กรี๊ดดด!!!!!! เสียงกรีดร้องด้วยความดีใจของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 16 ทำให้พนักงานในแผนกที่มีกันอยู่เพียงแค่สี่คนหันไปมองด้วยความแปลกใจ “เบาๆ หน่อยวิวเดี๋ยวคนก็ตกใจกันทั้งบริษัทหรอก แล้วเป็นอะไรทำไมถึงกรี๊ดแบบนี้ล่ะ” พนิดาหรือพี่นิดหัวหน้าแผนกหันไปดุลูกน้องอย่างไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่ก่อนจะเดินมาใกล้ๆ เพราะเห็นท่าทางของลูกน้องสาวดูไม่ปกติเท่าไหร่ “นั่นสิวิวเป็นอะไรกรี๊ดเสียงดังเชียว” นัยนาหรือปอนด์ถามเพื่อนร่วมงาน “จะไม่ให้กรี๊ดได้ยังไงล่ะ ก็วิวถูกหวย” หญิงสาวพูดแล้วโบกลอตเตอรี่ในมือไปมา “อะไรนะถูกหวยเหรอ กรี๊ดดังแบบนี้ถูกรางวัลที่หนึ่งใช่ไหมได้เท่าไหร่หกล้านหรือสามสิบล้านล่ะวิว แล้วแบบนี้ยังจะมาทำงานอยู่อีกไหมนะ พี่ต้องเรียกว่าคุณหนูวิวแล้วใช่ไหม” หัวหน้าแผนกพูดด้วยความตื่นเต้น “ไม่ใช่รางวัลที่หนึ่งหรอกค่ะพี่นิด” “อ้าวแล้วถูกเท่าไหร่ อย่าบอกนะว่ากรี๊ดดังลั่นแบบนี้ถูกแค่สองตัวท้ายนะวิว” บุษกรรุ่นพี่อีกคนในแผนกพูดขึ้นมาบ้าง “ไม่ใช่หรอกค่ะพี่บุษแต่วิวถูกรางวัลที่สองค่ะ” “โอ้โห รางวัลที่สองใบหนึ่งก็ตั้งสองแสนเลยนะ แล้ววิวซื้อมากี่ใบซื้อเป็นชุดแบบห้าใบ สิบใบหรือเปล่า” นัยนาพูดด้วยความตื่นเต้นเพราะปกติแล้วเวลาตนเองซื้อลอตเตอรี่ก็มักจะซื้อเป็นชุดไม่เคยต่ำกว่าห้าใบเลยสักครั้ง “ไม่ใช่หรอกปอนด์ วิวซื้อชุดสองใบเอง แต่ก็ยังดีนะสองใบได้สี่แสน วิวขอลางานไปเที่ยวได้ไหมคะ” ก่อนหน้านี้เพื่อนๆ ของเธอชวนกันไปเที่ยวแต่วิรัลพัชรยังลังเลอยู่ “แหมพอมีเงินแล้วนึกอยากจะเที่ยวเลยเชียวนะทีแต่ก่อนนี่ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป แล้วแบบนี้จะเลี้ยงขนมพี่บ้างหรือเปล่าล่ะ” “เลี้ยงแน่นอนค่ะเดี๋ยววิวพาทุกคนไปเลี้ยงหมูกระทะเจ้าอร่อยหน้าโรงพยาบาลดีไหม” “พี่แค่ล้อเล่นจ้ะ วิวเก็บเงินไว้เถอะส่วนเรื่องไปกินหมูกระทะพี่ว่าต่างคนต่างจ่ายดีกว่าเพราะเวลาที่ซื้อหวยแล้วไม่ถูกก็ไม่มีใครช่วยวิวจ่ายเงิน” “พี่เห็นด้วยกับพี่นิดนะเรื่องไปกินหมูกระทะเอาไว้สิ้นเดือนพวกเราค่อยไปกินพร้อมกันนะ” บุษกรพูดเสริม “งั้นพรุ่งนี้กลางวันวิวเลี้ยงกาแฟทุกคนดีไหมคะ” “แบบนั้นก็ได้จ้ะ” “พี่นิดอย่าลืมให้วิวลางานไปเที่ยวนะคะ” “ลาได้แต่ต้องลาอย่างถูกระเบียบ ว่าแต่จะเที่ยวที่ไหนล่ะ เมืองไทยหรือต่างประเทศ” “แค่ในประเทศค่ะ รอให้ถูกรางวัลที่หนึ่งค่อยไปต่างประเทศค่ะ” “เดี๋ยวนี้ทัวร์ต่างประเทศทุกถูกมีเยอะแยะไปนะ ไม่แพงหรอก” “แต่วิวเสียดายเงินค่ะแค่ไปเที่ยวในประเทศก็พอ อีกอย่างวันลาของวิวเหลือแค่ไม่กี่วันเองค่ะ” “จะไปที่ไหนพี่ไม่ว่าหรอกแต่ขอให้ทำทุกอย่างตามระเบียบเอาล่ะ ทีนี้ก็ไปทำงานได้แล้วเหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะเลิกงาน” ทุกคนแยกย้ายกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองวิรัลพัชรทำงานไปยิ้มไปเธอรู้สึกมีความสุขมากๆ เงินที่ได้มามันมากเกินกว่าที่คิดไว้หญิงสาวไม่เคยจับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยวางแผนไว้ในหัวแล้วว่าจะแบ่งเงินออกเป็นสามส่วนส่วนหนึ่งจะเอาไปเที่ยวอีกส่วนหนึ่งไว้เก็บส่วนอีกส่วนหนึ่งจะแบ่งให้แม่แต่เธอจะไม่บอกท่านว่าเธอถูกหวยเพราะถ้าท่านรู้ท่านก็จะขอมากกว่าที่เธอจะให้ ไม่ใช่ว่าวิรัลพัชรไม่อยากจะให้เงินมารดาได้ใช้แต่เธอก็ต้องเก็บเงินไว้ใช้จ่ายส่วนตัวบ้าง หลังจากเรียนจบแล้วหญิงสาวก็ย้ายออกมาอยู่ห้องเช่าเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ส่วนมารดาของเธอก็อาศัยอยู่กับสามีใหม่ที่บ้านของเขา หญิงสาวให้เงินมารดาใช้เดือนละสองพันบาทเพราะเงินเดือนของเธอไม่ได้สูงมากเท่าไหร่ เมื่อได้เงินจากการถูกลอตเตอรี่ครั้งนี้เธอก็เลยคิดว่าเดือนหน้าจะให้มารดาสักก้อนหนึ่ง โดยจะบอกว่าเป็นเงินโบนัสที่ได้จากการทำงาน ไม่รู้ว่ามารดาจะเชื่อหรือเปล่าเพราะเธอเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ได้เพียงปีกว่าเท่านั้น วิรัลพัชรเรียนจบบัญชีจากมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งจากนั้นก็สมัครเข้าทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ จากแต่เดิมคิดว่าตนเองจะไปสมัครสอบเป็นพนักงานราชการแต่ระหว่างรอให้มีการสอบหญิงสาวก็สมัครทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ก่อน แม้เงินเดือนที่ได้ไม่ค่อยสูงเท่าไหร่แต่ก็ยังมีเงินโอทีให้เธออีกทั้งสวัสดิการของโรงพยาบาลก็ค่อนข้างดี มีค่าใช้ค่ารักษาพยาบาลมี วันลาพักร้อนวันหยุดไม่ต่างอะไรกับงานราชการเลย หลังเลิกงานวิรัลพัชรรีบตรงไปยังร้านจำหน่ายลอตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อขึ้นเงิน เมื่อเจ้าของร้านโอนเงินเข้าบัญชีแล้วหญิงสาวก็ยิ้มก่อนจะรีบโอนเงินส่วนหนึ่งเข้าบัญชีฝากประจำและซื้อสลากออมทรัพย์เพิ่มอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันส่วนที่จะให้มารดานั้นก็แยกเอาไว้ต่างหากและคิดว่าสิ้นปีค่อยให้ท่านเพราะถ้าให้ตอนนี้มันก็ดูผิดปกติมาก