คุณนอกใจก่อน ฉันหย่าคุณร้องไห้อะไรกัน?
บทที่ 1

กู้ชิงฮวนป่วยเป็นมะเร็งตับต้องได้รับการปลูกถ่าย แต่กลับพบว่าลู่หรงเซิ่ง สามีที่แต่งงานกันมาห้าปี ไม่เพียงเอาตับที่ใช้สำหรับปลูกถ่ายให้กับคนอื่น แต่ยังมีคนรักและลูกอยู่นอกบ้านอีกด้วย เมื่อรู้ความจริง กู้ชิงฮวนก็หัวใจแตกสลายอย่างสิ้นเชิง ผู้ชายที่สกปรกแล้วเก็บไว้ต่อไม่ได้ แต่ตับสำหรับปลูกถ่ายที่เป็นของเธอ เธอจะต้องเอากลับมา กู้ชิงฮวนโทรไปยังเบอร์ที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานห้าปี “ฉันจะไปผ่าตัดที่เมืองหลวง อีกสามวัน คุณมารับฉันเถอะ” แต่หลังจากเธอหย่า ลู่หรงเซิ่งกลับเป็นบ้า ... กู้ชองฮวนเป็นมะเร็งตับปีที่สาม ในที่สุดก็รอจนได้ตับสำหรับปลูกถ่ายที่เหมาะสม ตอนที่หมอผู้ทำการรักษาโทรมา ลู่หรงเซิ่งผู้เป็นสามีช่วยจัดผ้าห่มให้เธอ และไปรับสายที่ระเบียงคนเดียว เขากลัวว่ากู้ชิงฮวนจะคิดมาก จึงไม่เคยติดต่อกับหมอเป็นการส่วนตัวมาก่อน เขาหยิบฟังบลูทูธอีกอันที่วางอยู่ที่หัวเตียงใส่หู พร้อมกับแอบเปิดประตูระเบียงออกเป็นช่องเล็ก ๆ “พี่ พี่แน่ใจว่าจะเอาตับที่ใช้สำหรับปลูกถ่ายของกู้ชิงฮวนไปให้กับแม่ของเฉินลู่ก่อนใช่ไหม? ” “แน่ใจ พี่ไม่สามารถทนเห็นเฉินลู่เสียแม่ไปได้ เพราะยังไงเธอก็ได้ให้กำเนิดลูกสาวคนหนึ่งให้กับพี่” “แต่ ถ้ากู้ชิงฮวนยังไม่ได้รับการปลูกถ่ายตับ กลัวว่าจะมีชีวิตอยู่ได้แค่สามเดือนเท่านั้น” “ก็ยังมีเวลาอีกสามเดือนไม่ใช่เหรอ? ให้เธอรอไปก่อน เดี๋ยวก็มีที่เหมาะสมเข้ามาเอง” เสียงสนทนาของสองคน เหมือนกับฟ้าผ่าตอนกลางวัน สะเทือนจนกู้ชิงฮวนไม่สามารถได้ยินเสียงอะไรในชั่วพริบตาทันที สมองว่างเปล่า มีเพียงประโยคนั้น “เพราะยังไงเธอก็ได้ให้กำเนิดลูกสาวคนหนึ่งให้กับพี่” ดังก้องอยู่ในสมอง ทุกคนรู้ดีว่าลู่หรงเซิ่งเอ็นดูเธอ สามปีที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วยว่าเธอเข้าออกโรงพยาบาลไปกี่ครั้ง ทุกครั้งก็เป็นลู่หรงเซิ่งคอยอยู่ดูแลไม่ห่าง อาหารโรงพยาบาลเธอกินไม่ชิน เขาก็ไปกลับโรงพยาบาลหกครั้งทุกวัน ขอเพียงสามารถกินอาหารถูกปากที่เขาทำเอง วินาทีที่เธอเฉียดตายครั้งแล้วครั้งเล่า ก็มีร่างของเขาคุกเข่าอธิษฐานอยู่หน้าห้องผ่าตัด ยิ่งไปกว่านั้นยังคุกเข่าคำนับที่หน้าประตูวัดตลอดคืน เพียงเพื่อขอพรให้เธอปลอดภัย ผู้ชายที่รักเธอดั่งชีวิตคนนี้ จะนอกใจได้ยังไง? เสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาจากหน้าประตูทำลายความคิดของกู้ชิงฮวน เธอคิดว่าจะต้องเป็นเธอที่ฟังผิดไปเอง พวกเขารักกันมาสิบปี แม้เธอจะป่วยหนัก เขาก็ไม่เคยพูดว่าจะทิ้งเธอแม้แต่ครั้งเดียว เขาไม่มีทางทรยศเธอแน่นอน แต่เธอกำลังคิดจะถอดหูฟังออก ก็ได้ยินเสียงสายใหม่โทรเข้ามา “ฮัลโหล? คุณคะ วันนี้เป็นวันเกิดลูกสาว