เฮเลน่า กิ๊บสันขมวดคิ้วแน่นด้วยความเป็นกังวล ขณะที่เธอจ้องมองผลของที่ตรวจครรภ์ ความตึงเครียดที่เธอสะสมเอาไว้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ดูเหมือนจะจางหายไปในที่สุดเมื่อเธอเห็นผลตรวจขึ้นเป็นขีดเดียว “ปัง!” เสียงประตูห้องน้ำถูกกระแทกให้เปิดออกอย่างรุนแรง ทำให้เฮเลน่าสะดุ้งจากความโล่งใจไปชั่วขณะ ใบหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกอย่างแท้จริง ขณะที่เธอหันไปทางเสียงนั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเพราะความหวาดกลัว ชายคนนั้นพุ่งเข้ามาและตะโกนเสียงดังด้วยความหงุดหงิด “คุณอยู่ในนี้มานานมากแล้ว! ตรวจเสร็จหรือยัง? ท้องหรือเปล่า? เฮเลน่ายืนตัวสั่น ใบหน้าของเธอซีดเผือด ในเวลานี้ไฝแดงเล็กๆ ที่หางตาของเธอก็หม่นลงเพราะความกลัว ชายที่อยู่ตรงหน้าเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่เธอและฉีกเธอเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ เขาคว้าแขนเธออย่างแรง ดวงตาของเขาแดงก่ำและน้ำเสียงก็ดูห้าวหาญ “ที่ตรวจครรภ์ล่ะ? เอามาให้ผมดู” เฮเลน่ายื่นที่ตรวจครรภ์นั้นไปหาเขาด้วยมือที่สั่นเทา เขาคว้ามันไว้ จู่ๆ ก็หัวเราะอย่างเยาะเย้ย ขณะที่ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความดุร้ายและอันตราย เฮเลน่ารู้ว่านี่มันเป็นสัญญาณที่เขากำลังจะโกรธจัด อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ การเข้าหาของชายคนนี้ช่างอ่อนโยนอย่างน่าตกใจ ขณะที่เขาลูบแก้มของเธอนั้น ความโหดร้ายของเขาถูกปกปิดไว้ด้วยความอ่อนโยน “ไม่เป็นไรนะ ที่รัก” วันนี้เราจะลองกันอีกครั้ง ถ้าคุณยังไม่ท้องอีก ผมก็คงต้องทิ้งคุณไว้ที่นั่นอย่างถาวรเลยล่ะ” ดวงตาของเฮเลน่าฉายแววเย็นชาอย่างที่สังเกตได้ยาก เพียงแค่ใบหน้าของเธอนั้นยังคงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยน้ำตาที่แตกสลาย ชายคนนั้นพอใจกับท่าทีที่ดูเปราะบางของเธอ จึงจับข้อมือเธอแน่นขึ้น และพาเธอไปอีกห้องหนึ่ง “ปัง!” ประตูถูกกระแทกให้ปิดลง ส่งเสียงสะท้อนไปทั่วทั้งห้อง ขณะที่ผู้หญิงคนอื่นๆ ในห้องต่างก็หันหน้ามาพร้อมกัน ใบหน้าของทุกคนดูสิ้นหวัง เช่นเดียวกับเฮเลนา พวกเธอถูกขังอยู่ในบ้านเช่าแห่งนี้ เฝ้ารอชะตากรรมของตนเองในฐานะของเล่นที่จะสร้างความสุขให้กับชนชั้นสูงบนเกาะอันห่างไกลแห่งหนึ่งในเอย์รี หนึ่งเดือนก่อน เฮเลน่าถูกบังคับให้มาที่นี่ เธอเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลกิ๊บสัน พ่อของเธอพึ่งพาความช่วยเหลือจากบ้านทางฝั่งแม่ของเธอที่มีฐานะร่ำรวย น่าเสียดายที่แม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก เวลาไม่ถึงสามเดือน พ่อของเธอก็แต่งงานใหม่ ทำให้เฮเลนามีน้องสาวต่างมารดาชื่อยูนิส