ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตา แต่โรมราชันกลับไม่เคยลืมเธอเลยสักวัน ชายหนุ่มรู้สึกประทับใจในตัวหญิงสาว หลังจากที่เธอเคยช่วยเขาเอาไว้ จากการถูกพวกอันธพาลลอบทำร้าย เมื่อแปดปีที่แล้ว ชายหนุ่มในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เขาวิ่งออกจากที่อโคจรมาได้ ซึ่งถูกเจ้าถิ่นตามไล่ล่าหวังเอาชีวิต โชคยังดีที่เฌอรีนขับรถผ่านมาเจอ แสงไฟจากหน้ารถยนต์คันหรูของเธอ เป็นความหวังเดียวของโรมราชัน “ชะ... ช่วยด้วย!” น้ำเสียงแหบพร่าแผ่วเบาของชายหนุ่มดังขึ้นแข่งกับเวลา ที่อันธพาลกลุ่มนั้นกำลังตามเขามาติด ๆ หญิงสาวถึงกับเหยียบเบรกจนตัวโก่ง เธอตกใจกับภาพที่เห็น เนื่องจากเฌอรีนไม่คุ้นกับถนนเส้นนี้ เธอเพิ่งกลับจากพบลูกค้ารายใหญ่แล้วเลี้ยวออกมาผิดซอย “เอาไงดี ช่วยดีไหม... หรือจะเป็นอุบายแกล้งโดนทำร้ายมา” หญิงสาวเริ่มไม่แน่ใจ แต่ก็ขับต่อไม่ได้ เพราะชายหนุ่มได้ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยท่าทางเจ็บปวด “เฮ้ย! มันอยู่นั่น! เอาให้ตายคาตีน” เสียงโวยวายหมายเอาชีวิตอีกคน ทำให้หญิงสาวไม่อาจทนได้ หนึ่งต่อสิบสู้ยังไงก็ตาย “คุณตำรวจรีบมาเลยค่ะ ตอนนี้เลยค่ะ” เธอลืมนึกถึงความปลอดภัยของตัวเองรีบเปิดประตูรถลงไปทันที หญิงสาวตรงเข้าไปหาชายหนุ่มที่กำลังได้รับบาดเจ็บ พลางแสร้งทำเป็นโทรหาตำรวจ ซึ่งทำให้อันธพาลกลุ่มนั้นถอยหนี “ไหวไหม... ทำไมถึงตกอยู่ในสภาพนี้ได้” “พาผมไปส่งโรงพยาบาลที โอ๊ะ! โอ๊ย!” “เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ไม่รักตัวกลัวตายหรือไง อดทนไว้นะฉันจะพานายไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด” “ไม่ได้คุณต้องพาผมไปส่งที่คอนโด” “ฮะ! คอนโดมีหมอเหรอ” “พี่ผมเป็นหมอ” “อืมได้ นายบอกทางฉันแล้วกัน” เรื่องราวในวันนั้นหญิงสาวยังคงจำฝังใจ ซึ่งโรมราชันเองก็จำไม่เคยลืมเลือน เขาเฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ เพราะไม่กล้าจีบเฌอรีน เนื่องจากหญิงสาวมีความสามารถเกินตัวจนเขาเทียบไม่ติด เวลาผ่านไปแปดปีแล้ว แต่โรมราชันยังคงแอบมีความหวัง เพราะหญิงสาวไม่เคยมีข่าวเสียหายเรื่องผู้ชาย ที่สำคัญตลอดระยะเวลาที่เขาแอบมองดูเธออยู่นั้น เฌอรีนไม่เคยมีประวัติการคบหาดูใจกับใครสักคน “มึงหวงตัวไว้ให้เธอ เชี้ย! ไอ้โรมเอาจริงดิ!” “อืม...” “อะไรวะ!” อามิทแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ผู้บริหารเทวาซีกรุ๊ปอย่างคุณเฌอรีน ไม่มีทางลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับผู้ชายที่ทำงานอยู่ในบาร์โฮสต์อย่างมึงแน่นอน” มิลตันผู้ร่วมหุ้นกับโรมราชันและอามิท