ชินอ๋องปีศาจไร้ใจ
บทที่ 0 บทนำ

เสียงฝีเท้าหนักก้าวเข้ามาใกล้ราวกับปีศาจ... เสียงนั้นก้องกังวาน...ขณะที่ร่างบนเตียงทำได้เพียงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาอันแสนอ่อนล้าเลื่อนมองไปยังปลายเท้าของตนเอง ...มองดูบุรุษผู้นั้นก้าวขึ้นมายังตั่งเตียงอีกครั้ง... นางที่หมดเรี่ยวแรงแลอ่อนล้าเอ่ยวาจาประชดประชัน “ท่านคงเป็นปีศาจที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย... ...หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปข้าคงสิ้นลมคาอกท่านเป็นแน่” เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังหยัน “หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะฉุดเจ้าลงสู่นรกเอง” ฝ่ามือหนาเข้าบีบปลายคางของนางให้มองสบกับใบหน้าของอีกฝ่าย นัยน์ตาแดงก่ำประดุจปีศาจมองจ้องมายังนาง จากนั้นก็ดึงรั้งนางให้ลงสู่ห้วงอเวจีอีกครั้ง!!! ผ้าขาวและราชโองการที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าถูกพระราชทานมาจากคนที่นางมอบชีวิตและหัวใจให้ไปจนหมดสิ้น หลิวกงกงผู้นำราชโองการมองนางด้วยสีหน้าเย้ยหยัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลนเอ่ยให้นางเร่งรับผ้าขาว ในมือของตนไป ดวงตาคู่นั้นมองกุ้ยเฟยผู้แสนน่าสงสาร สตรีที่เคยได้รับการโปรดปรานจากฝ่าบาท ทว่าบัดนี้กลับถูกส่งมองความตายมาให้ถึงตรงหน้า ใครใช้ให้นางเกิดมาเป็นบุตรเสนาบดีฝ่ายซ้าย เผยเหนียงหยางแห่งแคว้นเฉินตี้กันเล่า...? “กุ้ยเฟย พระองค์จะเลือกรับราชโองการ รับหน้าที่เป็นบรรณาการแก่ชินอ๋องแห่งแคว้นหลวนหลี หรือจะเลือกผ้าขาวปลิดชีวิตตนเองเล่า” ใบหน้างดงามของเหนียงกุ้ยเฟยเงยมองหลิวกงกง การแต่งกับชินอ๋องนั้นก็ไม่ต่างจากการตกนรกทั้งเป็น หากให้เลือกมีชีวิตให้ผู้อื่นย่ำยีเช่นนั้น นางก็ไม่ขออยู่เป็นคน ฝ่ามืองามเลื่อนไปรับผ้าขาวตรงหน้ามาอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทว่าหลิวกงกงกลับเอ่ยขึ้นมาราวกับลองใจ “พระองค์แน่ใจแล้วหรือ?” นางแน่ใจ...แน่ใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชื่อเสียงชินอ๋องหาได้ผิดแปลกไปจากปีศาจนรกไม่ ต่อให้ต้องตกตายแล้วเกิดใหม่ นางก็ไม่ขอร่วมเตียงกับเขา นางกำนัลชิวอิ้งก้มหน้าสะอื้นไห้ มองขันทีรับผ้าขาวขึ้นแขวนยังคานด้านบน ในใจคิด หากกุ้ยเฟยจากไปแล้ว นางเองก็จะติดตามพระองค์ไปเช่นกัน ทว่า ฝ่ามืองามของเหนียงกุ้ยเฟยกลับเอื้อมมาจับมือของนางเอาไว้ “เจ้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าได้คิดสั้นเป็นอันขาด” “พระสนม แต่หม่อมฉันไม่อาจอยู่ต่อหากสิ้นพระองค์” “เจ้าต้องอยู่ นี่คือคำสั่ง” เสียงของเหนียงกุ้ยเฟยดุดันยามเปล่งวาจาเพียงเพื่อให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไป ดวงตางามของกุ้ยเฟยมองไปยังผ้าขาวตรงหน้า หากนางกลับมาได้...หากนางสามารถกลับมาแก้ไขอดีตได้ นางจะไม่ขอมอบชีวิต ใจรักและภัคดีให้กับบุรุษผุ้นั้นอีก นางจะทำให้เขามาอยู่แทบเท้า ทำให้แผ่นดินเฉินตี้ ล่มสลาย ให้สตรีร้ายกาจที่อยู่บนบัลลังก์ผู้นั้นถูกไฟโลกันต์เผาไหม้ทรมานไม่รู้จบสิ้น! ฮ่องเต้เฉินตี ฮองเฮาเหมยฟาง ชื่อท่านทั้งสองจะถูกสลักลึกอยู่ในวิญญาณของข้า จดจำไปอีกหลายสิบชาติภพ หากวันใดที่พวกเราได้พบกัน ข้าจะตอบแทนพวกท่านกับสิ่งที่มอบให้ข้าเป็นอย่างดี! ลำคอระหงส์ของนางพาดอยู่บนผ้าขาว เสียงนางกำนัลร่ำไห้ พยายามรั้งนาง ทว่าก็กลับถูกกดลงกับพื้น ขณะที่ดวงตาคู่งามทำได้เพียงมองสาวใช้ที่ติดตามนางมาแต่เยาว์ คนที่อยู่เคียงข้างนางมาโดยตลอด เสียงนางพยายามเอ่ย “อยู่ ต่อ ไป” ชิวอิ้งร่ำไห้ปานจะขาดใจ มองพระสนมดิ้นทุรนทุรายขณะที่ลำคอพาดอยู่บนผ้าขาว ร่างงดงามสั่นเทา ดวงตาเหลือกลืมขึ้นมองท้องฟ้า นางหายใจไม่ออก ทรมาน...ทรมานเหลือเกิน ความทรมานที่นางได้รับนี้ นางอยากจะให้คนพวกนั้นได้รับรู้ ความเจ็บปวดที่นางมีนี้ พวกเขาสมควรได้รับเช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแล้วหากนางตายไปแล้วคนเหล่านั้นจะได้รับผลสนองคืนได้เช่นไร นางจะเห็นได้เช่นไรกัน เมื่อคิดว่าไม่อยากตาย นางก็พยายามดิ้นรน ชิวอิ้งเห็นก็พยายามดิ้นจนหลุดจากขันที รีบวิ่งเข้ามาอุ้มขานางออกแรงยกร่างของนางขึ้น ทว่าอยู่ๆ นางกำนัลอีกคนก็กลับเข้ามาแล้วถีบนางเสียกระเด็น ผ้าขาวบางที่รัดคอของนางอยู่ขาดออก ทำให้ร่างทั้งร่างที่คอพาดอยู่บนนั้นร่วงตกลงสู่พื้น เหนียงกุ้ยเฟยพยายามดึงผ้าออกเพื่อรับอากาศหายใจ “ฮองเฮา!” ชิวอิ้งมองไปยังสตรีด้านหลัง เช่นเดียวกับกุ้ยเฟยที่ เงยหน้าขึ้นมองสตรีสูงศักดิ์ผู้นั้น ฮองเฮาเหมยฟางมองนางด้วยสายตาเบื่อหน่าย ก่อนหันไปพูดกับหลิวกงกง “จัดการสตรีบอบบางเพียงเท่านี้เหตุใดจึงได้ชักช้านัก” “เป็นเพราะนางกำนัลผู้นั้นและกุ้ยเฟยเกิดลังเลไม่อยากตายขึ้นมาพ่ะย่ะค่ะ” ฮองเฮามองไปยังนางกำนัลข้างตัว “ลากไปเฆี่ยนยี่สิบไม้อย่าให้มันตายแล้วส่งไปทำงานโรงมูลขับถ่ายที่ท้ายวัง” “ไม่!” กุ้ยเฟยพยายามดึงตัวชิวอิ้งไว้ แต่กลับไม่เป็นผล สุดท้าย พวกนางก็ถูกจับแยกกันอยู่ดี ฮองเฮาเหมยฟางมองไปยังผ้าขาวที่ตกกองอยู่บนพื้น ฝ่ามืองามหยิบมันขึ้นมา จากนั้นก็รัดคอคนที่อยู่บนพื้น “เจ้า!” “น่าเบื่อหน่ายนัก! พวกเจ้าต้องถูกลงโทษ!!” ต้องให้นางลงมือด้วยตนเองเช่นนี้ช่างเสียมือนัก! คนที่ใช้เข่ากดแผ่นหลังมองกุ้ยเฟยที่เงยหน้ามองมาด้วยสายตาแค้นเคือง “เจ้าจะโกรธไปไย ถึงอย่างไรในชาตินี้พวกเราก็ไม่ต้องพบกัน