เสิ่นเจียงหนานผลักประตูบานใหญ่ของวิลล่าออก และก้าวเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับฮั่วเป่ยอัน เธอได้ตัดสินใจแล้วว่าจะฉลองอย่างไร “เป่ยอัน คุณอยู่รึเปล่า?” เสิ่นเจียงหนานมองไปรอบ ๆ แต่วิลล่าหลังใหญ่กลับว่างเปล่าไปหมด เธอเดินขึ้นไปชั้นบนด้วยความงุนงง แต่แล้วจู่ ๆ เสียงผู้ชายกับผู้หญิงที่กำลังพลอดรักกันก็ดังมาจากทางห้องนอน ผู้หญิงคนนั้นครวญครางออกมาเสียงดัง ขณะเดียวกันก็เค้นเสียงพูดออกมาว่า “เป่ยอัน อย่าทำอย่างนี้เลย ทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับเจียงหนาน......” เสิ่นเจียงหนานแทบจะหน้าซีดลงภายในชั่วพริบตา ซูเหมิ้งหราน! ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอคือคนที่อยู่ในใจ และยากที่จะลืมได้ของฮั่วเป่ยอัน เธอ..... กลับมาแล้วจริง ๆ ด้วย...... พวกเขากำลังทำเรื่องแบบนั้น บนเตียงนอนของเธอ ในห้องหอของเธอกับเขา “มีอะไรไม่ยุติธรรมกัน? เธอก็แค่ภรรยาที่ผมแต่งงานด้วยเพื่อเอาเป็นเครื่องประดับให้ช่วยเชิดหน้าชูตาผมก็เท่านั้น อันที่จริงผมไม่ได้ชอบเธอเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่ได้สนใจในร่างกายของเธอเลยสักนิด หลายปีที่ผ่านมาผมไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอเลยสักครั้ง!” “งั้นเธอก็น่าสงสารมากเลยนะ แต่งงานมาตั้งสามปีแล้ว แต่กลับยังไม่เคยได้รับความรักจากสามีเลย” เสิ่นเจียงหนานตัวสั่นอย่างรุนแรง การสนทนาของพวกเขาทั้งสองคนเหมือนกับมีดที่มองไม่เห็น และทิ่มแทงลงมายังใจเธอเข้าอย่างจัง! เธอกับฮั่วเป่ยอันแต่งงานกันเพื่อธุรกิจ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เธอยอมที่จะสละความรุ่งโรจน์ของเธอทั้งหมด มาเป็นแม่บ้านคอยซักเสื้อผ้าทำอาหารให้เขา พยายามอย่างเต็มที่ในการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแม่บ้านที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่เขากลับไม่เคยแตะต้องเธอเลย เดิมทีเธอคิดว่าเพราะเธอไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะภรรยาให้ดีพอ เธอจึงไม่ได้รับการยอมรับจากเขามากพอ แต่แล้วเธอกลับไม่คาดคิดเลยว่า ที่แท้กลับกลายเป็นว่าเขาต่างหากที่ไม่เคยมีความคิดอยากจะแตะต้องเธอเลย! เสียงที่ไม่เข้าหูเหล่านั้นดังออกมาจากในห้องอย่างต่อเนื่อง ทำให้หัวใจของเสิ่นเจียงหนานเต้นแรงไม่หยุด ปัง—— จู่ ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรง! เวลานี้พวกเขาทั้งสองคนกำลังนัวเนียกันแบบแนบชิด ปฏิกิริยาแรกของฮั่วเป่ยอันรีบหยิบผ้าห่มขึ้นมาบังตัวเองและซูเหมิ้งหรานเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเป็นเสิ่นเจียงหนาน สีหน้าของฮั่วเป่ยอันก็ดูตื่นตระหนก แต่ในครู่ต่อมาใบหน้าที่เย็นชาไม่แยแสของเขาก็ดูเหมือนจะเย็นชามากยิ่งขึ้น เขาพูดขึ้นมาด้วยความรังเกียจว่า “ไสหัวไป!” แม้ว่าจะถูกมองด้วยมุมมองของคนที่จับชู้ได้อย่างคาหนังคาเขาเช่นนี้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเขาลดน้อยลงไปเลยแม้แต่น้อย เสิ่นเจียงหนานรู้สึกเจ็บปวดหัวใจไปหมด เธอมองไปยังชายผู้ที่ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดใด ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ และถามขึ้นว่า “ฮั่วเป่ยอัน ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับฉันได้ลงคอ?” ซูเหมิ้งหรานโผล่หัวออกมา และจงใจดึงเสื้อบนไหล่ของเธอลงไป เพื่อจะเผยให้เห็นรอยแดงจาง ๆ บนกระดูกไหปลาร้าของเธอ เธอถอนหายใจเบา ๆ และพูดออกมาเสียงอ่อยว่า “เจียงหนาน เธอก็รู้นี่ว่าผู้ชายที่บรรลุนิติภาวะแล้วต่างก็มีความต้องการทางเพศกันทั้งนั้น เป่ยอันเขาไม่ได้รักเธอ เขาก็เลยไม่สามารถทำเรื่องอย่างว่ากับเธอได้ มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่เขารัก แล้วก็มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเติมเต็มความต้องการของเขาได้ หวังว่าเธอจะเข้าใจพวกเราได้ใช่ไหม?” หลังจากพูดจบ มุมปากของซูเหมิ้งหรานก็โค้งขึ้นเล็กน้อย เธอจงใจเลือกวันครบรอบแต่งงานของพวกเขาทำเรื่องแบบนี้โดยเฉพาะ แต่ไม่รู้ว่าเซอร์ไพรส์นี้เสิ่นเจียงหนานจะชอบรึเปล่า? เสิ่นเจียงหนานกำมือแน่น ดวงตาของเธอแดงก่ำ “การเป็นเมียน้อยมันทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจมากเลยรึไง?” ซูเหมิ้งหรานแสดงท่าทีเศร้า ๆ ออกมาเล็กน้อย เบ้าตาของเธอแดงก่ำไปหมด “ทำไมเธอถึงได้พูดแบบนี้ล่ะ? ถ้าในตอนนั้นพ่อแม่ของเธอไม่เอาชะตาชีวิตครอบครัวของฉันมาข่มขู่ฉัน ฉันจะยอมเลิกกับเป่ยอันได้ยังไง? เสิ่นเจียงหนาน ความรักที่เกิดจากการบังคับ มีแต่จะทำให้คนทั้งคู่ต้องทุกข์ใจ อีกอย่างในบรรดาพวกเราสามคน คนที่ไม่ได้รับความรักจากใครต่างหากที่เป็นเมียน้อย!”
เสิ่นเจียงหนานมองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อ ที่แท้เธอก็เอาวาทศิลป์นี้มาพูดกับฮั่วเป่ยอันนี่เองเหรอ?” มิน่าล่ะ ฮั่วเป่ยอันถึงได้คิดถึงเธอจนลืมไม่ลงขนาดนี้! แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้เป็นคนที่ไปแยกพวกเขาออกจากกันสักหน่อย เห็น ๆ อยู่ว่าเป็น…… “เธอพูดบ้าอะไร!” เสิ่นเจียงหนานต้องการจะอธิบาย แต่ทันทีที่เธอเอ่ยปากพูด เธอก็ถูกขัดจังหวะเสียอย่างนั้น “เสิ่นเจียงหนาน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ หลายปีที่ผ่านมาเหมิ้งหรานก็คงไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากขนาดนี้ เธอกล้าที่จะร่วมมือกับพ่อแม่ของเธอทำกับเหมิ้งหรานถึงขนาดนี้ได้ยังไง ฉันไม่มีทางปล่อยตระกูลเสิ่นไปแน่!” ฮั่วเป่ยอันลุกขึ้นยืน และแต่งตัวอย่างเรียบร้อย สายตาที่เขามองไปที่เสิ่นเจียงหนานมันดูเย็นชาอย่างเห็นได้ชัดเจน หัวใจยังคงเต้นแรงไม่หาย วินาทีนี้ความปรารถนาของเสิ่นเจียงหนานที่จะแก้ต่างให้ตัวเองมันหมดไปแล้ว เธอเองก็ยิ้มออกมาอย่างเย็นชามาก เป็นเพราะเธอตาบอดเอง เธอถึงได้ไปตกหลุมรักผู้ชายที่นอกใจเธอได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเช่นนี้ ดวงตาของซูเหมิ้งหรานแสดงความพึงพอใจออกมา เธอถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย “เป่ยอัน คุณก็ยอม ๆ ให้เจียงหนานหน่อยเถอะค่ะ อันที่จริงเมื่อกี้นี้ตอนอยู่หน้าประตูเธอก็ได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว แถมเธอก็เหงามาตั้งหลายปีซะขนาดนั้น การที่เธอจะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมก็ถือเป็นเรื่องปกติ” เสิ่นเจียงหนานโกรธมากจนตัวสั่นไปหมด เธอเดินปรี่เข้าไปอย่างรวดเร็ว และพูดว่า “คนที่เป็นเมียน้อย มีหน้ามาพูดแบบนี้ได้ยังไง! ถ้าคนในครอบครัวของเธอไม่เคยสอนมารยาทให้เธอ งั้นฉันจะสอนเธอเอง” เธอยกมือขึ้นมาทันที แล้วก็มีเสียง—— เพี๊ยะ——! “โอ๊ย! !” เสียงตบนั้นดังฟังชัดมาก ใบหน้าของซูเหมิ้งหรานถูกตบจนหันไปด้านข้างในทันที “เสิ่นเจียงหนาน!” รูม่านตาของฮั่วเป่ยอันหดตัวลง เขารีบเข้าไปช่วยซูเหมิ้งหรานโดยไม่ต้องคิดเลย แล้วก็ยกมือขึ้นในทันที เพี๊ยะ——! เสิ่นเจียงหนานไม่ทันได้ตั้งตัว เธอจึงถูกตบจนเซ ใบหน้าด้านขวามีอาการเจ็บและแสบร้อนขึ้นมา แม้แต่หูก็ยังอื้อไม่หยุด แววตาของฮั่วเป่ยอันดูโกรธมาก เขาพูดอย่างโหดเหี้ยมว่า “เธอเป็นใครกัน กล้าดียังไงมาลงไม้ลงมือกับเหมิ้งหรานแบบนี้ สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดก็คือตอนนั้นฉันไม่น่าแต่งงานกับเธอเลย” เขาหันหลังกลับไปเปิดลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง แล้วก็หยิบข้อตกลงการหย่าออกมาโยนใส่หน้าเสิ่นเจียงหนาน จากนั้นก็ตะโกนออกคำสั่งว่า “เซ็นชื่อซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีกแม้แต่นาทีเดียว” ข้อตกลงการหย่าถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ฮั่วเป่ยอันก็เซ็นชื่อไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน เสิ่นเจียงหนานยิ้มอย่างขมขื่น แม้ว่าการตบหน้าของเขาจะทำให้เจ็บ แต่มันยังไม่ได้เศษเสี้ยวของความเจ็บปวดในหัวใจของเธอเลย ใช่ ถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือแล้ว เขาไม่ได้รักเธอ แถมยังนอกใจเธอระหว่างที่แต่งงานกันอีก แล้วยังจะมีอะไรให้ต้องอาลัยอาวรณ์.....? เธอไม่ได้ลังเลอีก หลังจากที่เซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างรวดเร็วเรียบร้อยแล้ว เธอก็โยนมันใส่หน้าฮั่วเป่ยอัน “ฮั่วเป่ยอัน ฉันจะออกไปจากโลกของคุณ นับจากนี้ไปเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!” ทันทีที่เธอพูดจบ จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเจียงหนานก็ดังขึ้นมา เสียงเรียกเข้าฟังแล้วค่อนข้างเร่งเร้า เบอร์ของผู้ที่โทรเข้ามาทำให้สีหน้าของเธอชะงักไปชั่วขณะ เธอไม่ได้สนใจเลยว่าฮั่วเป่ยอันจะพูดอะไรก็รับสายในทันที คนที่อยู่ปลายสายดูร้อนใจมาก ทางนั้นจี้ถามขึ้นมาอย่างร้อนใจว่า “ยวนเว่ย ตกลงคุณจะกลับมาเมื่อไหร่กันแน่? ตอนนี้คำสั่งซื้อของที่สตูดิโอยาวไปถึงฝรั่งเศสแล้วนะ มีคนเสนอราคาให้ถึงห้าร้อยล้านเพื่อที่จะร่วมงานกับคุณด้วย”
“รับ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ในเมื่อ เธอไม่ต้องวนเวียนอยู่กับเขาอีกต่อไปแล้ว งั้นเธอก็จะกลับไปทำงานของเธอต่อ! ต่อไปเธอจะไม่มีวันไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องความรักอีกแล้ว! สีหน้าของเสิ่นเจียงหนานเย็นชาอย่างมาก เห็นได้ชัดเลยว่ายังคงเป็นใบหน้าเดียวกันกับก่อหน้านี้อยู่ แต่ความรู้สึกที่เธอมีให้ฮั่วเป่ยอันตอนยืนอยู่ที่นี่ได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว แววตาของเธอเปลี่ยนไป นิสัยของเธอเปลี่ยนไป แม้แต่อารมณ์ที่แสดงออกมาทางดวงตาของเธอก็ยังเปลี่ยนไปเช่นกัน ฮั่วเป่ยอันจ้องเขม็งไปที่เสิ่นเจียงหนาน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ตอนที่เห็นว่าเธอตัดสินใจที่จะเซ็นชื่ออย่างเด็ดเดี่ยว