คุณจะมาเมื่อไหร่เหรอคะ? ” ในสายเป็นเสียงผู้หญิงอ่อนหวานออดอ้อน และได้ผลักกู้ชิงฮวนตกลงไปในหุบเหวลึกอีกครั้ง “ผมกำลังจะไปเดี๋ยวนี้” ลู่หรงเซิ่งตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณพ่อคะ หนูจะเอาตุ๊กตาบาร์บี้ที่เห็นในห้างวันก่อนค่ะ! ” คราวนี้เป็นเสียงเด็กไร้เดียงสา “ได้สิ พ่อได้ซื้อของขวัญไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นเด็กดีรอพ่อนะ” น้ำตาของกู้ชิงฮวน ในวินาทีที่ถอดหูฟังออก ในที่สุดก็กลั้นไม่ไหวไหลออกมา เมื่อครู่เธอยังคิดว่ามีความหวังอยู่บ้าง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว ลู่หรงเซิ่งมีครอบครัวอยู่ข้างนอกจริง ๆ ? แล้วเธอถือว่าเป็นอะไรกัน? ในปีที่ลู่หรงเซิ่งอายุสิบแปด เพราะพ่อแม่เสียชีวิตไม่มีคนดูแล เลยมาอยู่ที่บ้านตระกูลกู้ กู้ชิงฮวนแทบจะตกหลุมรักลู่หรงเซิ่งที่มีดวงตาเศร้าสร้อยเงียบขรึมพูดน้อยตั้งแต่แรกเห็น ทั้งสองก็รักกันจริง ๆ ตลอดทางตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนถึงแต่งงาน ลู่หรงเซิ่งดูแลเธอเหมือนกับเจ้าหญิง และสาบานกับพ่อแม่ของกู้ชิงฮวนว่าจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต หลายปีที่ผ่านมาที่กู้ชิงฮวนป่วย เขาก็ทำได้ตามคำมั่นสัญญาไม่ทอดทิ้งกันจริง ๆ แม้ว่าเธอจะอารมณ์แปรปรวนเพราะป่วย ลู่หรงเซิ่งก็ไม่เคยว่ากล่าวเธอเลย ค่ำคืนนับครั้งไม่ถ้วนที่ตื่นขึ้นเพราะความเจ็บปวด เขาก็อยู่ข้างกายเธอ เขาจะร้องไห้และกอดเธอไว้แน่นในอ้อมแขน ขอร้องเธอให้อดทนต่อไป อย่าทิ้งเขาไว้คนเดียว กู้ชิงฮวนก็ผ่านพ้นวิกฤตอันตรายมาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอคิดว่าเมื่อถึงเวลาปลูกถ่ายตับ ในที่สุดก็จะพบแสงสว่างแห่งความหวัง แต่กลับไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอเธออยู่จะเป็นนรกที่น่ากลัวกว่า “ทำไมร้องไห้ล่ะ? ” ลู่หรงเซิ่งเข้ามา วางโทรศัพท์ลงอย่างรีบร้อน กอดกู้ชิงฮวนเข้ามาในอ้อมแขนอย่างเห็นใจ “เป็นห่วงเรื่องการผ่าตัดใช่ไหม? ไม่ต้องห่วง เมื่อกี้ได้ผมหารือกับเจิ้งหนานแล้ว รอผู้บริจาคคนนั้นเสียชีวิต ก็จะเตรียมการผ่าตัดของคุณ คุณจะต้องไม่เป็นอะไร” กู้ชิงฮวนรู้สึกสับสน ผู้ชายตรงหน้ายังคงอ่อนโยนและใส่ใจเหมือนเดิม ถ้าไม่เพราะเมื่อครู่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น เธอเดาว่าชาตินี้ก็ไม่มีทางรู้ว่าตัวเองถูกหลอกลวงอย่างโหดร้าย “คนดี นอนพักอีกหน่อย ผมมีงานด่วนต้องไปบริษัท ขอไม่อยู่กับคุณสักประเดี๋ยวนะครับ” ลู่หรงเซิ่งลุกขึ้น กู้ชิงฮวนจับเขาไว้ทันที เธอไม่เคยสงสัยในคำพูดของลู่หรงเซิ่งมาก่อน แต่วันนี้ เขาจะไปบริษัทจริง ๆ หรือ? “ช่วยอุ่นนมให้ฉันสักแก้วไหม? ” เธอพูดขึ้นเบา ๆ ลู่หรงเซิ่งลูบผมของเธอด้วยความรัก