เล่ห์ลวงซ่อนเสน่หา
บทที่ 1 คืนพลาดพลั้ง Nc

สองร่างกอดกันกลมแทบหลอมเป็นร่างเดียวกัน ฝ่ามือใหญ่ประคองใบหน้างดงามพร้อมสบตาคู่สวยของคนใต้ร่างราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด ริมฝีปากหยักได้รูปทาบลงบนกลีบปากนุ่มดูดดื่มชิมความหวานอย่างหลงใหล สัมผัสคราวนี้ช่างแตกต่างกว่าที่ผ่านมาเต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างยากจะทำให้ผละออกห่าง “อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอปานจะขาดใจ ความรู้สึกนี้มันอะไรกันทำไมถึงร้อนแรงเพียงนี้ จูบแรกของเธอกำลังถูกใครบางคนขโมยไปอย่างหน้าตาเฉย ไม่รู้ด้วยซ้ำเขาคือใครเนื่องจากภายในห้องค่อนข้างมืดมีเพียงแสงจันทร์สาดส่องให้ความสว่างเท่านั้น เมื่อได้สติแก้วลดายกมือเรียวสองข้างทุบแผ่นหลังแกร่งถี่รัว แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่สะทกสะท้านใด ๆ แก่คนตัวโต เขายังคงตักตวงชิมความหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มอย่างหื่นกระหาย ขณะนี้รู้สึกเหมือนตัวเองใกล้สิ้นลมหายใจเต็มที กระทั่งเขายอมปล่อยเธอเป็นอิสระ “ซอนย่า” แก้วลดาขมวดคิ้วเข้าหากัน เนื่องจากชื่อของคนดังกล่าวคือเลขาของท่านประธาน “คะ คุณเป็นใคร” แก้วลดาพยายามพยุงกายลุกขึ้นนั่ง แต่ไม่วายถูกมือหนาดันไหล่บอบบางจนล้มลงกับเตียงอีกครั้ง ความมืดทำให้หญิงสาวมองผู้ชายที่กำลังจะปล้นพรหมจรรย์ไม่ถนัด แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอจะไม่มีทางตกเป็นของใครง่าย ๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ย้อนเหตุการณ์ไปก่อนหน้านี้ประมาณสองชั่วโมง ซึ่งแก้วลดามาร่วมงานเลี้ยงของบริษัทที่จัดขึ้นให้แก่พนักงานทุกปี เธอเป็นพนักงานใหม่เพิ่งมีโอกาสมาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้เป็นครั้งแรกจึงรู้สึกตื่นเต้น และเผลอดื่มแอลกอฮอล์เยอะเกินไปหน่อย กระทั่งอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา ด้วยความไม่รู้ทิศทางประกอบกับความมึนเมาจึงเดินเข้าห้องผิด จนมารู้ตัวอีกก็ตอนถูกมือใหญ่ของใครคนหนึ่งกระชากไปยังเตียงก่อนถอดเสื้อผ้าเธอออกจากเรือนร่างจนหมด จากนั้นทำการเล้าโลมจนเธอมีอารมณ์ “อ๊ะ อ๊า อย่านะคะ” เสียงหวานพยายามจะห้ามปรามชายแปลกหน้า มือเล็กยกขึ้นผลักไหล่กว้างออกห่างอย่างทรมาน เมื่อปลายลิ้นสากร้อนอุ่นกำลังตวัดเลียร่องรักของเธอที่ไม่เคยมีชายใดเข้ามาเชยชม “อื้อ หวานเหลือเกิน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างคนละเมอก่อนดูดด่ำกับน้ำผึ้งหวานที่ไหลลงมาจากกลีบกุหลาบงามแล้วจัดการดื่มกินไม่ให้เหลือสักหยด นาทีต่อมานิ้วยาวสอดเข้าในโพรงเนื้อเชื่องช้าก่อนจะรับรู้ถึงความคับแน่น “คุณขา อย่าทำแบบนี้” แก้วลดาบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองจะควบคุมร่างกายไม่ได้ จากตอนแรกที่พยายามผลักไสชายแปลกหน้าแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ายกมือบางขึ้นขยุ้มเส้นผมนุ่มของเขา เพื่อระบายความเสียวซ่าน “ฉันไม่ไหวแล้วซอนย่า” อนาวิลบอกก่อนจะเลื่อนตัวขึ้นอยู่ระดับเดียวกับแก้วลดา ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าคนใต้ร่างตอนนี้ไม่ใช่ซอนย่าเลขาสาว เนื่องจากความมืดในห้องกอปรกับเขาดื่มเหล้ามานิดหน่อย ปากหนาประกบกับกลีบปากนุ่มอีกครั้ง ลิ้นสากสอดเข้าไปในโพรงปากสวยก่อนจะหยอกเย้ากับลิ้นเล็ก จูบครั้งนี้ที่เขาสัมผัสแม้จะเงอะงะดูไม่ประสีประสาแต่กลับชอบใจยิ่งนัก ทั้งหวานและทำให้คลั่งไคล้ในเวลาเดียวกัน “คืนนี้ปากเธอหวานเหลือเกิน” เสียงทุ้มปนเซ็กซี่กระซิบข้างใบหูขาวสะอาดก่อนซุกไซ้คอระหงและไม่วายทิ้งรอยแดงมากมายทั่วคอขาวเนียน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาอยากทำรอยปกติไม่เคยทำมาก่อน อนาวิลมองยอดปทุมถันตั้งตระหง่านเด่นผ่านความมืดที่มีแสงสลัวจากดวงจันทร์สาดเข้ามาในห้อง ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างยกขึ้นบีบเคล้นทรวงอกอวบอั๋นพร้อมโน้มหน้าหล่องับดอกบัวตูม “อื้อ อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่ใช่คุณซอนย่า” แก้วลดาพยายามจะบอกชายหนุ่มแต่เหมือนเขาไม่ฟังเลยเพราะกำลังหลงระเริงกับยอดปทุมถัน หนำซ้ำเขายิ่งดูดดื่มยอดถันอย่างรุนแรงโดยไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย จนเธอแอบนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “พร้อมกันนะคนสวย” สิ้นคำพูด อนาวิลนำท่อนเอ็นสอดเข้าในร่องรักพรวดเดียวเพราะคิดว่าเป็นซอนย่าซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกระหว่างเขากับเธอจึงไม่จำเป็นต้องทะนุถนอม ทว่าเข้าไปเพียงแค่ส่วนหัวรับรู้ถึงความคับแน่น “กรี๊ด!! เอามันออกไป” แก้วลดากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มือเล็กทั้งทุบทั้งตีแผ่นหลังกว้างของอนาวิล ร่างอรชรดิ้นพล่านไปมาหวังให้หลุดจากการเกาะกุมของคนตัวโต “ใครวะ” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นอย่างตกใจ มือใหญ่เอื้อมไปเปิดโคมไฟหัวเตียงก่อนหยุดชะงักมองคนใต้ร่างอย่างฉงน เพราะไม่ใช่ซอนย่าเลขาสาวของเขา แต่เป็นใครไม่รู้ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน “ท่านประธาน” แก้วลดากล่าวเสียงแผ่วเบา ผู้ชายที่กำลังปล้นพรหมจรรย์ของเธอคือเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ “เธอรู้จักฉัน” คิ้วเข้มเลิกขึ้น “อืม” พูดพลางพยักหน้าเพื่อยืนยันคำตอบ “เอามันออกไปจากตัวแก้วได้ไหม” เธอบอกเสียงสั่น ทั้งเจ็บและจุกเหลือเกิน ชายหนุ่มก้มมองจุดเชื่อมระหว่างกันก่อนดันเข้าไปข้างในจนสุด ส่งผลให้คนตัวเล็กกรีดร้องลั่นห้องอย่างเจ็บปวด มาถึงขั้นนี้แล้วเรื่องอะไรเขาจะหยุด ยิ่งมีความต้องการสูงซะด้วยถ้าไม่ได้ปลดปล่อยคงได้ขาดใจตายพอดี ส่วนเรื่องหลังจากนี้ค่อยหาวิธีจัดการอีกที “ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันจะรับผิดชอบเอง” ความหมายที่เขาหมายถึงคือการรับผิดชอบด้วยเงิน ถึงแม้เขาจะเป็นคนทำลายความบริสุทธิ์ของเธอแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายินดีจะแต่งงานด้วย เพราะเขาไม่สามารถแต่งงานกับใครได้ทั้งนั้น อดีตในวันวานทำให้เขาไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้ทั้งนั้น “ปล่อยแก้วไปเถอะ” แก้วลดาอ้อนวอนประธานหนุ่ม หากพ้นคืนนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเพราะเขาคือเจ้าของบริษัทและเธอต้องเจอเขาตลอด “เธอบ้าหรือไง ของฉันคาของเธอขนาดนี้จะให้เอาออกเหรอ” อนาวิลกล่าวอย่างหัวเสีย ฝ่ามือหยาบกร้านประคองใบหน้าจิ้มลิ้มก่อนทาบริมฝีปากหยักบนกลีบปากอวบอิ่ม ขบเม้มทั้งปากบนและล่างพร้อมซอยสะโพกเข้าออกในกลีบเนื้อตามจังหวะพิศวาส “อื้อ อ๊า ไม่ไหวแล้ว แก้วทรมานเหลือเกิน” มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงแน่น เธอไม่เข้าใจความรู้สึกนี้คืออะไรกันแน่เพราะนี่คือครั้งแรก “แก้วอยากได้อะไรเหรอ บอกฉันได้ไหม” อนาวิลถามอย่างหยอกเย้า ดวงตาคมช้อนตามองหน้างดงามเต็มไปด้วยคราบเม็ดเหงื่อซึ่งค่อนข้างเซ็กซี่เหลือเกิน อดไม่ได้จะจูบพรมทั่วใบหน้าของเธอ “แก้วรู้สึกเหมือนตัวเองอยากจะฉี่” คำตอบของคนตัวเล็กส่งผลให้อนาวิลฉีกยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู “เธอใกล้แล้วต่างหาก” เอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนเร่งจังหวะเข้าออกในโพรงสวาทถี่รัว กระทั่งถึงปลายทางน้ำขาวขุ่นฉีดพุ่งในโพรงสวาท จนแก้วลดารู้สึกถึงร้อนอุ่นเข้ามาในตัวเธอ “ท่านประธานปล่อยในทำไมคะ” แม้จะมีอาการมึนเมาเพราะแอลกอฮอล์ แต่เธอก็ยังพอมีสติอยู่บ้างจนไม่ลืมเรื่องสำคัญ “ค่อยไปกินยาคุมเอาละกัน” เขาเองก็ลืมเหมือนกันตัวเองไม่ได้สวมใส่ถุงยางจนปล่อยน้ำรักเข้าในร่องเนื้อเต็มที่ ปกติเรื่องแบบนี้ไม่เคยพลาดมาก่อนแต่ดันมาพลาดกับแก้วลดาซะงั้น “อืม” แก้วลดาตอบรับอย่างเข้าใจ ในเมื่อเขาว่าอย่างนั้นเธอก็ควรเชื่อฟังอย่างไรเขาก็เป็นเจ้านาย “ลงไปจากตัวแก้วได้แล้วค่ะ” หน้าหวานหันไปทางอื่นพร้อมดันแผ่งอกแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แม้จะเสียใจที่สูญเสียสิ่งที่หวงแหนมากที่สุดในชีวิตให้กับเจ้านาย แต่ไม่มีเวลาร้องไห้ฟูมฟายเพราะอยากกลับบ้านเต็มทน ขืนช้าไม่วายถูกคนที่บ้านซักไซ้ “ฉันยังไม่อิ่มเลย ขออีกได้ไหม” เขาเริ่มจะติดใจหญิงสาวใต้ร่างแล้วสิ ไม่รอช้าจะประกบปากนุ่มอีกครั้งเพราะไม่อยากได้ยินคำปฏิเสธจากเธอ ก่อนเริ่มบทรักใหม่อีกครา

บทที่ 2 ค่าตัว

บทสวาทเมื่อคืนจบลงในช่วงเวลาตีสาม ทำเอาแก้วลดาไร้เรี่ยวแรงทีเดียวกว่าหญิงสาวจะตื่นก็เป็นเวลาบ่ายของอีกวัน ทันทีที่ลืมตาขึ้นกลับพบใบหน้าคมคายซุกทรวงอกอวบอั๋นและแขนกำยำโอบกระชับเอวคอดแน่นราวกับกลัวเธอจะหาย ดวงตากลมโตมองสำรวจหน้าคมคาย คิ้วเข้มดกดำ จมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหยักได้รูปและที่ทำให้เธอใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะก็ตรงบทรักสุดเร่าร้อน ยอมรับได้เลยตอนแรกเจ็บแต่ช่วงหลังกลับชอบก็เขาเอวดีเหลือเกิน “แกคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ยแก้ว” มือเล็กยกขึ้นมาประคองหน้าจิ้มลิ้มพลางส่ายไปมา ส่งผลให้คนกำลังหลับใหลสะดุ้งตื่น ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นทีละนิด “ตื่นแล้วเหรอ กี่โมงแล้วล่ะ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย “ขอตัวก่อนนะคะ” แก้วลดาไม่ตอบคำถามคนตัวโตเนื่องจากยังคงอับอายกับฉากรักเมื่อคืน เธอรีบตวัดผ้าห่มออกจากเรือนร่าง เท้าเล็กแตะลงสู่พื้นหมายจะหยิบเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาสวมใส่ แต่ไม่ทันจะลุกขึ้นยืนก็ล้มลงกองกับพื้นเสียก่อน “โอ๊ย” “เป็นอะไรไหม” อนาวิลรีบลงจากเตียงไปดูคนตัวเล็ก “ไม่เป็นไรค่ะ” ส่ายหน้าไปมา เธอไม่กล้าบอกเขาว่าเจ็บตรงนั้น “จะไปไหน” “แก้วจะไปอาบน้ำ จะได้รีบกลับบ้าน” “อืม” ตอบรับในลำคอสั้น ๆ ก่อนอนาวิลจะช้อนร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน “ท่านประธานคะ คือแก้ว…” เธอพูดเพียงเท่านั้นก็ต้องเงียบลง เนื่องจากสายตาคมจ้องเขม็งอย่างไม่พึงพอใจ เขาไม่ชอบให้ใครขัดใจ “ถ้าไม่อยากให้ฉันเสียเวลามากกว่านี้ก็เงียบซะ” “ค่ะ” ตอบเสียงแผ่วเบา ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาเป่ารดต้นคอขาวเนียนทำให้ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ยิ่งนึกถึงบทรักเมื่อคืนหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นทันใด “เป็นอะไร” อนาวิลสังเกตใบหน้างดงามแดงระเรื่อ “เปล่าค่ะ” “รีบอาบน้ำ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” เขาวางคนตัวเล็กในอ้อมแขนลงทันทีที่ถึงห้องน้ำ แก้วลดาใช้เวลาชำระร่างกายประมาณยี่สิบนาทีก็เรียบร้อย จากนั้นย่างกรายไปหาคนตัวโตที่นั่งปลายเตียงในสภาพสวมใส่ชุดคลุมอาบน้ำ “เสร็จแล้วเหรอ” เงยหน้ามองคนตัวเล็ก “แก้วขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอไม่ตอบคำถามเขาแต่เลือกเอ่ยจุดประสงค์ของตนเอง “นั่งลงก่อนสิ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” นัยน์ตาคู่สวยปรายตามองพื้นที่ว่างข้างเขาก่อนเอ่ยตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ แก้วยืนได้” “อืม ตามใจ” อนาวิลไม่ได้ซักไซ้มากมาย เขาเด้งตัวลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ที่โต๊ะข้างหัวเตียงก่อนเดินมาหาเธออีกครั้ง “ฉันขอเลขบัญชีด้วย” “เอาทำไมคะ” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้น “เรื่องเมื่อคืน” แก้วลดารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ คำพูดของเขาไม่ต่างกับมีดเล่มคมปักกลางหัวใจ “ท่านประธานจะคุยกับแก้วแค่นี้เองใช่ไหมคะ” ไม่อยากจะพูดกับเขาไปมากกว่านี้ เพราะรู้สึกเหมือนโดนด้อยค่ายังไงไม่รู้ ถึงเงินจะเป็นส่วนสำคัญของชีวิตแต่ก็ไม่ได้อยากได้มาด้วยวิธีแบบนี้ มันไม่ต่างกับการขายเรือนร่างให้กับคนรวย “เธออยากได้เงินเท่าไรก็บอกมา ฉันยินดีจ่ายไม่อั้นถือว่าชดใช้ในสิ่งที่เธอสูญเสีย” อนาวิลคิดว่าแก้วลดาต้องการเป็นฝ่ายเรียกค่าตัวจึงไม่ได้ขัดข้อง ยอมให้เธอเสนอมาโดยดี “ช่างมันเถอะค่ะ เมื่อคืนก็แค่ความผิดพลาด ท่านประธานก็คงไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นใช่ไหมคะ” ถ้าเธอไม่เมาจนเดินเข้าห้องผิด คนที่อยู่ในห้องนี้กับเขาคงเป็นซอนย่า “เอาเลขบัญชีมาเถอะ ฉันไม่อยากเอาเปรียบเธอ” “แก้วขอตัวก่อนนะคะ” เอ่ยตัดบท มือเรียวคว้าเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมา แล้วตรงไปห้องน้ำก่อนจะรีบเปลี่ยนและออกไปจากห้องทันใด ไม่แม้เหลียวมองคนตัวโตสักนิด เท้าเรียวก้าวลงจากแท็กซี่ พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งพลางทอดสายตามองบ้านขนาดกะทัดรัดเบื้องหน้า เธออาศัยอยู่กับครอบครัวของลุง พ่อแม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่เธออายุสิบขวบ เมื่อก่อนเคยอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยความสุข ทว่าตั้งแต่ลุงเสียชีวิตเมื่อสามปีก่อน ภาระในบ้านทุกอย่างตกเป็นหน้าที่ของเธอ เธอต้องทำงานหนักตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อเลี้ยงดูป้าและลูกสาวของป้า “กลับมาแล้วเหรอนังแก้ว” แก้วลดากำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันไดบ้านต้องหยุดชะงัก หันหลังกลับไปมองลูกพี่ลูกน้องของตัวเองที่มีอายุมากกว่าเธอสองปี แต่ชอบหาเรื่องกันไม่เว้นวัน ไม่รู้จะจงเกลียดจงชังอะไรนักหนา “พี่นิดามีอะไรกับแก้วหรือเปล่าคะ” “ทำไมแกเพิ่งกลับมาป่านนี้ เมื่อคืนบอกว่าจะไปงานเลี้ยงบริษัทไม่ใช่เหรอ” ภานิดามองแก้วลดาอย่างจับผิด “เมื่อคืนแก้วเมานิดหน่อยเลยไปค้างบ้านเพื่อน” “แกไปค้างบ้านเพื่อนจริงเหรอนางแก้ว แล้วรอยแดงที่คอแกล่ะ” “แก้วขอตัวก่อนนะคะ” แก้วลดาดึงผมมาปิดตรงรอยแดง จากนั้นหันหลังเพื่อจะขึ้นไปบนห้องแต่ถูกภานิดากระชากผมอย่างแรงจนแทบหงายหลัง “เจ็บนะพี่นิดา ปล่อยแก้ว” มือเรียวพยายามจะแกะมือภานิดาออกจากศีรษะ “แกนี้มันสำส่อนจริง ๆ” “เอะอะเสียงดังอะไรกัน” ภาสินีมารดาของภานิดาเดินมาหยุดข้างบุตรสาว “แม่ก็ดูนังแก้วสิ มันไปนอนกับใครไม่รู้กลับมาคอแดงเชียว” “ไหนอีแก้ว” ภาสินีจับไหล่มนของแก้วลดาพร้อมมองดูบริเวณคอระหงตามคำบอกของลูกสาว “อีแก้ว!! นี่แกไปเอากับใครมาสภาพถึงเป็นอย่างนี้ งามหน้าไหมล่ะ” “แก้วจะไปนอนกับใคร มันก็เรื่องของแก้วเกี่ยวอะไรกับป้าด้วยล่ะ” เธอทนให้กับสองแม่ลูกนี้มากพอแล้ว คราวนี้ขอตอบโต้บ้างเถอะ พวกเขาจะได้รู้สักทีเธอไม่ใช่ที่รองมือรองตีนให้ใครมาทำร้าย “อีแก้ว มึงกล้าเถียงกูเหรอ” ภาสินีง้างมือจะฟาดหน้าหวาน แต่ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงของใครคนหนึ่ง “หยุดนะ! แม่จะทำอะไรแก้ว” เมธัสเดินไปหยุดตรงหน้าภาสินีเพื่อบังร่างของแก้วลดา “พี่เมฆมานี้เลย” ภานิดาดึงแขนแกร่งของสามีมายืนข้างตนเอง “นี่มันเรื่องอะไร” เมธัสมองหน้าภานิดาสลับมองแก้วลดา “จะอะไรอีกล่ะ ก็นังแก้วนะสิไปนอนกับใครไม่รู้ ดูคอมันสิ” ภานิดาชี้ไปยังลำคอขาวเนียนของญาติผู้น้อง “จริงเหรอแก้ว” เมธัสถามเสียงอ่อน มองอดีตแฟนด้วยความเป็นห่วง “ไม่ใช่เรื่องของคุณ” กล่าวจบ แก้วลดาวิ่งขึ้นบันไดบ้านอย่างไว ไม่สนใจว่าใครจะพูดอะไรบ้าง เมธัสกำลังจะวิ่งตามหลังแก้วลดาขึ้นบันไดไปแต่ถูกภานิดารั้งไว้ “พี่เมฆไปไหนจะตามมันไปเหรอ” “พี่ก็จะขึ้นไปดูแก้วไง” “ฉันไม่ให้พี่ไปดูมันหรอก อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าพี่ยังอาลัยอาวรณ์แฟนเก่าของพี่อีก” “โธ่เว้ย!! น่ารำคาญจริง” เมธัสแกะมือของภานิดาออกจากแขนแกร่งแล้วเดินจากไป