“คุณเคยมีอะไรกับผู้ชายมาก่อนไหม” ตกกลางคืน สวี่ชิงฮวนที่ออกไปทำงานต่างถิ่นแล้วก็ดื่มไปนิดหน่อย เดิมทีควรจะนอนหลับไปแล้ว แต่ทันทีที่หลับตาลง คำพูดของฟู่เจียเจีย เพื่อนสนิทที่สุดของเธอก็เริ่มเล่นวนซ้ำไปซ้ำมาทั่วทุกสารทิศในหัวสมอง “ความรู้สึกแบบนั้นไม่อาจบรรยายได้ด้วยคำว่า ฟิน แค่คำเดียวได้เลยนะคะ เธอรีบไปหาหนุ่มหล่อสักคนเพื่อที่จะได้ลิ้มรสความรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่ที่อายุยังน้อยเถอะ! ถ้าเกิดหาไม่เจอจริง ๆ ก็เรียนรู้ที่จะทำมันด้วยตัวเองซะเลย ไม่ต้องเขินอาย เพื่อนอย่างฉันเนี่ยไม่ว่าหนังแบบไหนฉันก็มีทั้งหมดแหละ ช่วยเปิดโลกใบใหม่ให้กับเธอได้นะ!” ในตอนนั้นตัวเองตอบเธอกลับไปว่าอะไรนะ จำไม่ได้แล้ว สวี่ชิงฮวนนอนอบู่บนเตียงของโรงแรม ความเมาทำให้ใบหน้าที่สวยละเอียดอ่อนของเธอเริ่มแดงระเรื่อ ผมยาวสลวยหนาราวกับสาหร่ายแผ่สยายออกมา... ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนตัวเองก็จะยี่สิบหกปีเต็มแล้ว เป็นผู้หญิงเต็มตัวมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย จูบแรกก็ยังไม่ได้เสียไป เรื่องอย่างว่าก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมากขึ้นไปอีก อันที่จริงฟู่เจียเจียเองก็ไม่ได้พูดเป็นครั้งแรก ถึงขนาดที่เอาแต่เล่นมุขลามกอยู่ทุกวันเลย แต่วันนี้ กลับกระตุ้นความปรารถนาทางร่างกายของตัวเองโดยที่ไม่คาดคิด แอลกอฮอล์แผดเผาเธอจนนอนไม่หลับ! สวี่ชิงฮวนพลิกตัว ยังคงรู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างมันพร้อมที่จะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นมานั่ง เธอเลียริมฝีปากที่แห้งกร้านอย่างไม่รู้ตัว แล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมา เนื่องจากว่าถอดคอนเทคเลนส์แล้วก็ดื่มไวน์ไปค่อนข้างเยอะ ทำให้มองหน้าจอไม่ค่อยชัดมาก เธอมองวีแชทที่หมายเหตุเอาไว้ ซึ่งคำแรกคือคำว่า ฟู่ แล้วก็กดเข้าไป [ส่งหนังโป๊มาสักสองสามเรื่องซิ ฉันอยากจะดู ] อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่แค่ส่งเครื่องหมายคำถามมาให้อย่างเดียว สวี่ชิงฮวนขมวดคิ้วเล็กน้อย อาศัยความเมามายทำให้กล้าที่จะล้อเล่นมากขึ้น [หยุดแกล้งมึนได้แล้ว! ผู้ชายกับหนังโป๊ เธอเลือกมาสักอย่างแล้วส่งมาซะ ฉันอยู่ที่ห้อง 1501~] สุดท้าย เธอยังไม่ลืมเพิ่มรูปอิโมจิปากสีแดงไว้ที่ประโยคสุดท้ายไปหนึ่งอัน หลังจากที่ส่งข้อความออกไป สวี่ชิงฮวนก็รออยู่นานสองนาน ทว่าทางนั้นก็ไม่ได้ตอบข้อความกลับมาสักที ขณะที่กำลังจะประคองตัวเองลุกขึ้นมา คิดที่จะลงจากเตียงไปดื่มน้ำสักคำ เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นมาแล้ว เธอเดินตรงเข้าไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก ถึงยังไงฟู่เจียเจียก็ไม่สามารถส่งผู้ชายมากลางดึกกลางดื่นได้หรอกมั้ง! ทันทีที่ประตูเปิดออก สวี่ชิงฮวนก็สร่างเมาขึ้นมาไม่น้อยแล้ว “คุณ... คุณฟู่” เขาดูเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ มีหยดน้ำเกาะที่ผมอย่างเห็นได้ชัด สวมเสื้อนอนผ้าไหมสีดำ เนื่องจากว่าสายมัดหลวม สามารถมองเห็นตัวเลขสีดำสองสามตัวที่สักอยู่บนกระดูกไหปลาร้าที่บุ๋มลงไปได้อย่างชัดเจน เลื่อนลงมาข้างล่างอีกนิด เผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องคดเคี้ยวและแผ่ขยาย สุดท้ายก็จางหายไปในลายเส้นตัววี เนื่องจากว่าร่างกายสูงใหญ่เกินไป แทบจะบดบังประตูเอาไว้จนมิด ใบหน้าหล่อเหลาที่ลุ่มลึกจมดิ่งอยู่ในความมืด ดวงตาไม่ได้เย็นชาและเหินห่างเหมือนปกติ ราวกับสัตว์ป่าที่จำศีลมาเป็นเวลานาน กำลังเพ่งเล็งเหยื่อของตัวเองตาเขม็งอยู่ “คุณมาหาฉัน... อื้อ!” เธอยังพูดไม่ทันจบ ก็รู้สึกว่าท้ายทอยของตัวเองถูกสองมือใหญ่ ๆ คู่หนึ่งล็อคเอาไว้แน่น จากนั้นเสียงที่เหลืออยู่ทั้งหมดก็ถูกช่วงชิงไป สวี่ชิงฮวนเองก็ได้ลิ้มลองรสชาติแอลกอฮอล์ที่มาจากปากของเขาเช่นกัน ทว่ามันไม่เหมือนกับของตัวเอง แต่กลับผสมผสานเข้าด้วยกัน หลังจากที่วิงเวียนศีรษะไปชั่วขณะ เธอก็ถูกกดทับลงบนเตียง ชุดนอนสีขาวผสมปนเปกับสีดำนั้น แค่มองก็จะทำให้คนได้จินตนาการอะไรไปต่าง ๆ นานาแล้ว ส่วนในห้องก็เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ฟู่เหยี้ยนฉือดื่มจนเมาแล้วอย่างเห็นได้ชัด ไม่อย่างนั้นท่านประธานแห่งกลุ่มธุรกิจการเงินเชิ่งฉือที่แสนสูงส่งและสง่างามจะวิ่งแจ้นมาในห้องผู้ช่วยธรรมดาอย่างตัวเองได้ยังไง หลังจากที่ดิ้นรนขัดขืนไปเล็กน้อย สวี่ชิงฮวนก็หยุดลงอย่างกะทันหัน คิด ๆ ดูแล้ว อันที่จริง... การที่มอบครั้งแรกของตัวเองให้กับผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวยแถมยังมีอำนาจแบบเขา มันถือว่าไม่ขาดทุนเหมือนกัน! ถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางจำได้ว่าเธอคือใคร เหมือนกับเขาจำตัวเธอไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นเพื่อนในสมัยมัธยมต้นของเขา ถึงขนาดที่พวกเขายังเคยเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันมาเกือบหนึ่งปีแล้วด้วยซ้ำ เป็นคู่นอนเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น แม้จะเป็นถึงหัวหน้าของเธอ แต่เมื่ออยู่ที่บริษัทก็ไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากับเขาเลยด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานภาพของตัวเอง ระดับต่ำถึงขั้นที่วันรุ่งขึ้นตัวเองไปบอกว่าหลับนอนกับฟู่เหยี้ยนฉือแล้ว ก็ไม่มีคนจะเชื่อเลย หลังจากที่คิดพิจารณาสองสามวินาที เธอก็รวบรวมความกล้ายกมือขึ้นมากอดคอของเขาในท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาจากข้างนอกหน้าต่าง ...