กิ๊บสัน การสูญเสียลูกสาวทำให้คุณตาของเฮเลนาเสียใจอย่างมาก ส่งผลให้สุขภาพของท่านทรุดลงและเสียชีวิตในที่สุด จากนั้นเฮเลนาก็กลายเป็นคนที่ไม่มีตัวตนในครอบครัว เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เฮเลน่าจึงเก็บตัวอยู่คนเดียว เธอไม่ได้แย่งชิงอะไรกับยูนิส อย่างไรก็ตาม ยูนิสและแม่ของเธอมีเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตของเฮเลน่าต้องลำบาก โดยทำให้เธอกินไม่อิ่ม ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ถึงขนาดครอบครองกิจการทั้งหมดของตระกูลกิ๊บสันเลยด้วย สิ่งที่เติมเชื้อไฟให้กับความขมขื่นของเฮเลน่ามากขึ้นไปอีกก็คือในวันเกิดอายุครบ ยี่สิบเอ็ดปีของเธอ เธอถูกวางยาและพวกเขาก็ร่วมมือกันขายเธอไปยังเกาะห่างไกลนอกชายฝั่งเอย์รี เมื่อคิดถึงชะตกกรรมของตน สายตาของเฮเลก็เย็นชาขึ้น เธอก้าวไปข้างหน้า และผู้หญิงที่อยู่ตรงมุมก็ให้ที่กับเธอ ในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ ความสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธอ ต่างมองเธอด้วยสายตาแห่งความกลัว ในวันแรกที่เฮเลนามาที่นี่ มีข่าวลือว่าเธอถูกพาไปที่คลับแห่งหนึ่ง แถมยังให้บริการแก่ลูกค้าระดับสูงคนหนึ่งด้วย ตั้งแต่นั้นมา เธอต้องไปตรวจการตั้งครรภ์อยู่บ่อยครั้ง เห็นได้ชัดว่าพวกนั้นอยากให้เธอตั้งครรภ์ เพราะอยากจะแบล็กเมล์ผู้มีอิทธิพล ผู้ชายคนนั้นคงจะร่ำรวยอย่างแน่นอน ผู้หญิงผมสั้นที่อยู่ข้างๆ เฮเลน่ากระซิบด้วยความกังวลว่า “นี่ เธอท้องหรือเปล่า?” เฮเลน่ากำหมัดแน่นขึ้น เธอนึกย้อนไปถึงคืนที่อยู่ในคลับ เธอพยายามที่จะหลบหนี แต่มันกลับพาให้เธอไปอยู่ในห้องส่วนตัวที่มืดมิดโดยที่เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจ พอเธอเข้าไป เธอก็ถูกมัดเอาไว้ที่ข้างโซฟา เธอคุกเข่าลงกับพื้น แล้วจู่ๆ ก็มีมือใหญ่ๆ มาบีบคางของเธอไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่เย็นเยือก แม้ว่าจะสามารถป้องกันตัวเองได้ แต่มีดที่คอของเธอก็ทำให้พลังของเธอหมดไป ความรุนแรงที่ตามมาเป็นภาพเลือนลางของความเจ็บปวดและเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น สิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้ก่อนที่จะหมดสติไปคือรอยสักเฮนน่าที่สักอย่างประณีตและน่ากลัวบนหลังมือของชายคนนั้น มันเรืองแสงอย่างน่ากลัวภายในแสงสลัว เมื่อเธอรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอก็กลับมายังบ้านเช่าที่สาวๆ ถูกจับตัวมา เฮเลน่าสัมผัสได้ถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น จากนั้นไม่นาน เธอก็ถูกพาตัวออกไปจากบ้านเช่าอีกครั้ง เธอเดินตามชายคนนั้นไปอย่างเงียบๆ ในหัวของเธอสับสนวุ่นวายไปหมด