รักร้ายองค์ชายอาหรับ
บทที่ 1 บทบาทใหม่ของใจดวงเดิม

ระรินเดินตัวลีบพยายามทำตัวเองให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยังอยู่รั้งท้ายขบวนเหมือนเดิม เมื่อเดินผ่านประตูห้องเข้าไป ระรินถึงกับตาค้างกับความอลังการของ ห้องรับรองสุดหรู สายปะทะเข้ากับบุรุษตัวสูงหน้าตาคมสัน ทว่าสายตาเย่อหยิ่ง นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาแบบหลุยส์ สีทองอร่ามดูมีรสนิยม ส่วนคนที่นั่งข้างเป็นหญิงสาวหุ่นนางแบบสวยเฉียบสไตล์ฮอลลี่วู๊ด ชายหนุ่มล่ำบึกอีกสองคนซ้ายขวา สรุปแล้วในห้องมีผู้ชายทั้งหมดเกือบสิบคน เท่แข่งกันใหญ่ระรินคิด แว่นกันแดด ที่ปิดบังดวงตาช่างเข้ากันได้ดีกับสูทสีดำสนิท ระรินสงสัยนัก ไอ้พวกบอดี้การ์ดทำไมต้องใส่ชุดสีดำชายหนุ่มหล่อที่ยืนอยู่ทางขวามือขยับตัวมาตรงหน้าก่อนจะพูดเสียงดัง “ทั้งสามคนนี้นะเหรอ เด็กรับใช้คนใหม่มิสเตอร์บุญสม" ประโยคสุดท้ายหันไปทางชายสูงอายุ ระรินปิดปากหัวเราะคิกคัก แต่งตัวก็ดีท่าทางก็ดี ชื่อบุญสม ลุงบุญสมหันมาถลึงตาใส่ระรินก่อนจะโค้งคำนับ “ครับท่าน องครักษ์ฮาฟซา” “หนุ่มทางภูมิภาคของเจ้านี่ ท่าทางอ้อนแอ้นไม่มีหนวดเคราหน้าตาจืดชืดไม่สมเป็นชายดีหน่อยตรงมีความละเอียดรอบคอบ ซื่อสัตย์ไว้ใจได้” แหวะ ตบหัวแล้วลูบหลังระรินอยากพูดเหลือเกินภูมิภาคของพวกเจ้าก็ไว้หนวดไว้เคราเหมือนมหาโจร ผิวก็คล้ำไม่หล่อใส “ครับ ตามที่องค์ฟีรอสเลือกไว้ทั้งสามคนครับ เชิญสัมภาษณ์ได้เลย” ชายผู้ที่นั่งอยู่บนโซฟา เหลือบตามองหลังจากที่ทำท่าไม่ยินดียินร้ายปล่อยให้เป็นหน้าที่ขององครักษ์ “ไม่ต้องสัมภาษณ์แล้ว เราเลือกเจ้าสองคนนั้น” ใบหน้าคมพยักหน้ามาทาง ระรินและหนุ่มหน้าจืดอีกคน ไอ้คนข้างๆฉีกยิ้มดีใจแบบปิดไม่มิด ระรินส่ายหน้าไปมา 1-2-3 “กระผม... กระหม่อม...เฮ้ย..ผม ...ขอสละสิทธิ์ครับ” คำพูดละล่ำละลักแบบมีพิรุธ ลุงบุญสมหันมามองหน้าขยิบหูขยิบตา ฟีรอสหันมองเต็มตาพลางลุกจากที่นั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของระริน เขาใช้มือแข็งแรงจับคางมนให้เชิดขึ้น ระรินดิ้นรนส่ายหน้าไปมาฮึดฮัด “เจ้ากล้าขัดคำสั่งเรารึ เจ้าหน้าอ่อน” ดวงตาคมจ้องมองเข้าไปในตากลมโตลุงบุญสมรีบถลาเข้ามาดึงแขน ระรินให้นั่งลงพร้อมกับกดหัวให้ก้มหน้า “คงเมาเครื่องบินขอรับ พูดจาแปลกๆ ท่านฟีรอสโปรดอภัยด้วยซาลาม” ลุงบุญสมเสียงสั่นระรัว ระรินลดตัวลงยอมนั่งลงแต่โดยดี ไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะร้ายแรงถึงเพียงนั้น “นำ ทั้งสองคนไปที่วังทองคำให้รับใช้อยู่ใกล้ชิดเราส่วนคนที่ไม่ถูกเลือกให้ส่งไปยังบ้านของท่านพี่ซาเบีย” คนพูดสะบัดตัว สาวสวยหุ่นนางแบบเดินตามแทบไม่ทันองครักษ์อีกสองสามคนสาวเท้าตามเร็วรี่ออกจากห้องรับรอง ลุงบุญสมบีบแขนระรินเบาเบา “เกือบไปแล้ว แกนี่หาเรื่องใส่ตัว องค์ฟีรอสเขารู้กันทั้งประเทศว่า....ทรงไม่ชอบให้ใครขัดใจ” ระรินน้ำตาร่วงพล่อย ซวยจริงๆล่ะที่นี้กลับก็ไม่ได้ไปต่อก็น่ากลัวเธอนั่งตัวแข็งอยู่กับที่ “ไปได้แล้ว ร้องไห้เป็นผู้หญิงไปได้ คราวหลังก็อย่าขัดใจท่านเป็นอันขาดจำไว้ เดี๋ยวจะพาไปทำความรู้จักกับวังทองคำ และเดี๋ยวลุงจะแนะนำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบของแต่ละคน” ลุงบุญสมเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง ระรินรู้สึกว่าตอนนี้เธอมีเพียงลุงบุญสมคนเดียวที่เป็นมิตรยามยาก แสงตะวันเคลื่อนคล้อย ระรินนั่งเหม่อมองไปทางทิศที่คิดว่าจากมา ป่านนี้พี่ชายฝาแฝดของเธอที่บ้านคงวุ่นวายกับการหายตัวไปของเธอ แล้วสุดท้ายทุกคนก็จะรู้เองว่าระรินไปไหนพี่ชายฝาแฝดคงห่วงใยเธอน่าดู แต่แม่เลี้ยงของเธอคงดีใจจนเนื้อเต้น ส่วนพ่อก็คงไม่ยินดียินร้ายอะไรเหมือนเคย ในเมื่อแม่เลี้ยงมีความสามารถในการพูดโน้มน้าวจิตใจจนพ่อไม่สนใจไยดีเธอ เธอผสมยานอนหลับลงไปในนมสดให้พี่ชายดื่มก่อนนอน เพราะวันรุ่งขึ้นพี่ชายฝาแฝดที่เป็นที่พึ่งเดียวของเธอ กำลังจะจากไปทำงานต่างแดน ระรินหมดสิ้นหนทางแม้พี่ชายจะพูดว่าเพราะอนาคตของเธอเพื่อที่เธอจะได้เรียนมหาลัย เธอจับผมยาวสลวยก่อนจะใช้กรรไกรคมกริบตัดฉับลงไปทันทีเพราะกลัวตัวเองจะเปลี่ยนใจ ใช้กรรไกรตกแต่งอีกนิดเดียวใบหน้าที่ละม้ายกันอยู่แล้ว แทบแยกไม่ออกว่าเป็นคนละคนกับพี่ชาย การปลอมตัวมันง่ายนิดเดียวเธอคิด ระรินยอมเป็นผู้จากมาดีกว่าผู้รอคอยแต่บัดนี้เธอรู้แล้วว่าตัวเองคิดผิด “ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาหน่อย” เสียงลุงบุญสมทำเอาระรินสะดุ้ง เธอรีบก้าวเข้าไปในห้องทันที

บทที่ 2 มิตรภาพ

