เมียลับCEO
บทที่ 1 ครั้งแรกผู้หญิงก็เลี้ยง

“ตกลงเราจะจ้างคนงานเพิ่มนะ” “ผมว่าเราให้คนงานชุดเดิมเพิ่มเวลาทำงานดีกว่าไหมครับ” “ช่วงแรกก็คงต้องเป็นแบบนี้ไปก่อน แต่ถ้าใช้คนงานชุดเดิมแล้วเพิ่มเวลาทำงานนานๆ ผมกลัวว่าพวกเขาจะเหนื่อยและอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ประกาศรับสมัครเพิ่มไปเลยน่าจะดีกว่า ส่วนเรื่องรายละเอียดให้ถามจากวิศวกรผู้ควบคุมโครงการนะ” ภาวินท์ซีอีโอหนุ่มเจ้าของบริษัทรับสร้างบ้านและออกบ้านแบบครบวงจรบอกกับโฟร์แมนที่คุมโครงการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรสไตล์โมเดิร์นลักชูรี่ขนาดสามสิบยูนิตซึ่งวันนี้ชายหนุ่มเข้ามาคุยกับโฟร์แมนแทนหัวหน้าวิศวกรคุมโครงการซึ่งตอนนี้เขามีปัญหาส่วนตัวที่จะต้องไปจัดการจึงมาดูงานที่นี่ไม่ได้ “แล้วคุณเพลิงเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ” โฟร์แมนหนุ่มถามถึงโฆษิตหัวหน้าวิศวกรคุมโครงการซึ่งไม่มาทำงานหลายวันแล้ว “น่าจะอีกสองวันน่ะ ระหว่างนี้คุณก็ประกาศรับสมัครคนงานเพิ่มนะ” “คุณภาวินท์จะให้เรารับคนงานเพิ่มมากแค่ไหนครับ” “ก็แล้วแต่คุณเห็นสมควรเลย แต่ก็ดูหน่อยนะว่าคนงานใหม่ที่รับเข้ามาเคยมีปัญหากับคนงานของเราหรือเปล่า” เขาเตือนโฟร์แมนเพราะคนงานก่อสร้างบางครั้งก็มีแบ่งพรรคแบ่งพวกและเขาก็กลัวว่าคนงานที่รับมาใหม่จะไม่ถูกกับคนงานที่มีอยู่เดิมแล้ว “ได้ครับ ผมจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แล้วผมจะต้องแจ้งเรื่องนี้ไปที่คุณภาวินท์หรือคุณเพลิงครับ” “แจ้งไปที่เพลิงก็ได้เดี๋ยวเขาก็กลับมาแล้ว” “ได้ครับคุณภาวินท์ผมจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด” “ผมขอตัวกลับก่อนนะ ว่าแต่แถวนี้มีร้านอาหารใกล้ๆ ไหมผมยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่บ่าย” ภาวินท์มีประชุมที่บริษัทและไปตรวจงานอีกหลายที่ก่อนจะมาที่ไซต์งานในเวลาเย็นและคุยกับโฟร์แมนจนดึก “แถวนี้มีร้านอาหารตามสั่งกับร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าปากซอยครับคุณภาวินท์จะกินที่นี่ไหมครับ เดี๋ยวผมให้คนไปซื้อให้” “ไม่เป็นไรผมว่าจะแวะกินแล้วจะกลับเลย ผมไปล่ะ” “ครับ” ภาวินท์ขับรถออกมาจากโครงการหมู่บ้านจัดสรรเมื่อมาถึงหน้าปากซอยก็เห็นร้านอาหารอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อซึ่งมีทั้งร้านลุกชิ้นทอด ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารตามสั่งแต่ละร้านคนก็ค่อนข้างเยอะ เขาจึงเลือกร้านก๋วยเตี๋ยวเพราะดูแล้วน่าจะทำไวกว่าอาหารอย่างอื่น ชายหนุ่มสั่งก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามจากนั้นก็นั่งรับประทานด้วยความหิวเพราะตั้งแต่บ่ายยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด “ขอโทษนะคะตรงนี้มีคนนั่งมั้ยคะ” เสียงหวานเอ่ยถามทำให้คนที่กำลังก้มหน้ารับประทานก๋วยเตี๋ยวอยู่เงยหน้าขึ้นมองเขาก็สะดุดตากับใบหน้าสวยดวงตากลมโตของหญิงสาว ที่ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “คุณคะตรงนี้มีคนนั่งหรือเปล่าคะ” เธอถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเขาเอาแต่นิ่งและไม่ยอมตอบคำถามสักที “ไม่มีครับ” “ถ้างั้นฉันขอนั่งด้วยนะคะ” เพราะโต๊ะอื่นมีคนนั่งอยู่เต็มหมดแล้วจะเหลือก็แค่โต๊ะที่ชายหนุ่มนั่งเพียงตัวเดียวเท่านั้น “ได้ครับ” เมื่อเขาตอบตกลงให้เธอนั่งด้วยแล้วหญิงสาวก็วางกระเป๋าผ้าลงบนโต๊ะจากนั้นเธอก็เดินไปสั่งก๋วยเตี๋ยวและเดินกลับมานั่งอีกครั้ง เมื่อก๋วยเตี๋ยวของเธอมาเสิร์ฟหญิงสาวก็นั่งรับประทานอย่างเงียบๆ ในขณะที่ภาวินท์ก็รับประทานก๋วยเตี๋ยวหมดไปหนึ่งชามและกำลังสั่งแม่ค้าอีกชามเพราะทั้งหิวทั้งอร่อย ระหว่างที่รอก๋วยเตี๋ยวเขาก็เงยหน้ามองคนที่นั่งตรงข้ามแล้วยิ้มเมื่อเธอเงยหน้ามาสบตากับเขาพอดี “ปกติคุณมากินก๋วยเตี๋ยวที่นี่บ่อยเหรอคะ” หญิงสาวถามเมื่อเห็นท่าทางคล่องแคล่วในการสั่งก๋วยเตี๋ยวของชายหนุ่ม “ไม่หรอกครับบังเอิญผมผ่านมาน่ะ เห็นร้านนี้คนเยอะก็เลยแวะกินแล้วคุณล่ะมาบ่อยไหม” “ร้านนี้ร้านประจำของฉันเลยค่ะ นี่ขนาดฉันมาดึกแล้วนะคะคนยังเยอะขนาดนี้ ถ้ามาช่วงหัวค่ำแทบไม่มีที่นั่งเลยค่ะ” “ผมว่าก๋วยเตี๋ยวเขาอร่อยเหมือนกันนะครับ” ชายหนุ่มไม่รู้ว่าอร่อยจริงอย่างที่เธอพูดหรือเพราะเขาหิวมากกันแน่ แต่รสชาติก๋วยเตี๋ยวแบบไม่ต้องปรุงแบบนี้ถูกใจเขาเป็นอย่างมากจนต้องสั่งเพิ่มอีกหนึ่งชาม บทสนทนาหยุดอยู่แค่นั้นเมื่อแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวอีกชามมาเสิร์ฟเขารับประทานไปด้วยแอบมองหญิงสาวตรงข้ามไปด้วย จนกระทั่งอิ่มไปพร้อมกับเธอ ภาวินท์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะสแกนจ่ายแต่โทรศัพท์ของชายหนุ่มแบตเตอรี่หมดไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ “คุณมีพาวเวอร์แบงค์กับที่ชาร์จแบตไหมครับ” เขาถามหญิงสาวตรงหน้า “ไม่มีค่ะโทรศัพท์คุณแบตหมดเหรอคะ” “ใช่ครับ โทรศัพท์ผมแบตหมดแล้วผมจะจ่ายตังค์ได้ยังไงล่ะ” “คุณไม่พกกระเป๋าสตางค์เลยเหรอ” “ผมลืมไว้ที่ทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว ถ้าผมจะขอติดไว้ก่อนคุณว่าแม่ค้าเขาจะยอมไหม” “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะคุณบอกฉันเองว่าเพิ่งมากินที่นี่เป็นครั้งแรก ถ้างั้นผมขอยืมเงินคุณก่อนได้ไหมล่ะ ถ้าผมชาร์จแบตแล้วผมจะรีบโอนเงินคืนให้ค่าก๋วยเตี๋ยวประมาณเท่าไหร่” เขาถามหญิงสาวอย่างเกรงใจแต่มันก็เป็นทางเดียวที่เขาจะคิดได้ “คุณกินธรรมดาหรือพิเศษล่ะ” “ผมกินธรรมดา” “สองชามก็แปดสิบบาทแต่คุณไม่ต้องโอนเงินฉันหรอก” “ได้ยังไงล่ะ ผมกินผมก็ต้องจ่ายสิ จะให้ผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันมาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันมันน่าอายมากนะครับ” “ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน คุณทำอะไรให้ฉันสักอย่างสิ แล้วฉันจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้คุณเอง” หญิงสาวยื่นข้อเสนอ

บทที่ 2 ส่วนใหญ่เข้าหาเพราะเงิน

“ลองบอกมาก่อนสิว่าคุณจะให้ผมทำอะไรถ้าเกิดเป็นเรื่องผิดกฎหมายขึ้นมาผมก็ซวยแย่สิ” “โธ่...คุณไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายอะไรหรอกนะ ง่ายๆ เองตกลงไหม” “แน่นะครับ” “ค่ะ ฉันแค่จะขอยืมมือคุณแค่นั้น” “ยืมมือผมเอาไปทำอะไร” ชายหนุ่มมองเธออย่างสงสัย “เถอะน่า ตกลงไหมล่ะ” “อือ แล้วผมต้องทำยังไง” ภาวินท์ตอบตกลงเพราะเขาเองก็อยากจะรู้ว่าหญิงสาวจะทำอะไรต่อ “คุณนั่งจับช้อนกับตะเกียบไว้แบบนั้นนะ ทำเหมือนกำลังจะกินก๋วยเตี๋ยว ฉันขอถ่ายรูปคุณแป๊บเดียวเอง” “ถ่ายรูปเหรอ” “ก็ใช่นะสิ” “จู่ๆ จะมาถ่ายรูปกันได้ไง” “ฉันไม่ถ่ายให้เห็นหน้าคุณหรอกน่า ฉันถ่ายแค่ข้อมือเองนะ” “แล้วคุณจะเอารูปผมไปทำอะไร” “ฉันก็แค่จะโพสต์ลงในสตอรี่ว่าฉันมากินก๋วยเตี๋ยวกับผู้ชาย” “ผมว่าเหตุผลมันฟังดูแปลกๆ นะ” “ไม่แปลกหรอกน่าตกลงนะ” หญิงสาวไม่รอฟังคำตอบเธอถ่ายรูปเขาจากนั้นก็โพสต์ลงสตอรี่ทันที “นี่ไงคะ” พูดแล้วเธอยื่นโทรศัพท์ให้กับชายหนุ่มดู “ก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้หวานมาก คืออะไร” เขาอ่านข้อความใต้ภาพแล้วถามขึ้นและมองหน้าเธอสลับกับโทรศัพท์ “ก็หมายความว่าวันนี้ฉันมากินก๋วยเตี๋ยวกับผู้ชายไงล่ะ” “จะไม่มีปัญหาตามมาทีหลังแน่นะ” “ไม่หรอก เพราะไม่ได้เห็นหน้าคุณสักหน่อย” “แล้วทำไมคุณถึงโพสต์ลงไปแบบนั้นล่ะ” “ก็ฉันอยากจะให้คนอื่นรู้ไงว่าตอนนี้ฉันมีคนมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยแล้วไม่ได้กินคนเดียวอย่างเคย” “ถ้าเดาไม่ผิดคงอยากจะให้แฟนคุณหึงใช่มั้ยล่ะ” “เรียกว่าแฟนเก่าดีกว่าค่ะเพราะฉันกับเขาเลิกกันแล้วและตอนนี้ฉันก็กำลังมีคนใหม่” “คุณคงไม่ได้หมายถึงผมใช่มั้ย” “ฉันไม่ได้หมายถึงคุณหรอกค่ะ ก็แค่โพสต์ไปอย่างนั้นเอง เอาล่ะตกลงเราแยกกันตรงนี้นะเดี๋ยวฉันจะจัดการจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวให้” “คุณจะไม่ให้ผมโอนค่าก๋วยเตี๋ยวคืนให้แน่นะครับ” “ไม่ต้องหรอกแค่นี้ก็ถือว่าหายกันแล้ว” “เอาไว้เจอกันครั้งหน้าผมจะเป็นฝ่ายเลี้ยงคุณตกลงไหม” “ถ้าเราได้เจอกันอีกครั้งนะคะ แต่ฉันว่าคงยากค่ะ ไปก่อนนะคะ” หญิงสาวเดินไปชำระเงินค่าก๋วยเตี๋ยวสามชามจากนั้นก็เดินหายเข้าไปในซอย ภาวินท์มองตามอย่างไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เธอทำเท่าไหร่ แต่ก็นับว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่มีน้ำใจอยู่มาก เธอกับเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่เธอก็ชำระค่าก๋วยเตี๋ยวให้เขาซึ่งถ้าหากเธอไม่ทำแบบนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าแม่ค้าจะยอมให้เขาติดเงินค่าก๋วยเตี๋ยวไว้ก่อนไหม วันนี้เขารีบออกมาจากบริษัทจนไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์มาอีกทั้งแบตโทรศัพท์ก็หมดอีกด้วย ชายหนุ่มกลับมายังคอนโดมิเนียมของตัวเองในเวลาเกือบจะเที่ยงคืน เขาอาบน้ำแต่งตัวและมานั่งทำงานต่อดึก ภาวินท์เรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์และทำงานหาประสบการณ์อยู่สี่ปีก่อนจะลาออกมาเปิดบริษัทรับสร้างบ้านและออกแบบบ้านครบวงจรจากบริษัทเล็กๆ เมื่อหลายปีก่อนตอนนี้กลายเป็นบริษัทที่มีโครงการระดับใหญ่ซึ่งมันก็หมายถึงเขาต้องรับผิดชอบมากขึ้นด้วย ชายหนุ่มชวนรุ่นพี่และรุ่นน้องที่เคยเรียนด้วยกันเขามาทำงาน ด้วยกันอยู่หลายคน แม้ตำแหน่งที่เขาทำอยู่จะเป็นถึงเจ้าของบริษัทแต่ทุกครั้งที่ไซต์งานมีปัญหาเขาก็มักลงไปดูแลและช่วยวิศวกรที่คุมโครงการแก้ปัญหาเพราะตนเองก็ผ่านงานด้านนี้มาก่อนจึงมีประสบการณ์ค่อนข้างมากอยู่ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้จากครอบครัวชนชั้นกลางที่มีบิดามารดาทำงานรับราชการเป็นครูทั้งคู่และท่านก็ไม่เห็นด้วยเลยที่เขาลาออกจากบริษัทใหญ่เพื่อมาเปิดบริษัทของตัวเอง เนื่องจากบิดามารดาของเขากลัวว่าลูกชายจะไปไม่รอด แต่ภาวินท์ก็พิสูจน์ตัวเองให้ท่านทั้งสองเห็นแล้วว่าเขาสามารถประคับประคองบริษัทและขยายจนมันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปีเท่านั้น ชายหนุ่มทำให้บิดามารดาภูมิใจมากแต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่เขายังไม่สามารถทำให้บิดามารดาได้ตามที่ท่านร้องขอก็คือการแต่งงานและมีครอบครัว เพราะยังสนุกกับการใช้ชีวิตแบบนี้และไม่อยากมีข้อผูกมัดหรือพันธะกับใครทั้งนั้น ภาวินท์คิดว่าการใช้ชีวิตแบบนี้มันอิสระและมีความสุขมากกว่าการที่ต้องกลับบ้านไปเจอคนเดิมๆ กินข้าวกับคนเดิมๆ ซึ่งเขาคิดว่าตนเองไม่ได้ต้องการสิ่งนั้น ชายหนุ่มต้องการความสนุกและความตื่นเต้น เขาไม่มีผู้หญิงคนไหนที่คบอย่างจริงจังเพราะรู้ดีว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้ามาหาเขาไม่มีใครจริงจังกับเลย พวกเธอก็เห็นแก่เงินของเขาทั้งนั้น ที่เขาคิดแบบนี้ก็เพราะผู้หญิงบางคนเขาเคยคุยด้วยตอนที่ทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทพวกเธอไม่สนใจจะมองเขาด้วยซ้ำ แต่เมื่อกลายมาเป็นเจ้าของบริษัทพวกเธอกลับให้ความสนใจและอยากจะคุยด้วย ซึ่งมันทำให้เขาเข้าใจดีว่าพวกเธอไม่ได้ชอบที่ตัวตนของเขาแต่ชอบเงินของเขามากกว่า ตอนนี้ภาวินท์ยังไม่เจอผู้หญิงที่ชอบเขาด้วยใจจริงและคิดว่าคงยากมากที่จะเจอผู้หญิงแบบนั้นเนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาค่อนข้างดูถูกผู้หญิงและไม่เปิดใจคบหากับใคร

บทที่ 3 แค่พี่ชายคนหนึ่ง

พิมพ์พริมาเดินออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วลัดเลาะเข้ามาในซอยประมาณสามร้อยเมตรก็ถึงหอพัก หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปยังไม่ทันได้อาบน้ำเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เมื่อเห็นว่าคนที่โทรศัพท์เข้ามาคือเพื่อนสนิทก็รีบกดรับสายทันที “เรื่องมันเป็นยังไงเล่ามาเดี๋ยวนี้นะว่าน” ปลายสายรีบถามโดยที่พิมพ์พริมายังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไปเลยสักคำ “นุ่นหมายถึงอะไรว่านไม่เห็นเข้าใจที่นุ่นพูดเลย” “ไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย บอกนุ่นมานะว่าวันนี้ไปกินก๋วยเตี๋ยวกับใคร” “ไปกินคนเดียวสิจะให้กับใครล่ะ” พิมพ์พริมาคิดว่าที่อรนลินโทรศัพท์มาถามแบบนี้ก็เพราะเห็นรูปที่เธอเพิ่งจะโพสต์ลงไปเมื่อครู่แน่ๆ “แน่ใจเหรอว่านว่าไปกินคนเดียว แล้วรูปผู้ชายที่โพสต์มาล่ะหมายความว่ายังไง บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้นะ ตอนนี้มีแฟนใหม่แล้วเหรอ” นุ่นหรืออรนลินคาดคั้นอย่างต้องการคำตอบ “ไม่ใช่แฟนใหม่หรอกนุ่น” “แล้วเขาเป็นใคร” “ว่านก็ไม่รู้จักเหมือนกัน” “ไม่รู้จักเขาแล้วไปกินก๋วยเตี๋ยวกับเขาได้ยังไง อย่าโกหกหน่อยเลยน่า” “ว่านพูดเรื่องจริงนะ เราก็แค่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันเพราะโต๊ะมันเต็ม” “นุ่นไม่เชื่อหรอก บอกความจริงมาดีกว่าอย่าให้นุ่นสงสัยมากไปกว่านี้เลย” “ถ้าว่านบอกความจริง นุ่นสัญญาได้ไหมล่ะว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับคนอื่น” “สัญญาสิ ตกลงว่าเป็นใครแฟนใหม่ใช่ไหม” อรนลินถามเพื่อนด้วยความตื่นเต้นเพราะพิมพ์พริมาเพิ่งเลิกได้ประมาณสองเดือนแล้ว “เขาก็แค่คนที่มากินก๋วยเตี๋ยวแล้วบังเอิญนั่งตรงกันข้าม ว่านก็เลยขอถ่ายรูปเขาแล้วโพสต์น่ะ” “จะบ้าเหรอว่านถ้าเกิดเขารู้แล้วเขาเอาเรื่องขึ้นมาจะทำยังไง” “ไม่เอาเรื่องหรอกน่า” “เขายอมให้ว่านถ่ายเหรอ” “ก็ยอมสิเพราะว่านเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเขานะ” “นี่ถึงขั้นเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวผู้ชายเพื่อแลกกับรูปถ่ายที่เห็นแค่มือกับตัวเหรอ” “มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกบังเอิญเขามากินก๋วยเตี๋ยวแล้วโทรศัพท์เขาแบตหมดกระเป๋าตังค์เขาก็ไม่พกมาว่านเห็นใจก็เลยเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเขาแลกกับขอถ่ายรูปเขาน่ะ” “พวกมิจฉาชีพมาขอกินฟรีหรือเปล่าว่าน” “ไม่น่าจะใช่นะ เพราะดูท่าทางเขาก็แต่งตัวดีอยู่หรอก” “มันก็ไม่แน่หรอกนะเดี๋ยวนี้พวกมิจฉาชีพเยอะจะตาย ว่านอยู่คนเดียวแบบนี้ระวังด้วยนะเกิดเขาตามมาที่ห้องจะแย่เอา” “ไม่หรอกเรากินก๋วยเตี๋ยวเสร็จแล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายและคิดว่าคงไม่เจอกันอีก” “ว่านแน่ใจนะว่าที่เล่ามาทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องจริง” “ก็เรื่องจริงน่ะสิ นุ่นก็รู้ว่าตอนนี้ว่านยังเข็ดความรักและไม่อยากจะคบใครอีกแล้ว ขนาดคนที่คบกันมานานถึงสองปียังหักหลังกันได้ พูดแล้วมันเจ็บใจชะมัดเลย” “แล้วเรื่องเงินล่ะว่ายังไง” อรนลินถามเพื่อนเพราะรู้มาว่าหญิงสาวเปิดบัญชีร่วมกับชายหนุ่มคนรักเพื่อจะเก็บเงินแต่งงานด้วยกัน “ว่านเอาเงินส่วนของว่านคืนมาแล้ว” “เอามาครบใช่ไหม ไม่ใช่แบ่งครึ่งกันนะ” “โธ่....