เธอไม่สามารถทนอยู่ในคลับนั้นได้อีกต่อไป เธอต้องหนี เธอต้องการล้างแค้นในอดีตและทวงคืนมรดกของแม่เธอ เธอจะหุนหันพลันแล่นไม่ได้ เพราะชายคนดังกล่าวมีอาวุธปืน ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง เธอจึงตัดสินใจลองเสี่ยงดูสักตั้ง ทันใดนั้นเฮเลน่าก็ผลักชายคนนั้นออกไปและวิ่งลงบันไดไป! ชายคนนั้นตกใจจนล้มลง แต่แล้วก็ตั้งตัวได้และตะโกนไล่หลังเธอไปด้วยความโกรธว่า “แม่งเอ๊ย! คิดจะหนีเหรอ? ฉันจะฆ่าแกซะ!” เฮเลน่าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เธอรีบวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงชั้นสอง เธอก็ไม่ลังเลที่จะปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง ขณะที่มือของชายคนนั้นเกือบจะคว้าตัวเธอไว้ได้อยู่แล้ว เธอก็กระโดดลงไป! ทันทีที่เธอตกลงถึงพื้น เสียงเบรกของรถก็ดังลั่น เธอล้มลงกับพื้นเพราะไฟหน้ารถที่แยงตาเธอ เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้าหนังดังมาตามถนนที่ปูด้วยหินกรวด ในที่สุดก็มาหยุดลงตรงหน้าเธอ เฮเลน่ามองเห็นรองเท้าหนังสีดำเงาวาว จากนั้นก็เสียงทุ้มต่ำที่เย็นชาดังมาจากด้านบนศีรษะของเธอ “เจอตัวคุณแล้ว”
เฮเลน่าหรี่ตาลงอย่างกะทันหัน เป็นเขา ผู้ชายในคืนนั้น! ความทรงจำในคืนนั้นกับเขาหลั่งไหลเข้ามา ทำให้เธอนึกถึงความเย็นของคมมีดที่เขากรีดลงที่คอของเธอเบาๆ คุกคามชีวิตของเธอ เขาถามเธอว่า “คุณรู้ไหมว่า ผมเป็นใคร?” เฮเลน่ารู้อยู่แล้ว เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชาร์ลี วอลเลซ ลูกชายคนที่สองที่มีชื่อเสียงโด่งดังของตระกูลวอลเลซ ซึ่งเป็นตระกูลผู้นำของอาดารอน ชายผู้บ้าคลั่งจนเป็นที่รู้จักกันดีพอๆ กับช่วงเวลาที่เขาถูกขังอยู่ในคุกเป็นเวลาหลายปี เมื่ออายุได้สิบหกปี ชาร์ลีถูกครอบครัวของเขาเนรเทศไปยังคุกใต้ดินของนูสรอน ซึ่งเป็นบ้านของอาชญากรที่อันตรายที่สุดในโลก ชาร์ลีได้รับตำแหน่งในคุกก่อนที่ครอบครัวของเขาจะมาพาตัวเขากลับไป รอยสักเฮนน่าที่เป็นเอกลักษณ์บนหลังมือของเขา ถือเป็นเครื่องหมายเกียรติยศของผู้คุมเรือนจำเพอร์กินส์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสถานะเขาด้วย ตอนอายุยี่สิบสองปี ชาร์ลีได้ดูแลกิจการของครอบครัว และภายในเวลาสามปี ก็ได้ยกระดับวอลเลซกรุ๊ปขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในกลุ่มการเงินของอาดารอน และได้รับความเคารพนับถือแม้กระทั่งจากประธานาธิบดี วิธีการของเขามีประสิทธิผลและน่าหวาดกลัวมาก หลายคนที่ได้ยินชื่อของเขาต่างขนลุกขนพองไปตามๆ กัน ดังนั้นในคืนแห่งโชคชะตา เฮเลน่าที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขานั้น เธอหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ตอนนี้เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว เมื่อกี้ชาร์ลีเพิ่งพูดออกมาว่า เขาตามตัวเธอเจอแล้ว เธอแค่รู้สึกว่ามันช่างบังเอิญเหลือเกิน—เป็นเวลาหนึ่งเดือนพอดีตั้งแต่เธอกับเขาได้ร่วมหลับนอนกัน เฮเลน่าไม่อาจสลัดความสงสัยที่ว่า เขามาที่นี่ก็เพื่อมายืนยันว่าเธอตั้งครรภ์หรือไม่ เมื่อพิจารณาจากชื่อเสียงที่น่าสะพรึงกลัวของเขาแล้ว หากเธอตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ คงหนีไม่พ้นกับจุดจบที่น่าอนาถแน่นอน เฮเลน่าซึ่งแข็งค้างไปด้วยความกลัว ไม่กล้าขยับเขยื้อนแต่อย่างใด ทันใดนั้น บอดี้การ์ดคนหนึ่งของชาร์ลีก็จับข้อมือของเธอ และดึงเธอขึ้น ในดวงตาของเธอเต็มไปด้วยสายตาที่เฉียบคมของชาร์ลี “คุณจำผมไม่ได้เหรอ?” น้ำเสียงของเขาฟังดูหยอกล้อ แต่แววตากลับเย็นเยือก สายตาของเขาที่จับจ้องมายังเธอนั้นมันน่ากลัวมาก เฮเลน่ารู้สึกไม่สบายใจ แต่สีหน้าของเธอยังคงสงบแน่นิ่ง ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาเมื่อสบตากับเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนริมฝีปากของชาร์ลี แม้จะอยู่ห่างกันเล็กน้อย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่น่าอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทันใดนั้นก็มีชายสามคนพุ่งออกมาจากทางเดินของอาคาร พวกเขาต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นรถสีดำหลายคันจอดอยู่ตรงประตูทางเข้า พอเห็นคนที่อยู่ด้วยกันกับเฮเลน่า พวกเขาก็หันหลังแล้ววิ่งกลับเข้าไปในอาคารทันที แม้พวกเขาจะไวมาก แต่ไม่อาจรอดพ้นสายตาบอดี้การ์ดของชาร์ลีไปได้ “ปัง! ปัง ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นทำลายความสงบเงียบ เฮเลน่ามองชายทั้งสามคนที่กำลังวิ่งเข้าไปในตัวอาคารด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่แผ่นหลังของพวกเขาจะเปื้อนเลือด หนึ่งในนั้นที่ยังมีลมหายใจอยู่ ได้ถูกบอดี้การ์ดสองคนไปลากตัวและพามาโยนลงตรงหน้าชาร์ลี “คุณวอลเลซ ผมผิดไปแล้ว ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว! ชายคนนั้นอ้อนวอนพร้อมกับดึงขากางเกงของชาร์ลีด้วยความสิ้นหวัง ชาร์ลีตอบสนองด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ขณะที่เท้าของเขาเหยียบลงบนแผลที่กำลังเลือดออกของชายคนนั้น “แกกล้าวางแผนใส่ฉัน ฉันนับถือในความกล้าของแกมาก” เขากล่าวพร้อมกับขยับเท้าเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าแกคงชอบเงินมาก งั้นแกก็ตายเร็วขึ้นสักหน่อย ฉันจะเมตตาให้คนเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้แกเอง” เสียงร้องโหยหวนของผู้ชายคนนั้นดังก้องด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากใต้รองเท้าหนังของชาร์ลี