ระรินเดินตามระเบียงสูงของตำหนักใหญ่ ความสวยสง่าเมื่อยามต้องแสงอาทิตย์อัสดง เธอหยุดอยู่หน้าห้องก่อนจะเคาะประตูห้องส่วนตัวสองสามทีไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา ระรินผลักประตูเบาๆก่อนที่จะแทรกร่างบางเข้าไปห้องโอ่อ่าสวยงามตกแต่งแบบตะวันตก ทุกอย่างคล้ายกับถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว สวยงามหรูหราจนไม่อาจละสายตา ระรินเดินเข้าไปเรื่อยเรื่อยแต่ไม่พบใครเธอจึงถือโอกาส มองสำรวจด้วยความชื่นชมในความสวยงามลงตัว เงินนี่ทำได้ทุกอย่างจริงระรินคิดในใจเดินลูบคลำนู่นนี่เรื่อยเปื่อย จนเดินมาหยุดที่เตียงใหญ่ เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาว ร่างสองร่างกอดก่ายกันอยู่บนเตียงเสื้อผ้าฝ่ายหญิงหลุดลุ่ยระรินมองแว๊บเดียวก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือองค์ฟีรอส และสาวนางแบบนางนั้นที่เธอเห็นเมื่อตอนกลางวัน ระรินตัวแข็งทื่อหันหน้าเดินหนี แต่ช้าไปเสียแล้ว “หยุดอยู่ตรงนั้นนะ เจ้าเข้ามาได้อย่างไร” เสียงเข้มดุดัน ระรินอยากจะหายตัวได้ในทันที หันหน้ามาทำเอาร่างบางชนเข้ากับอกกว้าง ฉลองพระองค์ที่ถือมาร่วงพล่อยลงไปกับพื้น อกใหญ่ที่ปราศจากอาภรณ์ กลิ่นกายของชายชาตรีระรินหน้าแดงทันที ร่างสูงตรงหน้าคว้าแขนบางกำไว้แน่น “กระผมเอาฉลองพระองค์มาให้ขอรับ” ระรินละล่ำละลักก้มหน้าหลบแก้มแดง “นึกว่ามาแอบดู .....ออกไปได้แล้ว...” ระริน รีบสาวเท้าเดินออกมาแขนแข็งแรงคว้าข้อมือบางไว้ทันที “ไม่ใช่เจ้า ...เธอ... หมดอารมณ์แล้ว^_^” มือชี้ไปยังร่างระหงของสาวสวยบนเตียงนุ่ม สาวเจ้าจัดแจงเสื้อผ้าชุลมุนหน้างอหงิก ฉับพลันก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มเดินเฉิดฉาย มาหยุดอยู่ตรงหน้าของ องค์ฟีรอสระรินหลบตาวุ่นวาย ก้มหน้านิ่งแขนแข็งแรงยังไม่ปล่อยเธอ “ถ้า พระองค์ต้องการหม่อมฉันเมื่อไหร่” สายตาหวานหยดย้อยนั้นทำเอาระริน แทบจะแทรกแผ่นดินหนี “ก็ เรียกนะเพคะ หม่อมฉันจะรอ” มือสวยที่ทาเล็บสีแดง ลูบไล้ไปบนอกกว้างที่ปกคลุมด้วยไรขน คนโดนกระทำไม่สนใจสะบัดหน้าหนีก่อนจะ กดหัวเธอให้ก้มลงไปเก็บฉลองพระองค์ “เก็บมันขึ้นมา แล้วตามมาเตรียมน้ำในอ่างให้เราด้วย แล้วรอจนกว่าเราอาบน้ำเสร็จ” พูดเสร็จก็จะปล่อยเธอแล้วเดินหันหลังทำท่าคล้ายจะเปลื้องผ้าของตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนใจบ่นพึมพำ “องครักษ์ไปไหนหมด ถ้าเป็นคนร้ายเรามิตายไปแล้วหรือ” ระรินอกสั่นขวัญหายก่อนจะเดินแบบเร็วรี่ไปยังอ่างอาบน้ำ ระฆังช่วยชีวิตไว้ทันพอดี เป็ง เป็ง “พระองค์เกิดเหตุอะไรหรือ กระหม่อมได้ยินเสียงเอะอะ” ฮาฟซาองครักษ์หุ่นล่ำหล่อร้ายเข้ามาขัดจังหวะระรินมองคนนู้นทีคนนี้ที “เจ้าระวิน ลุงบุญสมตามหาเจ้าอยู่” เสียงทุ้มนุ่มหู พูดพลางพยักหน้าไล่ส่งระรินรีบเดินตัวลีบออกไปทันที นึกขอบคุณองครักษ์หนุ่มหล่อ “อย่าเพิ่งให้มันไปให้มันเตรียมน้ำให้เราก่อน” เสียงเกรี้ยวกราด “ไม่เป็นไรกระหม่อม ประเดี๋ยวกระหม่อมจะเตรียมถวายเอง มันได้เวลารับประทานอาหารเย็นแล้ว ประเดี๋ยวจะไม่ทันเวลาพาลจะอด” องครักษ์หนุ่มออกตัวแทน ด้วยทราบอารมณ์ของผู้เป็นนายได้ดี ระรินเดินผ่านประตูออกมาช้าๆ ด้วยกลัวว่าคำสั่งจะเปลี่ยนแปลง แต่เงียบไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดใดอ๋อหรือว่าจะเป็นคู่จิ้นกันหนอ เหมือนกับจะเกรงใจท่านองครักษ์ใหญ่ชอบกล “เกือบซวยอีกแล้วซี่เจ้าระวิน ไม่ดูตาม้าตาเรือคราวหลังถ้าจะเข้าไปต้องส่งเสียงให้องค์ฟีรอสท่านก่อนไม่ใช่แอบเข้าไปอย่างนั้นทรงกริ้วมากรู้ไหม ดีที่ท่านฮาฟซาเข้าไปพอดี” เสียงลุงบุญสมบอกเล่าเรื่องที่เธอควรปฏิบัติ “ไป๊ ไปกินข้าวกัน กินได้ไหมอาหารที่นี่มีแต่อาหารมุสลิมเดี๋ยวอยู่ไปนานๆลุงจะพาไปเดินตลาด” เธอซาบซึ้งในความห่วงใยจนเกือบจะร้องไห้ อย่างน้อยคนบ้านเดียวกันก็ไม่ทิ้งกัน “ทำไม องค์ฟีรอสท่านอารมณ์ร้ายจังล่ะลุง” ลุงบุญสมจุ๊ปาก “ห้ามนินทาหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง เป็นบางเรื่องที่ท่าน ขี้โมโห บางเรื่องก็แสนจะดี*___*” ตรงไหนหนอ ระรินคิดในใจจะมีดีดีบ้างไหม หน้าตาที่แสดงว่าไม่เชื่อของระรินปิดไม่มิด “เดี๋ยวอยู่ไปนานๆ ก็รู้เองแหละว่าองค์ฟีรอสท่านดีที่สุดในวังนี้ไม่เหมือนองค์อื่นพวกเรารักท่านทุกคน” “............” ระรินกินอาหารมุสลิมอย่างเงื่องหงอยอาหารที่มีแต่อาหารเลี่ยนๆ คิดถึงอาหารไทยรสจัดที่บ้านจับใจ หนุ่มอีกคนที่ถูกคัดเลือกให้มาทำงานในวังพร้อมกัน มองดูระรินจากที่ไกลไกลก่อนจะขยับเข้าใกล้ “ระวิน นายเคยเข้าไปในห้องบรรทมขององค์ฟีรอสแล้วใช่ไหม” ระรินพยักหน้าแทนคำตอบ “คือ คือว่าเราอยากขอร้องนาย"

บทที่ 3 เพื่อนร้ากกกก

ตากลมโตของระรินเบิกกว้าง “เราเห็นนาย กล้าดี คืออีกอย่างเรา.... กลัวองค์ฟีรอส ลุงบุญสมบอกให้มาตกลงกันเอาเอง” ระรินยิ่งสงสัยหนัก “เรื่องอะไร” “คือเรามีหน้าที่.. ถวาย.. ปรนนิบัติ ...แบบ... แบบว่าประมาณว่าทำที่หลับที่นอน เออตรวจตราที่บรรทม ประมาณว่าที่นอนหมอนมุ้งให้องค์ฟีรอสแต่เราอยากขอเปลี่ยนกับนาย เราจะทำหน้าที่แทนทุกอย่างข้างนอกนี่ยกเว้นในห้องบรรทมจะได้ไหม”น้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ จนได้ไหมล่ะระรินคิดในใจ แล้วไอ้ที่ยิ้มร่าดีใจตอนถูกเลือกกับเสียงหัวเราะที่หัวเราะเยาะเธอเมื่อขอสละสิทธิ์ นี่มันใช่คนเดียวกันไหมที่แบบนี้ไอ้คนนั้นไปไหนเสียล่ะ ระรินถอนหายใจยาวเหยียด “เราทำแทนทุกอย่างเลย ทุกอย่างจริงจริงนายทำแค่สองอย่างได้ไหมเพื่อนรัก” โอ้ ระรินกลายไปมีเพื่อนรักตั้งกะเมื่อไหร่ “หรือจะให้เราแบ่งค่าจ้างส่วนของเราให้นายก็ได้นะ”ใจป้ำซะด้วย ไปกันใหญ่เลย ระรินรู้ดีว่ามาอยู่ที่นี่ค่าจ้างสูงสิบ งานสบายที่อยู่ที่กินก็ดีต่างจากพวกที่อยู่ข้างนอกที่ต้องดิ้นรน แต่เธอก็ไม่อยากได้ของใคร แม้จะคิดว่าจะพยายามเก็บเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้กลับบ้านไปเรียนต่อถ้าหากไม่ถูกจับได้เสียก่อน “ไม่เป็นไร เราไปเองก็ได้” ไอ้หนุ่มขี้กลัว เผลอตัวคว้ามือระรินขึ้นมากุมไว้ด้วยความดีใจระรินชักมือออกด้วยความตกใจเหมือนกัน สายตาคมกริบของฮาฟซาจ้องมองแบบจับผิดจากมุมหนึ่ง “ดีใจจริงจริงเลยเพื่อนยาก เริ่มคืนนี้เลยนะเพื่อน”เช็ดมือไปมา แหวะระรินอยากจะบ้าตาย นี่นายกะจะไม่เข้าไปเจอองค์ฟีรอสเลยหรืออย่างไร เฮ้อ! ยามเย็นที่แสนจะวุ่นวายผ่านไปเสียทีระรินยืนอยู่ที่ระเบียงยาวทอดไปสู่ห้องบรรทม องครักษ์หลายคนประจำตามจุดต่างๆระรินมองคนนู้นทีคนนี้ทีพลางทอดสายตาไปสู่ดวงจันทร์ดวงกลมใหญ่ ที่ต่างจากดวงจันทร์ที่เธอเคยเห็นเพราะมีขนาดใหญ่กว่า ความสวยงามก็มากกว่า เสียงฝีเท้าจากด้านหลังทำเอาระรินสะดุ้ง “ตกใจหรือ” ฮาฟซาเดินมาจากทางห้องพักขององครักษ์ที่อยู่ติดกันกับห้องบรรทม ระรินพยักหน้าสายตาคมกริบยังมีแววจับผิด ระรินหลบตาก้มหน้า