ถึงกับสายศีรษะให้กับความคิดของเพื่อนรัก “โฮสต์มือหนึ่งอย่างกู มีใครไม่อยากเอาบ้างวะ!” “ผู้หญิงทุกคนที่เดินเข้ามาที่นี่ต่างก็อยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แต่บอสอย่างคุณเฌอรีนไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในสถานที่แบบนี้อย่างแน่นอน” “พนันกับกูไหมล่ะ” “อะไรทำให้มึงมั่นใจขนาดนั้นวะ” อามิทเริ่มสงสัย “กูมีวิธีแล้วกัน อีกไม่กี่วันเธอต้องเดินเข้ามาติดกับดักที่กูวางไว้อย่างแน่นอน” ใบหน้าของโรมราชันดูมีความหวัง แววตาของเขาเวลาพูดถึงหญิงสาวแพรวพราวเป็นประกาย เสียจนเพื่อนรักทั้งสองส่ายหน้าให้กับความบ้าของเพื่อนรัก แปดปีที่รอคอยสำหรับผู้ชายอย่างพวกเขาแล้วมันไม่ง่ายแล้ว ///บ้านเฌอรีน/// “แกอายุเท่าไหร่แล้ว” “คุณย่าขา...” “ยังไงก็ต้องแต่งงาน หรือแกมีแฟนอยู่แล้ว ก็พามาดูตัว” หญิงสูงวัยมองค้อนหลานสาวที่เอาแต่ใจ ไม่ยอมลงเอยกับใครสักที “คุณย่าจะให้เฌอรีบแต่งงานไปทำไมคะ งานที่บริษัทเฌอก็บริหารได้ดีไม่แพ้ใคร” หญิงสาวเริ่มแสดงสีหน้าหนักใจ เมื่อเห็นผู้เป็นย่าจริงจังกับเรื่องแต่งงาน “ตั้งแต่พ่อกับแม่ของเราจากไป ย่าก็เปรียบดังไม้ใกล้ฝั่ง ก่อนตายก็อยากให้หนูเป็นฝั่งเป็นฝา จะได้นอนตายตาหลับ แต่งงานกับคุณธนภัทรเถอะนะหลานรักของย่า” เฌอรีนรู้ถ่องแท้ถึงนิสัยใจคอของธนภัทรเป็นอย่างดี เขาทั้งหล่อทั้งรวยและข้างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยผู้หญิงมากหน้าหลายตา “แต่เฌอมีแฟนแล้วนะคะคุณย่า” “จริงเหรอ” หญิงสูงวัยเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ “จะ จะ... จริงค่ะ” เฌอรินตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ถ้าอย่างนั้นหนูพาเขามาพบย่าได้ไหม” “ดะ! ดะ... ได้สิค่ะ” “แอบมีพิรุธนะเราเนี่ย ไม่ใช่ไปคว้าเอาหนุ่มที่ไหนมาแสดงเป็นแฟนตบตาย่าหรอกนะ” (คุณย่ารู้ทันได้ไงเนี่ย) เฌอรีนถึงกับหน้าถอดสี ยิ้มเจื่อนออกมาด้วยความเขิน “คุณย่าขา... หลานเขยคุณย่าคนนี้ เฌอเชื่อว่าคุณย่าต้องชอบเขาแน่ ๆ เลยค่ะ” “ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเหรอจ๊ะ... หืม” “เขาทำกับข้าวเก่ง มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประสบผลสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเป็นผู้ใหญ่สามารถดูแลเฌอได้อย่างแน่นอนค่ะ” “ย่าจะคอยดู” หญิงสูงวัยถึงกับแอบยิ้มให้กับท่าทีของหลานสาว เวลาเฌอรีนเอ่ยถึงผู้ชายคนนั้น มันอาจจะดูเกินจริงไปหน่อย แต่ก็อดที่จะชื่นชมให้กับการสปอยคนรักในแบบฉบับของผู้หญิงบ้างานอย่างเฌอรีนไม่ได้
ในเวลานี้โรมราชันเริ่มวางแผน เพราะตั้งแต่ที่เขาให้อามิทเข้าไปจีบเพื่อนสนิทของเฌอรีน ซึ่งเพื่อนรักของเขาดันจีบติด จนกระทั่งแอบคบกันมาได้หลายเดือนแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะใช้รินลดาให้เป็นประโยชน์ “อามิทแน่ใจนะว่าเพื่อนของคุณจะไม่ทำให้เฌอรีนเสียหาย” “ผมมีความลับเกี่ยวกับไอ้โรมจะบอกคุณแต่คุณห้ามบอกใคร แม้แต่คุณเฌอรีน” “ความลับเหรอคะ” “ใช่ครับ” “บอกรินได้หรือยังคะ ความลับอะไรกันแน่ทำไมคุณดูจริงจังขนาดนั้น” หญิงสาวเริ่มแสดงสีหน้าและแววตาสงสัย “อามิท! อยู่นี่เองกูตามหาตั้งนาน” มิลตันมาทันเวลาเขาได้พูดแทรกข้นทันที เขาจึงไม่มีโอกาสได้บอกหญิงสาวเรื่องอาชีพที่แท้จริงของโรมราชัน “มีอะไรหรือเปล่ามิลตัน” “ไอ้โรมเรียกไปพบ บอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย” “รินนั่งรอผมไปก่อนนะครับ” “ได้ค่ะ” เมื่อแฟนของเธอเดินออกไปจากห้องทำงาน ทำให้หญิงสาวแอบคิดไปไกล “หรือว่าคุณโรมเป็นเกย์ แต่ไม่น่าใช่” รินลดาเริ่มคิดไปต่าง ๆ นานา ทว่าคิดยังไงก็คิดไม่ตกสักที ครั้นจะบุ่มบ่ามเดินเข้าไปถามตรง ๆ ก็กลัวเสียมารยาท “ตอนแรกตั้งใจจะมาเที่ยวให้ผ่อนคลาย สุดท้ายได้ผัวเป็นเจ้าของโฮสต์เสียเอง” รินลดานั่นบ่นพึมพำคนเดียว พลางนึกถึงใบหน้าของเพื่อนรักอย่างเฌอรีน ซึ่งกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถ้าหากเธอต้องแต่งงานกับผู้ชายอย่างนายธนภัทร ทางด้านโรมราชันเขากำลังนั่งเครียดอยู่บนโต๊ะทำงาน ขณะที่ชั้นล่างกำลังครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลง ล้วนไปด้วยหญิงสาวมากหน้าหลายตา ซึ่งพวกหล่อนเต็มใจมาเป็นสายเปย์ให้กับหนุ่มหล่อ ที่พร้อมบริการทุกระดับประทับใจจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว “มึงมีอะไรก็รีบพูดมารินอยู่ห้องคนเดียว” “เมียมึงมาที่นี่ครั้งแรกรึไง ให้เธอรอไปก่อนกูมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” ใบหน้าและแววตาของโรมราชันดูจริงจัง เสียจนอีกฝ่ายถอนหายใจออกมาอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ “พวกมึงสองคนคุยกันไปก่อนนะ กูขอตัวไปดูแลความเรียบร้อยข้างล่างก่อน” “อืม...” เมื่อมิลตันเดินออกไป ทำให้โรมราชันหันมาคุยกับอามิทอย่างจริงจัง “กูไม่อยากให้เธอรู้เรื่องที่กูเป็นเจ้าของโฮสต์” “ทำไมวะ!” “กูอยากรู้ว่าเธอคิดยังไงกับผู้ชายอย่างพวกเรา” “มึงต้องการอะไรจากเธอกันแน่” “ความรัก” โรมราชันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขึ้นชื่อว่าโกหก มึงก็ต้องกลายเป็นคนโกหกไปตลอด แล้วแบบนี้มึงยังคิดว่าคุณเฌอรีน เธอจะหาความจริงใจจากมึงได้อยู่อีกเหรอ” “กูมีวิธีทำให้เธอได้เห็นถึงความจริงใจก็แล้วกัน ว่าแต่มึงเถอะพูดเรื่องนี้กับคุณรินหรือยัง” “พูดไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคุณเฌอรีนเธอจะโอเคด้วยไหม” “ผู้ชายอย่างนายธนภัทรขึ้นชื่อเรื่องเสือผู้หญิง ฉันเชื่อว่าคุณเฌอรีนไม่มีทางยอมตกลงปลงใจแต่งงานกับคนพรรค์นั้นหรอก” “แต่ยอมเอาชีวิตเข้ามาพัวพันกับผู้ชายที่ทำงานอยู่ในบาร์โฮสต์เนี่ยนะ ทำไมฟังดูมันย้อนแย้งจังเลยวะ!” อามิทยังคงไม่ปักใจเชื่อ เรื่องที่โรมราชันจะทำให้เฌอรีนยอมจำนนต่อแผนการของเขาได้อย่างง่ายดาย “มันไม่ยาก ถ้าหากคุณรินลดายอมตกลงที่จะช่วย” “เมียกูจะเสียเพื่อนไหมวะ!” “ไม่หรอกน่า... ยังไงคุณเฌอรีนก็ต้องการความช่วยเหลือจากกูอยู่แล้ว” ชายหนุ่มยังคงเชื่อมั่น เพราะเขาให้คนตามสืบเรื่องราวของเธอมาอย่างละเอียด ก่อนจะใช้รินลดาไปกระตุ้นความต้องการของเธอ “อีกเรื่องที่กูหนักใจ ยัยซารังอะไรนั่นจะไม่ทำให้แผนแตกแน่นะ”ซารังคือผู้หญิงที่ตามติดชีวิตของโรมราชัน หล่อนตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเจอ อีกทั้งครอบครัวของหล่อนยังสนับสนุนอีกด้วย ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ชายตาแล เพราะเขาได้มอบหัวใจดวงน้อยให้กับสาวรุ่นพี่ไปจนไม่เหลือที่ว่างไว้สำหรับใครได้อีกแล้ว “พันธะครั้งนี้ไม่ใช่แผนการลวงหลอก แต่มันคือพันธะสัญญาที่กูตั้งใจผูกมัดชีวิตไว้กับคุณเฌอรีนตลอดไป ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าคิดที่จะทำมันพัง” เขาพูดออกมาด้วยแววตามุ่งมั่น จนอามิทยอมใจมิอาจปฏิเสธความต้องการของเพื่อนรักได้ “หวังว่าเมียกูจะโน้มน้าวให้คุณเฌอรีนคล้อยตามได้ไม่ยาก” “ฝากมึงด้วยแล้วกัน อีกไม่นานกูต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลแล้ว” “ทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งอย่างมึง รวยเป็นหมื่นล้านทำไมต้องทำให้ชีวิตมันยุ่งยากด้วยวะ! กูไม่เข้าใจมึงเลยจริง ๆ” พูดจบอามิทได้เดินออกไปจากห้องด้วยท่าทีสงสัย เพราะโรมราชันไม่ค่อยชอบออกสื่อ ทำให้คนทั่วไปคิดว่าเขาทำงานเป็นผู้ชายขายน้ำอยู่ในบาร์โฮสต์