และกระจายไปทั่วพื้นอย่างรวดเร็ว เฮเลน่ากำมือแน่น ความสงสัยก่อนหน้านี้ของเธอนั้นถูกต้องแล้ว การที่จู่ๆ ชาร์ลีก็มาปรากฏตัวนั้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีคนวางแผนจัดฉากให้พวกเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว! เหตุผลที่เธอสามารถหลบหนีไปได้ภายใต้ความช่วยเหลือของผู้จัดการคลับในคืนนั้น นั่นก็คือ ผู้จัดการกับผู้ชายสามคนนั้นเป็นพวกเดียวกัน พวกเขารู้อยู่แล้วว่าคืนนั้นชาร์ลีอยู่ที่คลับแห่งนี้ เวลานี้ชาร์ลีหันไปมองเฮเลน่า ดวงตาของเขาดูตื่นเต้นแปลกๆ “ตอนนี้ถึงคราวของคุณแล้ว” เฮเลน่าสูดหายใจเข้าแรงๆ ความคิดวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ชัดเจนว่าชาร์ลีเชื่อว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงในครั้งนี้ เวลานี้เธอต้องทำเป็นเหมือนว่าเธอถูกบังคับ ด้วยการออกห่างจากชายสามคนนั้น ไม่อย่างนั้นไม่รอดแน่ ทันใดนั้น ความกลัวก็หายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยสายตาอันว่างเปล่า ชาร์ลีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ คาดว่าจะพบกับความตื่นตระหนก แต่กลับเห็นเพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีชีวิตชีวาแทน พวกเขาสบตากันนานหลายนาที ตลอดเวลาที่ผ่านมา การแสดงออกของเธอเหมือนกับตอนที่เขาจ้องมองเธอในคืนนั้น เธอเป็นคนปัญญาอ่อนหรือเปล่านะ? ความอยากรู้ฉายชัดในดวงตาของชาร์ลี ขณะที่เขายกคิ้วขึ้น มือของเขาปัดแก้มของเธอเบาๆ สัมผัสผิวที่เรียบเนียนใต้ปลายนิ้ว แม้ว่าภายในใจของเธอจะสับสนวุ่นวาย แต่สีหน้าของเฮเลน่ายังคงไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ทันใดนั้น ชาร์ลีก็ตบแก้มเธอเบาๆ สายตาของเขาดูเย็นชาลง “อย่าคิดว่าตัวเองปัญญาอ่อน แล้วผมจะปล่อยคุณไปหรอกนะ” หัวใจของเฮเลน่าเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก ตอนที่บอดี้การ์ดคว้าตัวเธอไว้และบังคับให้เธอเข้าไปในรถคันหนึ่ง มีชายคนหนึ่งสีหน้าท่าทางดูเคร่งขรึม เขาได้ออกมาจากด้านหลังอาคารสีขาวที่อยู่ตรงข้างถนน เขาเฝ้าดูรถที่แล่นออกไป จากนั้นก็แตะหูฟังบลูทูธ และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “ฉันพบตำแหน่งเฟลมวิงแล้ว” เสียงที่เป็นกังวลของผู้หญิงคนหนึ่งได้ตอบกลับมาว่า “งั้นก็รีบพาตัวเธอกลับมา!” สีหน้าของชายคนนี้ตึงเครียด “ชาร์ลี วอลเลซพาตัวเธอไปแล้ว” ผู้หญิงคนนั้นอึ้งไปชั่วครู่ “ชาร์ลี วอลเลซเหรอ?” ผู้ชายคนนั้นเงียบไม่ได้พูดอะไร หลังจากนั้นหนึ่งนาที หญิงสาวก็กลับมามีสติอีกครั้ง “เฟลมวิงมีความสามารถ เธอจะต้องหนีไปจากชาร์ลีได้อยู่แล้ว ตอนนี้คุณกลับบ้านแล้วและรอคำสั่งเพิ่มเติมจากฉัน” “รับทราบ”