อีกแล้ว” นางใกล้หมดลมหายใจเต็มที ดวงตาเลื่อนลอยมองเห็นเงาดำยืนอยู่เบื้องหน้า นางไม่รู้ว่าคืออะไร ทว่าดวงตาคู่งามของนางก็กลับเลือกที่จะปิดลง ในใจอธิษฐานต่อเงาดำนั้น “ข้าไม่ขอภพชาติใหม่ ขอเพียงกลับมาแก้ไขทุกอย่างในภพนี้ได้ แม้แลกด้วยความเจ็บปวดทรมานอีกเท่าใดข้าก็ยอม” เงาสีดำมองไปยังสตรีงดงามตรงหน้า ชีวิตนี้นางชะตาอาภัพนัก ถูกคนรักหักหลัง ถูกบิดามารดาทิ้งขว้างไร้การเหลียวแลเมื่อไร้ประโยชน์ ดวงตาในเงามืดทำเพียงหลับตาลง นึกชังโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสและตันหา มือยกขึ้นมาคำนวณชะตาของหญิงชะตาอาภัพตรงหน้าก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา “เจ้าบอกว่าขอกลับมาแก้ไขทุกอย่าง แม้แลกด้วยความเจ็บปวดทรมานอีกครั้งใช่หรือไม่” “ใช่” นางตอบคนตรงหน้าด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม “ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดเช่นไร เจ้าก็จะไม่เกี่ยงรึ?” “ไม่เกี่ยง” “ดี ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะทำตามที่เจ้าปรารถนา” สิ้นเสียงเงาดำนั้นนางก็รู้สึกราวกับหมดสติไป ทุกอย่างมีเพียงสีขาวและหมอกควันที่อยู่รอบกาย ดวงวิญญาณของกุ้ยเฟยในชุดขาวมองไปรอบกาย สายตากวาดมองหวังหาทางออกแต่ก็กลับพบแต่เพียงสีขาวและหมอกควัน มีเพียงแสงสีแดงที่ลอยอยู่ตรงหน้า เป็นไข่มุกมังกรสีแดงเพลิงเม็ดหนึ่ง นางยกมือขึ้นไปแตะมันจากนั้นภาพ ทุกอย่างก็ดับมืดลง “เหนียงเหนียงเจ้าฟื้นแล้ว” ทันทีที่นางลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่มองเห็นกลับเป็นคนคนหนึ่ง นางเป็นสตรีวัยกลางคน ทว่า...นางเป็นใครกัน? “พวกเราไม่มีเวลาแล้ว ต้องหนีเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นชินอ๋องจะตาม มาทัน” ชินอ๋อง! ชินอ๋องไหน แล้วทำไมต้องหนี “ฮูหยินรีบหนีเถอะ” นางลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ นางมองเห็นด้านนอกถูกไฟเผาไหม้เป็นจุณและเริ่มลุกลามเข้ามา ไอร้อนผ่าวกระทบกายมาเป็นระรอกขณะที่กำลังถูกพาออกไปทางด้านหลัง เสียงดังระงมจากประตูหน้าดังพอให้นางจับใจความได้ว่ามีคนกำลังพยายามกั้นเหล่าทหารที่ต้องการจะเข้ามา ช่างน่าเศร้าที่ตัวนางไร้เรี่ยวแรงที่จะวิ่งด้วยตนเองได้ เกิดอะไรขึ้นกัน? ร่างนี้เป็นอะไรไป? “ลูกรัก อดทนอีกหน่อย พ้นประตูจวนไปพวกเราก็จะมีรถม้า มารับแล้ว” นางได้แต่นึกในใจ จะหนีได้จริง ๆ หรือ แค่แรงที่จะก้าวนางก็ยังไม่มี แล้วจะประสาอะไรกับการหนีเสียงม้าเร็วที่ด้านหลังกัน? ดวงตาของนางมองไปทางด้านหลัง พบบุรุษบนหลังม้าสวมหน้ากากสีเงินตรงเข้ามา หรือนั่นจะเป็นชินอ๋อง...ราชาปีศาจ! ฝีเท้าคนที่หิ้วนางเร่งเร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม แต่ฝีเท้ามนุษย์คิดหรือว่าจะสู้ฝีเท้าม้า ไม่นานตัวของนางก็ลอย ถูกหิ้วขึ้นม้าพร้อมเสียงบุรุษปีศาจที่เอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังด้วยเสียงแหบหยาบคาย “ขอบใจสำหรับของบรรณาการ หากเปิ่นหวางใช้เสร็จแล้วจะส่งคืน” นางย้อนเวลามาช่วงไหนไม่มา กลับมาตอนพบชินอ๋องพอดี ทั้งยังไม่พ้นคำว่าบรรณาการ ชีวิตช่างบัดซบสิ้นดี เขาผู้นี้เคยปล่อยให้ศัตรูมีชีวิตรอดที่ไหนกัน เสียงหัวเราะบนฟ้าดังขึ้น “เจ้ายอมรับเองนะเหนียงไป๋” ยอมรับบ้าบอน่ะสิ นางจะไม่ยอมให้เขาลากขึ้นเตียงเด็ดขาด!

บทที่ 1 No.1

สามปีที่นางย้อนกลับมา สามปีก่อนที่กุ้ยเฟยในชาติที่แล้วจะจบชีวิตลง เป็นช่วงที่แคว้นหลวนหลีกำลังรุ่งโรจน์ แม่ทัพแห่งแคว้นหลวนหลี ผู้รั้งตำแหน่งชินอ๋องนำทัพบุกตีแคว้นต่าง ๆ เพื่อรวมอำนาจ ส่วนแคว้นที่นางเกิดคือแคว้นหลุนอิง ซึ่งเป็นแคว้นที่อุดมไปด้วยเหมืองแร่และทองคำที่ตั้งอยู่ทางเหนือ ก่อนนางสิ้นใจ นางเป็นกุ้ยเฟยในกษัตริย์แห่งแคว้นเฉินตี้ หากนับ ดูแล้ว จากการที่นางย้อนกลับมาสามปี นั่นเท่ากับว่าตอนนี้กษัตริย์เฉินตี้พระองค์นั้นยังไม่ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์เลยด้วยซ้ำ นึก ๆ ดูแล้วแคว้นที่เรืองอำนาจในยุคนี้ มีทั้งสิ้นสี่แคว้นด้วยกัน แคว้นเฉินตี้ที่อยู่ทางใต้ แคว้นหลวนหลีที่อยู่ทางตะวันออก แคว้นหลุนอิง ที่อยู่ทางเหนือ และแคว้นซ่งหย่าที่อยู่ทางตะวันตก สามปีก่อนแคว้นหลวนหลียกทัพบุกตีแคว้นซ่งหย่าได้สำเร็จจากนั้นก็ยกทัพมาเพื่อตีแคว้นหลุนอิงต่อ ในกาลนั้นหลุนอิงที่ไร้กำลังต่อสู้ถูก ปราบราบในเพียงไม่กี่ราตรี ในกาลนั้นนางเคยได้ยินข่าวว่า สตรีทั่วแคว้นถูกจับมาเป็นของบรรณาการให้ชินอ๋องผู้เป็นแม่ทัพ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไม่เว้นวัน หนึ่ง ในนั้นคือบุตรีของที่ปรึกษาตู่จาง เหนียงเหนียง และที่นางได้ยินต่อมาก็คือ สตรีผู้นี้ถูกชินอ๋องทิ้งไว้กลางสนามรบปล่อยให้นางถูกเหล่าทหารย่ำยีจากนั้นศพก็ถูกทิ้งอย่างเวทนากลายเป็นอาหารอีกาและแร้งฝูงใหญ่... ให้นางกลับมาเกิดในร่างสตรีที่กำลังจะตาย สวรรค์ท่านแกล้งข้าหรือเปล่า! “อันว่าสตรีร้อยเล่ห์ในวังหลวงหรือจะสู้สตรีเจ้าเล่ห์เช่นเจ้า แผนการเล่ห์กลต่าง ๆ เจ้าล้วนเคยผ่านเคยพบมาหมดแล้ว เรื่องแค่นี้ข้าคิดว่าเจ้าคงฉลาดพอจะผ่านมันไปได้นะ” เสียงใคร? เหนียงไป๋ในร่างเหนียงเหนียงมองไปรอบ ๆ เสียงนี้ไม่ใช่ในฝันแต่มีคนกำลังพูดอยู่กับนางจริง ๆ “ข้าอยู่นี่” เหนียงไป๋หันมองเบื้องล่างใต้เท้าอีกครั้งก็พบสัตว์ขนปุยสีขาว ตัวหนึ่ง “แมว” “ใช่” “แมวพูดได้” “ข้าเป็นคนที่ส่งเจ้ามา” ...