ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็เห็นร่างของคนสองคนกำลังนอนทับกันอยู่บนโซฟา หัวสมองของซูลี่ระเบิดออกทันที ระหว่างทางเธอจินตนาการว่าเธอโผล่ไปที่บ้านของเหอชู่หมิง บอกกับเขาว่าในที่สุดก็ยุติความสัมพันธ์ระยะไกลตลอดเวลาสองปีแล้วสักที เขาจะต้องดีอกดีใจอย่างแน่นอน แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ภาพที่เห็นกลับเป็นภาพที่เกินกว่าจะรับไหวขนาดนี้ เธอกำหมัด คนที่อยู่บนโซฟากำลังดื่มด่ำจนไม่สังเกตเห็นเธอ เธอพยายามอดกลั้นความรู้สึกขยะแขยงเอาไว้ หยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดโหมดบันทึกวิดีโอ ตอนที่พวกเขาเปลี่ยนท่านั้น ในที่สุดผู้หญิงก็เหลือบมาเห็นซูลี่ เธอตกใจจนกรีดร้องออกมาทันที เหอชู่หมิงเองก็ตกใจเหมือนกัน รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัว แอบซ่อนผู้หญิงเอาไว้ข้างหลังของตัวเองทันที “คุณกลับมาได้ยังไง คุณทำอะไร?” ซูลี่ตาแดงก่ำ ”ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจขนาดนี้ แน่นอนว่าฉันต้องบันทึกเอาไว้โพสต์ลงไปในไทม์ไลน์สักหน่อยน่ะสิ” เหอชู่หมิงได้ยินแบบนี้ก็ไม่สนใจผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังแล้ว ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวแล้วลงไปขอร้องอ้อนวอนขอโอกาสกับซูลี่ที่พื้นทันที “ถ้าคุณก้าวมาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะโพสต์ลงไปในไทม์ไลน์ทันที” ซูลี่พูดขู่ เหอชู่หมิงไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเดินตรงไปข้างหน้าต่อ ซูลี่เปิดเข้าไปในไทม์ไลน์ทันที เหอชู่หมิงรู้สึกช็อกตกใจ ผู้หญิงที่อ่อนโยนว่านอนสอนง่ายมาตลอดกลับทำเรื่องที่ร้ายกาจได้ขนาดนี้! “ซูลี่ อยากตายหรือไง!” เหอชู่หมิงโกรธจนเส้นเลือดปูดนูนออกมาจากหน้าผาก แทบอยากจะฆ่าซูลี่ให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ ซูลี่หยิบโทรศัพท์ออกมา หมายเลข 110 ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอแล้ว “ฉันแจ้งตำรวจแล้ว” เหอชู่หมิงเบิกตากว้าง พูดอะไรไม่ออก “เธอ...” เมื่อเห็นว่าซูลี่ไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น ท่าทางโหดเหี้ยมไร้ความเมตตา เหอชู่หมิงก็ชี้ไปหาเธอทันที “ดี เธอนี่มันร้ายจริง ๆ!” แววตาของซูลี่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น “สองปีที่ผ่านมา ฉันถือซะว่าฉันตาบอดก็แล้วกัน ไม่สิ ฉันควรจะบอกว่าเพราะคุณมันชั่วต่างหาก” ... ซูลี่ออกมาจากบ้านของเหอชู่หมิง จากนั้นก็ไปยังบ้านของลู่จิ้งที่เพื่อนสนิท อยู่ที่บ้านของลู่จิ้งมาห้าวัน ลู่จิ้งด่าทอสาปแช่งเหอชู่หมิงตลอดทั้งห้าวัน เช้าวันนี้เธอเห็นซูลี่กำลังดูโทรศัพท์ด้วยอารมณ์ที่หดหู่ จึงเดินตรงเข้าไปโอบเธอเอาไว้ “ผู้ชายเลว ๆ ไม่คุ้มให้เธอเสียน้ำตาเลยสักนิด” ซูลี่ส่ายหน้า “ฉันไม่ได้เสียใจตั้งนานแล้ว เพียงแค่ลังเลกับเรื่องแต่งงานที่ซูเว่ยอันเตรียมให้กับฉันเท่านั้น” “อะไรนะ?” พ่อของซูลี่เตรียมเรื่องแต่งงานให้กับเธอ เอาแต่โน้มน้าวให้เธอกลับมาพูดคุยกัน บอกว่าฐานะทางบ้านของฝ่ายชายดีมาก แถมคนก็ทั้งสูงทั้งหล่อ แล้วก็เป็นลูกชายคนเดียวอีก ตราบใดที่เธอตกลงแต่งงานด้วย ตระกูลของฝ่ายชายก็จะให้สินสอดทองหมั้นเจ็ดหลัก