ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
บทที่ 1 บทนำ

เซียวหนานอยู่ในระดับต่ำสุดขององค์กรลับที่แผ่ขยายสายข่าวไปทุกแว่นแคว้น นางเป็นเด็กกำพร้าไร้บิดามารดาที่ถูกเก็บมาให้เป็น นกกระจอกสืบข่าว เรียกได้ว่าเป็นชนชั้นที่วรยุทธ์ต่ำต้อยและต้องทำงานเอาตัวเข้าแลกเพื่อหาข่าวให้กับเบื้องบน ดังนั้นนกกระจอกเช่นนางจึงมีมากมายแทรกซึมเข้าไปในจวนขุนนางต่าง ๆ โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ สิ่งที่นางฝึกฝนมาตลอดหลายปีมานี้ก็คือการเอาใจบุรุษ บำรุงร่างกาย ฝึกฝนศาสตร์ทั้งห้าให้เชี่ยวชาญ และฝึกวิชาเสพสังวาสให้บุรุษติดใจ แม้ว่าจะไม่เคยทำกับบุรุษจริง ๆ แต่ขนาดของแท่งหยกของบุรุษนางล้วนได้สัมผัสมาแล้วจากแท่งหยกของเทียมและแท่งหยกบุรุษของจริงที่นางไม่เคยเห็นหน้าว่าคนพวกนั้นคือผู้ใด เพราะพวกนางต้องมอบกายให้กับเหยื่อคนแรกที่นับว่าส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นสูง ดังนั้นจึงไม่อาจร่วมประเวณีกับบุรุษอื่นก่อนที่จะได้รับมอบเหยื่อจากนายใหญ่ เดือนก่อนนางยังอยู่ที่ดินแดนทางใต้ ทว่าจากนั้นนางก็ได้รับคำสั่งและมอบหมายเหยื่อให้ในวัยสิบเจ็ดปีนับว่าเป็นเหยื่อที่สูงส่งไม่น้อย เพราะเขาเป็นถึงท่านอ๋องสี่ของแคว้นลั่วหยางมีนามว่ามู่หรงเคออวี่ บุรุษเสเพลบุตรชายของฮ่องเต้มู่หรงเกาผู้ปกครองแคว้น ตอนนี้นางอยู่ในหมู่หญิงงามที่ต้องถูกส่งตัวมาเป็นเครื่องบรรณาการของเผ่าหุย ก่อนหน้านี้นางฝึกฝนมาหลายภาษาจึงไม่นับว่าลำบากเท่าใดที่ต้องแฝงกายมาเป็นชาวหุยเช่นนี้ อันที่จริงเซียวหนานไม่รู้ว่าไยนางจึงต้องมาสืบข่าวจากบุรุษผู้นี้ ด้วยชื่อเสียงและประวัติของเขาที่นางได้รู้มานั้นนับว่าเขาเป็นคนไร้ประโยชน์ยิ่งนัก บุตรชายเสเพลของฮ่องเต้มู่หรงเกาผู้นี้ นอกจากหลงใหลหญิงงามและเอาแต่ดื่มสุราแล้วก็นับว่าไม่เคยสร้างความดีความชอบอันใด ตรงกันข้ามเขากลับเป็นบุตรที่กวนประสาทฝ่าบาทจนไม่ได้รับความโปรดปรานแม้แต่น้อย ตอนนี้ที่เขายังดำรงตำแหน่งอยู่ได้ดีเพราะว่าเขาคือบุตรชายเพียงคนเดียวของอดีตหวงกุ้ยเฟยที่ฝ่าบาททรงรักมากที่สุดและได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน และฝ่าบาทก็รับปากอดีตหวงกุ้ยเฟยว่าจะดูแลโอรสผู้นี้อย่างดี มิเช่นนั้นแล้ว ด้วยความเสเพลไร้ประโยชน์ของเขาคงจะถูกฝ่าบาทขับออกไปจากวังหลวงไปนานแล้ว มู่หรงเคออวี่ยังนับว่าเป็นบุรุษโชคดีนัก เพราะนอกจากฮ่องเต้จะไม่ลงมือทำโทษเขาแล้ว อดีตหวงกุ้ยเฟยยังทิ้งกิจการเหมืองทองคำอันเกิดจากต้นตระกูลของนางเอาไว้ให้ ทำให้มู่หรงเคออวี่ไม่จำเป็นต้องสนใจเบี้ยหวัดทางการ เพราะเขาร่ำรวยมหาศาล ว่ากันว่าแม้แต่เงินในคลังหลวงยังไม่อาจเทียบเท่าเหมืองทองที่ต้นตระกูลฝ่ายมารดาสามารถขุดได้ และมิหนำซ้ำหลายครั้งที่มู่หรงเคออวี่ช่วยเหลือราชสำนักด้วยการมอบเงินทองจำนวนมากดูแลชาวบ้าน ดังนั้นถึงฝ่าบาทจะไม่ชอบ ทว่าชาวบ้านกลับนับถือเขาอยู่ไม่น้อย เซียวหนานคิดว่าบุคคลผู้นี้ดูไปจะมีนิสัยขัดแย้งอยู่มาก เขาคงเป็นประเภทที่เติบโตมาด้วยความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจตนเอง และไม่สนผู้ใดกระทั่งฝ่าบาทผู้เป็นพระบิดา วันนี้เป็นวันที่นางต้องเข้าวังหลวง นางอยู่ในส่วนของสาวงามที่ต้องมอบให้แก่มู่หรงเคออวี่คัดเลือกก่อนเพราะหากไม่เช่นนั้นเขาจะก่อกวนโวยวาย ฝ่าบาททรงเห็นว่าแค่การคัดเลือกสาวงามเป็นเพียงเรื่องเล็กจึงได้อนุญาตให้เขาคัดสตรีก่อนที่พระองค์จะทรงได้เลือกเสียอีก แต่มู่หรงเคออวี่มิใช่คนแล้งน้ำใจ หลังจากคัดเลือกสาวงามถูกใจเขาจะเติมเงินเข้าคลังหลวงเป็นจำนวนมหาศาลเรียกได้ว่าเขาใจกว้างกับคลังหลวงอยู่มาก ดังนั้นฝ่าบาทจึงทรงอนุญาติอย่างเต็มที่ เพราะทรงมองว่านี่คือสิ่งเดียวที่มู่หรงเคออวี่ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ เซียวหนานและสาวงามอีกราวสิบคนถูกพาไปที่ตำหนักของมู่หรงเคออวี่ หญิงงามหลายคนถึงกับเหงื่อซึมเต็มแผ่นหลังเพราะรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงในตัวของอ๋องสี่ผู้มีชื่อเสียงไม่ดีนัก ผู้ดูแลจวนเป็นหมัวมัวสูงวัยออกมาต้อนรับสาวงามพร้อมกับเอ่ยว่า “วันนี้ขอให้ทุกท่านพักผ่อนอย่างเต็มที่ พรุ่งนี้ท่านอ๋องจึงจะมาคัดเลือกด้วยตัวเอง ยามซื่อ[ ยามซื่อประมาณสิบนาฬิกา]พรุ่งนี้ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อพบท่านอ๋องในห้องโถงคัดสาวงาม” หญิงงามสิบเอ็ดคนถูกพาไปพักรวมกันในเรือนนอนหลังใหญ่ ที่นี่ตกแต่งโอ่อ่าไม่น้อย มีเตียงเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ เพราะสาวงามจะพักที่นี่เพียงแค่คืนเดียวหลังจากที่มู่หรงเคออวี่เลือกคนแล้วพวกที่เหลือจะถูกส่งตัวกลับ สาวงามต่างพูดคุยกันด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เห็นได้ชัดว่าใบหน้างามของทุกคนล้วนเคร่งเครียดหน้านิ่วคิ้วขมวด แสดงความกังวลอย่างชัดเจนเพราะพวกเขาได้ยินมาว่า นิสัยของมู่หรงเคออวี่นั้นพิสดารนัก เขามักใช้วิธีการทารุณเพื่อร่วมรักกับสาวงาม และมีหลายคนที่ถูกหามออกไปจากจวนในสภาพที่กลายเป็นศพ แม้ว่าเซียวหนานจะรู้เรื่องนี้ แต่นางก็ไม่ได้กังวลอันใดเพราะนางรู้เบื้องหลังมาว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งที่กลายเป็นศพก็คือมือสังหารที่ถูกส่งมาจากที่ต่าง ๆ และถูกมู่หรงเคออวี่จับได้ คนที่ต้องการเอาชีวิตของเขามีมากมายกระทั่งฝ่าบาทเองก็ต้องการชีวิตบุตรชายผู้นี้เพื่อฮุบเหมืองทองก็เป็นได้ ดังนั้นนางจึงไม่แปลกใจที่มีคนต้องการให้เขาตายมากเพียงนี้