ณ เมือง Wrumlas อันห่างไกล เมืองหลวงของ Adaron ประสาทสัมผัสของเฮเลน่าค่อยๆ กลับคืนมาเมื่อเธอสังเกตเห็นเพดานที่ไม่คุ้นเคยเหนือศีรษะ ขณะที่เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่ง เธอก็พบว่ามือและเท้าของเธอถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา ร่างกายของเธอปรากฏเป็นรูป “X” อย่างชัดเจนบนเตียง เธอพยายามดิ้นรน ทำให้โซ่ที่มือและเท้ากระทบกันจนเกิดเสียงดัง ทำให้หัวใจของเธอจมดิ่งสุดขีด อย่างน้อยคนที่จับเธอมาก็ยังพอมีน้ำใจอยู่บ้าง โดยด้านในของกุญแจมือได้ใส่ผ้าฝ้ายเอาไว้ เฮเลน่าไม่รู้ว่าเขาพาเธอมาที่ไหน แต่เธอรู้ว่าตัวเองตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้ที่โหดร้ายอำมหิต มีโอกาสน้อยมากที่เธอจะหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย “ตื่นแล้วเหรอ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความเย็นชาเล็กน้อยดังมาจากมุมห้อง เฮเลน่ายังคงนิ่งอยู่ กลัวว่าการเคลื่อนไหวใดๆ จะไปรบกวนร่างอันน่าเกรงขามของบุคคลที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน เธอหันไปทางต้นเสียง ชาร์ลีนั่งอยู่บนโซฟาในความมืด มองเห็นเพียงมือที่กำลังสูบบุหรี่ในแสงสลัว และกลิ่นบุหรี่ก็ลอยฟุ้งในอากาศ เขาลุกขึ้นและเดินเข้ามาหาเธอ ขณะที่เดินเข้ามาใกล้เธอนั้น เขาก็ไม่ได้ละสายตาไปจากเธอเลย ใบหน้าที่เล็กเท่าฝ่ามือของเธอนั้นซีดเผือด ไฝสีแดงที่หางตาดูสะดุดตาเป็นพิเศษ เปลือกตาที่โค้งขึ้น เหมือนกับจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่ง เขาเพียงแต่เฝ้าดูเธออย่างเงียบๆ ไม่ได้พูดจาใดๆ แววตาของเขาเหมือนกับกำลังมองเหยื่อที่ดิ้นรนเพื่อให้รอดจากความตาย ทั้งเย็นชาและโหดร้าย ความสับสนปรากฏชัดในดวงตาของเฮเลน่า ทันใดนั้น เจซ กริฟฟิธส์ ผู้ช่วยของชาร์ลีก็เดินเข้ามาและยื่นกระดาษปึกหนึ่งให้เขา “คุณวอลเลซครับ ผลออกมาแล้วครับ” สายตาของเขายังคงจ้องมองไปที่เฮเลน่า เขาสั่งว่า “อ่านสิ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฮเลน่าก็ใจหายวาบ ผล ผลอะไร? จะเป็นรายงานประเภทไหนได้ล่ะ? เป็นผลตรวจร่างกายของเธอหรือเปล่า? ในหัวเธอเป็นกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ แต่เธอก็ไม่กล้าเสี่ยง หาเธอตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ ครอบครัววอลเลซที่มีชื่อเสียงนั้น จะไม่มีวันยอมรับลูกนอกสมรสอย่างแน่นอน ด้วยความสิ้นหวัง เฮเลน่าเริ่มออกแรงดิ้นมากขึ้น เสียงโซ่ที่กระทบกันดังไปทั่วห้องที่กว้างใหญ่ ชาร์ลีขมวดคิ้วมุ่น ดูเหมือนเขาจะรำคาญเสียงนั้นตอนที่เอนศีรษะไปเล็กน้อย บอดี้การ์ดที่อยู่ด้านข้างเข้าใจได้ในทันที ว่าเฮเลน่าไม่มีท่าทีจะหลบหนี เขาจึงเดินไปข้างหน้าแล้วปลดสิ่งที่พันธนาการแขนขาของเธอออก