1 เสียงพิธีกรบนเวทีดังกลบความคิดของปิ่นมุกไปชั่วขณะ “เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดเค้กค่ะ” แสงแฟลชพร่างพรายราวฝนดาวตก ทุกสายตาที่หันมามองทำให้เธอยิ้ม ยิ้มตามมารยาทที่ฝึกซ้อมหน้ากระจกในห้องน้ำมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยิ้มที่ไม่โชว์ฟันมากเกินไป และไม่ทำให้แก้มสั่นไหวจนเห็นความประหม่า ชายหนุ่มข้างกายสูงใหญ่และมีกลิ่นน้ำหอมเรียบหรู เขาคือภควัต เจ้าบ่าวของเธอในนาม แผนการที่เธอจำต้องยอมรับเพื่อแลกกับสิ่งหนึ่ง การปลดหนี้ให้ครอบครัว “วางมือแบบนี้ครับ” เสียงเขาเรียบแต่สุภาพ กระนั้นก็ห่างไกลจากคำว่าอ่อนโยน มือแกร่งจับมือเธอไปวางบนด้ามมีดเงินงดงาม ก่อนที่มือของเขาจะซ้อนทับลงมา “ค่ะ” ปิ่นมุกตอบรับสั้น ๆ เค้กสามชั้นถูกกรีดผ่านภายใต้ฝ่ามือที่มิได้เกี่ยวข้องกันด้วยความรัก หากแต่เกี่ยวพันกันด้วยข้อตกลงและการคำนวณเรื่องผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ภควัตสบตาเธอเพียงครู่ น้อยเกินกว่าจะจับความหมาย แล้วหันไปยิ้มให้แขกโต๊ะหน้าอย่างเป็นมิตร สมบทบาททายาทตระกูลใหญ่ที่คุ้นตาผู้คน คุณหญิงกมลวรรณยืนอยู่หน้าลานดอกไม้ แววตาปลื้มปริ่มมีความสุข “สวยมากลูก แม่ดีใจเหลือเกิน” ท่านเอ่ยเมื่อทั้งคู่เดินมารับคำอวยพร “ขอบพระคุณค่ะคุณแม่” ปิ่นมุกไหว้และยิ้มหวาน เธอตั้งใจเรียกแม่ของเขาว่า ‘คุณแม่’ อย่างที่ซักซ้อมไว้ แม้เนื้อเสียงจะยังเขินอาย ภควัตยืนสงบ ไม่ท้วงติง ไม่กล่าวเสริม เขาเพียงพยักหน้ารับคำอวยพรจากผู้ใหญ่ทั้งหลายอย่างสุภาพ ฉากในฝันของคุณหญิง สำเร็จหมดทุกอย่าง พิธีแต่งงานสมฐานะ ลูกสะใภ้มีดีกรีการศึกษาดี ประวัติดี ไม่ขัดหูขัดตาในสังคม เว้นเพียงสิ่งเดียวที่ไม่มีใครล่วงรู้ นั่นคือหัวใจของเจ้าบ่าวที่ยังคงตั้งกำแพงสูงเสียดฟ้า บนโต๊ะเคียงเวที ศิตาหญิงสาวในชุดเดรสตัวสั้นสีงาช้าง แอบยกแก้วแชมเปญดื่มพลางคลี่ยิ้มมุมปาก ริมฝีปากแดงสดกระซิบกับเพื่อนสนิท “ผู้หญิงคนนั้น เชื่อเถอะ อยู่ได้ไม่นานหรอก” เธอเผยยิ้มยามมองคู่บ่าวสาว รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ยากจะเข้าใจ พิธีการดำเนินไปจนกระทั่งดอกไม้ช่อสวยของเจ้าสาวลอยผ่านเพดานโถงจัดเลี้ยงไปตกอยู่ในมือสาวน้อยคนหนึ่ง เสียงหัวเราะปรบมือดังระงม ปิ่นมุกผ่อนลมหายใจยาว