บทที่ 2 คัดเลือกสาวงาม

วันรุ่งขึ้นในยามซื่อตามกำหนดเวลา เหล่าหญิงงามทั้งหลายก็แต่งกายงดงามมายืนรอเพื่อให้มู่หรงเคออวี่คัดเลือกแล้ว ชุดที่ว่างดงามนี้ล้วนเป็นชุดสีขาวบอบบางแนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน กระทั่งเผยให้เห็นเนินโยนีและปทุมถันสีชมพูของเหล่าสาวงามที่ดันเนื้อผ้าออกมา ชุดเหล่านี้ล้วนเป็นจวนอ๋องที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ และเป็นผู้ดูแลหญิงสามคนที่ช่วยพวกนางแต่งกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพิธีคัดเลือกสาวงามเข้าจวน สาวงามหลายคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ทว่าพวกนางกลับถูกข่มขู่ว่าหากออกจากจวนกลางคันก็นับว่าผิดเงื่อนไขส่งสาวงาม แม้จะตายก็ไม่มีผู้ใดตำหนิจวนอ๋องได้ ด้วยความกลัวตายทุกคนจึงจำใจรอการคัดเลือกด้วยความรู้สึกอดสูที่ถูกหมิ่นเกียรติเพียงนี้ เนื่องจากสาวงามหลายคนหากจะว่ากันไปแล้วเมื่ออยู่ที่บ้านของตนเองก็นับได้ว่าเป็นคุณหนูที่อยู่ดีกินดีมาไม่น้อย ส่วนตัวเซียวหนานนั้นก็ช่างเถิดเพราะนางรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอสิ่งใด คนที่ฝึกฝนนางมาถึงจุดนี้ล้วนเป็นนางโลมชั้นสูง กระทั่งการร่วมสังวาสกับนางโลมเหล่านั้นนางก็เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แน่นอนว่าระหว่างการฝึกฝนนั้น การมีอารมณ์ร่วมและการที่มีน้ำสวาทไหลนั้นสำคัญที่สุด ดังนั้นอาการเสียวซ่านจึงนับว่าเป็นเรื่องปกติ และเมื่อต้องปลดปล่อยในเวลานั้นการพึ่งพากันและกันอย่างดุเดือดระหว่างพี่เลี้ยงนางโลมกับบรรดาเหล่านกกระจอกผู้ฝึกฝนจึงมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่เสมอ ยังคงมีสตีบางส่วนที่มีสีหน้าเมินเฉยกับการสวมอาภรณ์เช่นนี้ นางแน่ใจว่าต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเช่นกันเพื่อเอาตัวรอด กระทั่งในที่สุดก็ได้เวลา เมื่อประตูถูกเปิดออกบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาภายในเรือน ทุกคนล้วนมองเขาด้วยอาการตกตะลึงด้วยบุรุษผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลา บุคลิกท่าทางสูงส่งแตกต่างจากผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าอากาศจะหนาวทว่าเขากลับสวมเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว เปิดเผยรูปร่างแข็งแกร่งให้เห็นอย่างชัดเจน ช่วงหน้าท้องของเขาเผยให้เห็นกล้ามเนื้องดงาม คล้ายกลับบุรุษผู้ดูแลตนเองอยู่เสมอ ทว่าเขากลับเข้ามาพร้อมกับกลิ่นสุราโชยออกจากร่าง และสายตาที่แพรวพราวราวกับคนเสเพลในยามมองสตรี ผู้ดูแลจวนหญิงที่ดูเหมือนจะสูงวัยที่สุดและเป็นหัวหน้าผู้ดูแลเอ่ยว่า “ท่านอ๋องเข้ามาแล้ว พวกเจ้ายังไม่ถวายความเคารพอีก