คืนร้อนจำเลยแสนรัก
บทที่ 1 พี่เป็นเมียน้อยเขาหรือเปล่า

ท่ามกลางความมืดในเวลาเกือบเที่ยงคืนรถยนต์สองคันขับเบียดกันมาบนถนนเส้นหนึ่งก่อนที่รถคันหน้าจะเสียหลักพลิกคว่ำอยู่หลายตลบจนไปชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง รถที่ขับเบียดมานั้นไม่ได้จอดให้ความช่วยเหลือแต่ขับเลยไปแล้ววนกลับมาอีกครั้งคนในรถรีบโทรศัพท์แจ้งเหตุกับกู้ภัยและรอจนกระทั่งได้ยินเสียงไซเรนก็รีบขับออกไปจากจุดเกิดเหตุ เสียงโทรศัพท์ของกานต์ชิสาหญิงสาววัย 24 ปีดังขึ้นในเวลา 02.15 นาฬิกา เจ้าของโทรศัพท์กวาดมือไปบนเตียงนอนเพื่อหาโทรศัพท์ที่ไม่รู้ว่ามันไปซ่อนอยู่ตรงไหนบนเตียงนอนกว้าง “ใครโทรมาเวลานี้นะ” หญิงสาวเปิดโคมไฟที่หัวเตียงเพื่อหาโทรศัพท์ที่ยังส่งเสียงไม่ยอมหยุด ถ้าปลายสายที่โทรมาไม่มีเรื่องสำคัญละก็ได้เห็นดีกันแน่ “สวัสดีค่ะ” “สวัสดีใช่เบอร์ของคุณกานต์ชิสาไหมคะ” “ใช่ค่ะ” “ดิฉันเป็นพยาบาลประจำห้องฉุกเฉินจากโรงพยาบาล xxx ค่ะ” “โรงพยาบาลเหรอคะ” กานต์ชิสามองนาฬิกาดิจิทัลที่โต๊ะข้างเตียงแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน ดึกขนาดนี้แล้วโรงพยาบาลจะโทรมาหาเธอทำไมกันหรือว่าจะมีใครเป็นอะไร “ใช่ค่ะ ดิฉันจะโทรมาแจ้งว่าตอนนี้คุณกานต์สิชาได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วเธอให้เราโทรมาแจ้งคุณค่ะ” “แล้วพี่สาวของฉันเป็นอะไรมากไหมคะ ทำไมเธอไม่โทรมาเอง” “เธอไม่มีแผลนิดหน่อยค่ะ กำลังทำแผลอยู่แต่เธอบอกให้ฉันโทรบอกคุณให้มารีบรับ” “ได้ค่ะ ไม่เกินสิบนาทีฉันจะไปรับค่ะ” เมื่อวางสายจากพยาบาลแล้วกานต์ชิสาก็รีบล้างหน้าและเปลี่ยนชุดก่อนจะขับรถตรงมายังโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว “เค้กทางนี้” หญิงสาวคนหนึ่งโบกมือให้กับคนที่วิ่งเข้ามาที่หน้าฉุกเฉินใบหน้าของเธอทั้งสองคนนั้นเหมือนกันมากถ้าหากอีกคนหนึ่งไม่มีผ้าก็อซติดที่ศีรษะก็คงแยกไม่ออกแน่ว่าใครเป็นใคร “พี่ครีมเป็นอะไรหรือเปล่าเจ็บมากไหม แล้วมันเกิดอะไรขึ้น” “ก็เท่าที่เห็น เรารีบไปกันเถอะเค้ก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังตอนอยู่ในรถนะ” กานต์สิชาตอบน้องสาวฝาแฝดและมีท่าทางร้อนรน “ทำไม่รีบจังพี่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม ให้หมอตรวจอย่างละเอียดหรือยัง” “อือ หมอตรวจดีแล้ว รถจอดอยู่ไหนล่ะ” “นู้นไง เดินไหวไหม” เธอหันมาถามพี่สาวด้วยความเป็นห่วง “ไหวสิพี่เจ็บที่หัวนะไม่ได้เจ็บที่ขาสักหน่อย” เธอตอบก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่หน้าโรงพยาบาล “เล่ามาเลยนะพี่ครีมว่ามันเกิดอะไรขึ้นนี่มันดึกมากแล้วทำไม่พี่ถึงไม่นอนอยู่ที่บ้าน” “เค้กขับรถไปโรงพยาบาลxxx ให้หน่อยสิ” “พี่ครีมจะไปทำไม แล้วก็ตอบคำถามของเค้กมาก่อน” “ก็คนที่ขับรถให้พี่นั่งถูกพาไปโรงพยาบาลนั้น” เพราะโรงพยาบาลที่เธอมารักษานั้นเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กเครื่องมือมีไม่มากพอกู้ภัยเลยไปส่งคนที่อาการหนักว่าที่นั่น “ใครเหรอพี่” “คุณไตรภพ” “เขาเป็นใครเหรอ” กานต์ชิสาถามพี่สาวเพราะตั้งแต่เธอกลับมาจากอังกฤษได้หนึ่งสัปดาห์ก็ยังไม่เคยได้ยินพี่สาวพูดถึงคนชื่อนี้เลย “เขาจะเป็นแฟนพี่ได้ยังไงเค้กก็รู้ว่าแฟนพี่ชื่อภูมิ แล้วคนนี้เขาก็มีเมียแล้ว” “พี่ครีมคงไม่ได้เป็นเมียน้อยเขาใช่ไหม” หญิงสาวหันมามองหน้าพี่สาวที่เกิดก่อนตนเองสองนาทีด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างจะผิดหวัง “อย่าเพิ่งมองพี่แบบนั้นสิ พี่กับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน” “แล้วทำไมถึงต้องนั่งรถมาด้วยกันกลางดึกแบบนี้ล่ะ เราพี่น้องกันนะมีอะไรก็บอกเค้กมาเถอะน่า” “ไม่เชื่อใจกันเลยเหรอเค้ก” “ก็พี่ทำตัวน่าสงสัยนี่” “เดี๋ยวพี่จะเล่าทุกอย่างให้เค้กฟังทั้งมดเลย แต่ตอนนี้ขอไปดูก่อนว่าคุณไตรภพเขาเจ็บมากไหมและภรรยาเขารู้ข่าวหรือยัง” “พี่บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเขาแล้วพี่จะไปเยี่ยมเขาทำไม” “เค้กพี่นั่งรถมากับเขานะ ถ้าไม่เห็นว่าเขาปลอดภัยพี่คงนอนไม่หลับแน่ๆ ตอนที่กู้ภัยพาเขาไปเอาเลือดออกเยอะมากพี่กลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไปน่ะ” สีหน้าของพี่สาวทำให้คนเป็นน้องอย่างกานต์ชิสาไม่ค่อยสบายใจเลย เมื่อมาถึงโรงพยาบาลกานต์สิชาก็ตรงไปที่ห้องฉุกเฉินซึ่งตอนนี้ด้านในเหมือนจะไม่มีผู้ป่วยเลยสักคน “ขอโทษนะคะ คนเจ็บที่กู้ภัยมาส่งเมื่อกี้ไปไหนแล้วค่ะ” เธอถามเจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน “คุณหมายถึงคนไหนคะ” เพราะในแต่ละคืนมีคนเจ็บเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมากเจ้าหน้าที่จึงต้องถามให้แน่ใจ “คุณไตรภพค่ะ” “คุณเป็นอะไรกับเขาคะ” เจ้าหน้าที่ถามเพราะข้อมูลของผู้ป่วยก็ถือว่าเป็นความลับอย่างหนึ่งที่จะบอกให้คนอื่นรู้ไม่ได้ “ฉันนั่งมากับเขาในรถคันที่เกิดอุบัติเหตุค่ะ แต่ฉันถูกพาไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ถ้าคุณไม่เชื่อจะถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พามาส่งก็ได้นะคะ ว่าฉันนั่งอยู่ในรถคันเดียวกับคุณไตรภพจริงหรือเปล่า” “คนเจ็บได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะแต่ไม่เป็นอะไรมากแต่ที่ขามีกระดูกหักค่ะตอนนี้ถูกพาไปที่ห้องผ่าตัดแล้ว” “ภรรยาเขารู้เรื่องแล้วใช่ไหมคะ” “ค่ะ ตอนนี้ก็น่าจะอยู่หน้าห้องผ่าตัด” “ขอบคุณนะคะ” กานต์สิชากล่าวขอบคุณจากนั้นก็ทำท่าจะเดินกลับ “เราจะขึ้นไปดูเขาไหมพี่ครีม” “เอาไว้เขาออกจากห้องผ่าตัดเราค่อยมาเยี่ยมพรุ่งนี้ก็ได้ ตอนนี้พี่ง่วงมากอยากกลับไปนอน”

บทที่ 2 เจตนาทำร้ายหรือเปล่า

“พี่ครีมบอกเค้กมานะว่าพี่กับเขาเป็นอะไรกัน” กานต์ชิสาคาดคั้นพี่สาวเมื่อกลับมาถึงบ้าน “เค้กพี่ยืนยันอีกครั้งว่าพี่ได้เป็นเมียน้อยเขาอย่างที่เค้กคิดหรอกนะ พรุ่งนี้พี่จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้เค้กฟังทั้งหมดแต่ตอนนี้ขอนอนก่อนได้ไหม” “ก็ได้ แต่เค้กว่าพี่อาบน้ำก่อนดีไหม แล้วพี่มียาที่ต้องกินหรือเปล่า” “เอาไว้กินพรุ่งนี้ก็ได้” เมื่อพี่สาวเข้าห้องนอนไปแล้วกานต์ชิสาก็กลับมาห้องนอนของตนเอง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะตีห้าแล้วหญิงสาวเลยไม่นอนต่อ  หญิงสาวเปลี่ยนมาสวมกางเกงผ้ายืดขาสั้นกับเสื้อกล้ามเพื่อจะออกไปวิ่งบริเวณสวนสาธารณะหน้าหมู่บ้าน ปกติแล้วตอนอยู่ที่อังกฤษกานต์ชิสาจะออกกำลังกายทุกเช้าแต่กลับมาเมืองไทยได้หนึ่งสัปดาห์กว่าแล้วก็ยังไม่มีโอกาสออกกำลังกายสักที ในเมื่อวันนี้ยังไงก็นอนไม่หลับเธอก็เลยถือโอกาสนี้ไปออกกำลังกาย หลังจากวิ่งจนเหงื่อชุ่มก็กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เธอกลับเข้าห้องอาบน้ำแต่งตัวจากนั้นก็ขี่จักรยานยนต์ไปตลาดหน้าหมู่บ้านซื้อโจ๊กมาให้พี่สาวเพราะเธออาจจะต้องมียาทานหลังอาหารส่วนตัวเองนั้นกลับมาชงกาแฟทานกับขนมปังที่อยู่ในตู้ เธอดื่มกาแฟและทานขนมจนกระทั่งแปดโมงครึ่งพี่สาวก็ยังไม่ออกมาซึ่งปกติแล้วกานต์สิชามักจะตื่นนอนก่อนเธออยู่เสมอ กานต์ชิสาเดินมาเคาะประตูห้องเพราะรู้สึกเป็นห่วงเนื่องจากเมื่อคืนหญิงสาวเพิ่งประสบอุบัติเหตุเลยกลัวว่าเช้านี้อาจจะไม่สบายหรือลุกไม่ขึ้นก็ได้ “พี่ครีมตื่นหรือยังลุกไหวหรือเปล่า” หญิงสาวตะโกนถามและเมื่อลองบิดประตูก็พบว่าพี่สาวไม่ได้ล็อกประตูห้องเธอจึงเปิดประตูเข้าไป “พี่ครีมเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมวันนี้ตื่นสายจัง” “พี่รู้สึกเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมดน่ะ น่าจะแรงกระแทกจากเมื่อคืน สงสัยวันนี้พี่คงไปที่ร้านไม่ได้แน่เลย” “ไม่เป็นไรเดี๋ยวสายๆ เค้กจะเข้าไปดูให้พี่ครีมกินข้าวกินยาดีไหมเผื่อจะดีขึ้น หมอให้ยาอะไรมาบ้างล่ะ” หญิงสาวหยิบถุงยาของพี่สาวมาเปิดดูก็เห็นว่ามีแค่ยาแก้อักเสบอย่างเดียวเท่านั้น “ไม่มียาแก้ปวดเอาไงดีล่ะ ที่บ้านมียาพาราไหม” “มีอยู่ในตู้ยาทางด้านนอก” “ถ้างั้นพี่ครีมรออยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวเค้กไปเอาโจ๊กแล้วก็เอายาเข้ามาให้” “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ลุกไปกินข้างนอกก็ได้” “อย่าฝืนเลยรออยู่ตรงนี้เดี๋ยวเค้กเอามาให้นะ” หญิงสาวรีบออกจากห้องจากนั้นหยิบยาพาราที่อยู่ในตู้ก่อนจะได้เทโจ๊กใส่ชามแล้วเอามาให้พี่สาวถึงในห้องนอน “กินก่อนนะคะจะได้กินยา” กานต์สิชาทานโจ๊กไปได้ครึ่งชามก็วางช้อนลงอิ่ม “อิ่มแล้วเหรอ ทำไมกินไปแค่นิดเดียวล่ะมันไม่อร่อยเหรอ” “อร่อยสิโจ๊กเจ้านี้อร่อยมากๆ แต่เขาให้เยอะวันหลังถ้าเค้กจะไปซื้อเราแบ่งกันกินคนละครึ่งนะ เช้านี้เค้กกินอะไรหรือยัง” “กินกาแฟกับขนมปังที่อยู่ในตู้แล้วค่ะ” หญิงสาวพูดขณะที่ส่งยาและน้ำให้กับพี่สาว “ขอบใจนะ” “พี่ครีมจะนอนต่อไหม” “เพิ่งตื่นเองคงนอนไม่หลับหรอกแต่ถ้าจะให้ลุกไปทำงานก็คงไม่ไหว” “พี่ไม่ต้องห่วงร้านหรอกน่าเดี๋ยวเค้กจัดการเอง แต่ก่อนจะไปที่ร้านเค้กขอคุยกับพี่ครีมหน่อยได้ไหม” “เรื่องเมื่อคืนใช่ไหมล่ะ” “ใช่สิ เค้กอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นพี่ต้องเล่ามาให้หมดนะ” กานต์ชิสาเอาชามโจ๊กและแก้วน้ำไปวางตรงโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะขึ้นมานั่งบนเตียงของพี่สาวแล้วจ้องหน้าอย่างต้องการคำตอบ “ถ้าพี่ไม่เล่าให้ฟังเค้กก็คงจะไม่ออกจากห้องใช่ไหม” “ใช่สิมันเกิดอะไรขึ้นแล้วทำไมพี่ถึงไปอยู่ในรถของผู้ชายที่ชื่อไตรภพได้ล่ะ” “คืออย่างนี้นะเมื่อคืนพี่ไปงานเลี้ยงที่โรงแรมแล้วขากลับบังเอิญเจอกับคุณไตรภพ คุณไตรภพก็ถามว่าพี่จะกลับยังไงพี่ก็เลยบอกว่าจะให้เพื่อนมาส่งแล้วเพื่อนพี่ก็มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น เขาก็เลยอาสาจะมาส่งพี่น่ะเพราะเป็นทางผ่านอยู่แล้วแต่ระหว่างทางมันก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นซะก่อน” “เขาเมาหรือเปล่า” “พี่ไม่เลยพี่ไม่ได้กินเหล้าจากตัวเขาเลยแต่ระหว่างทางเมียเขาโทรมาแล้วเขาก็ทะเลาะกัน” “ขับไปด้วยคุยไปด้วยนี่เอง” “เมียเขาจะพยายามขับรถไล่ตาม คุณไตรภพเขาก็พยายามหนีสุดท้ายแล้วเขาก็ขับเบียดจนคุณไตรภพเสียหลักรถพลิกคว่ำนั่นแหละ” “ทำไมเมียเขาจะต้องขับตามด้วยล่ะ” “เขาคิดว่าพี่เป็นเมียน้อยคุณไตรภพเหมือนที่เค้กคิดนั่นแหละ” “แต่พี่ไม่ได้เป็นจริงๆ ใช่ไหม” “โธ่...