เขาถึงได้รู้สึกหงุดหงิดในใจขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก เสิ่นเจียงหนานรักเขาอย่างสุดหัวใจมาโดยตลอดไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมเธอถึงได้ยอมเซ็นชื่อง่าย ๆ แบบนี้? ตอนที่เขามั่นใจแล้วว่าเสิ่นเจียงหนานจะต้องแสร้งยอมเพื่อคิดจะจับเขาแน่ ๆ ฮั่วเป่ยอันก็เดินหน้าไปก้าวหนึ่ง แล้วก็หัวเราะเยาะออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า “เสิ่นเจียงหนาน ฉันขอเตือนเธออย่าได้คิดอาจเล่นแง่อะไร” หลังจากที่เสิ่นเจียงหนานวางสาย เธอก็จ้องมองเขาอย่างเย็นชา และทำเสียงหึออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณคู่ควรด้วยเหรอ?” เมื่อก่อน เธอรักเขา ขาดเขาไม่ได้ เธอยอมทนทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครเหรอ? เสิ่นเจียงหนานขี้เกียจที่จะสนใจพวกเขาอีก เธอจึงหันหลังกลับ และเดินสาวเท้าออกไป แผ่นหลังของเธอยืดตรงดูสง่างามมาก ราวกับว่าในโลกไม่มีอะไรที่จะมาทำลายเธอได้ ซูเหมิ้งหรานจ้องมองไปที่ฮั่วเป่ยอันอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก ทำไมเขาถึงเอาแต่จ้องมองไปที่แผ่นหลังของเสิ่นเจียงหนานอยู่ตลอด? ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ทันทีที่เธอเห็นข้อความที่ถูกส่งมา ซูเหมิ้งหรานดีใจมาก รีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วว่า “เป่ยอัน สุดยอดไปเลย ยวนเว่ยตอบตกลงที่จะร่วมมือกับพวกเราแล้วนะ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอเพิ่งส่งข้อความหาฉันเมื่อกี้นี้เอง” ทันใดนั้นฮั่วเป่ยอันก็กลับมามีสติอีกครั้ง เขามองไปที่ซูเหมิ้งหรานด้วยความแปลกใจและพูดขึ้นว่า “จริงเหรอ?” แผนกออกแบบของฮั่วซือ กรุ๊ปมีโปรเจ็กต์ใหญ่ที่กำลังจะเสร็จเร็ว ๆ นี้อยู่อันหนึ่ง ช่วงสองวันนี้จู่ ๆ ก็มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น นักออกแบบที่รับสมัครมากล้าดียังไงก็ไม่รู้ไปลอกงานคนอื่นมา ถ้าไม่สามารถส่งงานตามกำหนดเวลาได้ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องชดใช้หลายพันล้าน เมื่อเห็นว่าเหลือเวลาเพียงห้าวัน คนเดียวที่จะสามารถออกแบบโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่เช่นนี้ให้เสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นได้ คงจะมีแค่ยวนเว่ยดีไซน์เนอร์ระดับแนวหน้าเท่านั้น ช่วงหลายวันมานี้ทางบริษัทจึงพยายามติดต่อไปหาทางนั้นอยู่ตลอด แต่กลับถูกปฏิเสธกลับมาโดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ซูเหมิ้งหรานไม่คาดคิดเลยว่าจะได้รับโอกาสนี้มา ซูเหมิ้งหรานโชว์ข้อความที่เธอเพิ่งได้รับเมื่อกี้นี้ให้เขาดู แล้วก็พูดอย่างมีความสุขมากว่า “จริงสิคะ คุณสามารถไปหารือเรื่องความร่วมมือในตอนเย็นได้เลยนะ ไม่เสียแรงเลยที่ฉันเว้าวอนผู้จัดการส่วนตัวของเธอทั้งคืน” แม้ว่ายวนเว่ยจะมีชื่อเสียงมาก แต่เธอมีนิสัยที่ล้าสมัยสุด ๆ ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้ออกผลงานใหม่ใด ๆ เลย เหมือนเธอจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยด้วยซ้ำ ทางพวกเขาจึงทำได้แค่ติดต่อไปหาทางผู้จัดการส่วนตัวของเธอ แต่แล้วผู้จัดการส่วนตัวกลับหลีกเลี่ยงไม่ให้พบเธอมาตลอด ฮั่วเป่ยอันยกมือขึ้นมาจับมือของซูเหมิ้งหราน แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “เหมิ้งหราน ผมจำเรื่องดี ๆ ที่คุณทำให้ผมได้ตลอด เรื่องที่ผมสัญญากับคุณไว้ ผมต้องทำได้แน่นอน” ขณะที่ซูเหมิ้งหรานพยักหน้าอย่างแรง เธอก็ขมวดคิ้วแน่น อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ฮั่วเป่ยอันรีบถามขึ้นมาด้วยความกังวลอย่างรวดเร็วว่า “เหมิ้งหราน คุณเป็นอะไรรึเปล่า?” ซูเหมิ้งหรานสูดลมหายใจเข้าไปฟอดหนึ่ง แล้วก็ฝืนยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า “ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก” ฮั่วเป่ยอันมองเธออย่างจริงจัง น้ำเสียงของเขาฟังออกคำสั่งเล็กน้อย “บอกความจริงมา” ซูเหมิ้งหรานกัดริมฝีปากล่าง และลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ค่อย ๆ เลิกชายกระโปรงของตัวเองขึ้น แล้วก็พบว่าที่เข่าของเธอมีรอยช้ำหนาขนาดใหญ่อยู่ ดูจากร่องรอยแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าเกิดจากการคุกเข่าเป็นเวลานาน สีหน้าของฮั่วเป่ยอันเปลี่ยนไปในทันที! เขาแทบจะเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมยวนเว่ยจึงตอบตกลงที่จะร่วมมือกับพวกเขา ที่แท้ก็เพราะซูเหมิ้งหรานไปคุกเข่าขอร้องมานี่เอง ฮั่วเป่ยอันมองเธออย่างซาบซึ้งใจ แล้วก็พูดด้วยความรักว่า “เหมิ้งหราน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำเพื่อผมนะ” ซูเหมิ้งหรานพูดอย่างเขินอายด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความรักว่า “เพียงแค่สามารถช่วยคุณได้ จะให้ฉันทุ่มเทมากกว่านี้สักแค่ไหน ฉันก็พร้อมที่จะทำทั้งนั้นแหละค่ะ” เมื่อความรักถึงจุดสูงสุด มันก็เหมือนจะไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป ฮั่วเป่ยอันโน้มตัวลงไปอีกครั้งในทันที…… …… ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียงหนานได้ขับรถกลับไปที่แผนกออกแบบเดิมของเธอแล้ว เมื่อมองดูห้องทำงานที่คุ้นเคยที่เธอห่างหายไปนาน ตอนนี้เธอก็เกิดนึกเสียใจขึ้นมา เพื่อผู้ชายสารเลวที่ตาบอดแค่คนเดียว เธอต้องเสียเวลาไปตั้งเท่าไหร่? ทันทีที่เหยาม่านที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวเห็นเสิ่นเจียงหนานก็รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว เธอสวมชุดสูทและกระโปรงสีดำ ดูเป็นผู้หญิงทำงานที่ฉลาดปราดเปรื่องและคล่องแคล่ว แล้วก็สวมกอดเสิ่นเจียงหนานเอาไว้ในทันที “ยวนเว่ย ในที่สุดคุณก็ยอมกลับมาสักที! ฉันคิดถึงคุณจะแย่อยู่แล้ว!” ความรู้สึกผิดแวบขึ้นมาในดวงตาของเสิ่นเจียงหนานทันที “ฉันขอโทษนะ ก่อนหน้านี้เป็นความผิดของฉันเอง พี่เหยา ไหนบอกรายละเอียดออเดอร์นี้มาซิคะ” เหยาม่านรู้ดีว่าเรื่องงานคือเรื่องที่สำคัญที่สุด เธอจึงดึงเสิ่นเจียงหนานไปนั่งที่โซฟาก่อน จากนั้นก็เริ่มพูดขึ้นว่า “นายจ้างคือซูเหมิ้งหราน เธอทำเพื่อฮั่วเป่ยอัน เรื่องรายละเอียดเดี๋ยวฉันเอาข้อมูลให้คุณดูก็แล้วกัน” เสิ่นเจียงหนานชะงักไปครู่หนึ่ง! ครู่ต่อมา เธอก็เผยรอยยิ้มออกมา ทำไมโลกมันถึงได้กลมแบบนี้นะ? ก่อนหน้านี้ยังไล่เธอออกมาอยู่เลย แต่แล้วเวลานี้กลับมาขอเจอเธอเนี่ยนะ?