หลังจากได้เงินแล้วเธอก็แวะร้านอาหารตามสั่ง ที่อยู่ใกล้กับที่พัก “พี่จอยคะขอ ข้าวกะเพราทะเล ไข่ดาวเอาข้าวน้อยๆ แล้วก็ต้มจืดเต้าหู้สาหร่ายชามหนึ่งค่ะ” “ไปหิวมาจากไหนเหรอวิวสั่งเสียเยอะเชียว” พี่จอยแม่ค้าอาหารตามสั่งอดถามไม่ได้เพราะปกติแล้ววิรัลพัชรมักจะทานอาหารจานเดียวเท่านั้น แต่วันนี้หญิงสาวมาแปลกเพราะนอกจากจะสั่งกะเพราทะเลเพิ่มไข่ดาวแล้วเธอยังสั่งต้มจืดมาทานอีกด้วย “วันนี้ทำงานหนักนิดหน่อยค่ะพี่จอย ก็เลยจะจะกินเยอะๆ” “กินเยอะแบบนี้ไม่ใช่แอบถูกหวยนะ” “ทำไมพี่จอยถึงคิดว่าวิวจะถูกหวยเหรอคะ” หญิงสาวตกใจกับคำพูดของแม่ค้าเพราะถ้าพี่จอยรู้เรื่องที่เธอถูกลอตเตอรี่อีกไม่นานมารดาของเธอจะต้องรู้แน่ๆ “ก็คนในตลาดเขาคุยว่าแผงลอตเตอรี่มีคนซื้อรางวัลที่สองไป แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร แม่ค้าก็จำไม่ได้แต่บอกแค่ว่าเป็นผู้หญิงสวยๆ น่ะพี่ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นวิว” “พี่จอยคะถ้าวิวถูกหวยขนาดนั้นวิวไม่มากินอาหารตามสั่งหรอกค่ะ วิวคงไปนั่งกินอาหารบนห้างหรูๆ แล้ว” “นั่นสินะ ถ้าถูกหวยเยอะขนาดนั้นจนมากินอาหารตามสั่งร้านพี่ทำไม เอาล่ะไปนั่งรอเลยเดี๋ยวพี่จะรีบทำให้” “ขอบคุณค่ะพี่จอย”
เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องดังสามครั้งก่อนที่ประตูห้องทำงานของซีคุณานนท์ซีอีโอหนุ่มเขาของบริษัทนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์เปิดออก ผู้ที่เข้ามาคือชายหนุ่มรูปร่างสูงหน้าตาดีเขานั่งลงตรงข้ามกับเขาของห้องโดยไม่ต้องขออนุญาตหรือรอให้มีใครเชิญ “ว่าไงวะมาหากูถึงที่นี่มีธุระด่วนเหรอ” คุณานนท์ถามแขกที่เดินเข้ามา “ไม่ด่วนหรอกแต่ช่วงนี้กูกำลังเบื่อเซ็งอยากชวนมึงไปเที่ยว” “เที่ยวไหนวะ มึงเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเองไม่ใช่เหรอ” “เออก็เพราะกูเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศนี่แหละก็เลยเซ็งมาก” รัชกฤชหรือเบสพูดแล้วส่ายศีรษะบ่งบอกว่าเซ็งอย่างเต็มที่ “อะไรวะไปเที่ยวมาแล้วเซ็งมีอะไรหรือเปล่า” “ก็ก้อยแฟนกูน่ะสิเธอจะให้กูซื้อกระเป๋าให้ แต่กูก็พูดขึ้นว่าเหมือนเคยเห็นเธอมีใบนี้อยู่แล้วแค่นั้นแหละก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้วบอกเลิกกูไปเลย” “อ้าวทำไมเขาบอกเลิกมึงง่ายๆ แบบนั้นเหรอวะ กระเป๋าราคาเท่าไหร่กันเชียวทำไมมึงถึงไม่ซื้อให้เขา” คุณานนท์ถามด้วยความแปลกใจเพราะเพื่อนของตนก็มีฐานะ “ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ราคาว่ะ” “แล้วประเด็นมันอยู่ตรงไหน” “ประเด็นคือกูลืมว่ากูไม่เคยซื้อใบนี้ให้เขา แต่กูซื้อให้ผู้หญิงอีกคน” “นั่นไงกูว่าแล้วสักวันความเจ้าชู้จะทำให้มึงต้องปวดหัว แล้วทีนี้เอายังไงมาชวนกูไปเที่ยวแบบนี้ก้อยเขาไม่ว่าเหรอ” “เขาบอกเลิกกูไปแล้ว” “มึงนี่คบใครไม่เคยเกินสามเดือนเลย” “เออกูมันเป็นประเภทเบื่อง่าย แล้วตกลงมึงจะไปเที่ยวกับกูมั้ย” “ไปที่ไหนเมื่อไหร่ล่ะ ตอนนี้งานกูยุ่งมากๆ” “อาทิตย์หน้าฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพะงัน” “นี่มึงกะไปหาสาวๆ ในงานเลยใช่ไหมวะ แต่ส่วนใหญ่เขาว่าจะมีแต่ชาวต่างชาตินะมึง” “เออ ก็นั่นแหละเบื่อที่จะคบคนไทยแล้ว มึงไปกับกูไหมเผื่อจะหาสาวเด็ดๆ แก้เครียดสักคน” “มึงลองชวนไอ้กันต์ด้วยสิไปกันสามคนจะได้สนุกดี” ชายหนุ่มหมายถึงกันต์พลเพื่อนสนิทอีกคน “เออ กูลองมาชวนมึงก่อนถ้ามึงตกลงไปมันก็น่าจะไปด้วยกันนั่นแหละ อย่าลืมนะมึงครั้งนี้ไปเที่ยวกันในนามคนโสด” “ขอให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่พอน้องก้อยโทรมาง้อขอคืนดีมึงก็กลับไปคบกับเขาอีก” “มึงเคยเห็นกูเลิกกับใครแล้วกลับไปคบไหมล่ะ ไม่มีทางหรอก ว่าแต่มึงเถอะไปเที่ยวกับกูได้แน่นะ คุณย่าไม่ได้ให้พาไปไหนใช่ไหม” “ถ้าบอกล่วงหน้าแบบนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร กูจะได้บอกย่าไปก่อน ถ้าเขาจะไปธุระที่ไหนก็จะได้รีบจัดการก่อนเดินทาง” “เออถ้างั้นกูรบกวนมึงแค่นี้แหละ” “นี่สรุปมึงมาชวนกูไปเที่ยวอย่างเดียวเหรอ เรื่องแค่นี้โทรมาก็ได้” “พอดีกูมีธุระมาติดต่องานแถวนี้น่ะ ก็เลยแวะมาหามึงไปก่อนนะ ถ้ายังไงศุกร์หน้าเจอกันที่สนามบินเรื่องตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวกูจัดการเอง” “นี่อยากให้กูไปถึงขนาดจองตั๋วเครื่องบินให้กูเลยเหรอวะ” “เออสิวะเดี๋ยวกูให้เลขาจัดการให้จองตั๋วเรื่องที่พักให้ทุกคนเอง แต่บอกไว้ก่อนเลยนะเว้ยว่าครั้งนี้นอนบ้านพักคนละหลังและต้องไม่ใกล้” “กันทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยวะ” “เอาน่าพวกเราจะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ไง” “แล้วแต่มึงจัดการเถอะ ถ้ายังไงให้เลขามึงโทรมาเตือนกูก่อนวันเดินทางด้วยนะ เผื่อกูจะลืม” “เออเดี๋ยวกูให้เขาจัดการเอง ไปก่อนนะ” เมื่อเพื่อนเดินออกจากห้องไปแล้วคุณานนท์ก็นั่งทำงานต่อจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานชายหนุ่มก็ขับรถกลับบ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้เขาอาศัยอยู่กับคุณย่าตามลำพัง ส่วนบิดามารดาของเขาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งกับพี่สาวแต่ก็อยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ “คุณย่าเย็นนี้ทำอะไรให้ผมกินครับ” คุณานนท์เข้ามากอดคุณชมนาดผู้เป็นย่าอย่างประจบเขาเป็นหลานรักของคุณย่าและสนิทสนมกับคุณย่ามากกว่าหลานคนอื่นๆ “เย็นนี้ย่าทำอาหารง่ายๆ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่พอจะกินได้ไหมล่ะ” “ได้สิครับคุณย่าทำอะไรก็อร่อยหมดทุกอย่างแหละ” “แต่วันนี้ย่าไม่ได้ทำเองนะอย่าให้ป้าสำรวยเขาเป็นคนทำ “แต่หน้าตามันก็น่ากินมากเลยนะ ครับถ้าเป็นสูตรของคุณย่ายังไงก็อร่อย เรากินเลยดีไหมครับคุณย่าผมหิวมากๆ” แล้วย่ากับหลายชายคนโปรดก็นั่งรับประทานอาหารค่ำกันจนอิ่มจากนั้นชายหนุ่มก็ประคองคุณย่ามานั่งหน้าทีวีเพื่อจะรอดูละครช่วงหัวค่ำ “คุณย่าครับอาทิตย์หน้าย่ามีธุระจะให้ผมขับรถไปไหนหรือเปล่า” “ย่าว่าจะให้ขับรถไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน ถ้านนท์ไม่ว่างให้สมจิตรขับไปก็ได้ ที่ถามย่าแบบนี้เราจะไปเที่ยวไหนล่ะ” “ไอ้เบสมันชวนผมไปเที่ยวทะเลครับ ก็เลยว่าจะไปเที่ยวกับมันสักหน่อยน่าจะค้างที่นั่นสองคืนคุณย่าอยู่คนเดียวได้ไหม” “ได้สิย่าอายุปูนนี้แล้วอยู่คนเดียวได้สบายมาก ว่าแต่เราเถอะไปเที่ยวครั้งนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่นะ” “ครับคุณย่า” “ย่าว่าช่วงนี้หลานของย่าทำงานหนักมากเกินไปแล้ว แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนหาหลานสะใภ้ให้ย่าล่ะย่าอยากจะอุ้มเหลนแล้วนะรีบมีเหลนให้ย่าอุ้มก่อนที่ย่าจะไม่มีแรง” “คุณย่าของผมยังแข็งแรงอยู่เลยอย่าพูดแบบนี้สิ ส่วนเรื่องอุ้มเหลนรับรองผมจะรีบหาให้คุณย่าอุ้มเร็วที่สุด” “อย่ามาพูดให้ย่าดีใจไปหน่อยเลย ย่าล่ะกลัวว่าเราจะเป็นโสด พี่สาวเรานั่นก็อีกคนไม่รู้เมื่อไหร่จะแต่งงานสักที” “คุณย่าก็หาผู้ชายให้พี่นันสิครับหลานของเพื่อนคุณย่าก็มีโสดหลายคน” เขารีบผลักเรื่องนี้ไปให้กับพี่สาวเพราะตนเองไม่พร้อมจะมีครอบครัว “เดี๋ยวย่าจะลองหาดูแล้วกันแล้ว ช่วงนี้นนท์ได้เจอพี่เขาบ้างหรือเปล่า” “เมื่อวานผมก็เพิ่งไปเจอที่โรงพยาบาลมาเองครับ” “ฝากบอกให้นันมาหาย่าด้วยนะ ย่าไม่ได้เจอหน้ามาหนึ่งเดือนแล้วไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง” “ได้ครับคุณย่าเดี๋ยวผมจะโทรบอกพี่นันให้เขามาหาคุณย่า