เมื่อท่านประธานเทวาซีกรุ๊ป ถูกเพื่อนรักลากเข้าบาร์โฮสต์ เธอเริ่มแสดงสีหน้าวิตกกังวลออกมา พลางเกิดความลังเลในสิ่งที่เพิ่งตัดสินใจลงไป “กลับเถอะเสียภาพลักษณ์ฉันหมด” หญิงสาวพูดออกมาด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ เธอไม่น่าด่วนผลีผลามเข้ามาในสถานที่แบบนี้เลย ทำไมไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน ถ้าหากมีภาพหลุดออกไปใครจะเชื่อถือ ซีอีโอสาวผู้ที่ไม่เคยมีข่าวฉาว แต่กลับมาตกม้าตายตอนอายุย่างเข้าเลยสี่ เพราะการโน้มน้าวของรินลดาบวกกับชายหนุ่มมีส่วนคล้ายกับคนที่เธอตามหา จึงทำให้หญิงสาวตอบตกลงอย่างไม่ลังเล พร้อมกับร่างสัญญามาเรียบร้อย “ฉันจองห้องวีไอพีให้แกรับรองไม่มีนักข่าวคนไหนหาเจอ” “ฮ๋า... จองห้องเลยเหรอ” “ก็ฉันจองห้องให้แกสร้างข้อตกลงกับเขาไง คิดอะไรเปล่าเนี่ย” “คิดดีได้ไหมล่ะ แล้วใครให้แกจองห้องให้ฉัน ชิ!” “ผู้ชายจากโฮสต์ต้องการแค่เงิน ในเมื่อแกมีเงินก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์สิ สัญญาที่ร่างเอาไว้ได้เอามาด้วยหรือเปล่า” “คือฉัน...” “พรุ่งนี้แกต้องหาผู้ชายไปแสดงเป็นแฟนต่อหน้าคุณย่าแล้วนะ นาทีนี้จะไปหาที่ไหนทันล่ะหรือแกอยากแต่งงานกับคุณธนภัทร” “ผู้ชายที่มีทัศนคติแย่ ๆ แบบนั้น อยู่ด้วยแล้วชีวิตฉันคงเต็มไปด้วยพลังงานเชิงบวกด้านลบ” “ผู้ชายที่นี่แกสามารถควบคุมได้ แค่มีเงินจ่ายแกเปย์ไหวไหมล่ะเฌอรีน” รินลดาพยายามโน้มน้าวให้เพื่อนรักคล้อยตาม เพราะหล่อนได้ตกปากรับคำโรมราชันไว้แล้ว ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจเดินเข้ามาในห้องที่รินลดาจองไว้ให้ ซึ่งทำเอาเฌอรีนใจเต้นไม่เบา เพราะโฮสต์คนนี้ช่างหล่อเหลาเอาการน่าดู เธอยังแอบเสียดายที่เขาเอาอนาคตมาฝากไว้กับงานบริการ ซึ่งรายได้อาจจะดีแต่มันไม่มั่นคง ภายในใจลึก ๆ ก็แอบรู้สึกดี ที่ชายหนุ่มคือคนที่เธอเฝ้ารอคอยอยากเจอมาหลายปี ///////// “สวัสดีครับผมชื่อโรมราชัน คุณอาจจะเรียกผมสั้น ๆ ว่าโรมเฉย ๆ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขาพูดพลางยื่นมือออกไปทักทาย ทว่าหญิงสาวกลับแสดงอำนาจเหนือกว่า ประหนึ่งอยากประกาศให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง ที่เขาคิดจะฉวยโอกาสได้ง่าย ๆ “ดูจากหน้าตาผิวพรรณคงลงทุนไปเยอะสินะ” เฌอรีนคือผู้หญิงคนแรกที่ทักเขาแบบนี้ หญิงสาวคงคิดว่าเขาผ่านมือหมอมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าในทางกลับเขาโรมราชันมีใบหน้าหล่อเหลาราวกับฟ้าประทานมาตั้งแต่เกิด “เจ้ก็ปากร้ายไม่เบานะครับ” “นายเรียกใครว่าเจ้!” เฌอรีนโกรธจนลมออกหู เมื่อเธอถูกชายหนุ่มเรียกออกมาแบบนั้น “ผมเพิ่งอายุสามสิบ” “สามสิบ!” เฌอรีนไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนดี ระหว่างอายุของเขากับใบหน้าที่แลดูอ่อนกว่าวัย