เหมือนอุโมงค์แสงที่ยาวนานกำลังสิ้นสุดลงที่ประตูห้องแต่งตัว “เหนื่อยไหม” เสียงภควัตดังขึ้นขณะเจ้าหน้าที่กำลังจัดการถอดเวลออก เธอชะงักนิดหนึ่ง ก่อนหันไปสบตา “นิดหน่อยค่ะ” “รถจะออกแล้ว เดี๋ยวคุณแม่รอ” คำว่า “คุณแม่” ทำให้เธอตั้งสติขึ้นมาอีกครั้ง บทบาทของเธอในครั้งนี้คือทำให้คุณหญิงกมลวรรณสบายใจ และทำให้ครอบครัวของเธอ บิดาของเธอกำลังจมอยู่กับกองเอกสารหนี้ ให้ท่านได้หายใจสะดวกขึ้น เธอไม่ลืมเหตุผลนั้นแม้แต่วินาทีเดียว เรือนหอของตระกูลภควัตตั้งอยู่บนเนินสูงที่มองเห็นแม่น้ำได้จากระเบียงห้องนั่งเล่น ผนังกระจกสะท้อนแสงไฟเมือง กลายเป็นทะเลดาวในยามค่ำคืน หรูหรา สงบ และเงียบเหงาอย่างน่าประหลาด คุณหญิงกมลวรรณเดินชมด้วยความชอบใจ “แม่ให้ตกแต่งห้องของหนูมุกไว้เรียบร้อยแล้ว เฟอร์นิเจอร์เลือกให้ใช้งานง่าย ถ้าอยากเปลี่ยนอะไรบอกแม่ได้เลยนะลูก” “ขอบพระคุณค่ะ” ปิ่นมุกยิ้ม แววตาขอบคุณนั้นจริงใจ เธอเคยอาศัยในห้องเช่าเล็ก ๆ ที่ต้องวางเตียงชิดผนังเพื่อให้มีทางเดิน พอมาเห็นห้องนอนใหม่ที่มีกลิ่นหอมอ่อนของดอกพุด เธออดรู้สึกอบอุ่นไม่ได้ ภควัตยืนมือซุกกระเป๋ากางเกง สูทถูกปลดกระดุม เขามองทุกอย่างเหมือนคนมองฉากหนึ่งในโรงภาพยนตร์ เรื่องที่ตนมีบทแต่ไม่อยากเล่น “ค่ำมากแล้ว พักผ่อนเถอะ” เขาหันไปบอกมารดา คุณหญิงฯ พยักหน้า แล้วย้ำกับปิ่นมุกอย่างเอ็นดู “ถ้าขาดเหลืออะไรบอกแม่ได้ทุกเมื่อนะจ๊ะ” “ค่ะคุณแม่” รถของคุณหญิงเคลื่อนลับหลังรั้ว เงียบงันในทันที เหลือเพียงเสียงลมกระทบยอดจามจุรีและจังหวะหัวใจของคนสองคนที่ยืนอยู่ในโถงหรู ภควัตเป็นฝ่ายพูดก่อน “คุณคงเหนื่อย ผมจะให้แม่บ้านพาขึ้นห้อง” “ค่ะ” ปิ่นมุกตอบรับอย่างสุภาพ เขาหยุดตรงเชิงบันได ชั่ววินาทีนั้นแววตาเขาฉายประกายบางอย่างคล้ายลังเล ก่อนจะจางหายไป “ผมจะไปนอนที่คอนโด ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง ถ้าคุณต้องการอะไร บอกเลขาของผม เขาจะจัดการ ให้ทั้งหมด” คำพูดนั้นเป็นดั่งกระดิ่งเล็ก ๆ ที่ดังเตือนให้เธอรู้ว่า ข้อตกลงเริ่มทำงานแล้ว ปิ่นมุกไม่ได้อยากรั้งใคร เธอยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้” ภควัตเหลือบตามอง ไม่ใช่สายตาแข็งกร้าว หากเป็นสายตาที่มองเห็นคนตรงหน้าเป็นสมการหนึ่ง เรียบง่าย จัดการได้ ไม่วุ่นวาย ดีต่อการรักษาระยะ “ขอบคุณที่เข้าใจ” เขาพยักหน้า แล้วเดินผ่านเธอไปทางประตูโรงรถโดยไม่แตะต้อง แม่บ้านสูงวัยชื่อสาย ซึ่งคุณหญิงไว้ใจ เข้ามายิ้มให้เจ้านายสาว “เชิญคุณมุกค่ะ ห้องอยู่ปีกตะวันออก วิวดีมาก รับรองนอนหลับสบาย” “ขอบคุณค่ะป้า” ปิ่นมุกยิ้มอ่อนหวาน ห้องปีกตะวันออกตามคำบอกเป็นอย่างที่ป้าสายว่าจริง ๆ เปียโนสีขาวตั้งอยู่ริมกระจก ผ้ามู่ลี่เนื้อดีประดับงดงาม เธอวางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะ แล้วถอดรองเท้าส้นสูงออก ความปวดหนึบที่ปลายหายไป ‘ฉันตัดสินใจแล้ว’ เธอทบทวนกับตัวเองในความเงียบ ‘แต่งเพื่อปลดหนี้ แต่งเพื่อให้พ่อกับแม่อยู่ได้อย่างสงบ ต่อจากนี้ ใช้ชีวิตของเราให้ดีที่สุด’
ปิ่นมุกเดินไปเปิดตู้เย็นเล็ก ๆ ในห้อง พบเครื่องดื่มและผลไม้ที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย เธอหยิบองุ่นพวงเล็กออกมา รินน้ำชาอุ่นจากเครื่องชง แล้วหยิบสมุดสเกตช์ออกจากกระเป๋าหนัง เธอพลิกหน้ากระดาษว่าง ใช้ดินสอกดวาดเส้นโค้งเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ เธอคุ้นมือกับการวาดมากกว่าการกดชัตเตอร์ เสี้ยวรูปทรงกลีบหอยและหยดน้ำค่อย ๆ ผสานเป็นจี้ห้อยคอหนึ่งชิ้นในจินตนาการ เส้นโค้งที่ทอดยาวเหมือนสายน้ำ เธอเติมรายละเอียดตรงตัวล็อกให้คล้ายรังไหม เสียงข้อความแจ้งเตือนดังขึ้นในโทรศัพท์ แม่: ลูกถึงห้องหรือยัง เหนื่อยไหม เธอยิ้มพลางพิมพ์ตอบ ปิ่นมุก: ถึงแล้วค่ะแม่ สบายดี ไม่ต้องห่วงนะคะ พักผ่อนเถอะ อีกหนึ่งข้อความโผล่ตามมา พ่อ: ขอบใจนะลูก พ่อกับแม่รักลูกนะ 2 ดวงตาเธออบอุ่นขึ้น เธอสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเอนกายพิงหัวเตียงอย่างผ่อนคลายเป็นครั้งแรกของวัน เช้าถัดมา แสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านสีงาช้าง เธอตื่นก่อนนาฬิกา ฝันเมื่อคืนไม่มีเจ้าบ่าว ไม่มีคำอวยพร มีเพียงบ้านไม้เก่า ๆ กับเสียงพ่อไอเบา ๆ ปิ่นมุกสะบัดภาพออกจากหัว แล้วลุกขึ้นอาบน้ำ แต่งตัวง่าย ๆ ด้วยเชิ้ตสีฟ้าและกางเกงผ้าลินินสีครีม รวบผมหางม้าหลวม ๆ ครัวกลางเรือนหอกว้างขวาง เต็มไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน ป้าสายกำลังจัดตะกร้าผัก “คุณมุกตื่นเช้าจัง จะรับอะไรดีคะ ป้าทำให้” “ขอให้มุกทำเองได้ไหมคะ ป้าพักเถอะค่ะ” ป้าสายหัวเราะเบา ๆ “ดีเลย