แล้วเดินออกไป กู้ชิงฮวนมือสั่นเปิดโทรศัพท์ของเขา รหัสผ่านคือวันเกิดของเธอ หลายปีแล้วก็ยังไม่เคยเปลี่ยน เธอเปิดประวัติการโทร บนนั้นแสดงให้เห็นว่า เมื่อสองนาทีก่อนได้คุยกับผู้จัดการหวัง แต่เธอจำได้ว่า นั่นไม่ใช่เบอร์ของผู้จัดการหวังด้วยซ้ำ กู้ชิงฮวนรู้สึกเพียงว่าเจ็บปวดใจอย่างรุนแรง วิธีการหลอกลวงของเขาช่างตื้นขนาดนี้ แต่เธอกลับไม่รู้อะไรเลย “ที่รัก ร้อนนิดหน่อย คุณรออีกหน่อยค่อยดื่ม ผมมีเรื่องเร่งด่วน ขอตัวก่อนนะ” เขาจูบลงไปบนหน้าผากของกู้ชิงฮวนแล้วออกไปอย่างเร่งรีบ กู้ชิงฮวนหัวเราะเยาะ เขาช่างอดใจไม่ไหวขนาดนี้! สิบนาทีต่อมา กู้ชิงฮวนเปิดตำแหน่งของโทรศัพท์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยสืบการไปไหนมาไหนของเขาเลย จนเธอแทบจะลืมไปแล้วว่า ลู่หรงเซิ่งเคยติดตั้งระบบติดตามในรถไว้เอง เขาบอกว่าอยากมอบความรู้สึกสบายใจให้กับเธอ แต่ตอนนี้ดูแล้ว มันน่าตลกจริง ๆ หลังจากกู้ชิงฮวนเห็นตำแหน่งชัดเจนแล้ว ก็ตาเบิกกว้าง ตำแหน่งของรถไปอยู่ที่บ้านของพ่อแม่ของเธอได้ยังไง? สามปีก่อนเธอกับพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุรถชน พ่อแม่เสียชีวิตทันที กู้ชิงฮวนรอดชีวิตมาได้ แต่กลับถูกตรวจเจอว่าเป็นมะเร็ง ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดตายไปเสีย ถ้าตอนนั้นไม่มีลู่หรงเซิ่งคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา เธออาจจะจากไปพร้อมกับพ่อแม่แล้ว ลู่หรงเซิ่งกลัวว่าเธอจะเสียใจ พาเธอย้ายออกจากบ้านของพ่อแม่ ซื้อบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่ตอนนี้ เธอไม่ได้กลับไปที่บ้านของพ่อแม่มานานมากแล้ว แต่ทำไมลู่หรงเซิ่งถึงไปที่นั่น? จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนนั้นเธอได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดที่บ้านของพ่อแม่ รอจนภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงขึ้น กู้ชิงฮวนก็ตกตะลึง บ้านพักยังคงอยู่ในสภาพเดิม เพียงแต่ไม่ร่องรอยของพ่อแม่ แต่สิ่งที่มาแทนที่ก็คือแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังเดินเข้าออก “คุณพ่อ! ในที่สุดคุณพ่อก็มาแล้ว! ” เด็กผู้หญิงอายุประมาณสี่ห้าขวบ พุ่งเข้ามากอดลู่หรงเซิ่งเพิ่งจะเดินเข้ามาในบ้าน เขาอุ้มเด็กผู้หญิงขึ้นมา พร้อมกับโอบแม่เด็กผู้หญิงเข้ามาในอ้อมแขน และจูบลงไปบนริมฝีปากของเธอ “คุณคะ ไม่ได้เจอคุณหลายวันแล้ว ฉันคิดว่าแม้แต่วันเกิดของซินซินคุณก็จะพลาดไปแล้ว” ผู้หญิงพูดพลางสะอื้นเบา ๆ ทำเอาลู่หรงเซิ่งมีสีหน้ารู้สึกผิด “สองสามวันนี้เธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ผมเพิ่งจะมีเวลา นี่ผมก็มาแล้วไงครับ? อย่าโกรธเลย