หือ?... “อย่าบอกนะว่าท่าน...” ดวงตาแมวหันมองนาง “ใช่ ข้าถูกลงโทษที่ทำให้เจ้ามาอยู่ในร่างเหนียงเหนียงบุตรีของตู่จาง” “สมน้ำหน้า” “หึ ข้าว่าข้าควรพูดคำนั้นมากกว่า แทนที่จะเอาเวลามาโกรธเคืองข้า สู้คิดหาวิธีให้รอดพ้นราตรีนี้ไม่ดีกว่าหรือ?” พูดเช่นนี้แสดงว่าชีวิตในร่างนี้คงไม่พ้นคืนนี้แน่ ทำอย่างไรดี เหนียงไป๋หันมองไปรอบ ๆ หลังจากที่เขาพานางออกจากจวน ชินอ๋องปีศาจก็จับนางมาขังในห้องมืดในคุกใต้ดินของวังหลวง บัดนี้ แคว้นหลุนอิงล่มสลายแล้ว ฮ่องเต้ ฮองเฮาและเหล่าสนมต่างหนีตายออกนอกเมือง ขุนนางที่ต่อต้านต่างถูกแขวนคอหน้าประตูเมือง บ้านไหนมีบุตรชายก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทาส บ้านไหนมีบุตรีก็ถูกจับตัวมาเป็นของรางวัลแก่ทหาร เสียงร้องขอให้ช่วยในคุกของสตรีดังมาให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลา มันทำให้นางปวดหัวจนคิดไม่ออกว่าจะหาทางหนีจากปีศาจราตรีพิฆาต ตนนี้ได้อย่างไร ชินอ๋องผู้นี้ถูกฝึกให้จับดาบตั้งแต่อายุเพียงสามชันษา เรียนรู้การสังหารผู้คนตั้งแต่อายุได้เพียงห้าชันษา มีครั้งหนึ่งเคยถูกนำไปทิ้งกลางป่าเพื่อฝึกเอาชีวิตรอดจนทำให้ใบหน้าถูกเสือทำร้ายบาดเจ็บสาหัสเป็นรอยแผลเป็น ทำให้เขาปกปิดใบหน้านับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ได้ยินว่าใบหน้าเขาเหมือนปีศาจร้ายเช่นเดียวกับนิสัยของเขา ทั้งยังชมชอบสตรีที่อ่อนแอไร้ทางสู้ ในคำร่ำลือที่กล่าวขานกันมา นางยังได้ยินมาอีกว่าหากใครได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา คนผู้นั้นจะไม่มีโอกาสได้หายใจอีกต่อไป บ้าไปแล้ว นางจะสู้กับปีศาจเช่นนั้นได้อย่างไรกัน!? ไม่มีโอกาสให้นางได้ตริตรองมากไปกว่านั้น เมื่อตอนนี้เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินเข้ามากำลังเรียกความสนใจของนางไป เสียงเกราะกระทบเสียดสีไปมาทำให้สตรีที่ส่งเสียงร้องขอความเมตตาอยู่ก่อนหน้าหยุดปากแล้วหลบชิดกำแพงคุกแทบจะในทันที คุกที่นางอยู่เป็นคุกด้านในสุด ฟังจากฝีเท้าที่เดินเข้ามาคิดว่าจุดมุ่งหมายของเขาก็คือนาง! เพียงไม่นานร่างในชุดเกราะสีดำขลับก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้า เสียงแหบทุ้มถูกเปล่งสั่งให้ทหารเปิดประตูจากนั้นก็ให้ลากนางออกมา นางเบื่อที่ร่างนี้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรง จะอ้าปากเถียงก็ยังไม่ได้ ดูเอาเถอะไอ้แมวบ้านั่นก็ดันหนีหายออกไปแล้ว ปล่อยให้นางรับชะตากรรม คนเดียว ฝากไว้ก่อนไอ้แมวนรก คงเพราะเห็นว่าร่างบางน่ารำคาญเขาจึงใช้มือบีบคางนางให้เงยขึ้นมามองใบหน้า ทว่าแทนที่จะเป็นดวงตาแห่งความหวาดกลัว ดวงตาคู่งามนั้นกลับปรากฏแววตาดื้อรั้นที่สบตอบกลับเขามา ...น่าสนใจ... เหนียงไป๋พยายามสะบัดใบหน้าออกเพราะแรงมือที่ใกล้จะบีบคางนางจนแตกละเอียดนั่น แต่อย่างที่บอกว่านางไม่มีแม้แรงจะดิ้นรนจึงทำได้เพียงทำตัวเป็นซาลาเปาปล่อยให้เขาบีบเล่นจนใกล้จะแหลกคามือ “บิดาเจ้าส่งหีบทองมาแลกตัวเจ้า” ดวงตานางปรากฏแววยินดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มองดูร่างในหน้ากากเงินตรงหน้าเอ่ยต่อ “แต่เปิ่นหวางปฏิเสธไป สมบัติเพียงเท่านั้นหาใช่สิ่งที่เปิ่นหวางปรารถนา แต่เป็นความสุขที่จะกลืนกินตลอดเวลาต่างหาก” บ้าไปแล้ว ไอ้อ๋องบ้ากาม! นางอยากร้องก็ร้องไปเถอะ เพราะตอนนี้กำลังถูกแบกขึ้นบ่า หิ้วนางราวกับหมูตัวหนึ่งที่กำลังรอถูกเชือด ดวงตาของนางมองไปยังเจ้าขนฟูที่โผล่หน้าออกมาแล้ว จากนั้นก็ร้องเหมี้ยว เจ้าแมวบ้า อย่าให้ข้ารอดไปได้นะ ข้าจะถอนขนเจ้าให้หมด!!! ร่างบางถูกโยนลงบนเตียงแข็ง แรงเสียจนเอวแทบหัก เหนียงไป๋เงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ในกระโจมท่านแม่ทัพมีเพียงเตาไฟและอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ทุกอย่างล้วนเป็นสีดำสนิทเหมือนอยู่ในนรกที่รอการแผดเผาไม่มีผิด นางหันมามองคนตรงหน้าที่เริ่มถอดเกราะ ดูเหมือนว่าเขาจะ ไม่แม้แต่จะปลอบประโลมนางเสียด้วยซ้ำ ไม่ได้การ นางจะต้องมาพบคนแบบเขา ซึ่งเป็นบุรุษหยาบกระด้างมากตัณหาไม่ได้เด็ดขาด ชาติภพก่อนฮ่องเต้เฉินตี้อ่อนโยนนุ่มนวลเอาใจใส่นางจนนางตกหลุมพรางของเขา ไม่รู้ตัว มาชาติภพนี้กลับต้องมาพบกับบุรุษหยาบคายไร้เมตตา สวรรค์ช่างยุติธรรมดีแท้ เพล้ง! เสียงเกราะถูกขว้างลงพื้นทำให้นางตกใจรีบพูดด้วยเสียงกระตุกสั่น “ชินอ๋องหากท่านถอดเกราะเช่นนี้ แล้วศัตรูบุกเข้ามาท่านอาจได้รับอันตรายได้นะ” นางรู้สึกหวังดีขึ้นมาจริง ๆ นะ ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด! คนที่เพิ่งถอดเกราะออกผินใบหน้าไปยังโต๊ะด้านข้าง ฝ่ามือหยาบกร้านเอื้อมยกสุรารินลงจอกแล้วส่งให้นาง “หม่อมฉันดื่มไม่เป็น” คนดื่มสุราเป็นน้ำเช่นนางพูดว่าดื่มไม่เป็นช่างน่าอายยิ่งนัก ว่าแล้วก็เปรี้ยวปาก เขานิ่งถือค้างอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง จากนั้นก็ เพล้ง! จอกชาถูกปาลงพื้น ส่วนร่างสูงใหญ่นั้นก็ยกเหล้าขึ้นดื่ม อย่าเรียกว่าดื่มเลย เรียกว่ากรอกปากมากกว่า เหนียงไป๋มองเขาที่เทสุราใส่ปาก จากนั้นก็อีกครั้ง เพล้ง! ไหสุราถูกปาลงกับพื้นจนแตกกระจาย ชายผู้นี้รู้จักคำว่าวางเป็นไหม อะไร ๆ ก็เอาทิ้งลงพื้นอย่างเดียว “เอาเหล้ามาอีก” “พ่ะย่ะค่ะ” เสียงตอบรับที่ดังมาจากนอกกระโจมทำให้นางเห็นว่าตรงหน้ากระโจมมีทหารสองนายเฝ้าประตูอยู่ เมื่อรับคำสั่งแล้วอีกฝ่ายก็แบกไหสุราเข้ามาอีกสองไห เห็นเช่นนี้แล้วเหนียงไป๋ก็อดที่จะคิดค่อนขอดในใจไม่ได้ คิดจะดื่มจนสำลักตายเลยใช่ไหม “หากท่านอ๋องอยากดื่มสุราหม่อมฉันก็จะปรนนิบัติพระองค์” บุรุษหน้ากากเงินนั่งลงเมื่อนางพูดจบ มองสตรีที่ลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความยากลำบาก ดวงตาคมกริบมองไปยังขาเรียวที่ปรากฏออกมานอกเสื้อกระโปรงที่ฉีกขาดเพราะฝีมือเขาก่อนหน้า สตรีบนหลังม้าแม้ไร้เรี่ยวแรงแต่ก็แสนดื้อรั้นจนเขาเผลอคิดอยากจับนางเล่นสนุกบนหลังม้าตั้งแต่พบหน้า ยามราตรีนี้ล่วงเลยมาหลายชั่วยามแต่เขากลับยังรู้สึกอยากเล่นสนุกกับนางอยู่เช่นนี้ นางจะทำเช่นไร ร่างอรชรเดินเข้ามายกไหสุราขึ้นริน เขามองมือที่สั่นจากการรับน้ำหนักของไหสุรา “มา เปิ่นหวางจะรินเอง เจ้ามานี่” สิ้นคำ เหนียงไป๋ก็ตัวลอยถูกเขาเกี่ยวเอวเข้าจับวางลงบนตักโดย ไม่ทันได้ตั้งตัว “ท่านอ๋อง ท่าน!” นางอยากด่าแต่ก็กลัวดาบข้างตัวเขา มองชินอ๋องที่รินสุราใส่ปาก “เจ้าบอกว่าดื่มสุราไม่เป็น” เหนียงไป๋พยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกเขาดึงเข้าไปจูบแล้วป้อนสุราเข้าปาก นางหลุดจากเขาได้ก็สำลักสุราออกมารู้สึกแสบร้อนไปจนถึงลำคอ เห็นจะจริงอย่างที่นางว่า ร่างของเหนียงเหนียงไม่เคยดื่มสุรา ดังนั้นเมื่อเขามองนางก็พบริ้วแดงพาดผ่านปรางแก้มเนียนที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว “เจ้าไม่ได้โกหก” “หม่อมฉันบอกพระองค์ไปแล้ว” เมื่อได้โอกาสนางก็รีบว่าต่อ “คราวนี้ท่านอ๋องจะปล่อยหม่อมฉันได้หรือยัง” “เจ้าบอกว่าจะปรนนิบัติเปิ่นหวาง” ที่นางบอกหมายถึงรินสุราไม่ได้บอกว่าจะปรนนิบัติอย่างอื่น คิดสิเหนียงไป๋ว่าจะทำเช่นไรไม่ให้เขาลากนางไปให้แร้งกิน สนมนับพันนางยังเอาชนะมาได้ นางไม่เชื่อว่าแค่อ๋องมากตัณหา ผู้หนึ่งนางจะเอาชนะไม่ได้ เมื่อคิดปลอบตัวเองได้แล้วนางก็หันมาทาง ชินอ๋อง “เหนียงเหนียงเป็นสตรีในห้องหอ ไม่เคยถูกบุรุษแตะต้อง ท่านอ๋องโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย” “อันว่าสตรีก็ยังเป็นสตรีวันยังค่ำ เปิ่นหวางจะดูว่าเจ้าจะเสแสร้งได้อีกสักกี่น้ำ” หาว่านางโป้ปด ช่างรู้ความคิดนางนัก แต่ในเมื่อเล่นละครแล้วนางจะหยุดแค่ครึ่งทางได้เช่นไรว่าแล้วก็ก้มหน้าลงเอียงอาย พยายามทำตัวเป็นสตรีแรกแย้มให้มากที่สุด “เหตุใดพระองค์จึงพูดเช่นนั้น หากบิดามารดาหม่อมฉันมาได้ยินเข้าจะเข้าใจผิดว่าหม่อมฉันไม่เชื่อฟัง อันว่าสี่คุณธรรมสามคล้อยตามของสตรีหม่อมฉันมิได้ขาดตกบกพร่อง” “เปิ่นหวางเห็นว่าหากเจ้าดีอย่างปากพูด ก็คงไม่มาโต้เถียงเปิ่นหวางเช่นนี้ เวลานี้คงเปลื้องผ้าอยู่บนเตียงรอทำหน้าที่อย่างที่พูด” คนหยิบยกสี่คุณธรรมสามคล้องตามขึ้นมาไปไม่เป็น ใครว่าเขาหยาบคายมากตัณหาแต่เพียงอย่างเดียว ยังฉลาดตามทันนางเสียด้วย “อันว่าสตรีที่ดีก็ควรทำทุกอย่างตามคุณธรรม หรือท่านอ๋องไม่สนใจเรื่องนี้” “อันว่าสตรีทั่วไปนั้นย่อมมีทางเลือกแต่สตรีบรรณาการเช่นเจ้า หามีสิทธิ์เลือกไม่” คนเป็นของบรรณาการได้ยินคำนี้แล้วให้รู้สึกเจ็บหัวใจ ชาติก่อนนางไม่ยอมเลือกเป็นของบรรณาการเขา พอได้ย้อนเวลามาใหม่ก็ตกเป็นของบรรณาการอยู่ดี สรุปแล้วนางกับเขาหนีกันไม่พ้นใช่ไหม คนที่กำลังจะพูดแย้งมองเห็นเจ้าแมวขนฟูเดินเข้ามา คงเพราะเห็นเป็นเพียงแมวจึงทำให้ไม่มีใครสนใจหรือระวังเจ้าแมวนรกนี่เลยแม้สักนิด “ท่านอ๋องเลี้ยงแมวด้วยหรือเพคะ” แมวนรกที่ว่าขนฟูขู่ขึ้นมาทันที ทำให้เจ้าของกระโจมหันมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเกลียดสัตว์เลี้ยงที่สุด โดยเฉพาะแมว แต่ตอนนี้แม่นางน้อยเหนียงเหนียงกลับลงจากตักเขา ตรงไปอุ้มเจ้าขนฟูขึ้นมาทำท่าจะเดินมาทางเขา “หยุด” เหนียงไป๋มองสีหน้าชินอ๋องจากนั้นบุรุษตัวโตก็ลุกขึ้นแล้วเรียกองครักษ์ด้านนอก “จงหลุน เจ้ามาพามันออกไป” จงหลุนองครักษ์มือขวามองไปยังเจ้าขนฟู “ขอมันให้ข้าด้วย” หากปล่อยไปเช่นนี้แม้แต่วิญญาณก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว มีหรือที่นางจะยอมให้ความต้องการของชินอ๋องสำริดผล เหนียงไป๋หันมองคนด้านหลัง ก่อนมองคนด้านหน้า พวกเขากลัว กลัวอะไร? เหนียงไป๋ก้มลงมองเจ้าแมวนรกก่อนจะมองสีหน้าชินอ๋องอีกครั้ง เขากลัวแมว ส่วนองครักษ์กลัวตายเพราะปล่อยให้แมวเข้ามา เมื่อคิดมาถึงตรงนี้นางก็ยิ่งกอดแมวไว้แน่นกว่าเดิม “แมวตัวนี้น่ารักมากเพคะ หม่อมฉันขอเลี้ยงไว้ได้ไหม” นางหลุบตาลงมองแมวในอ้อมแขน ยกตัวมันขึ้นแล้วเรียก เสี่ยวม่าน เสียงแมวร้องเหมียวค้าน ตั้งชื่อให้เสียเสร็จสรรพ แต่กลับตั้งชื่อเสี่ยวม่าน ไม่เห็นเขาเป็นบุรุษแล้วใช่หรือไม่!? พาเขาไปลงนรกอีกรอบเถอะ! ทว่ามีหรือที่นางจะฟัง การตั้งชื่อแมวตัวผู้เป็นด้วยชื่อผู้หญิงเช่นนี้ไม่ใช่น่าสนใจหรอกหรือ ช่างน่าสนุกเสียนี่กระไร ว่าแล้วก็กอดแมวอีกครั้งจากนั้นเดินไปหาชินอ๋อง แต่แมวปีศาจเหมือนรู้ทันมันรีบกระโจนหนีออกจากอกทันทีเมื่อนางเดินไปถึงตรงหน้าอ๋องปีศาจ ชายหนุ่มเองก็มองนางกลับมาจากนั้นก็... “ฮัดชิ้ว!” อืม เขาแพ้แมวจริง ๆ ด้วย แถมยังแพ้ไม่หยุดอีก ตอนนี้นางรู้สึกรักแมวนรกขึ้นมาจริง ๆ ว่าแล้วก็รีบหันไปหยิบคอแมวขึ้นมาอุ้มเหมือนเดิม ฟงลี่บุรุษคุ้มแดนปีศาจมองนางอย่างขบเขี้ยว อดไม่ได้ที่จะนึกสบถในใจ ใครใช้ให้เขาทำคุณบูชาโทษกับสตรีเช่นนาง เมี๊ยว เสียงแมวร้องประท้วงอีกครั้งทำให้ทุกคนหันมอง ก่อนจะมีเสียงเหี้ยมของเจ้าของกระโจมตามมา “พามันออกไปหากยังอยากให้มันมีชีวิตอยู่” นางไม่พาออกแน่ เจ้าตัวนี้จะตายก็หาใช่ธุระของนางไม่ คนได้ยินความคิดเงยหน้ามองสตรีที่อุ้มอยู่จึงพยายามดิ้นให้หลุดจากมือแต่นางก็กอดรัดแน่นไม่ยอมปล่อยเช่นกัน ดวงหน้างดงามแสร้งแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาทีหนึ่ง “ชินอ๋องได้โปรดละเว้นชีวิตมันด้วย สัตว์ตัวเพียงเท่านี้หาได้ทำอันตรายกับผู้ใดไม่ เหตุใดพระองค์จึงได้รังเกียจมันเช่นนี้” สีหน้าเขาบอกว่ารังเกียจที่ไหน บอกว่ากลัวมากกว่า นางไม่คิดเลยว่าบุรุษฆ่าคนนับหมื่นนับแสนกลับกลัวแมวตัวเล็กเพียงเท่านี้ เสี่ยวม่านเจ้าอย่าได้คิดหนีเด็ดขาด เพราะหากเจ้าหนีเจ้าก็ตาย ถ้าเช่นนั้นพวกเรามาตายด้วยกันเถอะ “เหนียงไป๋ หากข้าตายเจ้าก็ตายด้วย เจ้ารู้หรือไม่” เสียงนี้ไม่เบาเลยในสมองของนาง มันทำให้นางก้มลงมองแมวในอ้อมแขนทันที แล้วฟังแมวที่ว่าพูดต่อ “ตอนนี้ดวงจิตของเจ้าผูกติดเอาไว้กับข้า เมื่อใดที่ข้าตายนั่นหมายความว่าชีวิตใหม่ของเจ้าในภพนี้ก็ต้องจบลงเช่นกัน” คราวนี้นรกของจริงสิไม่ว่า เมื่อเสียงชินอ๋องพูดด้วยน้ำเสียงโมโหมากกว่าเดิม “จงหลุนเอามันออกไป!” คราวนี้นางไม่ยอมก็ต้องยอม เพราะหากแมวรอดนางก็มีโอกาสรอด เสี่ยวม่านไปแล้วตอนนี้เหลือเพียงนางกับบุรุษตัวโต เขามองนางด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมสองมือบีบแขนนางจากนั้นก็โยนลงบนเตียง “เปิ่นหวางเสียเวลากับเจ้ามามากแล้ว ถึงเวลาเจ้าต้องทำหน้าที่ของเจ้าแล้ว” ข้าให้เวลาท่านหลายเดือนก็ได้มันไม่ใช่เรื่องหนักอะไร งานหนักงานเบานางก็พร้อมสู้ แต่ต้องไม่ใช่กับการช่วยอุ่นเตียงเช่นนี้ ท่านช่วยเลือกคนอื่นแทนก่อนได้หรือไม่! แต่เขาหรือจะฟัง บุรุษตรงหน้าถอดชุดเกราะเบื้องล่างออกหมดแล้ว บัดนี้เหลือเพียงเสื้อชั้นในกับหน้ากากเงินที่ยังคงมีติดกาย “หม่อมฉันเนื้อตัวสกปรก ดูสิเพคะขนแมวเต็มไปหมด” ว่าแล้วก็ ลุกขึ้นสะบัดใส่คนตรงหน้า ชินอ๋องที่ไม่ทันตั้งตัวรีบถอยหลังแล้วไปจามอีกหลายรอบ นางช่างน่านักเขาชักจะหมดความอดทนแล้ว “เด็ก ๆ เตรียมน้ำ เปิ่นหวางจะอาบน้ำแช่ตัว ปลดเสื้อผ้าให้นางด้วย” มีหรือที่เขาจะหลงกลและมีหรือที่นางจะรอด จากบนเตียงก็เคลื่อนตัวไปยังอ่างน้ำที่นางเห็นตอนแรก ไม่รู้แบบไหนถึงจะเรียกว่าดีกว่ากัน ท่านมีสตรีมากมายเหตุใด ไม่เลือกคนอื่น นางมีสิ่งใดให้ต้องตากัน อันว่าศึกย่อมทำสงครามยาวนาน เช่นเดียวกับราตรีนี้ที่นางยังต้องสู้กับเขาไปอีกทั้งคืน ชุดของนางที่ถูกขนแมวถูกนำไปเผาแล้ว บัดนี้เหลือเพียงชั้นในผืนบางสีขาวหยาบกระด้าง ไม่รู้ว่ามีสตรีกี่คนแล้วที่ได้สวมใส่มัน อยู่ ๆ ก็นึกรังเกียจบุรุษมักมากตรงหน้าขึ้นมา “เจ้าจะลงมาหาเปิ่นหวางดี ๆ หรือให้เปิ่นหวางลากเจ้าลงมา” ไม่ต้องขู่ นางก็กลัวจนจะตายได้อีกรอบแล้ว ท่านก็เลิกทำเสียงเหมือนพร้อมจะยกมีดดาบขึ้นมาฟันนางตลอดเวลาเสียที “เหนียงเหนียง” เสียงลากต่ำทำให้นางแทบจะถอยหลังกลับ ไม่อยากสู้แล้ว แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยจังหวะที่นางจะถอยหลัง เขาลุกขึ้นทั้งสภาพร่างเปลือยเปล่าทำให้นางมองเห็นอาวุธของเขาเต็มตา มือเขาดึงแขนนางลงมายังอ่างน้ำ ดึงรั้นนางเอาไว้แล้วก้มลงซุกตรงซอกคอ คิดว่าคืนนี้นางคงเสร็จเขาแน่ นางจะขัดขืนอาวุธที่ว่าได้สำเร็จหรือจะยอมพลีกายกับอาวุธที่ว่าดี เพราะหากคำนวณขนาดของมันแล้ว ฮ่องเต้เฉินตี้ช่างห่างชั้นนัก คนหลงอาวุธสะบัดความคิดยังไงนางก็ต้องหวงร่างกายนี้เอาไว้ เพื่อจะได้ไปยังแคว้นหลุนอิงเพื่อคัดเลือกนางสนม พอคิดถึงความแค้นที่ยังคงติดแน่นนางก็รีบสะบัดตัวหนี คนที่ถูกขัดอารมณ์เงยหน้าขึ้นมา บีบคางเอาไว้แน่นจนนางเผลอนิ่วหน้า นางเชื่อว่าหากเขาทำแบบนี้บ่อย ๆ กระดูกนางคงแหลกคามือเขาใจสักวันเป็นแน่ เมื่อคิดได้ว่าไม่ดีแน่แล้วนางจึงได้เอ่ยออกไป “หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ทำศึกมานานก็ควรให้คนรู้งานปรนนิบัติ” “เจ้ากำลังบอกว่าตัวเองไม่ดีพอ” “หม่อมฉันเป็นสตรีในจวน เรื่องอย่างว่าไม่เคยเรียนรู้ หากเป็นเช่นนี้แล้วอาจทำให้ชินอ๋องไม่พอใจ ไม่สู้ให้สตรีที่เก่งกาจเรื่องเช่นนั้นมาปรนนิบัติพระองค์ไม่ดีกว่าหรือ” มุมปากคนในหน้ากากยกยิ้มอย่างนึกสนุก “เปิ่นหวางเห็นว่าดี จงหลุนนำพวกนางเข้ามา” หา! เหนียงไป๋มองไปยังสตรีที่ทยอยเดินเข้ามา ทุกนางล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น สตรีเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยจริต เมื่อมาถึงก็ถอดเสื้อผ้าแล้วลงน้ำทันที “ถ้าชินอ๋องมีคนปรนนิบัติแล้ว หม่อมฉันขอกลับไปอยู่ในคุกต่อ นะเพคะ” ตอนนี้นางเริ่มคิดว่าคุกปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่มีหรือปีศาจเช่นเขาจะยอมปล่อยนางไป “เจ้าจะรีบไปไหน ในเมื่อยังไม่เคยเห็น ไม่เคยเรียนรู้ เช่นนั้นก็ดูให้เต็มสองตาเสีย” เหนียงไป๋มองชินอ๋องที่หน้าหนาไม่นึกอาย ปล่อยให้หญิงสาวเหล่านั้นแสดงวิชาความรู้ให้นางเห็นอย่างใจกว้าง ท่าทางบางกระบวนท่าแม้นางจะเคยทำแต่บางท่านั้นนางไม่เคยเห็น บุรุษปีศาจหันมามองนาง ก่อนดึงรั้นแล้วลากนางไปผูกไว้กับเตียงโดยไม่มีโอกาสแม้ให้ได้ตั้งตัว “ต่อจากนี้เจ้าอย่าได้กระพริบตาสักนาทีเชียว” ท่านวิปริตไปแล้ว นางที่คิดจะเล่นกับเขาทีแรกต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ บุรุษคนนี้ไร้ใจ โหดเหี้ยมอัมหิต นั่นคือเรื่องจริง หาใช่คำร่ำลือ ยิ่งนางหน้าซีดปากสั่นเขาก็ยิ่งหัวเราะ ตอนนี้นางรู้สึกโชคดีที่ภพชาติก่อน ไม่เลือกเป็นของเล่นของเขา แต่ในเมื่อเกิดมาใหม่อีกครั้ง ท่านก็อย่าหวังว่าข้าจะยอมขึ้นเตียงด้วย!