ถ้าไม่บอกเธอคงคิดว่าเขายังเรียนอยู่ปีสองปีสามด้วยซ้ำ แต่นั่นมันผ่านมาหลายปีแล้ว “ใช่ครับ แต่คุณเองก็ไม่เหมือนคนอายุสามสิบแปดนะครับ” “นี่! ไม่ต้องย้ำ ฉันอายุเท่าไหร่ไม่สำคัญหรอก เรื่องสัญญาที่รินลดาส่งให้นายคงอ่านมาอย่างละเอียดแล้วใช่ไหม เพื่อนของฉันคงบอกประเด็นสำคัญให้นายได้ทราบไปแล้ว ตกลงนายจะเอาไง” “คุณไม่กลัวผมเอาเปรียบเหรอครับ” “ถึงยังไงรายละเอียดทั้งหมด ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในสัญญา” “แต่บางข้อผมไม่เห็นด้วย” “ทำไมล่ะ นายมีแต่ได้กับได้เลยนะ” “ลูกผู้ชายอย่างผม ไม่ได้เกิดมาเพื่อเอาเปรียบผู้หญิง” “แต่งานที่นายทำมันดูย้อนแย้งอยู่นะ” “ผู้หญิงที่ผมพูดถึงคือคุณ ไม่ใช่ทุกคนบนโลกใบนี้” “นายรับเงินจากฉันถือว่าเราต่างก็ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน” เฌอรีนยังคงไม่เข้าใจกับถ้อยคำเหล่านั้น เพราะเธอคิดว่าสักวันผู้ชายอย่างเขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่า “ผมเตือนคุณแล้วนะครับ ผมเป็นผู้ชายไม่ใช่นักบุญ ผมต้องการอะไรคุณน่าจะรู้ดี เงินไม่ใช่คำตอบสำหรับผม” “แล้วที่นายทำงานอยู่ที่นี่ไม่ได้ทำเพื่อเงินหรือไง สรุปแล้วต้องการเดือนเท่าไหร่ฉันพร้อมจ่าย แค่นายลงนามในสัญญาฉบับนี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามเงื่อนไข” (คุณเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ) โรมราชันคิดในใจ พลางกวาดสายตามองข้อตกลงในสัญญาทุกข้ออีกครั้งอย่างละเอียด “รายได้ของผมไม่แน่นนอน” “นายต้องการเดือนเท่าไหร่ก็ว่ามาสิ! กรอกตัวเลขลงไปเลย” “บอกแล้วไง... ในแต่ละเดือนรายได้ของผมไม่แน่นอน” “ฉันรู้! นี่ไง ถึงได้เว้นเอาไว้ให้นายใส่ตัวเลขลงไป” “คุณจ่ายไหวแน่นะ” “ฉันเป็นใครนายก็น่าจะรู้ดี กลัวฉันไม่มีเงินจ่ายหรือไง” “ผมรู้ว่าคุณมีเงิน” “รู้แล้วก็รีบลงนาม ฉันมีงานต้องทำต่อ” “ตอนนี้เนี่ยนะ คุณไม่คิดจะพักบ้างเลยรึไง” “ฉันโตมากับธุรกิจ ชีวิตของฉันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่างานอยู่แล้ว รีบ ๆ ลงนามซะ หรือถ้านายไม่สนใจฉันจะได้ไปหาคนอื่น” “โอเคครับ รายได้ของผม เริ่มต้นที่หกหลักมากสุดก็แปดหลักต่อเดือน” “ฮะ! บางเดือนรายได้อยู่ที่แปดหลัก นี่นายออกไข่เป็นทองคำรึไง! คิดจะปล้นฉันเหรอ” โรมราชันแทบหลุดขำออกมา เมื่อเห็นสีหน้าของเฌอรีน เธอคงไม่รู้ว่าเขาเป็นถึงเจ้าของบาร์โฮต์ ซึ่งถือหุ้นมากสุด แน่นอนว่ามันมากกว่าอามิทกับมิลตันเสียอีก “แล้วคุณคิดว่าไง ผมไม่ได้มีดีแค่ไข่ทองคำนะครับ อย่างอื่นถ้าไม่ดีจริงผมคงขายไม่ออก” ถ้อยคำกวน