ดูสิผมเอาอะไรมาให้คุณ? ” เขาปลอบแม่ลูกสองคนอย่างใจเย็น หลังจากมอบตุ๊กตาบาร์บี้ทั้งชุดให้เด็กผู้หญิงแล้ว จากนั้นก็หยิบกล่องเครื่องประดับยื่นให้กับผู้หญิง กู้ชิงฮวนเห็นชัดเจน นั่นคือสร้อยคอลิมิเต็ดรุ่นใหม่ของแบรนด์ดัง ลู่หรงเซิ่งเคยพูดว่าจะซื้อมาให้เธอในวันเกิดอีกสามวันหลังจากนี้ แต่ตอนนี้ เขากลับสวมให้กับคนอื่น หัวใจของกู้ชิงฮวนเหมือนถูกทัณฑ์เลาะกระดูก เฆี่ยนตีลงไป ยังไงเธอก็ไม่เคยคิดว่าลู่หรงเซิ่งห้ามเธอไม่ให้กลับบ้านพ่อแม่มาโดยตลอด ก็เพราะเขาได้ซ่อนคนรักไว้ที่นั่น จะเพราะกลัวว่าเธอจะเสียใจที่ไหนกัน? เธอบอกกับตัวเองอย่าไปดู แต่ก็อดใจไม่ได้เปิดดูบันทึกกล้องวงจรปิดก่อนหน้านั้น เธอเอามือปิดปากไม่ให้ร้องไห้ออกมา แต่ความเศร้าเสียใจไม่สามารถปกปิดได้ด้วยซ้ำ ลู่หรงเซิ่งกับผู้หญิงคนนั้นใช้ชีวิตตามใจอย่างมีความสุขที่บ้านของพ่อแม่ของเธอ บนโซฟาที่เธอเคยนอน ในครัวที่แม่ของเธอชอบที่สุด ในเก้าอี้โยกที่พ่อเธอชอบนั่ง แม้กระทั่งในห้องนอนที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ และที่ทิ่มแทงก็คือ ผนังของห้องนอนยังมีรูปถ่ายแต่งงานของกู้ชิงฮวนและลู่หรงเซิ่ง ทั่วทั้งบ้านก็มีร่องรอยความรักของพวกเขา กู้ชิงฮวนร้องไห้ไปร้องไห้มาก็หัวเราะออกมา ภาพที่น่ารังเกียจเหล่านั้น เหมือนกับกำลังเยาะเย้ยเธอ กู้ชิงฮวนเป็นนางโง่ที่ถูกหลอก! เธอเช็ดน้ำตา และโทรหาอา “คุณอาค่ะ หนูเปลี่ยนใจแล้วค่ะ หนูจะไปผ่าตัดที่เมืองหลวง สามวันหลังจากนี้ คุณอามารับหนูเถอะค่ะ” ความรักของลู่หรงเซิ่งเป็นเรื่องโกหก สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นการช่วยเหลือมันก็เป็นเพียงการหลอกลวง ในเมื่อไม่ถูกรักอีกต่อไป ถ้าอย่างนั้นเธอก็จะไม่ดึงดันอีก ปล่อยให้ทุกอย่างจบลงเถอะ

บทที่ 2

ลู่หรงเซิ่งกลับมาถึงบ้านตอนห้าทุ่ม หลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีงานสังสรรค์หรือไม่ เขาก็จะกลับมาก่อนเที่ยงคืนตรงทุกครั้ง ไม่เคยค้างคืนที่อื่นเลย แต่ใครจะคิดว่า ก็คือผู้ชายที่ดูดีพร้อมทุกอย่างคนนี้ แต่กลับมีครอบครัวซ่อนอยู่ข้างนอก ลู่หรงเซิ่งเปิดประตูห้องนอน เห็นกู้ชิงฮวนร้องไห้ตาแดง ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาก็ปรากฏความรู้สึกสงสารขึ้นทันที “ขอโทษนะที่รัก ผมกลับมาช้า คุณคิดมากอีกแล้วใช่ไหม? ผมเอาซุปทะเลมาฝากคุณด้วย กินสักหน่อยแล้วค่อยนอนนะครับ” เขาประคองกู้ชิงฮวนขึ้นอย่างระมัดระวัง ความเอาใจใส่ของลู่หรงเซิ่งก็ปรากฏในเรื่องเล็กน้อยเสมอ เช่นทุกครั้งที่เขากลับบ้านดึก ก็มักจะเอาอาหารที่กู้ชิงฮวนชอบกินกลับมาด้วยอย่างสองอย่าง เธอเคยคิดว่าเธอได้พบลู่หรงเซิ่ง แต่งงานกับเขา เป็นบุญใหญ่หลวงจากสวรรค์ แต่คืนนี้เธอถึงจะรู้ว่าอาหารที่ลู่หรงเซิ่งนำกลับมาทุกครั้ง