บทที่ 2 No.2

เสียงกระเซ้าทั้งราตรีทำให้นางไม่อาจข่มตานอนได้ลง บุรุษผู้นี้ ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย จวบจนตะวันขึ้นพ้นยอดเขา เขาจึงได้หยุดพักแล้วนอนลง “ปลดเชือกให้นาง ให้นางปรนนิบัติเช็ดตัวให้เปิ่นหวาง” นางอยากจะบ้าตาย ต้องให้ได้สักทางสินะ จะปล่อยนางเป็นสุขสักวันไม่ได้เชียวหรือ กลิ่นกามลอยฟุ้งไปทั่วสตรีที่ปรนนิบัติเขาแม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็ไม่อาจอยู่ต่อได้ ดังนั้นไม่ถึงหนึ่งเค่อสิ่งกีดขวางที่กระจัดกระจายอยู่เต็มห้องก็ถูกเก็บจนหมดราวไม่เคยเกิดศึกหนักหนาในราตรีที่ผ่านมา นางหันมองอ่าง สีทอง เหนียงไป๋มองเขา ในใจได้แต่นึกบ่น ท่านทำศึกหนักถึงเพียงนี้ ข้าว่าท่านอ๋องเชิญลงน้ำอีกรอบจะดีกว่า จะให้นางเช็ดตัวไปเพื่ออะไรกัน เกิดเจ้าอาวุธที่ว่าขึ้นพร้อมสู้อีกครั้ง ใครจะช่วยนางได้ สตรีที่ว่าก็หมดกระบวนท่า ไม่เหลือสิ่งใดให้เขาตักตวงแล้ว มือนางวางผ้าลงในอ่างทองเหลือง บิดชุบน้ำขึ้นมาพอหมาด มองร่างสูงนอนนิ่งรอให้นางเข้าไปปรนนิบัติ ส่วนนางก็เริ่มจากใบหน้าเขาก่อน สิ่งใด “ชินอ๋องท่านจะถอดหน้ากากได้หรือไม่” รังสีเยือกเย็นบาดลึกในความรู้สึกทันทีที่ดวงตาคู่นั้นเลื่อนมองมา ดูเอาเถอะตลอดทั้งราตรีเขาหาได้ถอดออกมาช่างแปลกประหลาดนัก หรือหน้าตาเขาจะอัปลักษณ์ถึงขนาดดูไม่ได้ ไม่ได้การนางเปลี่ยนคำใหม่แล้วกัน “ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะเริ่มเช็ดที่ลำคอเพคะ” นางรู้จักเอาตัวรอด สตรีเบื้องหน้าเขาตอนนี้หาได้ไร้ปัญญาแต่กลับฉลาดหลักแหลมทั้งยังเจ้าเล่ห์ไม่เบา ต่างจากสิ่งที่เขาได้ยินมาว่าเหนียงเหนียงบุตรีของที่ปรึกษาตู่จางอ่อนแอไร้สมองโดยสิ้นเชิง ตอนนี้สตรีบอบบางที่ว่าวางผ้าที่ชุบน้ำเย็นขึ้นมาเช็ดลำคอเขา มือบางทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังคล้ายกับเคยปรนนิบัติบุรุษมาก่อน นางกำลังโกหก เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังถูกเล่นงาน ฝ่ามือหนาก็คว้ามือบางไว้แน่นแล้วดึงร่างนางเข้ามาประชิดตัวทันที “ท่านอ๋อง พระองค์...” ดวงตานางตื่นตระหนกแต่ในใจกำลังก่นด่าไปห้ารอบแปดรอบ อย่าบอกว่าท่านจะใช้อาวุธอีกเหตุใดท่านไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยเสียบ้าง ดวงตาคมมองลงไปยังสตรีตรงหน้า ดวงตานางช่างเสแสร้งแกล้งทำได้แนบเนียนยิ่งนัก แนบเนียนเสียจนเขาตามไม่ทัน ส่วนคนถูกมองตาก็ก้มหน้าลงแล้วเอ่ย “หม่อมฉันทำให้ท่านอ๋องไม่พอพระทัยหรือเพคะ” ไม่เลยนางไม่ได้ทำอะไรให้ไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เขารู้สึกหงุดหงิดกับนางทุกเวลา ยิ่งนางพูดเขาก็ยิ่งหงุดหงิดโดยไร้สาเหตุ “เสียดายที่เปิ่นหวางเหนื่อยแล้ว” ท่านพูดว่าเหนื่อยก็สมควรแล้ว ดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหากเขา ไม่เหนื่อยก็เป็นปีศาจมาเกิดแล้ว อาจเพราะนางดีใจมากไปจึงเผลอแสดงแววตาดีใจออกมาวูบหนึ่ง ส่งให้คนที่จับตามองดูอยู่รู้สึกแปลกใจ “เจ้า ไม่อยากขึ้นเตียงกับเปิ่นหวางรึ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ทำให้นางถูกกดลงพื้นเตียงส่วนตัวเขากลับลุกคร่อมขึ้นมาบนตัวนางในสภาพพร้อมรบ ฝ่ามือที่ทั้งกร้านทั้งหนักบีบคางของนางแน่น ก่อนเอ่ยเน้นย้ำ “เจ้ารังเกียจเปิ่นหวาง” รังเกียจเป็นคำที่เก็บซ่อนความเจ็บปวดส่วนลึกในใจเขา ยิ่งเห็นว่านางไม่อยากร่วมเตียงกับเขา เขาก็ยิ่งอยากเอาชนะ มือที่ว่างอีกข้างก็หันมาฉีกเสื้อผ้านางจนขาดวิ่น “ชินอ๋อง! ท่านกล่าววาจาผิดแล้ว! หม่อมฉันไม่ได้รังเกียจ!!” เสียงหัวเราะขำจากอีกฝ่ายดังขึ้น ก่อนจะหยุดมือที่ฉีกเสื้อผ้าของนางจนไม่เหลือสภาพนั้นลง “ไม่ได้รังเกียจ? ถ้าเช่นนั้นก็จงมองเสียให้ เต็มตา” หา! ได้ยินมาว่าหากผู้ใดมองเห็นใบหน้าเขา คนผู้นั้นก็จะไม่ได้เห็นตะวันของวันรุ่งขึ้นอีกต่อไป หากนางได้เห็นไม่เท่ากับว่านางจะต้องตายหรอกหรือ! เมื่อเห็นมือเขาจับที่หน้ากากนางจึงได้รีบปิดตาแล้วพูดปลอบปีศาจต่อ “ชินอ๋องโปรดพระทัยเย็นก่อน อันว่าใบหน้าแท้จริงของท่านสูงส่งนัก หม่อมฉันไม่บังอาจมองได้” ขืนมองนางก็ตายเรื่องอะไรนางจะหาเรื่องใส่ตัว มือนางปิดแน่น แต่ไม่ทันไรก็ถูกบังคับดึงออกทั้งสองข้าง “ลืมตา” เสียงทุ้มแหบสั่ง สั่งแล้วนางจะทำอย่างที่เขาต้องการหรือ? ไม่มีทาง! “หาไม่แล้วเปิ่นหวางจะควักตาเจ้า จากนั้นก็ผูกเจ้ากับเตียง เล่นกับเจ้าทุกคืน เปิ่นหวางต้องการสตรีตาบอดพอดี” จะมาต้องการสตรีตาบอดตอนนี้ทำไม เหนียงไป๋จำใจต้องยอมลืมตาอย่างที่เขาต้องการ นางลืมตาขึ้นมาเพียงนิด แล้วเอ่ยต่อรองต่อ “หากหม่อมฉันเห็นใบหน้าพระองค์แล้ว พระองค์จะละเว้นชีวิตหม่อมฉันได้หรือไม่” นางถามไปแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังเงียบ นางที่เห็นทีว่าคงไม่ได้คำตอบแล้วจึงปิดตาลงให้สนิทอีกรอบคล้ายต่อรองว่าหากท่านไม่รับปากก็เชิญมีสตรีตาบอดคอยปรนนิบัติเสียเถอะ ชินอ๋องมองสตรีดื้อรั้นตรงหน้า แม้ใกล้ตายอยู่แล้วก็ยังอยากมี ชีวิตอยู่ “ได้” ได้ นางได้ยินคำว่าได้ใช่ไหม “ลืมตา เปิ่นหวางรับปากว่าจะละเว้นชีวิตเจ้า” ดีจริง ๆ อย่างน้อยเขาก็รับปากนาง ว่าแล้วเหนียงไป๋ก็หรี่ตาลืมมองเขาทีละนิด ภาพเงาสีขาวค่อย ๆ ปรากฏตรงหน้า เมื่อนางมองเห็นเขาเต็มตาก็พบว่าใบหน้าของเขาปรากฏรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่ขอบตาซ้ายจนถึงคางสามเส้น แผลที่ว่าเป็นรอยนูนสีแดงเด่นชัดแต่เหนือสิ่งอื่นใดคือนางมองเห็นดวงตาเขาที่เป็นสีฟ้าราวหมาป่า “สวย” นางเผลอพูดความในใจทำให้คิ้วของคนถอดหน้ากากขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ “เจ้าพูดอะไร” “ดวงตาท่านอ๋องสวยมากเพคะ” นางพูดความจริง ไม่ได้พูดเพราะกลัวตาย แม้ตอนแรกจะตกใจกับรอยแผลแต่เมื่อใดที่มองไปยังดวงตาของเขาก็พบว่ามันช่างงดงามจนแม้แต่รอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวนั้นก็ยังสามารถมองข้ามไปได้ “เจ้าก็แค่กลัวเปิ่นหวางควักลูกตา” นางหันมองปีศาจดื้อรั้นตรงหน้าอีกครั้ง “หม่อมฉันพูดความจริง พระองค์ก็หาว่าพูดปด เช่นนั้นก็ตัดลิ้นหม่อมฉันเถอะ” เพราะนอกจากท่านจะได้สตรีตาบอดแล้วท่านจะได้สตรีใบ้ด้วย ไม่รู้ว่าอ๋องปีศาจคิดสิ่งใด ร่างสูงนั้นล้มตัวลงนอนอีกด้านหนึ่ง หลับตาลงแล้วพูดเหมือนเบื่อหน่ายชีวิต “เปิ่นหวางเหนื่อยแล้วเจ้า ออกไปได้” พอได้ยินว่าออกไปได้ นางก็ดีใจจนถึงขีดสุด กำลังจะก้าวเท้าออกไปดวงตาของเขาก็กลับลืมเปิดขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่ดีกว่า เจ้านอนเป็นเพื่อนเปิ่นหวางแล้วกัน” หา! เหนียงไป๋ถูกเขาดึงไปนอนกอดทำเหมือนนางเป็นหมอนข้าง จากนั้นอ๋องปีศาจก็หลับตาลงอีกครั้ง นางมองบุรุษหน้าตายตรงหน้าช่าง ไม่เกรงฟ้าเกรงสวรรค์ กล้ากอดนางทั้งที่ตัวเองเปลือยเปล่า ส่วนนางก็ถูกกอดรั้นจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตานางมองไปยังรอยแผลเป็นบนใบหน้าของคนที่ขึ้นชื่อว่าอ๋องปีศาจ อดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่าเขาก็หาได้น่ารังเกียจอย่างที่เขาพูดกันไม่ เพียงแต่เขาเป็นถึงชินอ๋อง เป็นองค์ชายที่ควรจะมีสิทธิ์ในบัลลังก์ แต่กลับไม่อาจได้ครองเพราะไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงได้ สามปีต่อจากนี้เขาจะกลายเป็นแม่ทัพปีศาจ เหยียบก้าวไปที่ใด ที่นั่นก็ล้วนตกเป็นของเขา เวลาที่นางจากมานั้นเขากำลังล้อมแคว้นเฉินตี้อยู่ เมื่อบิดานางพ่ายแพ้ นางก็ถูกลงโทษอย่างเลือดเย็นก่อนจะถูกส่งมอบเป็นของบรรณาการแก่เขา วันเวลาหมุนเวียนย้อนกลับมาอีกครั้งไม่นึกไม่ฝันว่าเขากับนางจะทำกรรมร่วมกันมาจึงได้มาพบกันเช่นนี้ แต่ถึงคิดอย่างนั้นนางก็ไม่อยากร่วมลงนรกไปกับเขาอยู่ดี หากมีโอกาสก็หนีไปเสียจะดีกว่า เหนียงไป๋มองคนที่หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ คิดว่าตอนนี้เขาอาจจะหลับลึกไปแล้ว แล้วจะมีเวลาไหนเหมาะจะหนีไปกว่าเวลานี้อีก นางจึงได้ตัดสินใจค่อย ๆ ยก แขนของเขาออกอย่างเบามือ แต่ขอโทษ ยกหนึ่งครั้งมือเขาก็ตกลงมารั้นนางไว้แน่นกว่าเดิม ยกสองครั้งเขาก็ดึงร่างนางเข้าไปแนบแน่นเสียยิ่งกว่าเดิม จนเมื่อนางพยายามยกอีกครั้งก็ถูกขาเขาพาดขึ้นมาบนตัว อาวุธที่ว่าแนบลงกับน่องจนรู้สึกได้ คงเพราะไม่อาจหลุดจากเงื้อมมือเขาได้ นางที่สู้มาหลายเค่อจึงได้เหนื่อยจนหลับผล็อยไป ก็ใครใช้ให้เมื่อคืนนางไม่ได้นอน เอาไว้คิดอีกครั้งว่าจะหนีอย่างไร ตอนนี้ขอหลับเอาแรงเสียก่อน เมื่อนางหลับสนิทดวงตาที่เพิ่งถูกเอ่ยชมว่างามไปก็เปิดขึ้นมองสตรีเบื้องหน้า ยังจดจำคำที่นางพูดได้ “ดวงตาท่านอ๋องสวยมากเพคะ” ไม่เคยมีใครพูดเช่นนี้กับเขามาก่อน ของบรรณาการชิ้นนี้น่าสนใจ ไม่น้อย จากที่เคยคิดจะลากขึ้นเตียงระบายอารมณ์จากสงคราม ตอนนี้เขาก็เกิดอยากเก็บนางไว้เลี้ยงดูเล่นเสียแล้ว เหนียงไป๋รู้สึกรำคาญสิ่งรบกวนการนอนตอนนี้นัก... นางกำลังหลับสบายเหตุใดต้องมากวนนาง “ชิวอิ้ง เจ้าเอาผ้าห่มไปซักด้วย แมลงอะไรไม่รู้กำลังกัดข้า” นางละเมอพูดออกมาทั้งที่ไม่ได้สติดี ส่วนแมลงที่ว่าตอนนี้กำลังกัดตรงซอกคอก็เงยหน้ามามองคนขี้เซา ว่าแล้วมือแมลงก็ค่อย ๆ ปลดเสื้อชั้นนอกออกจากนั้นก็ก้มลงกัดต่อ “ชิวอิ้ง เจ้าอยากโดนข้าทำโทษไปอยู่ท้ายวังหรือไง เหตุใดถึงได้ทำงานบกพร่องจนทำให้แมลงกัดข้า” ท้ายวัง! หูเขาฝาดไปหรือเปล่า ชินอ๋องเงยหน้ามองคนขี้เซา ใช้มือเกาตรงรอยที่เขากัด “เจ้าบอกท้ายวัง เจ้าเคยอยู่ในวัง” เสียงนั้นทำคนขี้เซาลืมตาอย่างตกใจ ก่อนจะใช้มือผลักเขาออก จากตัว ตะโกนออกไปสุดเสียง “ท่านทำอะไร!!!” ท่านอ๋องที่ว่าตอนนี้ไม่ได้ขยับตามแรง อีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่งราวกับแรงที่นางใช้เมื่อครู่เป็นเพียงลมวูบหนึ่ง “เจ้าบอกว่าท้ายวัง เมื่อก่อนเจ้าเคยอยู่ในวังใช่ไหม” ถ้าเคยอยู่ในวังก็ไม่เท่ากับว่านางเคยเป็นสนม แต่กฎของแคว้น หลุนอิงมีสตรีที่ไร้วิญญาณเท่านั้นที่ได้ออกมา เพราะฮ่องเต้หลุนอิงอำมหิตเลือดเย็น ชอบเล่นทรมานกับสตรีนับพับ กลางคืนไม่หลับไม่นอนวิ่งแอบซ่อนก่อนจะเชือดทิ้งเมื่อพบเจอ คิดว่านางตัวเล็กถึงเพียงนี้คงไม่รอดตั้งแต่ราตรีแรกที่เหยียบเข้าวัง หรือเพราะนางเป็นบุตรีของที่ปรึกษาตู่จาง จึงได้สิทธิพิเศษ? “เปิ่นหวางถาม เหตุใดไม่ตอบ หรือไม่อยากมีลิ้นแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบแต่ทุกคำกลับล้วนเป็นคำขู่ นางที่เดี๋ยวถูกขู่ตัดลิ้นบ้างควักลูกตาบ้างตอนนี้เริ่มจะชินเสียแล้ว “ชินอ๋องอย่าได้เอาความฝันของหม่อมฉันมาใส่ใจให้มากเลยเพคะ” เมื่อหาทางออกไม่ได้นางก็โยนให้ความฝันเสีย “เจ้าอยากเป็นสนม” นางไม่ได้อยากเป็นสนม แต่อยากเป็นสตรีเหนือคนเหนือบุรุษเพื่อลากพวกมันทุกคนที่ทำร้ายนางลงนรกไปด้วยกัน “ก็แค่ความฝัน พระองค์อย่าได้ใส่ใจ” ในเมื่อไม่อยากพูดคนถามก็ไม่คิดเซ้าซี้ แต่ยังไงก็ต้องสืบเรื่องนี้ให้ชัดเจน แม้เขาจะนิยมสตรีแต่ก็ไม่ได้อยากใช้ของร่วมกับคนอื่น โดยเฉพาะตาเฒ่าหลุนอิงนั่น “แล้วพระองค์กำลังทำอะไร” “เปิ่นหวางหิว” เหนียงไป๋ไม่เข้าใจก่อนจะสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ทิ่มแทงอยู่ตรงเอว ใบหน้าของนางถึงกับคล้ำไปเสียหลายส่วน เอ่ยเสียงกระตุกตอบ “หากท่านอ๋องหิวก็เชิญเสด็จลงจากเตียงแล้วอาบน้ำเถอะเพคะ หม่อมฉันจะช่วยขัดหลังแต่งตัวให้” เชิญท่านลงจากตัวข้าก่อนที่ข้าจะกลายเป็นอาหารท่าน คงเพราะคำละเมอของนางทำให้เขาไม่มีอารมณ์เช่นตอนแรก จากที่คิดอยากกินอาหารก็ลุกขึ้นแล้วตรงไปยังอ่างน้ำ “เจ้าไม่ต้อง เรียกคนอื่นเข้ามา” ไม่ให้นางทำนางก็ไม่ทำ ถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้อยากจะทำเสียหน่อย เมื่อคนอื่นเข้ามานางก็เดินออกจากกระโจม นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นแสงตะวันตั้งแต่เข้ามาในค่ายทหารแห่งนี้ ที่จริงแล้วเขาสามารถยึดแคว้นได้แล้วก็สมควรจะเสพสุขในวัง ไม่ใช่ออกมาสร้างกระโจมลำบากอยู่นอกเมืองเช่นนี้ ช่างแปลกคนนัก เหนียงไป๋หันมองไปรอบ ๆ มองเห็นขุนนางและทหารที่ถูกลากจูงมาเป็นแถว ดวงตาของนางมองไปยังคนด้านหน้าสุด นั่นบิดาของเหนียงเหนียง “เหนียงเหนียง” เสียงบิดาเอ่ยเรียกบุตรสาวทำให้นางที่คิดจะหลบไปที่อื่นจำต้องเดินไปหา แววตาของผู้เป็นบิดามองสำรวจนางแล้วถาม “เจ้าถูกชินอ๋อง...” นางเข้าไปในกระโจมทั้งคืน หากบอกว่าไม่มีอะไรคงจะไม่มีคนเชื่ออีกทั้งหากนางตอบไปตามตรง มีหวังคืนนี้เขาคงจะได้ทำมันจริง ๆ “ทุกสิ่งเป็นเรื่องที่ลูกเลือกไม่ได้ แต่ชินอ๋องก็ดีกับลูกมาก” คำว่าดีกับลูกมากทำให้ทหารกล้าทั้งหมดหันมอง จากนั้นก็มองนางที่อยู่ในสภาพ ไร้รอยขีดข่วน ดูเหมือนชินอ๋องจะโปรดปรานนางมากจริง ๆ “แม่นางเหนียงเหนียง พวกเราต้องไปแล้ว” “พวกท่านจะพาบิดาข้าไปที่ใด” “คุก รอวันประหาร” แม้นางไม่ใช่บุตรสาวเขาแต่เมื่อได้ยินก็รู้สึกใจหาย อีกทั้งบิดาผู้นี้ ดูจะรักและเอ็นดูเหนียงเหนียงมากกว่าบิดามารดานางในชาติที่แล้วเสียอีก “ท่านพ่อ ท่านแม่อยู่ที่ใด” ที่ปรึกษาตู่จางมองไปยังอีกฝั่ง เมื่อมองตามไปแล้วจึงได้เห็นว่ามารดากำลังถือตะกร้ากองโตอยู่อีกด้านหนึ่ง เหมือนจะถูกให้เป็นทาสรับใช้ในสงคราม เห็นแล้วก็ให้รู้สึกเป็นกังวลไม่ได้ แต่เมื่อคิดจะเดินไปหา นางก็กลับถูกเหนี่ยวรั้งเอาไว้ “ใครใช้ให้เจ้าเดินไปเดินมาด้วยชุดแบบนี้” เหนียงไป๋หันมองคนถามก่อนก้มลงมองสภาพของตนเอง เมื่อเห็นเสื้อชั้นในตัวบางที่แขวนอยู่บนร่าง นางถึงได้รู้ตัวว่าเหตุใดทหารพวกนั้นจึงได้มองนางตาค้างเช่นนั้น คนยังไม่สำนึกว่าตัวเองผิดถูกลากกลับเข้าไปยังกระโจมอีกครั้ง “หากอยากมีชีวิตก็อยู่แต่ในกระโจมอย่าได้ย่างก้าวออกไปเด็ดขาด” เขาหงุดหงิดอะไร นางก็แค่ออกไปสูดอากาศ หาได้คิดหนีเสียหน่อย แผนโง่ ๆ เช่นนั้นนางไม่มีทางทำเด็ดขาด “บิดาข้ากำลังจะถูกประหาร” แม้ไม่อยากพูดแต่ก็เหมือนต้องพูด คนที่เกี่ยวข้องกับร่างนี้แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวนางเลย แต่นางก็ยังอยากช่วยพวกเขาอยู่ดี ชินอ๋องรินสุราแล้วยกขึ้นดื่ม “เจ้าอยากให้เปิ่นหวางช่วย” “เพคะ” “ก็ต้องดูว่าเจ้ามีอะไรมาแลก” ทั้งเนื้อทั้งตัวนางมีแค่นี้ จะเอาอะไรไปแลกกับเขา ไม่รอให้นางถามเขาก็ตีที่ตักสองครั้ง “เปิ่นหวางอยากได้คนรินสุรา” นางพึ่งสังเกตว่าบนใบหน้าของเขาไม่ได้สวมหน้ากากอย่างเคย พอเป็นแบบนี้ยามเมื่อเขาดื่มสุรา น้ำสุราก็หาได้หกเลอะเทอะจะเรียกอีกอย่างก็ได้ว่าเริ่มกินเหมือนคน เหนียงไป๋เดินไปหาคนสั่งแล้วนั่งลงบนหน้าขาของเขา ชินอ๋องยกมือขึ้นเกาะเอวนางเอาไว้แล้วหันมองไปยังจอกสุราที่มีน้ำอยู่เต็มจอก นางรู้งานรีบหยิบขึ้นมายกป้อนส่งถึงปากคนสั่ง ค่อยรินสุราพยายามไม่ให้หกเลอะเทอะแต่ก็ยังหกอยู่ดี “ป้อนด้วยปาก” คนถูกสั่งทำตาโตใส่ ปากก็บ่นว่าท่านเอาแต่ใจมากไปแล้ว นางเริ่มไม่อยากยุ่งเรื่องคนอื่นแล้ว “ท่านอ๋องก็ทราบว่าหม่อมฉันไม่เคยดื่มสุรา” “ไม่เคยก็ต้องเคย ในเมื่อเจ้าเป็นของเล่นของเปิ่นหวาง เจ้าต้องทำตามที่เปิ่นหวางสั่ง” ว่าแล้วจอกสุราก็ถูกเขาชิงไปจากมือ ก่อนที่จอกสุรานั้นจะส่งถึงปากของนาง แค่ดื่มสุราจะอะไรนักหนา เหนียงไป๋มองจอกสุรา ยอมรับสุราเข้าปากก่อนหันมองคนสั่งแล้วก้มลงป้อนสุราตามที่อีกฝ่ายสั่ง รสสุราไหลรินเข้าลำคอนางและชินอ๋อง คราวนี้สุราไม่แม้แต่จะหกออกมาอีกแล้ว นางถูกกลืนกินด้วยรสจูบแสนร้อนแรงไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์สุราหรือเพราะความมากประสบการณ์ของเขาที่ทำให้นางในตอนนี้ถูกชักจูงให้ตอบรับสัมผัสของเขา เมื่อนางกำลังเผลอตัวลิ้นนางก็ล่วงล้ำเข้าไปหา ชินอ๋องชะงัก ลืมตาขึ้นมองดวงตานางจากนั้นก็ผลักนางออกจนนางร่วงลงพื้น คนกำลังหลงรสจูบได้สติ เงยหน้ามองเขาที่มีสีหน้าระแวง ก็ใครใช้ให้นางเผลอตัวไปเล่า จะบอกว่านางไม่เคยจูบใครก็คงจะไม่ได้ หรือจะบอกว่านางฝึกวิชาเมื่อคืนจนจำได้ก็เห็นจะไม่ใช่เรื่องกระมัง “หม่อมฉันเจ็บเพคะ” เมื่อตกพื้นก็แสร้งทำเป็นสตรีอ่อนแอแทน ปล่อยให้เขาระบายอารมณ์ปัดไหสุราตกลงพื้นต่อหน้านาง เจ็บ! เหนียงไป๋ถูกเศษไหบาดเข้าที่ข้อเท้า แต่เขาก็ยังไม่หยุดลากนางขึ้นมาจากพื้นแล้วโยนใส่ในอ่างน้ำ ร่างบางถูกกดลงน้ำจากนั้นมือเขาก็ฉีกเสื้อผ้านางที่ไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วแขวนบนร่างอยู่แล้วจนแทบดูสภาพ ไม่ออก ชินอ๋องบ้าไปแล้ว นางไปทำอะไรให้กัน ไม่ใช่ว่าเขาต้องการคนปรนนิบัติช่ำชองหรอกหรือ “ท่านอ๋อง...” พูดได้คำเดียวตัวนางก็ถูกกดลงน้ำอีกครั้ง จากนั้นก็ถูกยกตัวขึ้นมาอีกครั้งมือเขาบีบคอนางจากด้านหลัง “เจ้าเป็นคนของตาเฒ่าหลุนอิง” หาว่านางเป็นสายลับท่านเอาอะไรมาพูด ตอนนางลืมตาขึ้นมาไม่ทันได้อ้าปากถามท่านก็ลากข้าขึ้นม้ามาไว้ที่คุกจากนั้นก็พามาที่กระโจม แผนบ้าบออะไรประสาทสิ้นดี นางมีเวลาไปส่งข่าวให้ใครที่ไหนกัน!? “หม่อมฉันไม่ใช่...” พอนางเอ่ยประโยคออกมาไม่ทันได้อธิบายก็ถูกกดลงน้ำอีกครั้ง นางรู้สึกเหมือนตัวเองจะตายรอบสอง ในตอนที่นางใกล้จะหมดลมหายใจ เขาก็ยกนางขึ้นมาเหมือนเดิมคล้ายกับสนุกที่เห็นนางใกล้ตายอย่างไรอย่างนั้น! วิปลาส! ท่านวิปลาสไปแล้วหรือ!? แม้ในสมองจะก่นด่า แต่สภาพของนางเมื่อถูกดึงขึ้นมากลับไม่มีโอกาสให้ได้หายใจสักนิดเมื่อมือปีศาจยังคงบีบคอนางแน่นกว่าเดิม เมี๊ยว!! เสียงแมวดังขึ้นพร้อมกับร่างปราดเปรียวของแมวที่กระโดดขึ้นเกาะขาชินอ๋อง นั่นทำให้เขาปล่อยมืออย่างตกใจก่อนจะเตะแมวนรกกระเด็นไปไกล “บัดซบสิ้นดี” คงเพราะระบายอารมณ์จนพอใจหรือเพราะกลัวแมวก็ไม่ทราบ เพราะตอนนี้แมวนรกที่ว่ารีบลุกขึ้นมาจากนั้นก็กระโดดเข้ามาในอ้อมแขนของเหนียงไป๋ เขาจึงได้ยืนนิ่งห่างจากนาง ไม่ได้ก้าวเท้าเข้ามาหา ดวงตาของเขามองภาพตรงหน้าก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากกระโจมไป เสียงปีศาจเอ่ยวาจาสั่ง “อย่าได้ก้าวเท้าออกจากกระโจม เพราะไม่อย่างนั้นเปิ่นหวางจะตัดขาเจ้า” คำก็ขู่สองคำก็ขู่ นางรู้ว่าเขาไม่ได้ขู่แต่จะทำจริง ๆ จากที่จะค่อย ๆ คิดแผนหนี ตอนนี้คงต้องคิดเร็ว ๆ เสียแล้ว หาไม่แล้วนางได้ตายอีกรอบ เป็นแน่

อ่านต่อ