บังอาจนักอยากถูกตัดหัวหรืออย่างไร!” สาวงามได้สติรีบวางมือที่บั้นเอว ยอบกายอย่างนอบน้อมแล้วก้มหน้าลง เสียงหัวเราะของมู่หรงเคออวี่ดังขึ้น “ไม่ต้องมากพิธี ลี่หมัวมัวท่านอย่าข่มขวัญสาวงามของข้าเช่นนี้สิ ดูสิพวกนางหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้ว” “ขออภัยเพคะ ท่านอ๋อง” “ช่างเถิด” จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ ท่าทางคล้ายยังไม่สร่างเมาดีนัก จึงนั่งเอนหลังอย่างสบายยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดพนักวางมือทั้งยกมือขึ้นกุมศีรษะ ลี่หมัวมัวยกน้ำแกงอุ่นให้เขา เอ่ยเบา ๆ ว่า “น้ำแกงสร่างเมาเพคะ” สาวงามยืนรออย่างเป็นระเบียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกเซียวหนานเม้มปากคิดในใจว่า คนผู้นี้ความจริงเขาปฏิบัติต่อบ่าวรับใช้ดีไม่น้อย ไม่ได้วางอำนาจเหมือนที่นางเคยคิดว่าเขาน่าจะเป็น หลังดื่มน้ำแกงเสร็จ ลี่หมัวมัวจึงรินชาดอกมะลิให้เขาเพื่อดื่มล้างปาก กว่าอ๋องสี่จะมีอารมณ์คัดเลือกสาวงามเวลาก็ผ่านไปจนเกือบจะครึ่งชั่วยามแล้ว สตรีทั้งสิบเอ็ดคนยังคงยืนอยู่เช่นนั้น แม้ในห้องนี้จะเป็นห้องอุ่นทว่าเมื่อยืนนาน ๆ โดยสวมอาภรณ์บอบบางเช่นนี้ก็รู้สึกหนาวขึ้นมาไม่น้อย กระทั่งได้เวลามู่หรงเคออวี่จึงลุกขึ้น เขาเดินเข้ามาใกล้สาวงามมากยิ่งขึ้น และเพ่งมองสาวงามทีละคนด้วยสายตาร้อนแรง กระทั่งเขาเดินมาหยุดเบื้องหน้าเซียวหนาน นางกัดปากก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองเขาหยาดเยิ้ม โอกาสของนางมีเพียงครั้งเดียว นางต้องเข้าจวนอ๋องให้ได้หาไม่แล้ว นางจะกลายเป็นนกกระจอกไร้ประโยชน์ และถูกเบื้องบนสังหารทอดทิ้งโดยไม่ลังเล บัดนี้ร่างกายของนางมีพิษหนอนไชไหลเวียนอยู่ นางต้องได้รับยาทุกหนึ่งเดือนเพื่อไม่ให้พิษนี้เล่นงานนางจนตาย มู่หรงเคออวี่หยุดอยู่ตรงหน้านางด้วยความสนใจ ในที่นี่สาวงามทุกคนล้วนมีความงามที่ใกล้เคียงกัน เรียกว่าสุดยอดสาวงามรวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว ทว่าสาวงามที่มีดวงตาร้อนแรงนั้นมีอยู่เพียงสองสามคนเท่านั้น รวมทั้งนางผู้นี้ด้วย และในเวลานั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า “ปลดเสื้อของพวกเจ้าออก” เสียงฮือฮาดังขึ้นโดยไม่ยินยอม เวลานี้พวกนางสวมใส่เสื้อผ้าบางจนเห็นปลายปทุมถันชัดเจนยังไม่พออีกหรือ ทว่าเซียวหนานกลับทำตามคำสั่งโดยไม่ลังเล และนอกจากนางแล้วก็ยังมีสตรีอีกสองคนที่ทำตามเช่นกัน เพียงนางปลดเสื้อออก ก็เผยให้เห็นปทุมถันอวบขาวผ่องขนาดใหญ่ห้อยลงมาเบื้องหน้า ส่งผลให้มู่หรงเคออวี่มองนางด้วยสายตาร้อนแรงราวกับไฟที่กำลังแผดเผา จากนั้นเขาก็เดินมาหยุดหน้าสตรีอีกสองคนที่ถูกใจเขา