไม่สำนึก แล้วเธอกับเพื่อนช่วยกันช่อดอกไม้ทั้ง 6 แต่ดอกไม้ยังเหลือบอยเลยคิดว่าเขาควรทำช่อนึงเพื่อนางในดวงใจของเขา “หนูอิงดอกไม้ได้หลือเราขอนะ” จริงๆเธอไม่ได้ขี้หวงแต่หมั่นใส้เพื่อนมันว่าให้เธอเมื่อกี้ “ของซื้อของขายขอฟรีได้ไง” “งั้นเราจ่ายไปเลย 500 บาทพอไหม” “ป๋าอะแต่ให้เอาจะให้เอาไว้กินไอติม” ^_^ บอยเขาเป็นพวกที่ว่าฆ่าได้หยามไม่ได้ล้วงเงินจากกระเป๋ามาวางตรงหน้าเพื่อนสาวทันที “นี้ครับคุณอิงธารา” “thank you คุณอนาคิณ” เด็กหนุ่มวัย 15 ปีอย่างบอยอนาคิณยื่นเงินให้เพื่อนสาวเสร็จแล้วก็นั่งมองกองดอกไม้ เอ่อ...เขาทำไม่เป็นเลยว่าเขาก็เลยนั่งมองเพื่อนสาวจนเจอหันมา.. “หนูอิงทำให้หน่อยสิ” “ได้สิไม่มีปัญหาเอากี่ช่อล่ะ” “ช่อเดียวพอ” ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะทำให้ใครเพราะจริงๆก็สนิทหมดแต่อิงก็ทำเผื่อไว้แล้วสำหรับพี่ๆทุกคน เมื่อรุ่นพี่ม. 6 พากันทยอยออกมาพวกเราก็พากันหอบช่อดอกไม้ยืนให้ทุกคนทยอยให้คนแรกคือพี่นะโมพี่ปลายพี่ผึ้งและพี่พายุ ส่วนอีก 2 ช่อเธอเดินเอาไปให้พี่สาวคนสวยของเธอแล้วเธอก็บอกพี่สาวคนสวยว่ามีคนอยากคุยด้วย “พี่หนูจ๋ามีคนเขาอยากคุยด้วย” “ใครอ่ะพี่รู้จักป่ะ” “จะใครได้ล่ะก็เจ้าบอยยังไงไปคุยกันให้รู้เรื่องก็ดีนะพี่” “แต่ว่าเรารู้เรื่องที่บอยชอบพี่หรอ” “รู้ตั้งแต่มันมาขอเป็นเพื่อนตอนม.หนึ่งเลยมั้ง มันตั้งใจเดินมาเพื่อจะขอเป็นเพื่อนกับอิง มันก็เป็นเพื่อนที่ดีนะเชื่ออิงไปคุยเถอะ”

บทที่ 3 จุดเริ่มต้น 1.1

หลังจากที่ทำช่อดอกไม้เสร็จก็สะกิดหนูอิง ผมก็วานเพื่อนบอกไปนางฟ้าของผมว่าอยากคุยด้วยแรกก็ลีลาจัง “ได้สิเดี๋ยวบอกให้เดี๋ยวรอที่ไหนล่ะ” “ต้องสนามฟุตบอลเดี๋ยวเราไปรอเลยนะ” “OK ไม่มีปัญหาค่ะ” พาร์ทหนูจ๋า เดินออกจากห้องประชุมเดินมาไม่กี่ก้าว เพื่อนๆก็เอาแต่ถามว่าทำไมถึงไปเรียนต่อที่ม.x จริงๆตอนแรกที่สอบไม่ดูด้วยซ้ำว่าพี่คุณสอบลงที่นั่นเหมือนกัน เธอคุยกับเพื่อนได้แป๊บนึงอิงธาราน้องสาวคนสวยก็เรียก.. “ยินดีด้วยค่ะพี่หนูจ๋า” ช่อดอกไม้ทำเองให้พี่สาวคนสวยและกระซิบว่ามีคนอยากคุยด้วย “ขอบคุณนะคะคนสวยของพี่” เธอคิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้วเดี๋ยวเธอก็ต้องไปเรียนที่เชียงใหม่เด็กคนนี้ก็คงตัดใจเองแหละก็เลยไปคุยซะมันจะได้ไม่คาราคาซัง @สนามบอล.. หลังจากผมวานหนูอิงแล้วผมก็เดินมานั่งรอที่หนูอย่างใจจดใจจ่อนั่งคิดว่าจะพูดอะไรดีจะคุยยังไงดีนั่งอยู่ตรงนั้นราว ห้านาทีผมก็ได้ยินเสียงคนเดินมา.. หนูจ๋าตั้งใจว่าจะมาคุยกับน้องให้มันจบๆพอเห็นเขานั่งอยู่ตรงฟุตบาทรู้สึกแปลกใจว่าเด็กคนนี้โตขึ้นมากเขาสูงกว่าฉันแล้วมั้งเนี่ย.. “อ่ะแห่ม..