เอาเป็นวันศุกร์หน้าดีไหมช่วงที่ผมไม่อยู่คุณย่าจะได้ไม่เหงา” “ได้สิ” “ถ้างั้นผมขอตัวอาบน้ำแล้วไปทำงานต่อก่อนนะครับคุณย่าจะได้ดูละคร” “อย่าทำงานจนดึกจนดื่นนะลูก หาเวลาพักบ้าง” “ครับคุณย่าผมรักคุณย่านะ” ชายหนุ่มหอมไปที่แก้มของคุณชมนาดสองข้างจากนั้นก็เดินขึ้นไปบริเวณชั้นสองของบ้านซึ่งเป็นห้องนอนและห้องทำงานของเขา
“น่าเสียดายจังนะปูเป้ที่หลินไม่ได้มากับเรา” วิรัลพัชรพูดอย่างเสียดายเมื่อวันนี้หลินหรือนลินภัสไม่ได้เดินทางมาเที่ยวกับเธอตามที่ได้ชวนกันไว้ ทำให้หญิงสาวต้องเดินทางมาเที่ยวเกาะพงันกับพิมพ์วดีและอลันแฟนหนุ่ม “นั่นสิแบบนี้วิวก็น่าจะเหงาแย่เลยคืนนี้ให้เราไปนอนห้องเดียวกับวิวดีไหม” “อย่าเลยนานๆ อลันเขาถึงจะกลับมาหาปูเป้สักทีไปนอนกับแฟนเถอะวิวอยู่คนเดียวได้เผลอๆ คืนนี้อาจจะได้หนุ่มกลับมานอนด้วยสักคน” “พูดเป็นเล่นน่า อย่างวิวน่ะเหรอจะพาใครไปนอนด้วยขนาดแฟนที่คบกันมาเกือบปีวิวยังไม่เคยพาไปค้างที่ห้องเลย” พิมพ์วดีพูดอย่างรู้ทันเพราะเพื่อนของเธอคนนี้ค่อนข้างจะหัวโบราณมากต่างจากเธออย่างลิบลับ “แหมก็ตอนนั้นวิวยังเรียนไม่จบนี่ปูเป้ แต่ตอนนี้วิวเรียนจบแล้วมีงานทำอายุก็ยี่สิบสี่แล้วนะมีซัมติงกับใครสักคนก็ไม่น่าจะแปลก” “ขอให้มันจริงเถอะ เดี๋ยวพวกเราเอาของเข้าไปเก็บนะ บ้านพักของวิวอยู่หลังริมสุดนะ ส่วนหลังตรงกลางไม่แน่ใจว่าเป็นของใครของเราอยู่ถัดไปอีกสองหลังถ้ามีอะไรก็ไปเคาะเรียกได้นะ สักทุ่มหนึ่งเราค่อยออกไปกินข้าวกันนะ แล้วปูเป้จะโทรหา” “ได้จ้ะ” วิรัลพัชรเดินแยกจากเพื่อนเข้ามายังบ้านพักของตนเองหลังริมสุด การมาเที่ยวครั้งนี้ผิดแผนไปนิดหน่อยเพราะเพื่อนอีกคนที่บอกว่าจะเดินทางมาด้วยเกิดป่วยกะทันหันทำให้คืนนี้วิรัลพัชรต้องค้างอยู่ที่บ้านพักคนเดียว เพราะถ้าจะให้พิมพ์วดีมานอนด้วยก็รู้สึกเกรงใจเนื่องจากเธอพาแฟนชาวต่างชาติมาเที่ยวด้วย วิรัลพัชรคิดว่าการอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ค่อนข้างอิสระและมีความเป็นส่วนตัวมาก เธอคิดว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ตนเองจะสนุกอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลอะไร หลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้ววิรัลพัชรก็ขอตัวกลับมาที่พักส่วนปูเป้และแฟนหนุ่มก็พากันไปเดินเที่ยวบริเวณชายหาดก่อนจะนัดเจอกันอีกทีในเวลาสี่ทุ่มซึ่งเป็นเวลาที่ปาร์ตี้น่าจะกำลังสนุกเลยทีเดียว “ปูเป้อยากออกมาเที่ยวตอนไหนก็มาเลยไม่ต้องห่วงวิวหรอกวิวมาคนเดียวได้ ดูท่าทางอลันเขาอยากจะสนุกกับงานนี้มากๆ” “แต่วิวจะเที่ยวคนเดียวได้เหรอ เท่าที่พวกเราเดินผ่านเมื่อกี้บริเวณที่จัดงานมีผู้ชายค่อนข้างเยอะกว่าผู้หญิงนะ” “ไม่เป็นไรหรอกวิวดูแลตัวเองได้ ปูเป้กับอลันไม่ค่อยได้เที่ยวด้วยกันใช้ชีวิตใช้เวลาอยู่ด้วยกันเต็มที่เลยนะ” “แน่ใจนะว่าคืนนี้จะเที่ยวคนเดียว” “แน่ใจสิวิวไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะปูเป้สบายใจได้เลย” “ถ้าเปลี่ยนใจก็ไลน์มาบอกได้ ปูเป้รู้สึกเป็นห่วงวิวยังไงก็ไม่รู้” พิมพ์วดีรู้สึกผิดที่จะปล่อยให้เพื่อนเที่ยวคนเดียวตามลำพังเพราะเป็นคนชวนวิรัลพัชรมาเที่ยว “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกวิวสบายมาก” วิรัลพัชรบอกพิมพ์วดีเพื่อให้เพื่อนสบายใจอีกอย่างคืนนี้เธอก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะเที่ยวให้สนุกอย่างเต็มที่เพราะคงไม่มีโอกาสมาเที่ยวแบบนี้บ่อยๆ อย่างแน่นอน หญิงสาวกลับเข้ามาที่บ้านพักจากนั้นก็เปลี่ยนชุดจากกางเกงขายาวเสื้อเชิ้ตเป็นกางเกงยีนขาสั้นกับเสื้อกล้ามสีขาวตามแบบวัยรุ่นชอบใส่ ก่อนจะเดินมาบริเวณริมหาดที่มีการจัดงานฟูลมูลปาร์ตี้ ตอนนี้ทุกคนในงานกำลังสนุกสนานเป็นอย่างมาก หญิงสาวเดินไปซื้อเครื่องดื่มสำหรับตัวเองหนึ่งขวดจากนั้นก็เดินเข้าไปในบริเวณนักท่องเที่ยวกำลังเต้นกันอยู่ เสียงเพลงดังกระตุ้นให้รู้สึกตื่นตัวเธอดื่มไปด้วยเต้นไปด้วย ไม่นานก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาชวนเราคุยหญิงสาวคุยพักใหญ่แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยโอเคเพราะเขาพูดเหมือนจะชวนเธอไปนอนด้วย วิรัลพัชรจึงขอตัวมาซื้อเครื่องดื่มเพิ่ม ก่อนจะกลับเข้าไปสนุกสนานท่ามกลางเสียงเพลงอีกครั้งเธอดื่มไปหลายขวดจากนั้นก็มีผู้ชายอีกคนหนึ่งเขามาชวนคุย หญิงสาวรู้สึกสนุกที่ได้คุยกับเขาแต่ไม่ได้ถามชื่อเพราะไม่คิดว่าไม่มีความจำเป็นเนื่องจากคืนนี้ทุกคนก็น่าจะออกมาหาความสุขโดยไม่สนใจว่าใครเป็นใคร เมื่อเต้นจนเหนื่อยก็ขอตัวกลับ แต่เขาก็อาสาเดินมาส่ง “ดูท่าทางคุณน่าจะเมามากเลยนะ แบบนี้จะกลับที่พักถูกไหม” “ถูกสิที่พักของฉันอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก” “ดึกแบบนี้มันอันตรายให้ผมเดินไปส่งดีกว่าไหม” หญิงสาวส่ายศีรษะเพราะคิดว่าตัวเองจะเดินกลับได้ “ไม่เป็นไรค่ะฉันเดินกลับเองได้คุณไปสนุกให้เต็มที่เถอะ ยินดีที่ได้เจอกันนะคะ” หญิงสาวยิ้มให้เขาจากนั้นก็เดินกลับ ระยะทางจากบริเวณจัดงานมายังที่พักของเธอนั้นอยู่ห่างประมาณเกือบหนึ่งกิโลเมตรทำให้ใช้เวลาเดินค่อนข้างนานเธอไม่รู้เลยว่าตลอดเวลานั้นผู้ชายที่เธอคุยด้วยเมื่อครู่เขาเดินตามเธอมาอยู่ข้างหลัง คุณานนท์สังเกตว่าคืนนี้หญิงสาวมาเที่ยวคนเดียวเขาจึงอยากจะเข้าไปทำความรู้จักเพราะถูกชะตากับใบหน้าเรียวรูปไข่กับและดวงตากลมโต ดูแล้วเธอเหมือนกับเด็กนักศึกษาที่หนีผู้ปกครองมาเที่ยวชายหนุ่มอยากจะรู้จักเธอให้มากขึ้นอยากจะถามว่าเธอชื่ออะไรและที่เดินตามเธอมาก็เพราะอยากจะทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น ชายหนุ่มคิดว่าเธอน่าจะเป็นผู้หญิงที่กล้ามากคนหนึ่งเนื่องจากการมาเที่ยวสถานที่แบบนี้คนเดียวมันค่อนข้างอันตรายแต่ดูเหมือนเธอจะไม่กลัวอะไรเลยและเขาก็ชอบผู้หญิงที่กล้าแบบคุณานนท์คิดว่าเธอก็คงเหมือนคนอื่นๆ ที่มาเที่ยวมาสนุกสนานเหมือนกันผู้หญิงที่เขาเคยเจอเมื่อครั้งมาเที่ยวที่นี่เมื่อหลายเดือนก่อน ครั้งนั้นเขากับเธอเจอกันในงานจากนั้นก็ไปต่อกันที่ห้องพอรุ่งเช้าต่างก็แยกย้ายเขายังไม่ได้ถามชื่อเธอด้วยซ้ำ คุณานนท์เดินตามเธอมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบ้านพักของเธอซึ่งมันบังเอิญมากว่าอยู่ติดกับบ้านพักของเขา “บังเอิญจังเลยนะครับที่บ้านพักของเราอยู่ติดกัน” เสียงที่ดังมาข้างหลังทำให้วิรัลพัชรตกใจก่อนจะรีบหันมามอง “นี่คุณตามฉันมาเหรอ” “ผมไม่ได้ตามคุณผมก็บอกอยู่นี่ไงว่ามันบังเอิญมากๆ ว่าผมพักอยู่บ้านหลังนี้” “ฉันไม่เชื่อหรอก” “ไม่เชื่อเดี๋ยวผมจะเปิดประตูเข้าไปให้ดูนะ” ชายหนุ่มหยิบกุญแจในกระเป๋ากางเกงเปิดประตูเข้าไปเพื่อให้เธอเห็นว่าเขาเป็นเจ้าของห้องพักห้องนี้จริงๆ “บังเอิญจริงด้วย” “ไหนๆ เราก็บังเอิญพักห้องใกล้กันแล้วนั่งคุยกันหน่อยดีไหมคุณง่วงหรือยัง” “ไม่ง่วงหรอกแค่เมานิดหน่อย” หญิงสาวตอบไปตามความจริงเพราะปกติเป็นคนไม่ค่อยดื่มแต่คืนนี้เธอดื่มมากว่าทุกครั้งเนื่องจากบรรยากาศและเสียงเพลงที่สนุกจนดื่มเพลิน “เมานิดหน่อยแสดงว่ายังดื่มต่อได้อยากดื่มอะไรไหมล่ะ ในห้องผมมีเครื่องดื่มอยู่หลายอย่างเลย” “ไม่เป็นไรในห้องฉันก็มีเดี๋ยวฉันขอเข้าห้องน้ำก่อนแล้วจะออกมาดื่มด้วย” “ผมก็จะเข้าไปเอาเครื่องดื่มของผมเหมือนกันเดี๋ยวเราออกมานั่งคุยกันตรงมานั่งข้างหน้านะ” “ค่ะ” วิรัลพัชรเดินเปิดประตูเข้ามาในห้องตัวเองหยิบเครื่องดื่มให้ในตู้เย็นออกมาหนึ่งขวด พอออกมาด้านนอกห้องก็เห็นเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว