สยบแค้นรักซาตาน
บทที่ 1 นี่ไม่ใช่ฉัน 1

อินโทร ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งธัญญ่าหญิงสาวผู้กำลังถูกเคราะห์กรรมเล่นงานเธอพิงแผ่นหลังกับหัวเตียงนอนอยู่ในชุดผู้ป่วยธัญญ่านั่งดูข่าวของพี่ชายและพ่อของเธอด้วยความสลดหญิงสาวร้องไห้ตัวงอเธอไม่เหลือใครในชีวิตอีกแล้วทุกอย่างสูญสิ้นหมดส่วนเรื่องการลักพาตัวลลนาเธอก็ทำใจยอมรับในผลของการกระทำในครั้งนี้แต่จู่ๆประตูห้องก็ถูกเปิดออกชายร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำทั้งชุดและปกปิดใบหน้าเอาไว้จ้องมองมาที่เธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ถูกจับติดคุกมันคงจะสบายไปสำหรับเธอไม่นานก็คงจะออกมาหรือไม่ก็อาจจะไม่ติดคุกเลย” “คุณเป็นใคร!” “หึ! เดี๋ยวเธอก็รู้” ภาพตัดไปพร้อมกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของลูกสาวอดีตนักธุรกิจชื่อดังที่โดนวิสามัญในระหว่างหลบหนีการจับกุมจากคดีค้ามนุษย์และอาวุธเถื่อน เรือนร่างงามหลับไหลอยู่ในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใบหน้าซีดเซียวแลไร้เลือดฝาดหลังผ่านการผ่าตัดครั้งใหญ่ในชีวิตโดยบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเป็นผู้กระทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับเธออย่างตั้งใจ “คุณหมอช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดด้วยนะครับอย่าให้มีใครสืบสาวราวเรื่องของผู้หญิงคนนี้ได้เด็ดขาดมันเป็นงานสำคัญของทางราชการหากเธอตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการคลุ้มคลั่งคุณหมอจัดการตามวิธีของคุณหมอได้เลย” ใบหน้าหล่อคมเข้มราวเทพบุตรกรีกกล่าวกับคุณหมอด้วยท่าทีที่เงียบขรึมแววตาไร้ซึ่งความปราณีใดๆทั้งสิ้นเขายืนมองร่างที่นอนไร้สติอยู่บนเตียงอย่างไม่แยแสก่อนจะกล่าวประโยคต่อไปกับแพทย์ผู้เป็นเจ้าของผู้ทำการผ่าตัดแปลงโฉมให้คนไข้รายนี้ “หลังจากเธอหายดีแล้วผมจะแจ้งวันมารับตัวเธอกับคุณหมอนะครับ” “ครับด้วยจรรยาบรรณของแพทย์เราจะไม่เปิดเผยความลับใดๆของคนไข้อย่างแน่นอน” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับแล้วเดินออกไปจากห้องพักฟื้นโดยไม่หันมามองร่างงามนั้นแม้แต่ปลายหางตา ทันทีที่ประตูห้องพักวีไอพีถูกปิดลงหมอหนุ่มวัยกลางคนก็ได้ฉีดยานอนหลับให้หญิงสาวหลับต่อไปอีกสักพักเปลือกตาสีอ่อนหนักอึ้งค่อยๆหรี่ดวงตามองแสงไฟที่กระทบผ่านเข้ามา หญิงสาวพยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อลืมตามองรอบๆห้องที่เธอนอนอยู่หากแต่ฤทธิ์ยานอนหลับยังไม่สลายหายไปเสียทั้งหมดเมื่อปรับสภาพสายตาให้รับแสงภายในห้องได้แล้วเธอจึงค่อยๆหยัดร่างกายขึ้นมานั่งพิงหลังกับหัวเตียงแล้วมองดูสภาพแวดล้อมภายในห้องอีกครั้ง “นี่เราอยู่ที่ไหนกันทำไมมันปวดหัวและหมดเรี่ยวแรงได้ขนาดนี้” หญิงสาวๆค่อยๆนึกภาพจำครั้งสุดท้ายของตัวเอง “มึงปล่อยเมียกูมาแล้วกูจะปล่อยน้องมึงไป” “พี่เมฆพี่ทำแบบนี้ทำไมนี่พี่จะยิงญ่าเหรอ” “ขอโทษนะธัญญ่าแต่พี่ต้องเลือกเมียพี่” คำตอบของเมฆิทร์ทำธัญญ่าหัวใจแตกสลายเธอทิ้งพ่อที่รักเธอที่สุดเพื่อมาตามเมฆินทร์แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับเป็นปลายกระบอกปืนจากเขา “ไอ้เมฆมึงปล่อยน้องกูเดี๋ยวนี้ไม่งั้นกูจะฆ่าเมียมึงซะ!” “ก็ลองดูสิ น้องมึงกูก็ไม่ปล่อยเหมือนกันมึงก็รู้ว่ากูคนจริงพูดคำไหนคำนั้น” “ตายซะเถอะแกนังลลนา” แต่ไทยรัตน์มือไวกว่าเขาใช้โอกาสนี้เหนี่ยวไกปืนใส่เมฆินทร์ ปัง ! สิ้นเสียงร่างเล็กก็ล้มกองลงกับพื้นเมฆินทร์ที่วิ่งมาสำรวจร่างกายลลนาหากแต่เธอไม่ได้รับอันตรายใดๆส่วนคนที่ถูกยิงนั้นกลับเป็นธัญญ่าแทน “ธัญญ่า!!!” “แกทำแบบนี้ทำไมธัญญ่าแกเห็นไหมว่ามันไม่ได้สนใจอะไรแกเลย” “พะ…พี่ไทยหนีไปเถอะอย่าห่วงฉันเลยฉันจะตามไปอยู่กับพ่อก่อนนะ” ภาพความทรงจำของหญิงสาวค่อยๆผุดขึ้นมาทีละนิดมือบางสัมผัสไปที่ร่างกายก็พบว่าบาดแผลที่เธอถูกยิงในครานั้นได้หายไปแล้วมือเล็กๆจิกไปที่ศีรษะของตนอย่างสับสนเธอจำได้ว่าโดนยิงอาการสาหัสเหมือนคนใกล้ตายอยู่รอมร่อแล้วเธอรอดมาได้อย่างไรไหนจะสถานที่ๆเธออยู่ตอนนี้ก็ดูแปลกตาจากโรงพยาบาลทั่วๆไป “พ่อ พี่ไทยทุกคนตายกันหมดทำไมฉันยังรอดอยู่แล้วนี่ฉันหลับไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ยโอ๊ย! ปวดหัว” ร่างบางยังคงจิกศีรษะของตนไม่ยอมปล่อยเธอทั้งสับสนและยังคงขวัญเสียกับเรื่องที่เกิดขึ้นสองเท้าค่อยๆก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างทุลักทุเลเมื่อเท้างามแตะสู่พื้นพลันร่างอรชรก็ล้มฟุบลงไปกับพื้นทันทีเพราะจากการที่หลับไหลไม่ได้สติมาเป็นเดือนทำให้ร่างกายไม่ได้ใช้งานส่งผลให้เธอไม่สามารถเดินได้ ณ ตอนนั้น ตุบ! “โอ๊ย! ทำไมแขนขาฉันถึงได้อ่อนแรงแบบนี้” ธัญญ่าค่อยๆใช้แรงที่มีอยู่คลานไปยังหน้าประตูห้องเพื่อต้องการหนีออกจากที่นี่เพราะทราบดีว่าสิ่งที่เธอทำลงไปในตอนนั้นมันเป็นคดีความร้ายแรงเธอจึงต้องหนี “ฉันต้องหนีนางลลนาคงไม่ปล่อยฉันไปแน่ยิ่งพี่เมฆเขาไม่เคยรักฉันเลยเขาเองก็คงจะไม่ให้อภัยฉันเหมือนกัน” ธัญญ่าฮึดใช้แรงที่เหลือค่อยๆพยุงร่างกายตนเองขึ้นถึงแม้จะล้มลงไปกองกับพื้นหลายต่อหลายครั้งแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เมื่อพยายามบิดลูกกลอนให้ประตูห้องเปิดออกแต่กลับไม่เป็นผลหญิงสาวพยายามจนแล้วจนรอดก็เริ่มเหนื่อยจึงนั่งพักสักครู่เธอพิงแผ่นหลังกับผนังห้องแล้วเผลอหันไปมองตู้เก็บของที่มีกระจกบานเล็กๆติดไว้ด้านข้าง ครั้งแรกที่ธัญญ่าเห็นหน้าตนเองในกระจกเธอคิดว่าสายตาของเธอน่าจะยังอ่อนล้าที่เห็นใบหน้าของตนไม่ชัดคงเพราะยังมีอาการเบลอๆจึงค่อยๆมองกระจกนั้นอีกทีแล้วหญิงสาวก็ต้องตกใจอย่างสุดขีดเมื่อใบหน้าที่เธอเห็นนั้นมันเป็นหน้าของผู้หญิงอีกคนที่ไม่ใช่เธอ! “!!!” ธัญญ่าตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่นั้นประมาณห้านาทีได้เธอรีบคลานเข้าไปมองที่กระจกใบนั้นใกล้ๆแล้วจับไปที่ใบหน้าของตนหยาดน้ำตาใสๆก็ไหลพรั่งพรูออกมาเมื่อพบว่าใบหน้าของเธอนั้นได้กลายเป็นใบหน้าของใครก็ไม่รู้ “ไม่จริงนี่ไม่ใช่ฉัน ไม่จริงเป็นไปไม่ได้นี่มันไม่ใช่ใบหน้าของฉัน ไม่จริง!” ธัญญ่ายังคงสัมผัสไปที่ใบหน้าของตนเองแล้วกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือทั้งร้องไห้ทั้งตกใจว่าตนเองมาอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร “ฮือๆๆ มันเกิดอะไรขึ้นฉันโดนยิงที่ท้อง ทำไมหน้าฉันถึงกลายเป็นหน้าคนอื่นไปได้ ไม่จริงเป็นไปไม่ได้ ไม่จริง!” กรี๊ดดดดด!!!!

บทที่ 2 นี่ไม่ใช่ฉัน 2

เสียงกรีดร้องอาละวาดของธัญญ่าดังออกมาจนคนไข้คนอื่นพากันแตกตื่นไม่ใช่ว่าใบหน้าที่เธอเห็นนั้นจะขี้ริ้วขี้เหร่อะไรใบหน้าใหม่นี้ค่อนข้างจะออกไปทางสวยคมแตกต่างจากหน้าเดิมที่จะออกไปทางสาวหมวย แต่สำหรับธัญญ่าแล้วเธอก็รับไม่ได้อยู่ดีที่จู่ๆใบหน้าเดิมของเธอถูกเปลี่ยน หญิงสาวร้องฟูมฟายและกรีดร้องอย่างคนไร้สติเธอพยายามนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆมากมายว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้แต่นึกเท่าไหร่เธอก็นึกไม่ออกหญิงสาวทำได้แค่กรีดร้องโวยวายออกมาได้เพียงเท่านั้น “มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน” เสียงร้องของหญิงสาวยังคงดังขึ้นเรื่อยๆและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงหมอหนุ่มที่เป็นเจ้าของคนไข้ทราบเรื่องก็รีบรุดเข้ามาดูอาการของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แกร๊ก!! “คุณคะ ใจเย็นๆก่อนนะคะสงบสติอารมณ์ก่อนค่ะ คุณคะ” “จะให้ฉันมีสติอยู่ได้ยังไงในเมื่อนี่มันไม่ใช่ฉัน พวกคุณทำอะไรกับใบหน้าของฉัน!” ธัญญ่าโวยวายดิ้นพล่านไม่ยอมให้ความร่วมมือกับหมอหรือพยาบาลทั้งนั้นเธอยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่ “คุณหมอคะ เธออาละวาดไม่ยอมหยุดแบบนี้ดิฉันเกรงว่ามันจะไปรบกวนคนไข้คนอื่นๆได้นะคะ” พยาบาลสาวกล่าวกับหมอหนุ่มถึงแม้ร่างกายของธัญญ่าจะยังฟื้นตัวไม่เต็มที่แต่แรงฮึดสู้ของเธอเยอะไม่เบาเล่นเอาพยาบาลต่างก็พากันกระเด็นไปคนละทิศละทาง หมอหนุ่มจึงจัดการขั้นเด็ดขาดเขาหยิบเข็มยาสลบมาฉีดให้ธัญญ่าทำให้เธอสลบลงไปกองกับพื้นอย่างสิ้นฤทธิ์ “คุณพยาบาลพาเธอกลับไปพักผ่อนที่เตียงก่อนแค่นี้คงจะหมดฤทธิ์ไปสักพัก” “ค่ะคุณหมอ” พยาบาลสาวตอบรับแล้วรีบช่วยกันนำร่างไร้สติของธัญญ่ากลับขึ้นนอนที่เตียงของเธออย่างเช่นเดิม ใบหน้าหล่อคมกระตุกยิ้มที่มุมปากพอใจกับสิ่งที่ได้ฟังการรายงานอาการของหญิงสาว “ขอบคุณนะครับที่โทรมารายงานเอาเป็นว่าผมไม่รอให้เธอหายดีแล้วล่ะ ผมจะเข้าไปรับตัวเธอวันนี้เลย” ชายร่างสูงโปร่งหุ่นกำยำวางสายจากหมอหนุ่มแล้วรีบเร่งออกไปยังโรงพยาบาลศัลยกรรมในเวลาต่อมา “นี่มันเพิ่งเริ่มต้นนะธัญญ่าเธอยังต้องเจออะไรต่อจากนี้อีกเยอะ” แกร๊ก!! เสียงประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดออกชายหนุ่มใบหน้าหล่อคมเข้มเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นยืนมองใบหน้างามนอนหลับอย่างไร้สติ เขามองใบหน้าสวยคมนั้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักถึงแม้ว่าหน้าตาของหญิงสาวจะเปลี่ยนไปแต่ก็ใช่ว่าจะลบสิ่งที่เธอเป็นอยู่นั้นได้ ร่างสูงเห็นว่าหญิงสาวยังคงหลับอยู่เลยคิดจะอุ้มหญิงสาวออกไปทั้งๆที่เธอยังนอนเป็นผักอยู่อย่างนั้นแต่หารู้ไม่ว่าธัญญ่าไม่ได้หลับจริงๆเธอตื่นนานแล้วแต่แค่ต้องการรู้ความจริงบางอย่างจึงแกล้งเป็นหลับอยู่ งับ! ธัญญ่ากัดเข้าที่แขนซ้ายของชายหนุ่มอย่างแรงเขาร้องดังลั่นเพราะตั้งตัวไม่ทันจึงปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ “โอ๊ย! นี่เธอ! ร้ายนักนะ” “คุณเป็นใครมายุ่งอะไรกับฉันแล้วคุณจะพาฉันไปไหน” “พูดมากหุบปากเธอไปซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว” คำพูดตะหวาดลั่นอย่างมะนาวไม่มีน้ำของชายหนุ่มทำให้ธัญญ่าเริ่มกลัวเขาขึ้นมาเพราะที่ใบหน้าเธอต้องเปลี่ยนไปแบบนี้อาจจะเป็นเพราะเขาคนนี้ก็ได้เพราะเธอก็ไม่ใช่คนโง่เมื่อคิดอย่างนั้นธัญญ่าก็รีบตะโกนร้องให้คนช่วยเหลือเธอ “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยมีคนกำลังจะทำร้ายฉัน ช่วยด้วย” “บอกว่าให้หุบปากไง ถึงร้องไปก็ไร้ประโยชน์ในนี้ไม่มีใครเขาสนใจเธอหรอกนอกจากฉัน” “ฉันไม่ไปจนกว่าคุณจะบอกว่าคุณเป็นใครแล้วต้องการอะไรจากฉัน” ชายหนุ่มรำคาญหญิงสาวจึงหยิบหมวกสีดำและหน้ากากขึ้นมาอำพรางตัวแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวใกล้ๆ “หึ! อยากรู้นักใช่ไหมว่าฉันเป็นใครเธอลองมองฉันให้ดีๆสิ” ทันทีที่เห็นชายหนุ่มคนนี้อำพรางใบหน้าเธอก็นึกขึ้นได้ว่าคับคล้ายคับคลาว่าเหมือนเจอเขาที่ไหนมาก่อน “ถูกจับติดคุกมันคงจะสบายไปสำหรับเธอไม่นานก็คงจะออกมาหรือไม่ก็อาจจะไม่ติดคุกเลย” “คุณเป็นใคร?” “หึ! เดี๋ยวเธอก็รู้” และแล้วภาพจำครั้งล่าสุดก่อนที่หญิงสาวจะหลับไปและตื่นขึ้นมาอีกครั้งจากนั้นก็กลายมาเป็นแบบนี้ภาพของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าก็ผุดขึ้นมาในสมอง “แก! แกคือคนที่พาฉันมาที่นี่แล้วทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ใช่ไหม ไอ้ชั่ว! ไอ้เลว! ไอ้!……” “ถ้าฉันชั่วเธอมันก็ไม่ต่างกันหรอกมานี่! คุยกับเธอก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่าๆมากับฉันดีๆอย่าให้ต้องใช้กำลัง” ร่างบางถูกอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ใยดีเขาอุ้มหญิงสาวออกไปทั้งชุดของโรงพยาบาลมือทั้งสองทุบตีแผ่นหลังแกร่งของชายหนุ่มไม่หยุดหย่อนและร้องขอความช่วยเหลือดังลั่นทั้งโรงพยาบาลมาตลอดทางแต่ไม่มีใครสนใจพวกเขาทั้งสองเลย ตุบ! ตุบ! ตุบ! “กรี๊ดดดดด ปล่อยฉันนะช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย กรี๊ดดดด”