ฮาฟซายิ่งเขม่นมองอย่างค้นคว้า ด้วยว่ารูปหน้าที่งดงามอย่างหาที่ติไม่ได้ของระรินความหวานที่ฉาบทาอยู่ไม่อาจปิดบังได้ “มายืนเหม่ออะไรอยู่ที่นี่ ยังไม่พักผ่อนอีกหรือ” เสียงทุ้มนุ่มหูเจือไว้ด้วยความห่วงใยกลายกลาย “มารอถวายการรับใช้ใน…. ห้องบรรทมขอรับท่านฮาฟซา” แม้จะดัดเสียงให้ห้าวหาญเพียงใด ก็ไม่อาจกลบความหวานของน้ำเสียงได้ ระรินกระแอมเบาเบา “อ้าวหน้าที่ของเจ้ารึ ตามจริงต้องผลัดกันสองคนกับเจ้าประพันธ์ไม่ใช่รึ” ฮาฟซาเหมือนจะรู้รายละเอียดในงานของเด็กรับใช้เป็นอย่างดี “ประพันธ์บอกว่าลุงบุญสมให้ตกลงกันเอาเองขอรับ” แววตาอ่อนโยนด้วยความเห็นอกเห็นใจ ฉายออกมาเพียงแวบเดียวก็หายไป “เหนื่อยแย่” “เขารับปากว่าจะทำอย่างอื่นแทนขอรับ” ฮาฟซาเลิกคิ้วทำท่าตกใจ ทำให้ใบหน้าคมยิ่งน่ามองยามผ่อนคลาย “เจ้านี่กล้าหาญไม่น้อย ใครใครก็กลัวองค์ฟีรอสส่วนเจ้าช่างกล้า” ทำอย่างไรได้ระรินคิดตกกระไดพลอยโจนแล้วนี่ “องค์ฟีรอสท่านใจดีจะตายไป คนมาใหม่ใหม่กลัวท่าน ทุกคนแต่อยู่ไปนานนานเดี๋ยวก็รัก แต่อย่าไปทำให้ท่านโกรธหรือขัดใจถ้ามีเรื่องให้ช่วย บอกเราได้ทุกเวลา ^_____^” รอยยิ้มหวานถ้าเป็นเวลาอื่นระรินอาจใจละลายไปแล้วแต่ขณะนี้ไม่มีแก่ใจจริงจริง แสงจันทร์นวลส่องจับใบหน้าสวยหวานของระรินเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ดวงหน้าที่ไม่อาจปกปิดได้ของระรินอยู่ในสายตา องครักษ์หนุ่มหัวใจไหววูบด้วยมีบางอย่างแล่นเข้ามาในความคิดคำนึง ผู้ชายทำไมถึงได้มีบางอย่างที่น่ามองและชวนหลงไหลเพียงนี้- "เจ้าอายุเท่าไหร่" คำถามที่จงใจถามเพื่อคำตอบ "ยี่สิบ ครับ ผมอายุยี่สิบ" ระรินตอบตามความจริง เธอเพิ่งเรียนจบ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาการโรงแรมมาเมื่อไม่กี่วันนี้เองก็ไม่จำเปแ้นต้องปิดบังอยุ่แล้วในเมื่อใบสมัครที่ส่งมาก็ยี่สินระวินเองก็อายุเท่ากัน "หน้าตาเจ้า ไม่น่าถึงยี่สิบ" อมยิ้มที่มุมปากเหมือนจะหยิกแกมหยอก ชิชะหาว่าเราอ่อนหัด ระรินคิดในใจ "มีแฟนรึยัง"  ไม่บอก ระรินคิดต่างจากคำพูดคิดถึงเพื่อนร่วมห้องที่เคยคบหากันมาแต่สุดท้ายก็เลิกรากันไปด้วย ความห่างเหินเมื่อเขาต้องไปเรียนต่อมหาลัย "ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาข้างในหน่อย"

อ่านต่อ