นี่เขาคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่ทิ้งแก้วลดาแล้วแต่งงานกับภานิดาผู้หญิงคนนี้ไม่มีอะไรดีเลย หลังจากแก้วลดาเข้ามาในห้องนอนรีบล็อกประตูทันใด เท้าเล็กก้าวไปล้มตัวนอนบนเตียงขนาดกะทัดรัด เธออยากออกจากบ้านหลังนี้เหลือเกินแต่ติดตรงที่ว่าก่อนลุงเสียชีวิตได้ฝากฝังให้ดูแลภาสินีและภานิดา เธอจึงไปไหนไม่ได้เพราะไม่อยากผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับลุงผู้ล่วงลับ “พ่อแม่ แก้วจะทำยังไงดี” ดวงตากลมโตแหงนหน้ามองเพดานห้องสีขาวล้วน ก่อนจะนึกถึงใบหน้าของเมธัสอดีตคนรัก แววตาที่เขามองเธอเมื่อสักครู่เต็มไปด้วยความห่วงใย เธอและเขาคบกันตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัยปีสาม ซึ่งเขามีอายุมากกว่าเธอหลายปี ความสัมพันธ์คนทั้งคู่เริ่มต้นมาจากตอนเธอทำงานพาร์ทไทม์ในร้านหนังสือ ซึ่งเขาเป็นลูกค้าประจำ เธอตกหลุมรักเขาเพราะเห็นเป็นคนดี ชอบเรียนรู้และรักเดียวใจเดียว ตลอดเวลาที่คบกันเขาให้เกียรติเธอเสมอไม่เคยล่วงเกินเลย เขาเคยสัญญาจะแต่งงานกับเธอหลังจากเรียนจบ แต่ความฝันของเธอดันพังทลายลงเมื่อเขาขอเลิกและไปแต่งงานกับภานิดาแทน ถึงจะเสียใจแต่ก็ทำใจได้แล้ว และไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมกับเมธัสเพราะเจ็บและจำ

บทที่ 3 ออกจากบ้าน

“น้องแก้วคะ รบกวนนำแฟ้มเอกสารอันนี้ไปให้ท่านประธานเซ็นหน่อยค่ะ แล้วรับกลับมาเลยนะพี่ต้องการใช้ด่วน” มณีนุชหัวหน้าแผนกการตลาดยื่นเอกสารแก่แก้วลดา “ได้ค่ะพี่มณี” ส่งยิ้มหวานแก่หัวหน้า “ฝากด้วยนะ” ตบบนไหล่มนแผ่วเบาก่อนเดินจากไป แก้วลดานำแฟ้มเอกสารมาแนบอกพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วตรงไปยังชั้นผู้บริหาร แต่เมื่อมาถึงกลับไม่พบกับซอนย่าเลขาของอนาวิล “เฮ้อ เอาไงดีทีนี้” พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่ง นับจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นซึ่งผ่านมาแล้วเกือบสองเดือน ระหว่างเธอและอนาวิลทุกอย่างกลับมาสู่สถานะเดิม เขาเป็นเจ้านาย ส่วนเธอก็เป็นแค่ลูกน้อง ทุกครั้งบังเอิญเจอหน้ากันไม่มีการพูดถึงคืนนั้นอีกเลย “เอาเถอะแก้ว แกทำได้อยู่แล้ว” รวบรวมความกล้าก่อนเอื้อมมือเคาะประตูห้อง รอเพียงไม่นานเจ้าของห้องก็ตอบกลับมา “ขออนุญาตคะท่านประธาน” เสียงหวานคุ้นหู ส่งผลให้คนกำลังวุ่นวายกับกองเอกสารถึงกับเงยหน้าขึ้นมอง “มีอะไร” เอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าในใจกลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมาเขาแทบไม่มีอะไรกับใครเลย เนื่องจากติดใจในเรือนร่างของคนตรงหน้า “แก้วนำเอกสารจากแผนกการตลาดมาให้ท่านประธานเซ็นค่ะ” “วางลงสิ” “ค่ะ” แก้วลดาวางแฟ้มตรงหน้าชายหนุ่มและไม่ยอมออกไปทันใดเพราะต้องนำกลับไปด้วย ซึ่งทำให้อนาวิลมองเธออย่างฉงน “มีอะไรอีก” “รบกวนท่านประธานเซ็นเลยได้ไหมคะ คือแก้วต้องนำกลับไปด้วย” บอกอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เขาในตอนนี้ช่างแตกต่างกับคืนนั้นอย่างสิ้นเชิง คืนนั้นเขาอ้อนเธอหนักมากหนำซ้ำยังเซ็กซี่อีกต่างหากทำเธออ่อนระทวยไปหมด แค่น้ำเสียงทุ้มกระซิบข้างหูพร้อมลมอุ่นเป่ารดต้นคอ ใจก็เต้นแรงแทบปะทุออกนอกอก “แก้วลดา แก้วลดา” “คะ” “เป็นอะไร ฉันเรียกเธอหลายครั้งแล้ว” “ปะ เปล่าค่ะ” “นี่แฟ้มของเธอ ฉันเซ็นให้แล้ว” เขายื่นแฟ้มแก่คนตรงหน้า “ขอบคุณนะคะ” เธอรับมากอดแนบอกพร้อมส่งยิ้มหวานแก่เจ้านายหนุ่ม รอยยิ้มหวานกลับทำให้คนอีกฝ่ายหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก “แค่นี้เองใช่ไหม” ไม่ใช่อะไรหรอกที่รีบไล่เธอออกจากห้อง เพราะอยากกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมต้องหวั่นไหวกับผู้หญิงคนนี้ “ค่ะ” อนาวิลมองตามแผ่นหลังเล็กจนลับหาย ทั้งที่มีคนมากมายเข้ามาในชีวิตกลับไม่เคยมีใครทำให้หวั่นไหวเท่านี้มาก่อน หากจะบอกว่าเพราะเขาได้เป็นคนแรกของเธอก็ไม่น่าจะใช่ “ช่างมันเถอะ” สลัดความคิดในศีรษะทิ้ง แล้วจัดการเอกสารตรงหน้าต่อ ตลอดเวลาการทำงาน แก้วลดามักจะว้าวุ่นเพราะคิดถึงใบหน้าคมคายของเจ้านายหนุ่ม จนแทบไม่เป็นอันทำการทำงาน แค่ได้เจอเขาเพียงลำพังอีกครั้ง ฉากรักคืนนั้นก็วนเข้ามาในสมองอีกหนเป็นฉาก ๆ ราวกับหนังม้วนหนึ่ง “น้องแก้วคะ เลิกงานแล้วกลับกันเถอะ” มณีนุชตบบ่าลูกน้องสาวแผ่วเบาก่อนจากไป “แก้ววันนี้เงินเดือนออกแล้วไปกินปิ้งย่างกันไหม” ขวัญดาวเพื่อนในแผนกเอ่ยขึ้น “ขอตัวละกัน วันนี้แก้วไม่ค่อยสะดวก” “ไม่เป็นไร งั้นขวัญไปก่อนนะ พอดีคนอื่นรออยู่” “อืม” ใจหนึ่งอยากไปนั่นแหละ แต่ติดตรงเงินเดือนเด็กจบใหม่น้อยกอปรกับมีภาระมากมาย จึงไม่อยากใช้เงินฟุ่มเฟือย แก้วลดากลับมาถึงบ้านในช่วงเวลาหกโมงครึ่ง ไม่ทันจะก้าวเท้าขึ้นบันไดบ้านเสียงของป้าก็ดังขึ้น “กลับมาแล้วเหรออีแก้วไหนเงินล่ะ เงินเดือนออกแล้วไม่ใช่เหรอ” ภาสินีแบมือขอเงินจากหลานสาวของสามี “นี่คะ” แก้วลดาหยิบซองสีขาวในกระเป๋าสะพายยื่นแก่ผู้เป็นป้า “แค่นี้เองเหรออีแก้ว ห้าพันมันจะพออะไร” ภาสินีมองเงินในซองก่อนโวยวายใส่คนตรงหน้า “เงินเดือนแก้วแค่สองหมื่นเอง แก้วต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านอีก ไหนจะค่าน้ำค่าไฟอีกต่างหาก แก้วให้ป้าห้าพันก็เยอะแล้ว ป้าเลิกเล่นการพนันเถอะจะได้มีเงินเก็บ” เพียะ! ภาสินียกมือฟาดหน้างดงามอย่างจัง “มึงมีสิทธิ์อะไรมาว่ากูอีแก้ว กูเลี้ยงมึงมาตั้งแต่พ่อแม่มึงตาย จำใส่สมองโง่ ๆ ของมึงไว้ด้วย กูคือผู้มีพระคุณของมึง อย่าเสือกมาว่ากู” ภาสินีเอานิ้วจี้หัวของแก้วลดาอย่างโมโห “แก้วเหนื่อยที่จะต้องทนกับป้าแล้วนะคะ” “ทำไมมึงจะทำอะไรกู” ภาสินีพูดอย่างท้าทาย “แก้วไม่ทำอะไรป้าหรอกค่ะ แก้วแค่จะบอกว่าแก้วทนไม่ไหวอีกแล้ว แก้วจะไปจากที่นี่” แก้วลดาบอกอย่างที่ใจรู้สึก “เออ มึงจะไปไหนก็ไป แต่ก่อนไปมึงเอาเงินค่าที่กูเลี้ยงดูมึงมาก่อน” แก้วลดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนหยิบเงินในกระเป๋าที่ตั้งใจจะนำมาจ่ายค่าผ่อนบ้านยื่นแก่หญิงวัยกลางคน “ก็แค่นี้” ภาสินีมองเงินในมือจำนวนหนึ่งพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม “รีบขึ้นไปเก็บของมึงสิ แล้วไสหัวออกจากบ้านกู” นับจากนี้เธอไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินของแก้วลดา เพราะเธอมีลูกเขยอย่างเมธัส “ไม่ต้องไล่ค่ะ แก้วไปอยู่แล้ว” พูดจบ แก้วลดาหมุนตัวก้าวขึ้นบันได เพื่อเก็บสัมภาระ หญิงสาวใช้เวลาไม่นานในการเก็บเสื้อผ้าก็เรียบร้อย ระหว่างกำลังยกกระเป๋าลงจากบันไดบังเอิญสวนทางกับเมธัสและภานิดา “แก้วจะไปไหน” เมธัสคว้าท่อนแขนเรียว “ไม่เกี่ยวกับคุณ” มือเรียวปัดแขนกำยำออกห่าง จากนั้นรีบก้าวลงบันไดแต่เมธัสยังคงวิ่งตามไม่เลิก “เดี๋ยวก่อนสิแก้ว นี่แก้วจะไปไหน” เขาคว้าท่อนแขนเล็กอีกครั้ง “พี่เมฆอย่าไปจับมัน” ภานิดาคว้าแขนแกร่งของสามีมากอด “อย่ามายุ่งกับฉัน” แก้วลดาเอ่ยเสียงเย็น “นังแก้วนั่นแกจะไปไหน” คราวนี้ภานิดาเป็นฝ่ายถามขึ้น เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากทานอาหารนอกบ้านกับเมธัสเลยไม่รู้เรื่อง “แม่ไล่มันออกไปเองแหละ เกลียดขี้หน้า” เสียงของภาสินีแทรกขึ้น “ขอตัวก่อน” เธอไม่มีอะไรจะพูดกับคนในครอบครัวนี้อีกต่อไป นับจากนี้ถือว่าขาดกัน เมธัสจะวิ่งตามหลังแก้วลดาแต่ถูกภานิดารั้งไว้พร้อมพาขึ้นห้อง วันนี้อนาวิลเคลียร์งานเสร็จเกือบสามทุ่ม ระหว่างทางกลับคอนโดเขาเห็นร่างคุ้นเคยของใครคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงป้ายรถเมล ไม่รอช้าจะหักพวงมาลัยรถไปอีกฝั่งก่อนแล่นรถไปจอด “แก้วลดา” “ท่านประธาน” แก้วลดาเงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง ไม่นึกเลยเวลานี้จะเจอคนรู้จัก หลังจากออกจากบ้านของภาสินี เธอไม่รู้จะไปไหน ครั้นจะไปเปิดห้องเพื่อเช่าอยู่รายวันก็มีเงินแค่หนึ่งพันบาท เธอต้องเก็บไว้ใช้วันอื่น ๆ สุดท้ายไม่มีทางไปต้องมานั่งที่ป้ายรถเมล “มานั่งทำอะไรตรงนี้” เอ่ยถามด้วยความห่วงใย ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว “เอ่อ แก้ว...” พูดตะกุกตะกัก “อย่าบอกนะว่าโดนไล่ออกจากบ้าน” เขามองดูกระเป๋าข้างลำตัวแก้วลดาก่อนช้อนตามองหน้าหวาน “หน้าเธอเป็นอะไร โดนตบด้วยเหรอ” เขาเพิ่งสังเกตเห็นตรงแก้มนวลมีรอยแดง “คือ แก้ว...” “พูดมาสิแก้วลดา” เขย่าไหล่บอบบางทั้งสองข้างไปมา ส่งผลให้คนตัวเล็กเวียนศีรษะจนอยากอาเจียน “ท่านประธาน แก้วเวียนหัว” มือเล็กดันอกแกร่งออกห่างก่อนวิ่งไปอาเจียน “เธอท้องเหรอ” “ฮะ!!” แก้วลดาหันไปมองหน้าคมคายอย่างฉงน “ก็เธออาเจียน” “แล้วมันเกี่ยวอะไรคะ” เธอแค่โดนเขาเขย่าจนเวียนหัวแล้วอยากอาเจียนขึ้นมาเท่านั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับท้องสักหน่อย คราวก่อนตอนมีอะไรกับเขา เธอกินยาคุมฉุกเฉินทันและประจำเดือนเพิ่งหมดสองสามวันก่อน “คืนนั้นฉันไม่ได้ป้องกัน เมื่อกี้เธอเพิ่งจะอาเจียน ถ้าให้ฉันเดานี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอโดนไล่ออกจากบ้าน” สรุปเองอย่างเสร็จสรรพ “คือ...” “เธอไม่ต้องกลัว ฉันไม่ไล่เธอไปทำแท้งหรอก ลูกทั้งคน” “แต่แก้วไม่ได้...” กล่าวเพียงเท่านั้นก็ต้องเงียบลง เนื่องจากมีความคิดหนึ่งแวบเข้าในสมอง เธอจะยอมไหลไปตามน้ำก่อนแล้วค่อยอธิบายกับเขาทีหลัง ตอนนี้ขอเอาตัวรอดก่อน “เธอท้องใช่ไหม” ถามย้ำอีกครั้งเพราะคนตัวเล็กเอาแต่เงียบ “ค่ะแก้วท้อง” “งั้นขึ้นรถ เรามีเรื่องต้องคุย” ไม่พูดเปล่าคว้ากระเป๋าพร้อมจูงมือแก้วลดาไปยังรถคันหรู

อ่านต่อ