ถ้าตั้งท้องภายในสองเดือน ก็จะได้เงินอีกห้าร้อยล้าน หากให้กำเนิดลูกสักคน ก็จะกลายเป็นนายหญิงของตระกูล มีทรัพย์สินมากมายนับไม่ถ้วน ลู่จิ้งได้ยินแบบนี้ก็ตบมือทันที ก่อนจะหัวเราะเยาะเย้ย “นี่น่าจะเป็นเจตนาของแม่เลี้ยงนั่นของเธอสินะ” ถ้ามีเรื่องที่ดีงามขนาดนี้จริง ๆ ทำไมเธอถึงไม่ให้ลูกสาวของตัวเองไปแต่งงานแทนล่ะ มันคือกับดักชัด ๆ ” “เธอรู้เรื่องราวภายในเหรอ?” “พูดมาแล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่มีเรื่องสำคัญบางเรื่องที่ไม่ได้บอกเธอ” “หืม” ลู่จิ้งพูดขึ้น “คนคนนั้นชื่อโม่สิงหย่วน มีเงินทองมีหน้าตามีอำนาจอิทธิพลจริง ๆ เมื่อก่อนผู้หญิงของไนท์ซิตี้ต่างก็อยากจะแต่งงานกับเขาทั้งนั้น ต่อให้ไม่ได้แต่งงานขอแค่ได้หลับนอนสักครั้งก็ยังดี “โม่สิงหย่วน...” ซูลี่พึมพำชื่อนี้ “รู้สึกคุ้น ๆ นิดหน่อย” ลู่จิ้งสบถอย่างแผ่วเบา “คนของไนท์ซิตี้ต่างก็คุ้นกับชื่อนี้กันทั้งนั้นแหละ” ก่อนจะพูดขึ้นต่อ “ปีที่แล้วมีการเปิดเผยว่าเขาป่วยหนัก มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ได้ยินมาว่าตอนแรกเขามีแฟน หลังจากที่รู้เรื่องนี้ก็ดูเหมือนจะหนีไปต่างประเทศแล้ว” “พูดตามตรง คนที่ใกล้ตายแล้ว แต่งงานกับเขาก็ไม่ต่างอะไรจากแต่งงานกับคนตาย” ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง น่าเวทนาจริง ๆ ลู่จิ้งเบะปาก “พอมีแม่เลี้ยง พ่อแท้ ๆ ก็เหมือนไม่มี คำนี้มันจริงที่สุด แม่เลี้ยงคนนั้นของเธอต้องการให้เธอแต่งงานไปเป็นแม่ม่าย” “หลังจากที่เขาตายไปแล้วก็แต่งงานใหม่ได้” ลู่จิ้งเบิกตากว้าง “เดี๋ยวนะ นี่เธอคิดจริงเหรอเนี่ย ผู้ชายคนนั้นป่วยระยะสุดท้ายแล้ว ตอนนี้สภาพจะขี้เหร่ขนาดไหนกัน อีกอย่างไปแต่งงานกับคนเขาในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ก็เท่ากับต้องการมีผู้สืบสกุลเอาไว้ก่อนตายไม่ใช่หรือไง” “คนแบบนี้มันวิปริตจะตาย!” ซูลี่พูดเบา ๆ “แต่ให้เยอะนะ!” “...” “อีกอย่าง พอเขาตายไป ฉันก็จะได้สืบทอดมรดกของเขาต่อด้วย” สีหน้าของซูลี่เรียบเฉย “ถึงตอนนั้นก็จะมีเงินมีอิสระ คนมากมายต่างก็อิจฉากันทั้งนั้น” ลู่จิ้งถลึงตาโตด้วยความตกใจ “เธอเสียใจจนเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม?”
“เปล่าสักหน่อย” ซูลี่สีหน้าจริงจัง “ฉันคิดมาแล้ว ความรักมันก็เหมือนกับผีนั่นแหละ เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน เลิกไล่ตามได้แล้ว” “อีกอย่าง พวกเราขยันทำงานขนาดนี้ ก็เพื่อหาเงินให้ได้เยอะ ๆ เพื่อได้รับอิสรภาพทางการเงินไม่ใช่หรือไง ตอนนี้มีทางลัดแล้ว ทำไมฉันถึงจะไม่เลือกเดินล่ะ” ลู่จิ้ง “... ทำไมรู้สึกว่ามันก็มีเหตุผลเหมือนกันนะ” ซูลี่ยิ้มแย้ม “เพราะความจริงมันเป็นแบบนี้” ... ตอนค่ำ เหอชู่หมิงใช้โทรศัพท์ของคนอื่นโทรไปหาซูลี่ ด่าซูลี่ว่าเป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอม หลังจากวางสายก็เปลี่ยนเบอร์ เธอล็อคไปก็หลายเบอร์ จนเธอตัดสินใจปิดเครื่องไปซะดื้อ ๆ วันรุ่งขึ้น ซูลี่เปิดเครื่องขึ้นมาก็มีข้อความเด้งเข้ามามากมาย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้อความที่เหอชู่หมิงส่งมา คำด่าต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าคำอะไรก็ล้วนแล้วแต่พรั่งพรูออกมา