ว่าไงบอยเห็นหนูอิงบอกว่าต้องมีอะไรจะคุยกับพี่” เธอเอียงน่ามองมา เด็กชายวัย 15 ปีเงยหน้าขึ้นมาเห็นนางฟ้าและเห็นเธอคุยกับเขา ก็ยิ้มส่งไปให้ “ก่อนอื่นเลยนี่ครับช่อดอกไม้ที่ผมตั้งใจทำให้” พร้อมยื่นช่อดอกไม้ส่งให้นางฟ้าของเขา “ขอบคุณนะที่ตั้งใจทำให้ว่าไงมีอะไรหรือเปล่า” รับมาตามมารยาท ผมก็ยังเป็นผมที่ยังคิดว่าชอบพี่หนูจ๋ามากๆ ผมยืนขึ้นตามความสูงของตัวเองแต่ตอนนี้ผมสูงกว่าพี่หนูจ๋าไปมากแล้วจากที่เคยมองดู (เงยหน้ามองกลายเป็นก้มหน้ามอง) “พ่ะ..พี่จ๋าผมยืนยันคำเดิมครับผมชอบพี่” “อืม..พี่ขอบคุณนะที่มีความรู้สึกดีๆให้พี่แต่พี่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าพี่ไม่ชอบเด็ก” จากที่คิดไว้แล้วแต่ก็อึ้ง ผมนี่โคตรปวดใจเลยครับแต่ยังไงยังไงผมก็ยังไม่ท้อเพราะว่าท้อมีไว้ให้ลิงถือไม่ใช่มีไว้ให้ผมแต่นาทีนั้นผมแอบน้ำตาซึม “ผมถามพี่นิดนึงนะครับ” “พูดมาค่ะพูดที่อยากพูดมาเลย” อย่างที่บอกไหนๆก็จะเคลียร์แล้วก็พูดให้จบ.. “ที่อยากพูดก็พูดไปแล้วครับแต่ผมแค่จะถามว่าสเปคขอพี่หนูจ๋าเป็นแบบไหน” เธอได้ยินคำถามเลิกคิ้วส่งทันทีพร้อมหันไปยิ้ม.. รุ่นพี่สุดสวยยืนยิ้มให้กับเด็กน้อยที่ยังเด็กน้อยอยู่แหละก็พึ่ง 15ปีอยู่เนี่ย “พี่ no specครับแต่พี่ไม่ชอบเด็ก understand” มันโคตรชัดเจนมาก คำพูดของพี่หนูจ๋ายิ่งกว่าน้ำกรดราดกลางใจผม แต่ผม don’t care บอกเลยผมยืนยิ้มส่งไปให้คนสวยแบบที่คิดว่าหล่อที่สุด “ครับ ขอบคุณครับ” “มีเรื่องคุยกับพี่แค่นี้ใช่ไหม ถ้าหมดแล้วเข้าร่มเถอะยืนทำมิวสิคกลางแดดเดี๋ยวก็ดำหรอก” “พี่เป็นห่วงผมหรอครับ” มันจะดีนะถ้าบอกเป็นห่วงแต่... “เปล่าพี่เป็นห่วงตัวพี่เองครับพี่ไม่อยากดำ” ตอบได้ชัดเจนสุดๆ เธอเดินหันหลังให้กับเด็กชายวัย 15 ปีเดินกลับมาหาเพื่อนๆที่นั่งม้าหินอ่อนรอยังจะจดจะจ่ออยากรู้แต่เธอไม่บอก... “ไม่ยุ่งดิครับ”... พาร์ทอิง หลังจากที่เธอเดินไปบอกพี่สาวแล้ว เธอก็เหลือดอกไม้อีกช่อนึงต้องเอามาให้คู่ปรับของเธอตอนแรกเรียกเจ้าเวเอาไปให้แต่มันก็กวนโอ๊ยบอกว่ากำลังเก็บเงินอยู่ก็ช่างเถอะไม่กลัวหรอกเดินตรงไปหาร่างสูงที่คุ้นตาและเคยคุ้นเคยสนิทที่ว่าเจอหน้ากันกับกัดทุกรอบ ยืนพ่นลมหายใจออก “นี้ค่ะพี่คุณหนูทำให้” เธอยื่นช่อดอกไม้ให้คู่ปรับและส่งยิ้มให้ เจ้าคุณที่ยืนคุยกับเพื่อนเรื่องที่เรียนจำต้องหันมาตามเสียงเล็กๆ “ขอบคุณนะ” ผมยังพูดไม่ทันจบน้องทำท่าชิ่งหนีอีกแล้วผมเลยเรียก”เดี๋ยวดิยังไม่ได้คุยเลย” คนอุตส่าห์จะชิงหนีแต่ทำไงได้ล่ะหันกลับมา “มีอะไรอีกอ่ะ” มองกลับมาแบบตาขวาง “ไม่มีอะไรหรอกแค่จะบอกว่าเก่งมากที่สอบติดห้องคิง” ตัวเธอแทบจะแคะขี้หูในรอบ 15 ปีที่พี่ชายคนดีของเธอพูดชมเธอแบบนี้ “ขอบคุณนะคะอิงขอตัวนะ” ตัวเธอหันหลังก็จะเดินกลับไปหาเพื่อนๆแต่ฉุกใจคิดได้ว่า “พี่คุณคะรอดูผลงานของอิงได้เลยอิงจะสอบคณะแพทย์ให้ได้” พูดจบเธอก็เดินหันหลังจากไปทิ้งให้เจ้าคุณยืนยิ้ม ในช่วงเย็นของวันนั้นมีการจัดเลี้ยงปาร์ตี้หมูกระทะให้กับเด็กที่จบใหม่และสอบติดทุกที่ ที่เพนท์เฮ้าส์ของเจ้าคุณเองมีแค่ไม่กี่คนรวมทั้งเพื่อนสนิทก่อนเจ้าคุณและหนูจ๋า @เกิดเหตุ วันเวลาผ่านก่อนที่เจ้าคุณแล้วหนูจ๋าจะเดินทางไปเชียงใหม่ทาง ภาคินัยบินมาเยี่ยมพ่อแม่พร้อมคู่ชีวิตอย่างลิซ่าและลูกสาวลูกชายวาคิมรสา ทางด้านคีตะพัฒน์ตั้งใจจะชวนภรรยาและลูกสาวลูกชายไปเยี่ยมอากงอาม่าเช่นกันเพราะเดินออกมาเจอเด็กน้อยตาใสอย่างหนูอิงไอ้เจ้าเวกำลังปาร์ตี้พิซซ่ากันก็เลยพากันไปบ้านสวนเมืองนนท์ทั้งหมดเลย ในระหว่างพูดคุยกันก็มีเหตุการณ์ที่น่าตกใจเกิดขึ้นหนูอิงเข้าไปช่วยน้องชายจนตัวเองบาดเจ็บร้องไห้กับบาดแผลที่เกิดขึ้นและเสียใจที่ตัวเองต้องเจ็บนั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญไม่ได้เจตนาอากงที่เป็นเจ้าของกระจกบานนั้นไม่โกรธใครเลยแต่แอบสงสารเด็กน้อยที่เจ็บตัว เจ้าคุณยืนมองน้องและแอบสงสารแต่เขาเพิ่งสอบติดแพทย์เขาไม่รู้ไม่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการทำแผลเลยเขาก็ได้แค่ยืนมองและส่งกำลังใจให้” เหตุการณ์วันนี้ทำให้รู้ว่าเขารู้สึกดีกับเด็กคนนี้นะและวันนี้ทำให้ทุกคนรู้ว่าหนูจ๋าทำขนมไทยเป็นเป็นอะไรที่ amazing มากสำหรับทุกคนในครอบครัว @เชียงใหม่ แล้วเราก็ถึงวันที่ สองสีพี่น้องเดินทางสู่เชียงใหม่โดยการมารับของอาเจ็กสุดหล่อของเขาและเขาทั้งคู่ก็อาศัยที่บ้านพักที่นิมมานซอย 5 บ้านหลังที่พ่อเขาแอบซื้อและแอบเฝ้ามองคุณแม่คนสวยผ่านมา 25 ปีแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นเจ้าคุณตั้งใจว่าจะไปเซอร์เวย์มหาวิทยาลัยปลุกน้องสาว “จะไปก็ไปจะมาเรียกทำไมเนี่ย” ตัวเธอนอนไม่หลับเพราะคิดถึงแม่ “ทำไมตาคล้ำอย่างนี้หนูจ๋า “หนูคิดถึงม้าอ่ะพี่คุณนอนไม่หลับเลยอ่ะ” ผมรู้ว่าน้องติดแม่แล้วผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาเรียนที่นี่ผมเลยจำเป็นต้องพูด “รู้จักตัวเองดีไหมเนี่ยติดม้ายิ่งกว่าอะไรดีแล้วมาทำไมด๊รอปเรียนไหม” “พูดงี้ได้ไงอ่ะบ้าดิยังไม่ทันเปิดเทอมจะให้ดร๊อปละเป็นพี่ภาษาอะไรเนี่ยฟ้องม๊าเลยชิ” พี่จะไปเซอร์เวย์จะไปได้ไหมให้เวลาอาบน้ำ 10 นาที “โห..10 นาทีวิ่งผ่านน้ำน่ะสิ” “มหาลัยเปิดมัวแต่อาบน้ำแร่แช่น้ำนมไม่รอนะบอกเลย” “บะ..