พี่จะต้องให้อมพระมาพูดหรือไงเค้ก พี่กับคุณไตรภพเป็นแค่คนรู้จักกันจริงๆ” “แล้วทำไมเมียเขาถึงคิดแบบนั้นล่ะ เขาขับรถเบียดแบบนั้นมันเจตนาทำร้ายร่างกายกันเลยหรือเปล่า” กานต์ชิสาพูดออกไปด้วยความเป็นห่วง “เขาก็คงระแวงไปทั่ว” “พี่ครีมยังเล่าไม่หมดใช่ไหมคะ” กานต์ชิสามองหน้าพี่สาวที่คุยกับเธอแต่ไม่ยอมสบตา “สงสัยพี่จะปิดอะไรเค้กไม่ได้จริงๆ แล้วใช่ไหม” “อย่าปิดเค้กเลยนะ เค้กกลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะมาทำอันตรายพี่ครีม แต่ถ้าพี่บอกความจริงกับเค้กเราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาได้ยังไงล่ะคะ” เธอพยายามกล่อมพี่สาว “นี่คงคิดไปกันใหญ่แล้วใช่มั้ยเนี่ย” “ก็มันน่าคิดไหมล่ะพี่ เล่าให้ฟังเถอะว่าระหว่างพี่กับคุณไตรภพมันคืออะไรกันแน่” เธอรู้สึกเป็นห่วงพี่สาวเนื่องจากเท่าที่ฟังแล้วผู้หญิงคนนั้นท่าทางจะโมโหร้ายไม่เบา “พี่จะเล่าให้เค้กฟังทั้งหมด แต่เค้กสัญญานะจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและห้ามเล่าให้ใครฟังเป็นอันขาด” “ยิ่งพี่พูดแบบนี้เค้กก็ยิ่งอยากจะรู้รีบๆ เล่ามาเถอะนะ” กานต์ชิสาทำสายตาอ้อนวอนเพราะถ้ากานต์สิชาไม่เล่าให้เธอฟังเธอคงได้อกแตกตายแน่ๆ

บทที่ 3 มันไม่ถูกต้อง

“เค้กจำป้ายุพินที่อยู่ท้ายซอยหมู่บ้านเราได้ไหม” “ใช้บ้านหลังสุดท้ายที่เล็กๆ ไหม” “ใช่บ้านหลังนั้นแหละ” “ป้ายุพินมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เหรอพี่ครีม” ป้ายุพินแกมีหลานสาวอยู่คนหนึ่ง ชื่อชลนิภาหรือนิ แล้วนิคนนี้แหละที่เป็นเมียน้อยของคุณไตรภพ” “อะไรนะ ถ้าเค้กจำไม่ผิดเด็กนั่นน่าจะอายุน้อยกว่าเราหลายปีเลยนะคะ” เพราะไม่ค่อยได้กลับมาเมืองไทยจึงไม่แน่ใจว่าหลานสาวของป้ายุพินจะอายุเท่าไหร่แต่เท่าที่เธอจำได้ตอนที่เธอมาเยี่ยมบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อสี่ปีก่อนเด็กคนนั้นยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมอยู่เลย “ใช่ตอนนี้นิกำลังเรียนอยู่ปีสองและแอบคบกับคุณไตรภพแต่ทุกครั้งที่นัดเจอกันก็มักจะนัดเจอกันที่ร้านของพี่” “เมียของเขาเลยคิดว่าพี่เป็นเมียน้อยของเขาใช่ไหมคะ” “อือก็ประมาณนั้น” “แล้วทำไมพี่ครีมไม่บอกเขาไปล่ะว่าพี่ไม่ใช่เมียน้อย” “พี่เคยอธิบายให้เขาฟังหลายครั้งแล้วแต่เขาก็ไม่เข้าใจสุดท้ายพี่ก็เลยเลือกที่จะอยู่เฉยๆ” “แล้วจะยอมให้เขาเข้าใจผิดเราไปแบบนี้เหรอคะพี่ครีม” “เค้กจะให้พี่ทำยังไงได้ล่ะ พี่ไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย แล้วถ้าพี่ไปบอกเมียเขาว่านิคือเมียน้อยของสามีเขาพี่ก็สงสารเด็กนะตอนนี้ป้ายุพินไม่ได้ทำงานอะไรเลยเพราะแกสุขภาพไม่แข็งแรงแล้วคุณไตรภพก็ช่วยส่งเสียให้นิเรียนและช่วยจ่ายค่าเช่าบ้านให้ถ้าพี่บอกความจริงไปพี่ก็กลัวว่านิกับป้ายุพินจะลำบาก” “แต่มันไม่ถูกนะพี่มันเท่ากับพี่ส่งเสริมให้คุณไตรภพเขามีเมียน้อย” “พี่ไม่ได้ส่งเสริมให้คุณไตรภพเขามีเมียน้อยนะ” “แต่พี่ก็ไม่ห้ามนี่คะ” “พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาพี่จะห้ามเขาได้ยังไง เมียเขาเองยังห้ามไม่ได้เลย แล้วเขาก็มีเมียน้อยมาก่อน พี่แค่เลือกที่จะไม่บอกความจริงกับเมียเขาเท่านั้น เขารวยออกอย่างนั้นแบ่งเงินมาให้นิสักนิดมันก็คงไม่เป็นไรหรอก” เพราะรู้สึกสงสารชลนิภากับป้ายุพินกานต์สิชาเลยไม่บอกกับภรรยาไตรภพว่าภรรยาน้อยของเขาคือใครเธอยอมให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าใจผิดเพราะคิดว่าตนเองไม่ได้เสียหายอะไรเนื่องจากมันไม่เป็นเรื่องจริงและลูกน้องในร้านของเธอก็รู้ดีว่าใครคือผู้หญิงของคุณไตรภพกันแน่ “แต่เค้กว่าเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ ที่เมื่อคืนเขาขับรถตามพี่จนเกิดอุบัติเหตุมันฟังดูน่ากลัว ถ้าเกิดวันหนึ่งเขามาทำอันตรายพี่ที่ร้านขึ้นมาล่ะมันจะเป็นยังไง” “พี่ว่าคุณเขมิกาเขาคงไม่ทำแบบนั้นหรอกมั้ง” “ผู้หญิงเวลาโกรธหรือหึงมันน่ากลัวมากนะพี่ครีม เค้กว่าเราบอกความจริงเรื่องนี้กับเขาดีกว่า” กานต์ชิสากลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะมาทำอันตรายพี่สาว “พี่ก็เคยบอกคุณเขมิกาไปแล้ว แต่เข้าก็ไม่เชื่อสุดท้ายก็เป็นเราที่เหนื่อยเปล่า” “แต่เค้กว่าเรื่องนี้เราต้องให้คุณไตรภพเขายืนยันด้วยนะว่าพี่ไม่ใช่เมียน้อยของเขาเค้กกลัวว่าเขาจะมาทำอันตรายพี่ที่นี่” “ไม่มีใครทำอันตรายพี่ได้หรอกที่ร้านพี่ก็มีเด็กเยอะแยะอีกทั้งข้างร้านพี่ก็มีแต่คนรู้จักครีมไม่ต้องห่วงหรอกน่า” “ก็มันน่าเป็นห่วงนี่ ยิ่งตอนนี้สามีเขาประสบอุบัติเหตุแบบนี้เค้กว่าเขาน่าจะโกรธพี่มากๆ” คำพูดของกานต์ชิสาทำให้กานต์สิชาเริ่มคิดตามเพราะครั้งนี้คุณเขมิกาดูจะโกรธและโมโหมากๆ และเธอก็อาจจะมาทำร้ายถึงที่นี่ก็ได้ ที่ผ่านมากานต์สิชาพยายามไม่สนใจเรื่องนี้เพราะภรรยาของคุณไตรภพไม่เคยเข้ามาวุ่นวายแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะโกรธคุณไตรภพเอามากๆ “เค้กคิดว่าพี่ควรทำยังไงล่ะ” “พี่ครีมเค้กว่าเราต้องให้คุณไตรภพบอกความจริง” “แต่เขายังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล” “เราก็รอให้เขาฟื้นแล้วค่อยไปเยี่ยมเขาดีไหมเค้กจะไปด้วย” “เอาแบบนั้นก็ได้แต่ ตอนนี้เราไม่รู้เลยว่าอาการของคุณไตรภพเป็นยังไงบ้าง พี่ว่าเราลองโทรไปถามโรงพยาบาลดีไหม” แฝดคนพี่หยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาจากนั้นก็กดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลที่เธอได้มาจากเพจของโรงพยาบาลที่คุณไตรภพนอนรักษาตัวอยู่ แต่เธอก็ต้องผิดหวังเพราะทางโรงพยาบาลไม่สามารถให้ข้อมูลกับคุณเจ็บได้เพราะถือว่ามันเป็นสิทธิของผู้ป่วย “เอายังไงดีล่ะเราไม่รู้อาการของคุณไตรภพเลย” “เดี๋ยวเค้กไปเยี่ยมเขาให้ก็ได้ พี่ครีมรออยู่ที่นี่เดี๋ยวถ้าได้เรื่องแล้วเค้กจะโทรมาบอก” “ไม่ต้องรีบไปก็ได้พี่เป็นห่วงร้าน” “พี่ครีมก็โทรสั่งเด็กที่ร้านซิว่าวันนี้จะให้พวกเขาทำอะไรบ้าง” “ขอบใจมากนะเค้ก ถ้าเค้กไม่กลับมาพี่คงแย่แน่ เรื่องที่เกิดอุบัติเหตุกับพี่เค้กไม่ต้องบอกพ่อนะพี่ไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง” “ก็ได้ เค้กจะไม่บอกพ่อ” “แล้วเรื่องงานของเค้กล่ะเป็นยังไงบ้างทางโรงพยาบาลเขาให้ไปเริ่มงานเมื่อไหร่” “จริงๆ เขาก็อยากให้เค้กเข้าไปเริ่มงานเร็วที่สุดนั่นแหละ แต่เค้กเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทยก็เลยขอเวลาเขาอีกหนึ่งเดือน” “แล้วระหว่างนี้เค้กจะทำอะไรล่ะ” “เค้กว่าจะกินแล้วก็นอนจากนั้นก็เที่ยวพี่ครีมไปเที่ยวทะเลกันนะ” “รอให้พี่หายดีก่อนนะ เพราะไปเที่ยวทะเลตอนนี้พี่ก็ลงน้ำไม่ได้ต้องรอให้แผลหายก่อน” “ไม่เป็นไรช่วงนี้เดี๋ยวเค้กก็ไปเรียนรู้งานที่ร้านของพี่ก่อนก็ได้พี่จะได้พักบ้าง” “พี่ก็คงพักแค่วันนี้แค่วันเดียวแหละงานที่ร้านไม่ได้หนักหนาอะไรได้ไปเห็นลูกน้องทำงานยังดีกว่านั่งอยู่ที่บ้าน” “พี่ครีมนี่ขยันจริงๆ เลยนะเคยปิดร้านกับเขาบ้างไหม” “ปิดสิแต่ไม่บ่อยหรอก” เธอบอกน้องสาวแล้วยิ้ม กานต์สิชารับช่วงร้านเบเกอรี่มาจากผู้เป็นมารดา โดยย้ายจากร้านเดิมมาอีกที่บริเวณตึกแถวหน้าหมู่บ้านซึ่งจำหน่ายทั้งเบเกอรี่เครื่องดื่มรวมถึงรับจัดเบรคต่างๆ เดิมทีเธอก็ทำคนเดียวแต่พอทำไปสักพักลูกค้าเริ่มเยอะขึ้นบางคนก็สั่งขนมที่ร้านของเธอไปลงที่ร้านกาแฟของตัวเอง หญิงสาวก็เลยรับลูกน้องเพิ่มมาตอนนี้ในร้านมีพนักงานทั้งหมดสามคนถ้าหากวันไหนเธอไม่ว่างหรือไม่เข้าร้านทั้งสามคนก็สามารถทำงานกันได้มันเลยทำให้กานต์สิชาไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่

อ่านต่อ