ๆ กับสายตาเจ้าเล่ห์ของเขา ทำเอาเฌอรีนถึงกับเลิ่กลั่ก “บ้าหรือเปล่า จะเอาเท่าไหร่ก็เติมตัวเลขลงไป ฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับนายหรอกนะ” “โอเค” โรมราชันพูดพลางคว้าสัญญามาเซ็นอย่างไม่ลังเล เขาได้แต่หวังว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม เพิ่มเติมคือการมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ “สิ่งที่นายต้องจำให้ขึ้นใจ คือกฎข้อแรกห้ามตกหลุมรักฉันเด็ดขาด เด็กที่เกิดมาฉันมีสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดูแต่เพียงผู้เดียว” “ได้ไง! นั่นมันเสปิร์มผมนะ อย่างน้อยผมก็ควรมีสิทธิ์ที่จะดูแลเขาในฐานะพ่อ นี่มันสัญญาเสียดุลการค้าผมไม่ยอม” คนทั้งคู่เริ่มทะเลาะกัน ทั้งที่ยังไม่ทันได้ลองใช้ชีวิตร่วมกันด้วยซ้ำ “เสียดุลอะไร ฉันจ่ายให้นายไปเท่าไหร่ ฉันสิควรเป็นฝ่ายเรียกร้อง แต่ช่างเถอะถึงยังไงคุณย่าก็ต้องบังคับให้ฉันแต่งงานอยู่แล้ว อย่างน้อยนายก็ดูดีกว่าผู้ชายคนนั้น” “ผมมีดีกว่าที่คุณคิด แล้วไม่ต้องพูดถึงสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดู ยังไงผมก็ไม่ยอมให้คุณพรากลูกพรากพ่อเด็ดขาด” “เรื่องนั้นพักไว้ก่อน ฉันท้องเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันใหม่” เธอปรายหางตามองเขาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจโรมราชันเท่าไหร่นัก “คุณคิดว่าผมไม่มีน้ำยาพอรึไง” ถ้าเธอรู้ว่าเขาเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งไม่ต่างจากพี่สาว เฌอรีนจะยังคงมองแรงแบบนี้หรือเปล่า “ก็ใครจะไปรู้ล่ะ อันดับแรกนายไปตรวจร่างกายให้ละเอียดยิบ มีโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมไหม ที่สำคัญโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ห้ามพลาดเด็ดขาด นายอาจจะเคยนอนกับผู้หญิงมาแล้วมากหน้าหลายตา แต่จากนี้ไปห้ามยุ่งกับใครนอกจากฉันคนเดียว” “คุณหึงผมเหรอ” “ฮ่ะ! ฉันเนี่ยนะหึงนาย รอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนเถอะ...ชิ!” เฌอรีนเบ้ปากมองบน เธอผิดหวังอยู่บ้างที่เขาเลือกทำงานแบบนี้ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่คิดที่จะปลูกต้นรักกับใคร ที่สำคัญหญิงสาวยังคงมีความเชื่อมั่นสูง ผู้ชายอย่างโรมราชันคงไม่มีวันกล้าก่อกบฏ ถึงกับทวงสิทธิ์ของการเป็นบิดา ถ้าหากเธอนั้นเกิดมีลูกกับเขาได้ มันก็คงกลายเป็นแค่ความสัมพันธ์ระยะสั้นเท่านั้น ถ้าวันหนึ่งต้องหย่าขาดคงไม่หลงเหลือความผูกพันให้ต้องคะนึงหาอีกฝ่าย