บ้าใครจะทำแบบนั้นล่ะ 10 นาทีก็ 10 นาที” ระหว่างรอน้องสาวเขาก็เปิดแผนผังมหาลัยดูว่าคณะของเขาและคณะของน้องห่างกันไหมก็ห่างพอสมควรเขาต้องคำนวณเวลากันออกจากบ้านแต่ระยะทางและการติดขัดจราจรในช่วงที่เดินทางด้วย “หิวข้าวจังเลย” “ ตื่นสายแล้วยังเรื่องมากเนอะเรานี้” “เอ้าก็หนูนอนไม่หลับไงพูดแล้วนะบ่นเก่งไอ้คนแก่หรือไงเราเนี่ย” ในระหว่างที่ตกเถียงกันก็มีเสียงคนมากดกริ่ง “ใครอ่ะ” “นั่งอยู่ด้วยกันจะรู้ไหมล่ะไปเปิดดิ” หนูจ๋าเดินออกมาเปิดพร้อมเปิดประตูทั้งนั้นแหละกรี๊ดลั่นเลยกระโดดกอดคุณแม่สุดสวยทันที “หือ..ม่ามี๊ขาคิดถึงจังเลย” “น้อยใจจังเลยคิดถึงแต่มามี้ป๊าไม่คิดถึงหรอครับ” คีตะพัฒน์แอบแซวลูกสาว “พวกป๊ามากันได้ไงครับ” ชายหนุ่มเองไม่ได้แปลกใจหรอกแต่ว่าเพิ่งจากมาเมื่อวานเองนะ “มีคนแถวนี้ร้องไห้หาลูกสาวลูกชายครับป๊าก็เลยจำเป็นต้องพามาครับ” “พี่คีย์อย่าว่าเอยพี่ต้องบอกว่ามีธุระที่มีงานที่สาขาแบบนี้สิคะ” “อ้าวพูดผิดใช่ไหมครับพูดใหม่ได้ไหมเนี่ย” “ไม่น่าจะทันแล้วนะคะแต่ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาหาหนู” “ยินดีครับเจ้าหญิงของป๊า ป๊าฝากม้าด้วยนะเย็นๆเจอกันนะครับตามไปประชุมก่อน” “ยินดีค่ะขอบคุณนะคะรักป๊าที่สุดเลย” หนูจ๋าเดินเข้าไปกอดคุณพ่อสุดที่รักแบบขอบคุณมากๆที่พาคุณแม่มาหาเธอแบบเซอร์ไพรส์ที่สุด สามแม่ลูกพากันเซอร์เวย์มหาวิทยาลัยที่ลูกอยู่จริงๆลูกๆถามเธอก็ได้เพราะเธอก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่ในระหว่างทางที่จะไปบ้านพี่คิณกับลิซ่าเธอก็สั่งสอนลูกชายลูกสาวให้ดูแลกันดีๆเพราะตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงแค่สองพี่น้องมีอะไรให้โทรหาม๊าเลยมาจะรอสแตนบายทุกเรื่องคอย support เสมอ @3 ปีผ่านไป ช่วงจังหวะชีวิตผ่านไวมากปีนึงเธอกลับซัมเมอร์แต่ปีนั้นเธอไม่เจอหนูอิงเพราะน้องไปเยี่ยมอากงที่ฮ่องกง อีก 2 ปี 3 เธอตั้งใจที่จะไม่กลับเพราะเธออยากฝึกงานที่อลิสไดมอนด์ เลยพลาดเรื่องบางเรื่องมารู้อีกทีก็วันก่อนที่น้องจะเดินทางมา หนูอิงสอบติดคณะแพทย์ที่ม.xเช่นกัน ทำให้เธอรู้ว่าสองแฝด บาส&บอยสอบติดมอ .x คณะเดียวกับเธอเช่นกัน คณะบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ ไม่มีเดือนมหาลัยมานานแล้ว ปีนี้เมื่อเธอรู้ว่ามีคู่แฝดถือว่าเป็นคนที่หน้าตาดีมากเธอในฐานะประธานรุ่นต้องออกตัวและตัวเธอคิดว่าวันเปิดเทอมเธอต้องเข้าคุยกับสองแฝดนี้ให้จงได้

อ่านต่อ