มู่หรงเคออวี่หันไปมองลี่หมัวมัว จากนั้นก็พยักหน้าลี่หมัวมัวจึงเอ่ยกับผู้ดูแลหญิงทั้งสอง “เพียงสามคนเท่านั้นที่ถูกใจท่านอ๋อง นอกนั้นส่งกลับไปเสีย” หนึ่งในสามนั้นย่อมมีเซียวหนานอยู่ด้วย บัดนี้สตรีทั้งสามกำลังช้อนเต้านมของตนเองขึ้นมาตามคำสั่งของลี่หมัวมัว “คลึงหัวนมของพวกเจ้าให้ท่านอ๋องดู” เซียวหนานใช้หัวแม่มือคลึงวนหัวนมของตนเองเบา ๆ เพียงพริบตานางก็บังเกิดอาการเสียวซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ลี่หมัวมัวเอ่ยว่า “ท่านอ๋อง นางผู้นี้ความรู้สึกไวที่สุดเจ้าค่ะ ท่านอ๋องชอบสตรีหน้าอกใหญ่ราวภูเขาหัวนมมีสีชมพูอมแดงสวย คงจะถูกใจนางที่สุดใช่หรือไม่เพคะ” มู่หรงเคออวี่หัวเราะพึงพอใจ “ลี่หมัวมัวเข้าใจข้าที่สุดแล้ว” จากนั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยต่อ “นางผู้นี้ด้วยเพคะ มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ความรู้สึกไวเพียงนี้” “เช่นนั้นก็เลือกนางทั้งสอง” สตรีอีกนางหนึ่งถูกพาออกไปแล้ว เซียวหนานไม่รู้ว่าสตรีพวกนั้นจะมีชะตากรรมอย่างไรต่อไป เพราะสาวงามที่ไม่ถูกท่านอ๋องคัดเลือกจะถูกส่งต่อไปยังเรือนของขุนนางชั้นต่ำรองลงไป กระทั่งท้ายที่สุดเมื่อไม่ผ่านการคัดเลือกจริง ๆ จะถูกนำไปอยู่ในโรงปลดปล่อยของเหล่าทหาร การคัดเลือกยังไม่สิ้นสุด ทว่านางเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่กึ่งกลางร่างกายของมู่หรงเคออวี่ดันเนื้อผ้าออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาสวมกางเกงผืนบางเพียงชั้นเดียว ขนาดของเขาที่ดันเนื้อผ้าออกมานั้นทำให้เซียวหนานถึงกับตกตะลึง นับว่าใหญ่กว่าแท่งหยกและของที่นางเคยเห็นจากชายอื่นมามากนัก “บอกชื่อของพวกเจ้ามา” เซียวหนานเอ่ยก่อน “ทูลท่านอ๋องข้าน้อยมีนามว่าเซียวหนาน ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีแล้ว บิดามารดาตายจากไปตั้งแต่ยังเด็ก จึงถูกเลี้ยงดูโดยราชสำนักเพื่อมาเป็นสาวงามโดยเฉพาะ” นางมิได้โกหกบิดามารดาของนางเป็นผู้ใดไม่เคยได้รู้ เพราะนางถูกเลี้ยงดูมาโดยองค์กรลับนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนหน้าที่ของเหล่านกกระจอกเช่นนางก็คือการเป็นสาวงามหาข่าวของคน ส่วนอีกนางหนึ่งเอ่ยต่อ “ข้าน้อยมีนามว่าจือจือเพคะ ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีเช่นกัน มารดาขายข้าน้อยมาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะมองว่าหน้าตาพอใช้ได้ให้แก่ราชสำนัก ถูกฝึกฝนมาเพื่อเป็นสาวงามรับใช้” หลังแนะนำตัวเองเสร็จ ลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า “พวกเจ้าสองคนนับว่าเป็นสาวงามที่มีรูปร่างเพียบพร้อม ท่านอ๋องพึงพอใจมากบัดนี้เหลือขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เด็ก