ไทม์ไลน์ระเบิดทันที ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีอะไรกัน แต่เหอชู่หมิงปล่อยข่าวว่าซูลี่เสริมหน้าอกมา ด่าว่าเธอบ้าผู้ชายแต่ยังแสร้งทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์.. สรุปก็คือ มีแต่คำพูดหยาบคายไม่น่าฟังทั้งนั้น ซูลี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแต่มีเหตุผลของมัน สวรรค์อยากจะให้เธอได้รู้โฉมหน้าที่แท้จริงของผู้ชายสารเลวเร็ว ๆ ดังนั้นถึงได้ให้เธอได้เห็นภาพเหตุการณ์นั้น เธอโทรศัพท์ไปหาซูเว่ยอัน ตอบตกลงข้อเสนอของเขา สองพ่อลูกมายังคฤหาสน์ของตระกูลโม่ ไม่เจอกับโม่สิงหย่วน พ่อแม่ของเขาเป็นคนออกหน้ามาต้อนรับแทน เมื่อรู้ว่าซูลี่เต็มใจแต่งงานกับโม่สิงหย่วน พวกเขาก็ไม่สามารถเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้ ซูลี่มีเพียงแค่คำขอเดียวเท่านั้น ก็คือจดทะเบียนสมรสกันก่อน เหตุผลที่เธอให้ คือมันต้องถูกกฎหมาย ส่วนเรื่องงานแต่งงาน เธอไม่ต้องการ แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่คัดค้ายอยู่แล้ว กลัวว่าเธอจะไม่ยอมแต่งงานด้วยซ้ำ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องตรงกัน พ่อโม่เชิญเจ้าหน้าที่เทศบาลมาดำเนินการจดทะเบียนสมรสที่บ้านโดยตรง ในเวลานี้เอง ซูลี่ก็เห็นโม่สิงหย่วน... ในรูปภาพแล้ว ผู้ชายที่อยู่ในรูปเป็นเหมือนกับที่ลู่จิ้งบอกเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลา โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ลุ่มลึกมีจิตวิญญาณ ราวกับสามารถล่อลวงคนได้ ผู้ชายที่ดีเลิศขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เธอก็ไม่มีทางได้ครอบครองอย่างแน่นอน ทะเบียยสมรสยื่นมาอยู่ตรงหน้าของซูลี่ เธอเชยชมมันอย่างละเอียด ถึงแม้จะเป็นรูปถ่ายที่แต่งขึ้น แต่ก็พอแก้ขัดไปได้ แม่โม่หยิบบัตรธนาคารออกมายื่นมาให้กับซูลี่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จัดงานแต่งงาน แต่สินสอดทองหมั้นก็จัดเตรียมไว้เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังให้เงินใช้จ่ายกับเธออีกก้อนด้วย สรุปก็คือใจกว้างมาก จำนวนตัวเลขมากจนซูลี่รู้สึกว่าบัตรใบนี้มันหนักมาก เธอไม่ได้ปฏิเสธ รับเอาไว้ด้วยความเต็มใจ เธอมองไปที่ทะเบียนสมรสอีกครั้ง สายตาหยุดอยู่ที่คำว่า [โม่สิงหย่วน] ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากที่ผู้ชายคนนี้รู้ว่าพ่อแม่ของเขา “ขาย” เขา แล้วจะมีความรู้สึกยังไง ... หลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลโม่ด้วยกันกับพ่อ พ่อก็มีสีหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกดีอกดีใจมาก “ตระกูลโม่ให้ผลประโยชน์พ่อมาไม่น้อยสินะ” ซูเว่ยอันชะงักไปทันที สีหน้าอึดอัด “แกกำลังพูดอะไร” “เลิกเสแสร้งได้แล้ว” ซูลี่หยุดมองเขา “ถ้าไม่ได้มีผลประโยชน์ พ่อก็คงไม่คิดถึงฉัน” สีหน้าของซูเว่ยอันอึดอัดอยู่ไม่น้อย “อาลี่...” ซูลี่ยกมือขึ้น ไม่อยากฟังคำพูดที่สวยหรูพวกนั้นของเขา เธอเดินตรงไปข้างหน้า ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย “นี่เป็นครั้งสุดท้าย ต่อไป เลิกติดต่อกันอีก” ...... เมื่อลู่จิ้งรู้ว่าเธอแต่งงานกับโม่สิงหย่วนแล้วจริง ๆ ก็เดินวนไปวนมาอยู่กับที่ น่าเสียดาย เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีเวลามานั่งเสียใจแล้ว “พ่อของเธอนี่ร้ายจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นกับดักแล้วยังจะผลักเธอลงไปอีก เธอเองก็โง่ ทำไมถึงต้องไปจดทะเบียนสมรสเร็วขนาดนี้ด้วย” ถ้าเขาทรมานเธอจริง ๆ เธอยังไม่ได้จดทะเบียนก็ยังหนีไปได้อยู่ แต่เธอจดทะเบียนสมรสก่อนแบบนี้ ถ้าเขาฆ่าเธอขึ้นมาเธอหนีไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี” ลู่จิ้งทั้งกระวนกระวายทั้งโมโหทั้งเป็นกังวล ตาแดงก่ำไปหมด เพื่อนสนิทโกรธ แต่ซูลี่ปลอบประโลมลู่จิ้งด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน “จดทะเบียนสมรสไปแล้ว แต่ฉันไม่ได้คิดที่จะไปปรากฏตัวต่อหน้าเขา” ลู่จิ้งจ้องมองเธอ ดวงตาของซูลี่เจ้าเล่ห์ ถึงแม้ว่าความคิดมันจะโหดร้ายไปหน่อย แต่มันก็เป็นความจริง “เธอบอกว่าเขามีชีวิตอยู่ไม่ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าไม่ใช่เหรอ เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามเดือน หลบซ่อนไปก่อน รอให้เขาไม่ไหวแล้ว ฉันก็ค่อยโผล่หน้าออกไป” ซูลี่คิดเอาไว้อย่างสวยหรู แต่ความจริงนั้นกลับโหดร้าย คำพูดนี้พูดได้ไม่กี่วันเท่านั้น ก็มีคนมาหาเธอแล้ว “คุณโม่ต้องการเจอกับภรรยาของเขา”
ฤดูหนาวที่เย็นยะเยือก สายลมหนาวจนเข้ากระดูก ความอบอุ่นภายในรถตู้ไม่สามารถทำให้หัวใจที่เย็นเฉียบของซูลี่อบอุ่นได้เลย ไม่ว่าจะยังไงเธอก็รู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย มาคิดดูอีกที มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว เขาจะมาไม้ไหนได้? ซูลี่สงบสติอารมณ์ ส่งข้อความไปหาลู่จิ้ง ให้เธอใจเย็น รถมาจอดอยู่ตรงสโมสรบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของไนท์ซิตี้ คนขับรถเปิดประตูรถ การกระทำเคารพนอบน้อม แต่ท่าทีกลับไร้ซึ่งความเคารพนับถืออย่างสิ้นเชิง ซูลี่ลงมาจากรถ ผู้ชายเดินอยู่ข้างหน้า เดินผ่านทางเดินที่โอ่อ่าหรูหรา มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูที่อยู่ในสุด ประตูใหญ่สองบานถูกเปิดออก ผู้ชายคนนั้นถอยไปอยู่ด้านข้าง “คุณโม่ คนมาแล้วครับ” พูดจบ ก็ส่งสัญญาณให้เธอเข้าไป ซูลี่ราวกับลูกศรที่ขึ้นคันธนู หันหลังกลับไม่ทันแล้ว เธอก้าวเข้าไปอย่างมั่นอกมั่นใจ ด้วยความคิดที่ว่าไหน ๆ ก็มาแล้ว ประตูด้านหลังปิดลง พื้นที่ปิดเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด อากาศเริ่มเบาบางลง วินาทีนี้หัวใจของเธอเต้นแรงเป็นพิเศษ กวาดสายตามองออกไป มีคนคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาข้างใน เขานั่งไขว่ห้าง เอนพิงบนโซฟาหนังแท้ เนื่องจากอยู่ค่อนข้างไกล จึงมองไม่ค่อยชัดนัก ไฟสีแดงจากบุหรี่กระพริบอยู่ภายในห้องที่มืดสลัว ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งจาง ๆ อยู่ในอากาศ ซูลี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไป เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน เขาไม่ขึ้นกล้อง ตัวจริงดูดีกว่าในรูปถ่าย มีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นที่แตกต่างคือ สีหน้าของเขาดูซีดเผือดกว่าในรูป คอเสื้อสีดำเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นถึงลูกกระเดือกและไหปลาร้าที่แสนเซกซี่ อาการป่วยทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาซีดเซียวดูไม่แข็งกร้าวอย่างแปลก ๆ แต่สีหน้าของเขาค่อนข้างดี เหมือนคนป่วยใกล้ตายเสียที่ไหน ลำพังแค่ใบหน้านี้ ก็สามารถทำให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยอยากจะมีลูกกับเขาแล้ว หลังจากเดินเข้าไปใกล้ ซูลี่ถึงได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขากำลังถือทะเบียนสมรสอยู่ในมือ ใช่ ทะเบียนสมรสถูกแม่ของเขาเอาไปในตอนนั้น หลังจากที่จดทะเบียนสมรสให้กับลูกชายเสร็จ แน่นอนว่าต้องบอกให้เขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เธออยากจะหลบ แลดูจะเพ้อฟันไป “ไม่เคยได้ยินเรื่องคนตายเพราะเงินบ้างเหรอ?” โม่สิงหย่วนจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ ผู้หญิงที่แต่งงานกับเขาได้ในเวลาแบบนี้ เห็นแก่เงินเท่านั้น ซูลี่รู้ดีว่าหลบเลี่ยงไม่ได้แล้ว คำพูดนี้ก็กำลังย้ำเตือนว่าเธอจะตายเพราะเงิน เลยตัดสินใจถึงไหนถึงกัน ยกยิ้มที่มุมปาก ดูมีเสน่ห์เย้ายวน “ทำไม ไม่คิดว่าฉันชอบคุณ ที่แต่งานกับคุณเพราะปรารถนามานานแล้วบ้างเหรอ? โม่สิงหย่วนบีบบุหรี่แน่น วางแผนมานาน.. มีคนแบบนี้อยู่จริง แต่เวลาแบบนี้ไม่น่าจะมี โม่สิงหย่วนมองแวบเดียวก็มองคำพูดจอมปลอมและรอยยิ้มที่ปลอมเปลือกของซูลี่ได้ทันที เขาดับบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ นิ้วมือที่เรียวยาวกวักไปหาเธอ ซูลี่กลืนน้ำลายเบา ๆ เธอเข้าไปใกล้อีกนิด โม่สิงหย่วนวางขาลง นั่งตัวตรง ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของซูลี่เอาไว้ ออกแรงดึงเธอเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด ซูลี่ถูกกระชากจนไม่ทันได้ตั้งตัว คนทั้งคนล้มเข้าไปอยู่บนตัวของเขา ก่อนจะถูกเขาดันขึ้นมานั่ง วินาทีนั้น มือของเขาก็แนบไปที่เอวของเธอ ถึงแม้ว่าจะสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่เอาไว้ แต่บริเวณที่ถูกเขากดก็รู้สึกร้อนผ่าวเล็กน้อย ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาเลยสักนิด เขาใช้ทะเบียนสมรสเชยคางของเธอขึ้นมา ดวงตาที่ลุ่มลึกแฝงไปด้วยความเยาะเย้ย “ชอบผมงั้นเหรอ?” หัวใจของซูลี่เต้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าสงบนิ่ง ขอบใบทะเบียนสมรสบาดคางของเธอทำให้รู้สึกอึดอัด สุดท้ายก็ทำเป็นใจดีสู้เสือหันไปสบตากับเขา “ผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานในไนท์ซิตี้ น่าจะชื่นชมคุณกันหมดเลยสินะ” “เหอะ” โม่สิงหย่วนส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากในลำคอ “คุณไม่กลัวตายเหรอ?” “กลัว” โม่สิงหย่วนเลิกคิ้ว ซูลี่สีหน้าจริงจัง “จะช้าจะเร็วยังไงก็ต้องตายอยู่ดี การที่ได้เป็นสามีภรรยากับคนที่ชอบก่อนตาย ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ” มีคำสี่คำผุดขึ้นมาในหัวสมองของโม่สิงหย่วน:แต่งเรื่องน้ำเน่า เขาออกแรงผลักเธอออกไป จากนั้นก็ปัดขาที่เธอนั่งเมื่อตะกี้นี้ รังเกียจอย่างเห็นได้ชัด “หย่า” ซูลี่ยืนอย่างมั่นคง หลังจากเห็นทะเบียนสมรสที่ถูกเขาโยนทิ้งไปด้านข้าง เธอนิ่งมาก “หย่ามีระยะเวลาให้ทบทวนหนึ่งเดือน”