เป็นอาหารที่กินเหลือจากเฉินลู่และลูกสาว อย่างเช่นซุปทะเลวันนี้ เมื่อครู่นี่เอง กู้ชิงฮวนบับบังคับตัวเองให้ดูภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของครอบครัวสามคนของพวกเขา เด็กผู้หญิงคนนั้นแค่ชิมซุปทะเลคำเดียว ก็คายกลับลงไปในชาม “คุณพ่อค่ะ ทำไมซุปทะเลของร้านอาหารหรูนี้ถึงรสชาติแย่ขนาดนี้คะ? ” ลู่หยงเซิ่งมองเด็กน้อยแวบหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มแล้วคีบอาหารอื่นให้เธอ “ซินซินไม่ชอบกินก็ไม่ต้องกิน พ่อห่อกลับไป” “แต่คุณพ่อ เมื่อกี้หนูได้คายลงไปแล้ว” ลู่หรงเซิ่งไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว “ไม่เป็นไรจะ พ่อเอากลับไปให้สุนัขกิน พวกมันไม่รังเกียจ” กู้ชิงฮวนมองลู่หรงถือช้อน ตั้งตารอเธออ้าปาก แต่ท้องของเธอกลับรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาทันที อาหารกินเหลือ แล้วยังมีสิ่งสกปรกที่คนอื่นคายออกมา เธอไม่รู้ว่ากินเข้าไปกี่ครั้งแล้ว ที่แท้เธอก็คือสุนัขจากปากของลู่หรงเซิ่งตัวนั้น! กู้ชิงฮวนทนไม่ไหวอ้วกออกมา เธอวิ่งไปที่ห้องน้ำ หลังจากอาเจียนจนหน้ามืดตาลาย ก็ทรุดนั่งลงกับพื้นทั้งน้ำตา ลู่หรงเซิ่ง ในเมื่อคุณไม่รักฉัน ทำไมต้องแสร้งทำเป็นรักฉันมากด้วยล่ะ? “ที่รัก คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ขอโทษนะครับ ผมไม่รู้ว่าวันนี้คุณไม่อยากกินซุปทะเล เป็นความผิดของผม คุณเปิดประตูให้ผมดูหน่อยได้ไหม? ” เสียงของคนนอกประตูเต็มไปด้วยความร้อนใจ กู้ชิงฮวนเอามือทั้งสอง ปิดหน้า เก็บเสียงร้องไห้ไว้ ทำไมลู่หรงเซิ่งเขาต้องทำแบบนี้กับเธอ? คืนนั้นกู้ชิงฮวนก็มีไข้สูง ลู่หรงเซิ่งพาเธอไปโรงพยาบาลในคืนนั้นทันที เธอไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน จนกระทั่งได้ยินการสนทนาของลู่หรงเซิ่งกับเจิ้งหนานถึงจะตื่นขึ้น แต่เธอไม่ได้ลืมตา “พี่ ตอนนี้กู้ชิงฮวนเป็นแบบนี้ กลัวว่าเดือนเดียวก็ผ่านไปไม่ได้ พี่ยังคิดจะเอาตับนั่นให้กับคนอื่นอยู่อีกเหรอครับ? ” เจิ้งหนานเป็นหมอผู้ทำการรักษาของเธอ และเป็นลูกพี่ลูกน้องของลู่หรงเซิ่ง หลังจากอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปหลายวินาที ในที่สุดก็ปริปากพูด “พี่ยังยืนตามการตัดสินใจเดิม นายไม่เห็นสภาพเฉินลู่ร้องไห้ต่อหน้าพี่ พี่ไม่สามารถทนได้จริง ๆ ส่วนกู้ชิงฮวน พี่จะรีบหาตับที่ใหม่ที่เหมาะสมให้กับเธอ” “แต่ พี่จะบอกเรื่องนี้กับเธอยังไง? ” ลู่หรงเซิ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ก็บอกว่าครอบครัวผู้บริจาคคืนคำแล้ว เธอไม่มีทางสงสัยแน่นอน” เจิ้งหนานดูเหมือนทนทำใจไม่ได้ “แต่ กู้ชิงฮวนต่างหากที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่ พี่มีสถานะในวันนี้ ก็เพราะตระกูลกู้เป็นคนมอบให้ พี่ก็ทนใจทำได้จริง ๆ เหรอครับ? ” ลู่หรงเซิ่งหัวเราะเยาะเบา ๆ “ใช่ พี่มีความสำเร็จในวันนี้ ก็เพราะอาศัยตระกูลกู้ แต่พี่ก็ดีกับกู้ชิงฮวนมากไม่ใช่เหรอ? มีผู้ชายกี่คนที่ทำได้แบบพี่? แม้เธอจะมีลูกไม่ได้เพราะป่วย พี่ก็ไม่ได้พูดอะไร? พี่เองก็ถือไม่รู้สึกผิดกับใจตัวเอง” มือของกู้ชิงฮวนที่อยู่ในผ้าห่มจับผ้าปูที่นอนไว้แน่น หัวใจเจ็บปวดเหมือนถูกกรีดออกมาอย่างนั้น ดังนั้นเพราะเขาไม่ทอดทิ้งเธอ เลยนอกใจได้อย่างสบายใจเหรอ? เขาคือไม่รู้สึกผิดกับใจตัวเองจริง ๆ หรือหลอกตัวเองกันแน่ กลัวว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ “แต่พี่ พี่ไม่สนใจความเป็นความตายของกู้ชิงฮวนเลยจริง ๆ เหรอครับ? ” ลู่หรงเซิ่งไม่ตอบคำถามของเจิ้งหนาน เพียงใช้ปลายนิ้วแตะแก้มของกู้ชิงฮวนเบา ๆ ปัดผมที่ตกลงมาไปที่หลังหู การกระทำของเขาทั้งที่อ่อนโยนมาก แต่กู้ชิงฮวนกลับรู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหวทุกจุดที่ถูกเขาสัมผัส

บทที่ 3

กู้ชิงฮวนรอจนสองคนนั้นเดินไปไกลแล้ว ถึงจะลืมตาที่แดงก่ำนานแล้วขึ้นมา ตับนี้คุณอาเป็นคนส่งคนไปหามา ตอนนั้นตอนที่เธอบอกกับลู่หรงเซิ่ง เขาดีใจจนไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ เธอคิดว่าเขาดีใจกับเธอ ที่แท้เขาคือดีใจกับผู้หญิงอีกคน เขาไม่เคยคิดให้เธอมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความให้คุณอา ให้คุณอาจะต้องดูแลผู้บริจาคคนนั้นให้ดี ไม่สามารถให้ลู่หรงเซิ่งฉวยโอกาสไปก่อนได้ “ที่รัก คุณตื่นแล้วเหรอ? ทำเอาผมตกใจแทบตาย” ลู่หรงเซิ่งพูดพลางหางตาก็แดงเล็กน้อย เขากุมมือของกู้ชิงฮวนไว้แน่น ลูบไปมากับแก้มของเขา ท่าทางรักอย่างลึกซึ้งนี้ ใครเห็นก็ต้องรู้สึกซาบซึ้งใจ “คุณนายลู่ ความรักของพวกคุณมันดีมากจริง ๆ เลยนะคะ! คุณดูผู้หญิงห้องข้าง ๆ สิคะ เข้าโรงพยาบาลมาครึ่งเดือนแล้ว สามีไม่เคยมาแม้แต่สักครั้ง คุณนี่ช่างโชคดีจริง ๆ ค่ะ” ใบหน้าของพยาบาลสาวที่พูดขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉา กู้ชิงฮวนพยายามฉีกยิ้ม แต่กลับมีเพียงรอยยิ้มขมขื่น พยาบาลสาวคงจะไม่รู้ว่าเธอยังเทียบไม่ได้กับผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ไม่ต้องบาดเจ็บทั้งตัวหลังจากความหวังทั้งหมดพังทลาย “ฉันอยากไปดูบ้านของคุณพ่อคุณแม่” กู้ชิงฮวนพูดขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า ลู่หรงเซิ่งตกใจ ยิ้มขึ้นด้วยท่าทางไม่เป็นธรรมชาติ “ไปทำอะไรที่นั่นเหรอครับ? มันมีแต่จะยิ่งทำให้คุณเสียใจ คนดี รอคุณปลูกถ่ายอวัยวะดีขึ้นแล้ว เราค่อยย้ายกลับไป ตอนนี้ก็รักษาตัวก่อนนะครับ” แววตาตอนที่เขาพูดโกหก ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย กู้ชิงฮวนกลืนความขมขื่นลงไป “ก็เพราะต้องผ่าตัดแล้ว ฉันเลยอยากกลับไปดูพวกเขา ขอให้พวกเขาคุ้มครองฉัน ให้มีสุขภาพแข็งแรงมีชีวิตยืนยาว” ลู่หรงเซิ่งฟังความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของกู้ชิงฮวนไม่ออก เขากะพริบตาปริบ ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นท่าทางรักเอ็นดูอีกครั้ง “ก็ได้ครับ คุณพูดอะไรก็เอาอย่างนั้น แต่ที่นั่นมันค่อนข้างรก เดี๋ยวผมให้คนไปจัดเก็บสักหน่อย แล้วคุณค่อยกลับไปนะครับ” กู้ชิงฮวนพยักหน้า เธอรู้ว่าลู่หรงเซิ่งต้องเตรียมการล่วงหน้า เธอเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนั้น แค่อยากขายบ้านนั้นก่อนจะไปจากที่นี่ ตอนแรกเก็บไว้ก็อยากจะเก็บเป็นความทรงจำ แต่ที่นั่นมันได้สกปรกเกินไปนานแล้ว มันไม่คุ้มค่าที่เธออาลัยอาวรณ์มันอีก แต่สวรรค์ก็โหดร้ายกับเธอมาก เธอไม่อยากเจอกับผู้หญิงคนนั้น แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับมาหาเธอเอง ตอนบ่ายมีผู้ป่วยอายุห้าสิบกว่าเข้ามาใหม่ ก็คือแม่ของเฉินลู่ กู้ชิงฮวนก็เจอกับเฉินลู่ตัวจริงครั้งแรก “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเฉินลู่ อีกสองวันคุณแม่ของฉันก็จะผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเหมือนกัน ขอความกรุณาด้วยนะคะ” เธอเดินมาที่หน้าเตียงของกู้ชิงฮวนด้วยสีหน้าท้าทาย ยื่นมือออกไปหากู้ชิงฮวน กู้ชิงฮวนมองเธอด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง เธอก็ไม่ได้สวยไปกว่าเธอ อย่างมากก็ดูมีเสน่ห์เล็กน้อย แต่ผู้ชายเมื่อนอกใจก็ไม่เคยเลือก เธอไม่ยื่นมือออกไป และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ ตัวเธอแม้แต่หัวใจของผู้ชายก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ จะไปโทษผู้หญิงนอกบ้านว่ามีเล่ห์เหลี่ยมจัดได้ยังไง? แววตาของลู่หรงเซิ่งมีความขัดเขินปรากฏขึ้นเล็กน้อย ไม่มองเฉินลู่แม้แต่แวบเดียว เขาประคองกู้ชิงฮวนให้ดื่มน้ำสองสามคำ เฉินลู่โกรธจนกัดริมฝีปาก เธอเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากลู่หรงเซิ่ง บอกให้เธอกับลูกย้ายออกจากบ้านตระกูลกู้ อันที่จริงเธอก็ไม่ได้จำเป็นต้องอยู่ที่นั่น แต่พอคิดว่าสามารถทำให้กู้ชิงฮวนสะอิดสะเอียน เธอก็อ้อนวอนให้ลู่หรงเซิ่งให้เธอกับลูกอยู่ที่นั่น เมื่ออยู่ก็เป็นเวลาสามปี เฉินลู่เป็นคนที่ชอบเอาชนะ เมื่อก่อนลู่หรงเซิ่งมักไม่ให้เธอเข้าใกล้กู้ชิงฮวน แต่ตอนนี้เธอกำลังจะตายแล้ว เธอก็ไม่อะไรต้องสนใจอีก “ได้ยินมาว่าคุณก็หาผู้บริจาคตับที่เหมาะสมได้แล้วเหมือนกัน? ขออย่าให้มีเรื่องผิดพลาดอีกนะคะ อย่า...” “พอได้แล้ว! ” ไม่รอให้กู้ชิงฮวนพูด ลู่หรงเซิ่งก็เขวี้ยงแก้วน้ำในมือจนแตก เขามองเฉินลู่ด้วยสายตาโกรธเคือง “ถ้าคุณพูดไม่เป็นก็หุบปากเสีย