ในตอนดึกมาก ๆ สวี่ชิงฮวนตื่นขึ้นมา ผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ ยังคงนอนหลับลึก แขนที่แข็งแรงกำยำของเขาสามารถโอบกอดตัวเองได้อย่างมิดชิด ลมหายใจที่เสถียรรดมาที่ซอกคอของตัวเอง รู้สึกจั๊กจี้อยู่ไม่น้อย ความชาและความเจ็บปวดที่ครอบงำอยู่ระหว่างสองขา เริ่มจางหายไปพร้อมกันกับความเมามายที่ยังเหลืออยู่นิดเดียวเหล่านั้น สติสัมปชัญญะเองก็กลับมาเป็นปกติแล้วเช่นกัน นี่เธอทำอะไรลงไปเนี่ย ... หลับนอนกับท่านประธานอย่างงั้นเหรอ! ลมหายใจของสวี่ชิงฮวนแข็งชะงักทันที เธอรีบผละตัวออกมาจากอ้อมกอดนี้อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ลงมาจากเตียงด้วยความรีบร้อนลนลาน ก่อนจะสวมใส่เสื้อผ้าของตัวเอง เก็บข้าวของสัมภาระ ก่อนจะออกจาก 1501 ตรงไปที่เคาน์เตอร์โรงแรมเพื่อเปิดห้องอีกห้องหนึ่งอย่างรีบร้อนลนลานราวกับหนีเอาชีวิตรอด ตอนที่กำลังชำระเงินด้วยโทรศัพท์นั้น เธอถึงได้สังเกตเห็นว่าตัวเองไม่ได้ไปขอหนังกับฟู่เจียเจีย แต่นั่นมันคือวีแชทของฟู่เหยี้ยนฉืออย่างเห็นได้ชัด! ในงานเลี้ยงรวมรุ่นชั้นมัธยมต้นเมื่อสองสามปีก่อน หัวหน้าห้องสร้างกลุ่มวีแชทขึ้นมา ให้ทุกคนเพิ่มเพื่อนของกันและกัน สวี่ชิงฮวนยังจำได้ว่าในตอนนั้นทั้ง ๆ ที่ฟู่เหยี้ยนฉือเป็นฝ่ายเพิ่มเพื่อนตัวเองแท้ ๆ แต่ว่าหลังจากที่เพิ่มเพื่อนกันแล้วเขาก็ไม่ได้พูดคุยอะไรอีก ส่วนตัวเองก็แค่เปลี่ยนหมายเหตุให้กับเขาเท่านั้น แต่ปรากฏว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแล้ว! เธอนั่งอยู่ในห้องที่เพิ่งเปิดใหม่อย่างเงียบสงบอยู่สักพัก จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมา ก่อนจะออกกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นมัธยมต้น เปลี่ยนชื่อวีแชทของตัวเองจากชิงฮวนเป็น Lily รูปโปรไฟล์เองก็เปลี่ยนเป็นรูปผู้หญิงคนหนึ่งที่หามาจากในอินเทอร์เน็ต เมื่อเป็นแบบนี้ล่ะก็เขาก็ไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นใคร หากลบวีแชททิ้งไปมันออกจะจงใจอย่างเห็นได้ชัดเจนเกินไป ถึงยังไงห้อง 1501 ห้องนั้นมันก็เป็นห้องที่บริษัทจองเอาไว้ ถึงตรวจสอบไปก็ตรวจสอบไม่เจออะไรอยู่ดี หลังจากที่ทำเรื่องเหล่านี้เสร็จแล้ว เธอก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมแล้วนอนหลับไป เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น นาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นมาแล้ว วันนี้สวี่ชิงฮวนต้องไปเจรจาปัญหาเรื่องการเพิ่มเงินทุนที่บริษัทฮ่านหยาง โครงการของหุ้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มูลค่าสุทธิของแผนงานในตอนนี้ร่วงตกลงไปต่ำกว่าจุดขาดทุน