บทที่ 3 จากนี้ไปเธอคือฟ้าลัดดา 1

“ว๊าย! ไอ้บ้า ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ มันจะทำร้ายฉันช่วยด้วย” ร่างบางถูกอุ้มไปยังรถสปอร์ตคันหรูเขาโยนร่างนุ่มนิ่มลงยังเบาะนั่งข้างคนขับอย่างรุนแรงทำเอาหญิงสาวถึงกับจุกท้องกันเลยทีเดียวจากนั้นก็ล็อกเข็มขัดนิรภัยให้กับเธอแล้วปิดประตูวนกลับมานั่งยังตำแหน่งคนขับสตาร์ทรถยนต์แล้วขับออกจากโรงพยาบาลศัลยกรรมไปอย่างรวดเร็ว “นี่คุณจะพาฉันไปไหนปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ อ๊า…อึบ อื้อ” กฤษณะรำคาญเสียงของหญิงสาวจึงใช้เทปปิดปากเธอเอาไว้มือทั้งสองข้างก็ถูกเขาพันธนาการด้วยเชือกผูกปมอย่างแน่นหนาและใช้พาพันรอบศีรษะเพื่อปิดดวงตาของเธอไม่ให้มองเห็นสิ่งรอบข้าง “น่ารำคาญ ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้เมฆมันไม่เอาเธอ” พูดจบเขาก็หันกลับไปประจำตำแหน่งแล้วขับรถออกไปจากที่ตรงนั้นทันทีปล่อยให้ธัญญ่าร้องอู้อี้อยู่ในลำคอค้างคาใจกับสิ่งที่เขาพูด “อื้อ….อื้อ” รถสปอร์ตแล่นออกจากตัวเมืองกรุงแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่ลับของเขาที่เตรียมการไว้สำหรับรองรับหญิงสาวจากนี้ไปเขาจะเป็นคนที่กุมชีวิตของเธอถ้าเขาไม่อนุญาตให้ตายเธอก็จะไม่มีสิทธิ์ตาย! กริ๊ง~~~ เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นส่งสัญญาณบอกว่ากฤษณะได้กลับมาถึงบ้านแล้วหญิงสาวที่กำลังนั่งปอกผลไม้อยู่ในครัวได้ยินก็รีบรุดออกไปที่หน้าบ้านเพื่อต้อนรับตำรวจหนุ่มกลับมาจากทำภารกิจ “พี่เกรทมาแล้ว” กานหรือกศิยา ดวงสุดสว่าง เธอเป็นน้องสาวแท้ๆของเกดมณี ดวงสุดสว่าง อดีตคนรักของสารวัตรกฤษณะมีดีกรีเป็นถึงดาราสาวชื่อดังตัวท็อประดับหนึ่งในวงการบันเทิงแต่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมหลังจากที่สูญเสียพี่สาวไปกศิยาก็ได้มาพักอาศัยอยู่กับกฤษณะอย่างถาวรจนกว่าเธอจะมีครอบครัวใหม่เป็นของตนเองเพราะความสงสารและเห็นว่ากศิยาไม่เหลือใครแล้วประกอบกับก่อนหน้านี้ทั้งกศิยาและเกดมณีก็ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของกฤษณะมานานจึงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและเขาเองก็เอ็นดูกศิยาเหมือนน้องสาวแท้ๆคนหนึ่งจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องผลักไสไล่ส่งให้เธอไประหกระเหินอยู่ที่อื่น “นั่นพี่เกรทพาใครมาด้วย” กศิยาเห็นตำรวจหนุ่มพาหญิงสาวร่างบอบบางมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบได้เธอแต่งกายด้วยชุดของโรงพยาบาลถึงจะปิดหน้าปิดตาและมองเผินๆแล้วก็ดูไม่ยากเลยว่าเธอคนนั้นมีหน้าตาสะสวยอย่างกับดารา “พี่เกรทคะ กลับมาแล้วเหรอคะ เอ่อแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครหรือคะทำไมต้องพามาที่บ้านของเราด้วย” “ไว้พี่จะเล่าให้ฟังนะแต่ตอนนี้กานช่วยไปบอกป้าพรให้ทำความสะอาดห้องชั้นบนให้พี่ที” “คะ? ห้องชั้นบน? เอ่อ ดะ ได้ค่ะสักครู่นะคะ” ธัญญ่าขัดขืนคนตัวโตทุกช่องทางเธอพยายามจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของชายแปลกหน้าให้ได้แต่ก็ไม่เป็นผลกฤษณะตัดสินใจอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าแล้วพาไปยังห้องชั้นบนที่เคยเป็นห้องนอนของแม่นมเขามาก่อนแต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้ห้องนอนนั้นเพื่อเก็บซ่อนผู้หญิงคนนี้เอาไว้ “อื้อ….อื้อ….” ตุบ! ตุบ! ตุบ! กำปั้นเล็กๆทุบไปที่แผ่นหลังหนาอย่างเต็มแรงแต่กฤษณะไม่มีสีหน้าของความเจ็บปวดใดๆเลยเขาอุ้มหญิงสาวขึ้นไปยังห้องชั้นบนและไม่รีรอให้ป้าพรได้ทำความสะอาดใดๆทั้งนั้น “ป้าพรครับ ไม่ต้องทงต้องทำมันแล้วความสะอาดปล่อยยายนี่อยู่ในสภาพแบบนี้แหละ” ป้าพรและกศิยาตกใจที่กฤษณะรีบรุดขึ้นห้องมาอย่างเร่งรีบเขาโยนร่างเพรียวบางลงบนเตียงนุ่มที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนหรือทำความสะอาดใดๆเลยจากนั้นก็ปิดประตูห้องอยู่กับหญิงสาวสองต่อสองไม่ให้ใครมาช่วยอะไรเธอได้ “เอ่อ…คุณเกรทคะให้ป้าทำความสะอาดก่อนดีไหมคะ” “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละครับป้าผมขอเวลาสักครู่จัดการยายนี่ก่อนทุกคนมีอะไรไปทำก็ไปทำกันได้เลยผมไม่รบกวนแล้ว” ปัง! ประตูถูกปิดและลงกลอนอย่างสนิทคนข้างนอกที่กำลังตกตะลึงและยืนงงอย่างไม่เข้าใจกันอยู่ก็ต่างสงสัยถึงผู้หญิงแปลกหน้าที่กฤษณะพามาที่บ้านแถมยังให้ไปอยู่ในห้องนอนของแม่นมเขาได้อีกต่างหากทั้งที่ห้องนี้กฤษณะไม่อนุญาตให้ใครได้ใช้เลยแม้กระทั่งกศิยาก็ไม่เคยได้เข้าไปเลยสักครั้ง “ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันทำไมคุณเกรธถึงพามาที่บ้านแบบนี้ละแถมยังเข้าไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองอีก” พุดจีบที่เป็นหลานสาวของป้าพรก็ได้เอ่ยปากขึ้นทำให้กศิยาที่ได้ยินถึงกับหันขวับมามองเธอด้วยสายตาเชิงดุด่า “พุดจีบ! มีอะไรไปทำก็ไปเถอะพี่เกรทคงมีเหตุผลบางอย่างแหละมุทะลุแบบนี้ทุกที” พุดจีบก้มหน้าเจื่อนเมื่อโดนกศิยาดุส่วนป้าพรที่เข้าใจดีว่าคุณหนูของเธอชอบทำเรื่องอะไรแปลกๆแบบนี้ประจำก็เลยไม่สนใจและได้ชักชวนทุกคนให้ไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเองอย่าไปสนใจเรื่องของเจ้านาย ภายในห้องนอนที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองที่ไม่ได้ถูกทำความสะอาดเตรียมไว้ก่อน ธัญญ่าจึงมีอาการสำลักฝุ่นเล็กน้อยกฤษณะแก้ผ้าปิดตาและดึงเทปออกจากปากของหญิงสาวอย่างรวดเร็วไม่มีการถนอมเลยสักนิด “โอ๊ย! ไอ้บ้าฉันเจ็บนะ อี๋แล้วที่นี่มันที่ไหนสกปรกก็สกปรก นี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” “แหกปากร้องเลยจะร้องให้คออักเสบเลยก็ได้นะเพราะที่นี่ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอกธัญญ่า”

อ่านต่อ