ขณะที่เฮเลน่านั่งตัวตรง ปกเสื้อที่กว้างเผยให้เห็นผิวขาวบริเวณกว้างที่เธอพยายามดิ้นรนเมื่อกี้ ผมของเธอสีน้ำตาลอ่อนเป็นลอนเล็กน้อยติดอยู่ที่ใบหน้า ดวงตากลมโตของเธอเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา เหมือนกับลูกกวางน้อยที่ตกใจกลัว ชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาของชาร์ลีก็จ้องไปที่ปกเสื้อของเธอ แววตาของเขาดูลุ่มลึก เมื่อรู้ว่าเขาจ้องมองเธออยู่ เฮเลน่าก็ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่เกรงกลัวอะไร เธอกางแขนทั้งสองข้างออก จากนั้นก็โอบรอบคอของเขา แก้มของเธอถูเข้ากับลำคอของเขาอย่างต้องการที่พึ่ง ชาร์ลีประหลาดใจกับความใกล้ชิดของเธอ เขาจะสลัดเธอออกโดยสัญชาตญาณ แต่กลิ่นอ่อนๆ จากตัวเธอกลับทำให้มือเขาหยุดนิ่ง เขายื่นมือออกมาและโอบเอวบางของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว เจซมองไปทางอื่น เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนั้น เฮเลน่าใช้ช่วงเวลานั้นในการแย่งผลตรวจมาจากมือของเจซได้พอดิบพอดี โดยถือมันคว่ำลงพร้อมกับพูดจาไร้เดียงสาว่า “สนุก สนุกจัง” หลังจากที่เธออ่านข้อมูลในนั้นอย่างรวดเร็ว เธอก็โล่งใจขึ้นมาทันที เอกสารดังกล่าวเป็นผลตรวจสุขภาพจริงๆ โชคดีที่ในนั้นระบุว่าเธอไม่ได้ตั้งครรภ์ เธอโล่งใจขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็แสร้งทำเป็นอยากรู้อยากเห็นด้วยการสะบัดผลตรวจนั้นไปมา ตอนที่กระดาษดังกรอบแกรบนั้น ชาร์ลีก็มองความบ้าคลั่งของเธอโดยไม่ได้ใส่ใจ เจซกล่าวว่า “คุณวอลเลซครับ บางทีผู้หญิงคนนี้อาจมีความผิดปกติทางจิตก็ได้นะครับ จึงเป็นสาเหตุให้พวกนั้นขายเธอให้กับที่คลับ” ชาร์ลีจับแขนของเฮเลน่าไว้แน่นและมองพิจารณาใบหน้าของเธออย่างใกล้ชิด เขาหยิกแก้มของเธอแล้วโน้มตัวเข้าไปพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูคุกคาม “ปัญญาอ่อนก็ไม่เลวดีนี่” เฮเลน่าสบตากับเขาอย่างเหม่อลอย แต่จิตใจของเธอกลับกระสับกระส่ายด้วยความกลัว จากคำพูดของเขานั้นเห็นได้ชัดเลยว่า เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยเธอไป เจซยกมุมปาก บ่งบอกว่าเขาเป็นกังวล “คุณวอลเลซครับ คุณตั้งใจจะเก็บเธอไว้อย่างนั้นเหรอครับ? แล้วคุณนายใหญ่จะไม่โกรธเอาเหรอครับ?” “เธออยากให้ฉันแต่งงานตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ? ไปบอกเธอว่า ผู้หญิงคนนี้ได้พรากความบริสุทธิ์ของฉันไป ฉันก็ต้องให้เธอรับผิดชอบสิ” พอได้ฟังดังนั้น เฮเลน่าก็รู้สึกโกรธอยู่ภายในใจ “ใครทำลายความบริสุทธิ์ของใครกันแน่? !” เธอเดือดดาลอยู่ในใจ เจซพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ครับ ผมจะไปส่งข่าวเดี๋ยวนี้แหละครับ”