อีกฝ่ายต้องการเรียกหลักประกันเพิ่มเติม ไม่อย่างนั้นก็จะขายเป็นสินทรัพย์หลักทรัพย์ ในเมื่อเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นแผนกการลงทุนของพวกเขาถึงได้โชคดีที่ได้พึ่งบุญบารมีของท่านประธาน นั่งเครื่องบินส่วนตัวมาทำงานที่เมืองอู๋หลินด้วยกัน หลังจากที่เธอล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ก็รีบหยิบเอกสารไปรายงานตัวที่ล็อบบี้ของโรงแรมทันที ผ่านไปสักพักฟู่เจียเจียก็ลงมาแล้วเช่นกัน ปากพูดพึมพำด้วยความไม่พอใจว่า “ในตอนนั้นผู้จัดการเฉินพูดอย่างหนักแน่นว่าทางเชิ่งฉือของพวกเราไม่ใช่ฝ่ายเรียกหลักประกันเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่าฉันไปเอาสัญญาที่บริษัททรัสต์ ในสำเนานั้นได้เขียนชื้อของเขาเอาไว้อย่างชัดเจน!” “เอาล่ะ ผู้จัดการเฉินใกล้จะมาแล้ว ระวังเขาจะได้ยินล่ะ” สวี่ชิงฮวนลากฟู่เจียเจียมายืนอยู่ข้าง ๆ ยังไม่ทันได้พูด หางตาก็เหลือบไปเห็นข้างนอกลิฟต์ ร่างที่สูงใหญ่ร่างหนึ่งเดินออกมาโดยมีฝูชนล้อมรอบเอาไว้ ซึ่งก็คือฟู่เหยี้ยนฉือนั่นเอง เขาถอดเสื้อคลุมอาบน้ำในเมื่อคืนออกเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้สวมใส่ชุดสูทสีดำซึ่งตัดมาเข้ากับรูปร่างได้ดี คิ้วที่หล่อเหลาดูดีขมวดเล็กน้อย ริมฝีปากบาง ๆ เม้มแน่น ดูเหมือนกำลังฟังเลขาที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวรายงานอยู่ ไม่ได้ชายตามองมาทางนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ความเย็นชาของฟู่เหยี้ยนฉือขึ้นชื่ออย่างมากในแวดวงธุรกิจ ใบหน้าหล่อเหลาที่ลุ่มลึกมักจะเฉียบคม เย่อหยิ่งทะนงตัว สุขุมเงียบขรึมอยู่เสมอ ความรู้สึกกดดันสามารถทำให้อุณหภูมิของอากาศรอบตัวมันลดลงได้อย่างกะทันหัน สวี่ชิงฮวนพยายามนึกย้อนกลับไป ไม่สามารถซ้อนทับกับเขาที่จูบน้ำตาของตัวเองอย่างอ่อนโยนเมื่อคืนคนนั้นได้ ดูเหมือนว่าตัวเองจะเกิดภาพหลอนขึ้นมาแล้ว “คุณฟู่ของพวกเราหล่อจะตาย ถ้าฉันได้หลับนอนกับเขาสักครั้ง ต่อให้ตายก็คุ้มแล้ว!” ฟู่เจียเจียไม่สังเกตเห็นท่าทีที่แข็งทื่อของสวี่ชิงฮวน พูดพึมพำกับตัวเอง “สกุลฟู่เหมือนกัน แต่ทำไมใบหน้าถึงแตกต่างอย่างลิบลับขนาดนี้กันนะ เฮ้ ชิงฮวน เธอกำลังคิดอะไรอยู่” เมื่อถูกเธอสะกิดแขน สวี่ชิงฮวนก็ดึงสติกลับมาทันที ถอยไปข้างหลัง คิดที่จะหลบเลี่ยงฟู่เหยี้ยนฉือสักหน่อย แต่ทันทีที่พวกของเขากับเลขาผู้ถือหุ้นมาถึงตรงประตู จู่ ๆ ก็หยุดเดินทันที หยุดลงตรงที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเธอสองคน! เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาดูมืดมนลง จากนั้นก็พูดสั่งกำชับกับเลขาด้วยเสียงที่แผ่วเบา “ไปตรวจสอบมาหน่อยว่าเมื่อคืนใครพักอยู่ที่ห้อง 1501” เมื่อสวี่ชิงฮวนได้ยินตัวเลขสองสามตัวนั้น ก็รู้สึกว่าสองขาของตัวเองหนักอึ้งขยับเขยื้อนไม่ได้ทันที! หัวสมองตื้อไปหมด ได้ยินแค่ฟู่เจียเจียที่อยู่ข้าง ๆ พูดแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นและตื่นตัวเท่านั้น “1501 เหรอ คุณฟู่ เมื่อคืนสวี่ชิงฮวนพักอยู่ที่ห้อง 1501 ค่ะ!”
ฟู่เจียเจียเป็นคนพูดเสียงดัง จู่ ๆ ก็ตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดึงดูดสายตาของคนพวกนั้นให้พากันมองมาทางนี้ รวมถึงฟู่เหยี้ยนฉือด้วยเช่นกัน แต่โชคดี เขาเพียงแค่ชำเลืองตามองเล็กน้อยก่อนจะหันสายตากลับไป ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นก็ก้าวขาเดินออกจากโรงแรมไป หลังจากที่เขาจากออกไปแล้ว ฟู่เจียเจียก็เข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าซุบซิบนินทาทันที “เห้อ คุณฟู่ถามแบบนี้ทำไมกันนะ” ข่าวซุบซิบนี้ทำให้เธอสับสนมึนงงไปหมด นึกว่าจะมีข่าวด่วนเกิดขึ้นเสียอีก แต่กลับเป็นเพียงแค่นี้เนี่ยนะ? แต่สวี่ชิงฮวนกลับรู้สึกโล่งใจราวกับได้รับการบรรเทาโทษอย่างไรอย่างนั้น ทันทีที่เปิดปากพูดขึ้น คอก็แห้งขึ้นมาจนแทบฟังไม่ออก “... ห้องนั้นของฉันวิวสวยมาก เขาก็เลยอาจจะอยากเปลี่ยนก็ได้” “มีแค่นี้เหรอ” “นั่นมันเป็นถึงท่านประธานเชียวนะ” ฟู่เจียเจียเบะปาก รู้สึกว่าคนระดับพวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางมีความสัมพันธ์อะไรกันอย่างแน่นอน มันแตกต่างกันเกินไป “เธอว่าผู้ชายที่รูปหล่อเย็นชาแบบคุณฟู่ อยู่บนเตียงแล้วจะเร่าร้อนดั่งเปลวไฟไหม ดูจากรูปร่างที่สูงใหญ่ของเขา ฉันว่าขนาดจะต้องใหญ่แน่นอน!” “...” เร่าร้อนดั่งเปลวไฟมันเกินจริงไปหน่อย ส่วนคำพูดประโยคหลังนั้น... ขนาดของเขาก็ถือว่าใหญ่ล่ะมั้ง แม้ว่าเธอจะไม่มีประสบการณ์ได้เปรียบเทียบดู แต่เมื่อคืนทรมานมาตั้งเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะยัดเข้าได้ หยุด ๆ ตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย! อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนก็จะกลายเป็นคนแบบนั้น อยู่ใกล้ชิดกับฟู่เจียเจียก็เลยเริ่มติดนิสัยลามกมาจากเธอแล้ว ไม่นาน ผู้จัดการเฉินก็มาถึงล็อบบี้ด้วยเสื้อผ้าที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เสื้อสูทรองเท้าหนังตามแบบฉบับนักธุรกิจ ผมโล้นตรงกลางหัว เขารับเอกสารมาจากมือของสวี่ชิงฮวนเปิดออกดู น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่พอใจ “IOPตลอดสองปีที่ผ่านมาน่าเป็นห่วงอย่างมาก อุตส่าห์ได้โครงการนี้มามันไม่ใช่เรื่องง่าย ยังจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก! ถ้าเกิดเรียกหลักประกันเพิ่มเติมในการลงทุนมากเกิน โบนัสของพวกคุณเองก็อย่าหวังว่าจะได้เลย! สวี่ชิงฮวนไม่ได้พูดอะไร ฟู่เจียเจียแอบส่งสายตาที่ดูถูกดูแคลนมา นั่นมันก็เป็นเพราะว่าผู้จัดการเฉินทำมันพังทลายลงไปเองไม่ใช่หรือไง เพื่อที่จะช่วงชิงโครงการ ถึงกับกล้าที่จะตกลงเป็นฝ่ายที่เรียกหลักประกันเพิ่มเติม! ทันใดนั้น เขาก็มองสำรวจสวี่ชิงฮวนหัวจรดเท้า ดูเหมือนว่ากำลังคิดคำนวณอะไรบางอย่าง เสียงเองก็เปลี่ยนจากความดุดันกลายเป็นอ่อนโยนขึ้นมาไม่น้อย “เสี่ยวฉวี่ ผมจำได้... คุณเป็นคนเมืองจิงโจวเหรอ ” “ค่ะ เสิ่นตง เมืองจิงโจวค่ะ” “คุณฟู่ของบริษัทพวกเราเองก็เป็นคนเมืองจิงโจวเหมือนกัน ตอนค่ำผมจะคิดหาวิธีไปชวนเขากินข้าว คุณอาศัยข้ออ้างที่เป็นคนบ้านเดียวกันไปหยั่งเชิงเขาสักหน่อยสิ” คำพูดนี้ของเขาเหมือนกับกำลังขอความเห็น แต่กลับไม่เปิดโอกาสให้สวี่ชิงฮวนปฏิเสธเลยแม้แต่นิดเดียว! แต่ว่าทันทีที่นึกว่าจะต้องไปเจอกับฟู่เหยี้ยนฉือ... สวี่ชิงฮวนพูดปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม “คุณเฉิน เกรงว่าสถานภาพนี้ของฉันคงจะไม่มีสิทธิ์ไปพูดคุยกับคุณฟู่หรอกค่ะ” “ดื่มโต๊ะเดียวกัน ถ้านั่งใกล้ ๆ กันแล้วถือโอกาสไปชวนคุยสักหน่อยมันไม่ใช่เรื่องปกติเหรอ” “แต่ว่า...” “ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน ตอนค่ำคุณก็แต่งตัวให้ดี ๆ สักหน่อย อย่าทำให้ผมขายขี้หน้าล่ะ!” หลังจากที่พูดทิ้งท้ายเสร็จ ผู้จัดการเฉินก็เดินออกไปจากโรงแรมด้วยตัวเอง ฟู่เจียเจียกลอกตามองบนอยู่ข้างหลังอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะลากสวี่ชิงฮวนตามไป ... ตอนเย็น หลังจากที่เจรจาต่อรองกับผู้รับผิดชอบของบริษัทฮ่านหยางเสร็จ สวี่ชิงฮวนก็ถูกผู้จัดการเฉินเร่งเร้าให้กลับไปเตรียมตัวที่โรงแรม ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใช้วิธีการอะไร สุดท้ายฟู่เหยี้ยนฉือก็ปรากฏตัวขึ้นมาในห้องไพรเวทของโรงแรมจริง ๆ ทันทีที่สวี่ชิงฮวนเดินเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นก็คือเขาที่กำลังนั่งอยู่ตำแหน่งหลัก ฟู่เหยี้ยนฉือถอดเสื้อสูทออกวางลงบนที่เท้าแขน นิ้วมือที่เรียวยาวปลดกระดุมปกเสื้อเชิ้ตออกสองสามเม็ด ผิวพรรณที่ขาวผ่องจับคู่กับแว่นตากรอบทองที่วางอยู่บนสันจมูก เต็มไปด้วยความสง่างาม ในห้องไพรเวทห้องนี้มีทั้งหมดสี่คน ตัวเองกับผู้จัดการเฉิน ฟู่เหยี้ยนฉือกับเลขาส่วนตัวของเขา เมื่อเห็นสวี่ชิงฮวนไม่ขยับเขยื้อน ผู้จัดการเฉินจึงเดินตรงไปช่วยลากเก้าอี้ที่อยู่ใกล้กับฟู่เหยี้ยนฉือมากที่สุดให้กับเธอ “มาสิ เสี่ยวฉวี่ คุณนั่งตรงนี้” “...” ปลายเท้าของเธอลังเลอยู่นิดหน่อย สุดท้ายก็เดินตรงเข้าไปอย่างกล้ำกลืนฝืนทน แต่ยังไม่ทันได้นั่งลง ก็ได้ยินเสียงที่เย็นชาของฟู่เหยี้ยนฉือดังขึ้นมาก่อน “สวี่ชิงฮวนไม่ใช่ผู้ช่วยเหรอ เปลี่ยนมาทำประชาสัมพันธ์แล้วเหรอ”