ๆ นำเก้าอี้และฉากกั้นมา” พวกนางสองคนถูกแยกให้ออกห่างจากกัน จากนั้นฉากกั้นก็ถูกเลื่อนมากางกั้นระหว่างคนทั้งสอง มู่หรงเคออวี่เลือกที่จะสำรวจเซียวหนานก่อน ลี่หมัวมัวยืนอยู่ตรงกลางระหว่างฉากกั้น นางจึงสามารถมองเห็นสตรีที่ผ่านการคัดเลือกได้ทั้งสองคน “กฎข้อห้ามก็คือ พวกเจ้าห้ามแตะต้องพระวรกายของท่านอ๋องแม้แต่ปลายนิ้ว มีเพียงท่านอ๋องที่สามารถสัมผัสพวกเจ้าได้ หากทำผิดกฎคือตายสถานเดียว” “เจ้าค่ะ” สตรีทั้งสองรับคำหนักแน่น จากนั้นลี่หมัวมัวก็สั่งให้พวกนางนั่งลงที่เก้าอี้ ลี่หมัวมัวหันมาสั่งเซียวหนานเป็นคนแรก “เซียวหนานถลกกระโปรงของเจ้าขึ้นมาไว้ที่เอวแล้วแยกขาออก ยกขาพาดกับเก้าอี้เอาไว้ เพื่อให้ท่านอ๋องตรวจสอบ” เซียวหนานทำตามอย่างว่าง่าย ถึงจะถูกฝึกมาไม่น้อยแต่ทว่านางก็ใบหน้าของนางก็ยังแดงซ่าน นี่คือครั้งแรกที่นางเปิดเผยตัวตนของตนเองให้บุรุษผู้หนึ่งเห็น มู่หรงเคออวี่เดินเข้ามาใกล้นาง สายตาของเขาย่อมจับจ้องที่เนินเนื้อและร่างกายขาวผ่องงดงามของเซียวหนาน ในเวลานี้เซียวหนานได้ยินเสียงหายใจของมู่หรงเคออวี่แรงขึ้น อีกทั้งเขายังแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก สายตาเริ่มจากการสำรวจกลีบพูของเซียวหนานไม่วางตา เพียงเห็นท่าทางและสายตาของเขาเช่นนั้น เซียวหนานก็บังเกิดอาการอยากยั่วเย้าขึ้นมา มือเรียวของนางขยับลงมาด้านล่างจากนั้นก็ใช้สองมือแยกพูกลีบเนินสวาทที่อวบอูมออกจากกันเผยให้เห็นร่องรักและเม็ดเสียวสีแดงสดของนางได้อย่างชัดเจน “งามมากเม็ดของเจ้าช่างงามมาก เจ้าทำเอาข้าตกตะลึงแล้ว”

บทที่ 3 ทดลองก่อนตัดสินใจ

มู่หรงเคออวี่ถึงกับเลียริมฝีปากไม่หยุด คนผู้นี้หมกมุ่นในกามารมณ์ในเวลาที่เขาเอ่ยคำนี้ก็ลูบแท่งเนื้อแข็งของตนเองเบา ๆ กลิ่นสุราคละคลุ้งอยู่รอบ ๆ กายของเขา ผสมกับกลิ่นกำยานหอมเย็นสดชื่นให้ความรู้สึกแปลกประหลาดและทำให้นางคล้ายล่องลอยอยู่ในความฝัน กลิ่นนี้ไม่ธรรมดา เหมือนเป็นกลิ่นกระตุ้นกำหนัดคนให้ลืมเลือนตัวตนของตนเองไป บัดนี้ เขาก้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ จมูกแทบจะชิดกับเนินเพศสีสวย สูดลมหายใจเข้าลึกกระทั่งได้กลิ่นหอมหวานของหญิงงามลอยเข้ามาแตะจมูก เขาเป่าลมร้อนใส่เนินเพศของนาง จากนั้นใช้นิ้วเรียวเขี่ยที่เม็ดเสียวเบา ๆ พร้อมกับพูดว่า “กลีบทั้งสองของเจ้าสมบูรณ์แบบมาก อ้าขาออกกว้างกว่านี้ ใช่เช่นนี้ถูกต้อง ทำได้ดีมาก” ท่าทางของเขาดูพออกพอใจเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็เลื่อนใบหน้าขึ้นมาหยุดที่หัวนมสีชมพูของนาง มองผ่านเนื้อผ้าขาวผืนบางเข้าไปด้านใน “นมของเจ้าใหญ่มาก” พูดพลางใช้มือสองข้างช้อนเต้านมของนางขึ้นมาแล้วใช้หัวนิ้วมือปัดผ่านเบา ๆ หญิงสาวเสียวซ่านจนกระทั่งสูดลมหายใจเข้าออกแรงขึ้น “เสียแล้วหรือ เพียงข้าปัดเบา ๆ” นางครางแผ่วแทนคำตอบ “อื้ออออ” นางจะไม่เสียวได้อย่างไร เมื่อสักครู่เขาเขี่ยเม็ดของนาง ตอนนี้ยังมาจับและเขี่ยหัวนมอีก ร่างกายเกิดอาการร้อนขึ้นมาใบหน้ากลายเป็นสีแดงจัดทันใด ชายหนุ่มใช้มือเกี่ยวเสื้อผืนบางออกจากร่างของหญิงสาว จากนั้นก็ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ “นมของเจ้าทั้งขาว ทั้งใหญ่ หัวนมสวยป้านหัวนมก็น่ารัก ท่าทางว่าหากได้กินคงจะหวานไม่น้อย” นางแอ่นหน้าอกให้เขา “แล้วไยไม่ลองทดสอบเล่าเพคะ จะได้รู้ว่าหวานหรือไม่” “หึ หึ เจ้าช่างกล้านัก ดูสิ เพียงแค่ข้าเป่าลมใส่หัวนมก็แข็งตั้งแล้ว” แผล่บ แผล่บ! เขาแลบลิ้นออกมาเลียจริง ๆ ในคราแรกคล้ายจะชิมแต่ดูเหมือนชิมแล้วจะติดใจ บัดนี้จึงก้มลงไปดูดหัวนมของนางแรง ๆ ตวัดลิ้นเลียหนัก ๆ แล้วดูดสลับกันทั้งสองข้าง “ซี้ด ทรงดูดนมเก่งเหลือเกินเพคะ” เขาถอนริมฝีปากออกมาเอ่ยกระเส่า “เจ้าเองก็ยั่วเก่งเหลือเกิน” หลังจากกินนมอย่างอร่อยไปแล้ว ครานี้มู่หรงเคออวี่ขยับลงมาด้านล่าง พร้อมกับคุกเข่าอยู่ด้านหน้านาง “ครานี้ข้าจะสำรวจตรงนี้อีกครั้ง” ฟึ่บ! เซียวหนานสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกว่าบัดนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่นุ่มและอุ่นร้อนกำลังนาบลงมาที่ติ่งสีหวานของนาง ลิ้นของมู่หรงเคออวี่ตัวเลียไปทั่วความฉ่ำเยิ้มบนเนินเนื้อของนาง “ซี้ดด อา...” บัดนี้เซียวหนานเปล่งเสียงครางแผ่วออกมาด้วยความรู้สึกเสียวซ่านร้อนแรง ใบหน้าของเขายิ่งฟุบเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น และนางก็เด้งสะโพกเข้าหาปากและลิ้นของเขาด้วยความไร้ยางอาย นางแทบอยากจับศีรษะของเขากดเข้ามาให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ทว่าคำสั่งห้ามแตะต้องร่างกายของท่านอ๋องยังคงก้องอยู่ในหัว หากนางทำ นางต้องถูกตัดมือทิ้ง! ดังนั้นถึงแม้ว่าจะอยากเพียงใดนางก็ได้แต่ต้องอดทนเอาไว้จนถึงที่สุด หญิงสาวเด้งสะโพกเข้าไปใกล้ปากเขามากขึ้นและลิ้นของมู่หรงเคออวี่ก็ตวัดเลียไปรอบ ๆ กระทั่งเลียไปยังรูหลังของนาง นี่คือครั้งแรกที่นางถูกสัมผัสด้วยลิ้นของบุรุษเช่นนี้ ความร้อนแรงที่เขามอบให้ทำให้เซียวหนานติดใจยิ่งนัก เขาช่างเก่งกาจยิ่ง เขาขยับลิ้นนาบเลียเน้น ๆ ไปที่กลีบหวาน จากนั้นก็ใช้นิ้วแยงเข้าไปในรูที่ชุ่มฉ่ำของนาง “ซี้ดดดด ท่านอ๋องเจ้าขา อา...ข้าเสียว อา...ดียิ่งนัก” “ร่องของเจ้าตอดเก่งยิ่งนัก ดูสิเม็ดของเจ้าก็บวมเป่งสั่นระริก ยิ่งตอนที่ข้าใช้ฟันขบขยี้เช่นนี้เจ้าก็ยิ่งตอบสนอง อา...ดูดนิ้วข้าจนขยับไม่ได้แล้ว” “ท่านอ๋อง อื้อ...ท่านดูดเม็ดแรงยิ่งนัก ข้า......