ภรรยาของผมไม่ถือสา ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอม ถ้ายังพูดเพ้อเจ้ออีกคำ ก็ไสหัวออกไปจากโรงพยาบาลนี้ซะ” กู้ชิงฮวนนอนพิงกับหัวเตียง มองการแสดงของลู่หรงเซิ่ง ก็ปรบมือเงียบ ๆ ให้เขาในใจ เขาก็เป็นนักแสดงที่ดีจริง ๆ แต่หัวใจก็ยังเจ็บปวดไปด้วย เขาคือตั้งใจจะหลอกเธอจนเธอตายใช่ไหม? เธออ่อนเพลียจนไม่มีเรี่ยวแรงจะสนใจความจอมปลอมของลู่หรงเซิ่ง เธอหลับตาลงแล้วค่อย ๆ หลับไป แทนที่จะทะเลาะกับพวกเขา เธออยากรักษาสุขภาพให้ดีมากกว่า ไม่มีลู่หรงเซิ่งเธอก็เศร้าเสียใจจริง ๆ ต้องใช้เวลานานกว่าจะหลุดพ้นจากเงาที่เขาทิ้งไว้ได้ แต่ตอนนี้เธอกลับอยากมีชีวิตมากกว่าทุกครั้ง เพราะมีเพียงเธอสุขภาพแข็งแรง ถึงจะสามารถให้พวกเขาชดใช้ได้ กลางดึกกู้ชิงฮวนตื่นขึ้นมาหาน้ำดื่ม แต่กลับไม่เห็นร่องรอยของลู่หรงเซิ่ง เธอออกไปจากห้องผู้ป่วย และได้ยินเสียงซู่ ๆ ซ่า ๆ ที่ทางขึ้นบันได คือเสียงหอบของชายหญิงขณะมีความรัก เสียงนั่นเธอคุ้นหูมาก คือของเสียงลู่หรงเซิ่ง เธอจับหน้าอกที่กำลังเต้นแรง ผลักประตูออกเบา ๆ ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนัวเนียกันอย่างลืมตัว “เอ๊ะ...คุณ ทำไมเมื่อบ่ายคุณต้องดุฉันขนาดนั้น? ฉันเสียใจมากเลยนะคะ” เฉินลู่กอดคอลู่หรงเซิ่ง หายใจหอบพูดออดอ้อนขึ้น “คุณเสียใจที่ต้องเอาตับให้กับคุณแม่ของแล้วใช่ไหมคะ? ฉันว่าแล้ว คุณยังมีใจให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่” ลู่หรงเซิ่งใช้ริมฝีปากปิดปากที่บ่นไม่หยุดของเธอไว้ “อย่าพูดเพ้อเจ้อ ตับก็ต้องให้คุณแม่ของคุณแน่นอน ผมแค่โมโหที่คุณทำอะไรโดยพลการ” “ผมก็จัดแจงให้คุณแม่ของคุณพักในห้องพิเศษแล้วไม่ใช่เหรอ? คุณกลับให้คุณแม่กับกู้ชิงฮวนเบียดกันในห้องธรรมดาทำไม? ” เฉินลู่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันแค่อยากทำให้กู้ชิงฮวนรำคาญ ใครให้มันครอบครองคุณอยู่ทั้งวัน” ท่าทางของลู่หรงเซิ่งรุนแรงมากขึ้น เสียงเสียดสีของเนื้อราวกับว่าจะฉีกหูของกู้ชิงฮวนให้ทะลุ “นางมารน้อย ดูว่าผมจะลงโทษคุณยังไง” ... ไม่รู้ว่ากู้ชิงฮวนที่กัดริมฝีปากจนแตกตอนไหน ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ดังนั้นลู่หรงเซิ่งบอกว่าห้องพิเศษห้องสุดท้ายถูกคนอื่นจองไปแล้ว ที่แท้ก็คือจองให้กับแม่ของเฉินลู่เหรอ? สองคนในทางเดินบันไดยังคงดำเนินต่อไป ส่วนกู้ชิงฮวนก็เดินกลับห้องผู้ป่วยอย่างไร้วิญญาณ เดิมทีคิดว่าตัดสินใจจากไปก็จะไม่เจ็บปวดหัวใจอีก แต่เมื่อเธอเห็นลู่หรงเซิ่งกับเฉินลู่ทำเรื่องน่าอับอายต่อหน้าตัวเอง หัวใจก็ยังเจ็บปวดไม่หยุด สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ใช่พระเจ้า ไม่สามารถสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

อ่านต่อ