นุ่นคิดอะไรอยู่ ว่านเป็นนักบัญชีนะเรื่องนี้ไม่มีพลาดหรอก” “แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ แล้วยังไงล่ะลาออกจากที่ทำงานเก่ามาจะสองเดือนแล้วเมื่อไหร่จะเริ่มหางานทำสักที” “นุ่นพูดเหมือนรู้เลยนะว่าวันนี้ว่านเพิ่งไปสมัครงานมา” “จริงเหรอแล้วสมัครงานที่บริษัทไหนล่ะ” “บริษัทพีวีคอนสตรัคชั่นเป็นบริษัทรับสร้างบ้านและออกบ้านแบบครบวงจรนะ” “นุ่นเคยได้ยินชื่อมาบ้างนะแต่บริษัทเพิ่งเปิดมาได้ถึงสิบปีต่างจากบริษัทเดิมที่ว่านเคยทำงานมาเลย” “ไม่เป็นไรหรอกจะเพิ่งเปิดหรือเปิดมานานแล้วว่านก็ทำงานได้เหมือนกัน ขอให้เขารับเข้าทำงานก็พอ ตอนนี้ว่านเบื่อที่จะต้องอยู่เฉยๆ แล้ว” “แล้วเรื่องเงินเดือนล่ะว่าเรียกไปเท่าไหร่” “ว่านเรียกไปเท่ากับบริษัทเดิมนั่นแหละ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะโอเคกับเงินเดือนที่เรียกไปหรือเปล่านะ แต่สำหรับตัวว่านคิดว่าประสบการณ์ที่ว่านมีมามันก็มากพอที่จะเรียกเงินเดือนขนาดนั้น” “ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ว่านมาทำงานที่บริษัทนุ่นนะ” “เอาไว้ไม่มีใครรับเข้าทำงานจริงๆ แล้วว่าจะไปขอทำงานที่บริษัทของนุ่นนะ” “ได้เลย นุ่นอยากให้ว่านมาทำงานที่นี่นะพี่ชายของนุ่นก็อยากให้ว่านมาทำงานที่นี่ด้วยเหมือนกัน” อรนลินพูดถึงพี่ชายของตัวเองที่แอบชอบพิมพ์พริมามานานแล้ว เพื่อนของเธอก็รู้เรื่องนี้ดีจึงไม่คิดจะไปทำงานที่นั่น เพราะไม่อยากจะใกล้ชิดกับเขาเนื่องจากตนเองมองเขาเป็นแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น “เมื่อไหร่ว่านจะใจอ่อนให้พี่ชายนุ่นสักทีนะ” “ไม่มีทางหรอกว่านรู้จักกับพี่ณัฐมาเป็นสิบปียังไงว่านก็เห็นพี่ณัฐเป็นพี่ชายคนหนึ่ง” “น่าสงสารพี่ณัฐจังนะอุตส่าห์ชอบว่านมาตั้งนาน แต่ว่านก็ไม่เคยสนใจ คนดีๆ อย่างพี่ณัฐน่ะหายากนะว่าน” “ไม่ต้องมาพูดเข้าข้างพี่ชายของตัวเองเลย ว่านรู้ว่าพี่ณัฐน่ะเจ้าชู้จะตาย เขาก็แค่แกล้งจีบว่านไปอย่างงั้นแหละจริงๆ แล้วเขามีผู้หญิงอื่นอีกเยอะ” “ก็เพราะว่านไม่ยอมตกลงเป็นแฟนกับเขาไงล่ะ ไงพี่ชายของนุ่นก็เลยยังไม่จริงจังกับใครสักที” “ฝากบอกพี่ณัฐด้วยนะว่าอย่าคิดอะไรกับว่านเลยว่านเห็นเขาเป็นแค่พี่ชายจริงๆ” “นุ่นบอกจนไม่รู้จะบอกยังไงแล้วแต่พี่ชายของนุ่นฟังซะที่ไหนล่ะ นี่ก็ยังบอกให้นุ่นชวนว่านมากินข้าวที่บ้านในวันเกิดของเขาอยู่เลยนะ ว่านจะมาไหม” “คิดว่าไม่ไปดีกว่า” “ทำไมล่ะ เราไม่ได้เจอกันเจอกันสองอาทิตย์แล้วนะ นุ่นอยากคุยกับว่าน” “เอาไว้เรานัดเจอกันต่างหากดีกว่าถ้าว่านไปงานวันเกิดของพี่ณัฐเดี๋ยวพี่ณัฐก็จะคิดว่าว่านมีใจให้น่ะสิ” “ก็ได้ เดี๋ยวนุ่นจะนัดอีกทีนะ เสาร์อาทิตย์นี่แม่ให้ช่วยขับรถไปต่างจังหวัดให้น่ะ” “อือ นัดมาได้เลยตอนนี้ว่านว่างทุกวันอยู่แล้ว” อรนลินกับพิมพ์พริมาคุยกันอีกพักใหญ่ก่อนจะว่างสาย

อ่านต่อ