ป้าจะได้มีผู้ช่วย วันนี้มีไข่ไก่สด ผักชีฝรั่ง ผักสด เห็ด กับขนมปัง” “งั้นมุกทำออมเลตกับสลัดนะคะ” เธอหยิบกระทะเทฟลอนขึ้น ตั้งไฟอ่อน ๆ เนยละลายส่งกลิ่นหอมอบอวล เธอคนไข่เบา ๆ ใส่เห็ดผัด ปรุงด้วยเกลือ พริกไทย แค่นาทีเดียวครัวก็มีกลิ่นหอมของอาหารเช้าที่ทำให้หัวใจเบาสบาย ปิ่นมุกยกจานออกมาวางบนโต๊ะ หั่นผักผลไม้เพิ่ม จัดจานเรียบร้อยจนป้าสายเอ่ยชม “คุณมุกทำอาหารเก่งจังเลยนะคะ” “พ่อชอบกินอาหารที่มุกทำค่ะ มุกเลยหัดทำไว้” เธอยิ้ม หลังมื้อเช้าเธอเดินสำรวจสวนเล็ก ๆ ข้างบ้าน เจอต้นไม้หลายกระถางรอการดูแล เธอจดรายการในโทรศัพท์ว่าจะซื้อเมล็ดพืชเพิ่ม ดิน ปุ๋ย และของเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับจัดมุมระเบียงให้เป็นที่นั่งวาดแบบเครื่องประดับ เมื่อกลับเข้ามาในบ้าน เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าสายรีบรับ แล้วหันมาส่งให้ “คุณมุกคะ คุณวัตโทร.มา” หัวใจเธอสะดุดนิดหนึ่ง “ค่ะ…สวัสดีค่ะ” เสียงปลายสายทุ้มเรียบ “เมื่อคืนหลับสบายไหม” “สบายดีค่ะ” “ดี ผมให้เลขาของผม คุณเอกภพ ติดต่อไปดูเรื่องบัตรเสริมและสิทธิ์ต่าง ๆ ของคุณ จะได้สะดวกในการใช้จ่าย ถ้าต้องการอะไรบอกเขา” “ขอบคุณค่ะ จริงๆ ไม่ต้องวุ่นวายก็ได้นะคะ” เธอเป็นคนเรียบง่ายไม่อยากให้เขาวุ่นวายอะไร เขาเงียบไปชั่ววินาที “ตามสะดวก” เขาตอบสั้น “ผมอาจไม่กลับบ้านสองสามวัน มีประชุม” “ค่ะ” “เท่านี้นะ” สายในมือวางลงเสียงเบา ปิ่นมุกยิ้มให้ตัวเองอย่างประหลาด เธอไม่ได้คาดหวังมากไปกว่าที่ได้ยิน ความสุภาพห่างเหินของเขา คือพื้นที่ว่างที่เธอจะใช้สร้างชีวิตใหม่โดยไม่ถูกรบกวน เธอเปิดคอมพิวเตอร์พกพา สแกนแบบร่างที่วาดเมื่อคืนแล้วเริ่มลงรายละเอียดในโปรแกรม ลากเส้นโค้งให้เนียน ตรวจความสมดุลของน้ำหนักหินกับตัวเรือน คำนวณสัดส่วนสำหรับตัวอย่างต้นแบบ เธอส่งอีเมลแบบไปให้ช่างที่รู้จักจากงานพาร์ตไทม์สมัยเรียน พร้อมแนบโน้ตเรื่องโลหะและการฝังหิน ไม่นานเลขาของภควัตก็โทร.มาอย่างเป็นงานเป็นการ “สวัสดีครับคุณปิ่นมุก ผมเอกภพ เลขาคุณภควัตนะครับ คุณภควัตให้ผมดูแลเรื่องบัตรเสริมและการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ถ้าคุณสะดวก ผมขอเอกสารบางอย่างเพื่อดำเนินการครับ” “ได้ค่ะ แต่ขอบัตรเฉพาะที่จำเป็นก็พอค่ะ คุณเอกภพไม่ต้องกังวล มุกใช้จ่ายไม่เยอะ” ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเกรงใจ “รับทราบครับ ผมจะจัดการให้ ขออนุญาตเรียนแจ้งว่าคุณภควัตงานยุ่ง อาจไม่ได้รับสายใน บางครั้ง แต่ถ้าคุณมีเรื่องด่วนติดต่อผมได้ทุกเวลาเลยครับ” “ขอบคุณนะคะ” หลังวางสาย เธอเดินไปเปิดระเบียง เพื่อสูดอากาศ ช่วงเช้าอุณหภูมิพอดี กระถางสมุนไพรเล็ก ๆ ริมระเบียงส่งกลิ่นโรสแมรีอ่อน ๆ เธอเด็ดใบอ่อนมาขยี้ระหว่างปลายนิ้ว กลิ่นหอมทำให้เธอนึกภาพอาหารค่ำง่าย ๆ ออมเลตโรสแมรี หรือพาสต้ากระเทียมกับน้ำมันมะกอก เธอหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ ‘อยู่คนเดียวแบบนี้ก็ใช้ชีวิตง่ายดี’ บ่ายวันนั้น ปิ่นมุกออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ ซื้อของกลับมา เธอจัดครัวอย่างเป็นระบบ ติดป้ายเล็ก ๆ บนขวดเครื่องเทศ ทำชั้นเก็บหัวหอม กระเทียม และผักต่าง ๆ เธอใช้เวลาอีกชั่วโมงเช็ดกระจกชั้นวางและจัดมุมเครื่องชงชาให้กลายเป็นมุม ที่เรียบง่าย ภาชนะสีอ่อน กล่องน้ำผึ้งไม้เล็ก ๆ และแก้วใสทรงโปรด ช่วงเย็น เธอลองอบคุกกี้ถั่วพิสตาชิโอสูตรน้ำตาลน้อย กลิ่นหอมฟุ้งไปถึงโถงนั่งเล่น ป้าสายยกนิ้วให้ “อร่อยค่ะ นี่ถ้าคุณวัตได้ชิมต้องติดใจแน่ ๆ” “ถ้าเขากลับมาค่ะ” เธอพูดขำ ๆ มากกว่าตัดพ้อ แสงสุดท้ายของวันเคลื่อนคล้อยมาถึง ปิ่นมุก พับปลอกหมอนและผ้าห่ม จัดเตียงให้เรียบร้อย แล้วเปิดโคมตั้งพื้นข้างหัวเตียง เธอนั่งลง เปิดสมุดสเกตช์อีกครั้ง คราวนี้เธอลองวาดแหวนวงเล็ก ตัวเรือนทรงเรียวที่กอดรับอัญมณีเม็ดจิ๋วเหมือนหยดน้ำค้างและเขียนชื่อแบบร่างด้านข้าง “Beginning การเริ่มต้น”
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง ข้อความจากเบอร์ไม่คุ้น ไม่ระบุชื่อ: คุณปิ่นมุกใช่ไหมคะ ปิ่นมุก: ค่ะ ไม่ทราบว่าใครคะ หลังจากนั้นสักพัก ไม่ระบุชื่อ: คนที่ควรเป็นเจ้าสาวของคุณภควัตน่ะสิ นิ้วเธอหยุดค้างเหนือแป้น เธอยิ้มมุมปาก ไม่ใช่เพราะตลกกับประโยค แต่เพราะเธอเห็นความยั่วยุที่เดาได้ไม่ยาก เธอวางโทรศัพท์ลงโดยไม่ตอบกลับ ‘การเริ่มต้น’ เธอคิดว่าไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยคำต้อนรับของทุกคน เสียงลมพัดม่านไหว เธอปิดสมุด วางปากกา แล้วล้มตัวลงนอน ยอมให้ความเงียบโอบกอด รู้สึกถึงความสุขเล็ก ๆ ที่จับต้องได้ ความเป็นระเบียบของห้องครัว กลิ่นคุกกี้ที่ยังค้างอยู่ไกล ๆ แบบร่างที่คืบหน้า สิ่งเล็ก ๆ ที่เป็นของเธอจริง ๆ คืนนั้นสามีของเธอไม่กลับบ้าน แต่เธอไม่ได้ติดใจอะไร สองวันผ่านไปอย่างเรียบง่าย เธอคุ้นกับบ้านหลังใหญ่และมุมส่วนตัวมากขึ้น เช้าวันที่สาม ขณะเธอกำลังหั่นสมุนไพรเพื่อหมักไก่ เสียงเครื่องยนต์หรูเคลื่อนเข้ามาหน้าบ้าน ป้าสายเงยหน้ามองผ่านหน้าต่าง “คุณวัตกลับมาค่ะ” หัวใจของปิ่นมุกเต้นช้าลงไม่ใช่เร็วขึ้น เป็นความรู้สึกที่แปลกดี เธอล้างมือ เช็ดให้แห้ง แล้วถอดผ้ากันเปื้อน แขนเสื้อพับขึ้นสูงเล็กน้อย เธอก้าวออกไปที่โถงรับแขก ภควัตยืนอยู่ตรงนั้น เขาอยู่ในสูทสีเข้ม ดูเหนื่อยล้าจากการทำงานหลายวัน ใบหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาแฝงความประหลาดใจเล็ก ๆ เมื่อเห็นหเอวครัวจัดเป็นสัดส่วน และกลิ่นอาหารโฮมเมดที่ลอยอุ่น ๆ ปะทะจมูก “คุณกลับมาแล้ว” เธอเอ่ยเรียบ ๆ เขาพยักหน้า “ครับ” สายตาไล่ไปตามแจกันดอกสีขาวบนโต๊ะ โคมไฟที่วางมุมอ่านหนังสือ มู่ลี่ที่เปิดรับแสงอย่างพอดีบ้านดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างผิดหูผิดตา “รับข้าวเช้าไหมคะ มุกทำเอาไว้” เธอเอ่ยถาม เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ “ก็ได้ครับ” ที่โต๊ะกินข้าว ปิ่นมุกวางจานออมเลตนุ่มกับสลัดโรสแมรี และน้ำผึ้งมะนาวอุ่น ๆ ภควัตใช้ส้อมตัดคำแรก ความคุ้นเคยในรสชาติบ้าน ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตของเขา เขาเงียบไปสักครู่ ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ 3 “อร่อย” คำเดียวสั้น ๆ ทำให้เธอเผยยิ้มกว้าง “ดีใจที่ชอบค่ะ” เขาเหลือบมองเธอ หญิงสาวในเชิ้ตสีขาวสะอาด ผมรวบหลวม ๆ ดวงตาสวยใสน่ามอง เธอไม่ถามว่าไปไหนมา ไม่จู้จี้จุกจิก ไม่โทร. ตาม ไม่จับผิด ไม่เรียกร้อง ไม่โวยวาย มีแต่การกระทำเรียบง่ายที่ทำให้บ้าน ‘เป็นบ้าน’ “ผมจะกลับมาจัดเอกสารในห้องทำงาน แล้วคงออกไปอีก” “ตามสบายเลยค่ะ ถ้าต้องการกาแฟบอกได้นะคะ มุกจะชงให้” “ขอบใจ” เขาลุกขึ้น แต่ก่อนจะก้าวพ้นธรณีประตู เขาหันกลับมาสบตาเธอชั่วครู่ เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเปลี่ยนใจ เธอเพียงยิ้มรับเท่านั้น เมื่อเสียงฝีเท้าเขาลับไป ปิ่นมุกหันกลับมาหยิบสมุดโน้ตจดเมนูสำหรับเย็นนี้ เธอเขียนรายการอย่างเป็นระเบียบเหมือนเดิม แล้ววาดรูปหัวใจเล็ก ๆ ข้างคำว่า “Beginning” โดยไม่รู้ตัว ภควัตยืนพิงกรอบประตูห้องทำงาน เงี่ยหูฟังเสียงมีดกระทบเขียงเป็นจังหวะ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง แม่น้ำยังคงไหลเหมือนเดิม แต่บ้านหลังนี้ต่างไปจากวันที่เขาจากไป ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ เหมือนยอมรับเรื่องจริงบางข้อ ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนใครในความทรงจำของเขา และไม่เหมือนสิ่งที่เขาคิดไว้ตั้งแต่แรก เขาก้มลงมองโทรศัพท์ซึ่งสว่างขึ้นด้วยข้อความใหม่ ศิตา: ว่างไหมคะ คิดถึง คืนนี้เจอกัน ปลายนิ้วเขาหยุดค้าง ก่อนกดปุ่มล็อกหน้าจอ และวางมันคว่ำลงบนโต๊ะอย่างไม่ลังเล นอกห้องครัว เสียงหัวเราะเบา ๆ ของป้าสายกับปิ่นมุกดังลอดออกมา ภควัตหลับตาเพียงครู่ แล้วเปิดลิ้นชัก หยิบแฟ้มงานออกมา แทนที่จะตอบกลับข้อความนั้น เขาเลือกตั้งต้นใหม่กับความเงียบ และกลิ่นออมเลตยามเช้าที่ติดอยู่ในความทรงจำอย่างประหลาด และที่เรือนหอหลังเดิม การแต่งงานที่ “ไม่ปรารถนา” เริ่มเกิดขึ้น ช้า ๆ แต่อบอุ่น โดยมีเสียงช้อนกระทบจานและรอยยิ้มของเจ้าสาวคนสวย เช้าวันใหม่ในเรือนหอเริ่มด้วยรายการเล็ก ๆ บนกระดาษโพสต์อิทสีครีมที่ปิ่นมุกติดไว้บนตู้เย็น จัดครัว แบ่งโซนให้หยิบง่าย สำรวจสวน ปลูกสมุนไพรเพิ่ม วาดแบบ “Beginning” ต่อ เธอจิบชาร้อน สูดกลิ่นไอน้ำเบา ๆ แล้วลงมือทำตามข้อหนึ่งทันที ขวดเครื่องเทศถูกเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ “คุณมุกนี่จัดของเก่งจริง ๆ ค่ะ ห้องครัวดูโปรขึ้นทันตาเห็น” “ของเยอะก็แค่จัดระบบค่ะ ป้าสายจะหยิบอะไรก็หยิบได้เลยนะคะ มุกติดป้ายไว้หมดแล้ว” เธอยิ้ม หลังจากนั้นเธอไปยืนอยู่กลางแดดอุ่น ๆ ริมระเบียง มีกระถางเปล่าหลายใบตั้งอยู่ เธอพรวนดิน แล้วโรยเมล็ดผักสวนครัวลงไป ความสุขของเธอเรียบง่าย ความพอดีที่จัดด้วยมือของตัวเองทำให้บ้านขนาดใหญ่ไม่ดูว่างเปล่าอีกต่อไป ป้าสายเรียกคนมาซ่อมฝักบัวที่สวน ลุงบุญ เป็นช่างประจำของที่บ้าน “สวัสดีครับคุณมุก ได้ยินว่าชอบปลูกต้นไม้” “ค่ะ ลุงบุญช่วยดูตรงที่ปลูกให้หน่อยได้ไหมคะ มุกอยากทำสวนครัวเล็ก ๆ” “สบายมาก เดี๋ยวลุงทำให้แบบยกแปลง น้ำระบายดีแน่นอน” ลุงบุญยิ้ม แววตาอบอุ่นเหมือนแดดยามเช้า