ซี้ดดดท่านอ๋องเพคะ เสียวเหลือเกิน” เซียวหนานร้องออกมาพร้อมกับแอ่นสะโพกขึ้นส่งผลให้เม็ดเสียวเด้งถูกนิ้วของเขามากยิ่งขึ้น มู่หรงเคออวี่ขยับนิ้วแล้วขยี้แรง ๆ “อา...ท่านอ๋อง...บี้เม็ดของหม่อมฉันแรงเช่นนี้หม่อมฉัน...เสียวเพคะ ซี้ดดด” มู่หรงเคออวี่พอใจมาก เขาดูดเม็ดเสียวของนางแรงขึ้นและดันนิ้วเข้าไปด้านในซอยเข้าไปในร่องหวานถี่ ๆ “อา...ซี้ดดดด อื้อออ” เขาดูดเม็ดแรงขึ้นและซอยนิ้วหนัก ๆ แต่ก่อนที่นางจะแตกคามือของเขาเซียวหนานก็พลันดึงมือออกคล้ายจะแกล้งคน นางหอบหายใจแรงมองเขาดวงตาหยาดเยิ้ม ทั้งกัดปากเบา ๆ “ท่านอ๋องเพคะ...ทรงจะหยุดแล้วหรือ” “ทำไมหรือ เจ้าอยากเสร็จหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าถูกใจข้ายิ่งนัก ข้าต้องการสตรีที่ตอบสนองเช่นเจ้า” เซียวหนานเอ่ยเสียงหวาน “ท่านอ๋องเพียงข้าน้อยเห็นท่าน ข้าก็ถูกชะตาราวกับว่ารู้จักกันมาเนิ่นนานแล้ว ปกติข้าน้อยไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน ท่านอ๋องข้าน้อยขอเอ่ยตามตรงบัดนี้ข้าน้อยรู้สึกต้องการและทรมานแล้ว ท่านอ๋องท่านดูหัวนมข้าน้อยสิเพคะ ตั้งแข็งเพียงนี้แล้ว แล้วน้ำของข้าก็หยาดเยิ้มเพียงนี้แล้ว” หญิงสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับบีบบี้หัวนมของตนเอง ร่อนเอวส่ายสะโพกเรียกร้องให้เขาเข้าใจ “ท่านอ๋องเพคะ ให้เซียวหนานได้ปรนนิบัติท่านนะเพคะ” ทั้งเสียงที่อ่อนหวานและภาพที่เซียวหนานอ้าขา คลึงหัวนมของตนเองเช่นนี้ กำลังยั่วราคะของเขาอย่างรุนแรงทำให้เขาอดใจไม่ไหวแล้ว “จะแตกแล้วหรือ....ฮ่า ๆ ๆ สตรีร่านเช่นเจ้า...อืม...เช่นนี้ก็สอบผ่านแล้ว” เขาดันนิ้วเข้าไปในรูหวานอีกครา พร้อมกับใช้นิ้วจิ้มขยี้ที่ตรงเม็ดเสียว ก่อนจะดึงนิ้วออกอย่างรวดเร็ว เพราะอยากให้นางทรมานด้วยความรู้สึกคั่งค้าง “ต่อไป ให้เจ้าคิดถึงข้า คิดถึงลิ้นข้า นิ้วของข้า และแท่งหยกของข้า...” ในตอนที่เอ่ยถึงแท่งหยก เขาจับมือของนางมาแล้วลูบแท่งเนื้อใหญ่ที่แข็งตั้งชี้หน้านางจากใต้ร่มกางเกงเบา ๆ เพียงได้แตะต้อง ขนาดของมันก็ทำให้นางตกตะลึงพรึงเพริด “เป็นอย่างไรเล่า ตกใจหรือ เจ้าชอบของใหญ่หรือไม่” นางรีบพยักหน้า “เพคะ ไม่ว่าสิ่งใดที่เป็นของท่านอ๋องหม่อมฉันล้วนชอบ” “ฮ่า ฮ่า ฮ่า สตรีนางนี้ช่างร่านยิ่งนัก ดีผู้หญิงร่านเหมาะกับคนเจ้าสำราญเช่นข้า” ในเวลานั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า “ท่านอ๋องเพคะ สตรีอีกนางหนึ่งยังคงรอท่านอ๋องอยู่นะเพคะ” มู่หรงเคออวี่หัวเราะในลำคอ เขาแนบปากตวัดลิ้นเลียเนินเพศของเซียวหนานเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเอ่ยว่า “ใช่ ข้ายังมีอีกคนที่ต้องสำรวจ ส่วนเจ้านับว่าสอบผ่านแล้วลี่หมัวมัว พานางไปเถิด” “เพคะท่านอ๋อง”

อ่านต่อ