เล่ห์รักซาตานร้าย (Love devils)
บทที่ 1 เล่ห์รัก | EP.1 อามิเกล

อามิเกล ปาร์คเกอร์ หญิงสาววัย 23 ปี ลูกครึ่งไทย - อิตาลี ผิวขาวเนียนและใบหน้าหวานจิ้มลิ้มพร้อมกับรอยแก้มบุ๋มที่ปรากฏขึ้นทุกครั้งเวลาเธอยิ้ม ใครที่ได้รู้จักก็เป็นอันต้องตกหลุมรักความน่ารัก อ่อนโยนและใจดีของเธอ อามิเกลมีโอกาสได้รู้จักแอลลี่ไฮโซสาวสวยพ่วงด้วยตำแหน่งรองประธานบริษัทตระกูลดัง จากการแข่งขันออกแบบการจัดสวนที่มหาวิทยาลัยเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว หลังจากเรียนจบและด้วยความชอบที่คล้ายๆ กัน แอลลี่จึงชวนเธอมาร่วมงานด้วย ปิ้วว ปัง! ปัง! เสียงพลุกระดาษดังขึ้น เส้นสายรุ้งขนาดเล็กลอยฟุ้งขึ้นบนอากาศอย่างสวยงามก่อนจะร่วงตกลงพื้น เมื่อสองสาวอามิเกลและแอลลี่ได้ฤกษ์เปิดบริษัทรับออกแบบจัดสวนดอกไม้ขนาดเล็กที่พวกเธอตั้งใจสร้างขึ้น 'Garden lover' ตั้งอยู่ในตึกแถว 3 ชั้น บนถนนใจกลางเมืองของประเทศอิตาลี นอกจากจะรับออกแบบแล้วบริเวณด้านหน้ายังเปิดเป็นร้านดอกไม้สดและดอกไม้อบแห้งอีกด้วย ใครเดินผ่านไปมาก็สามารถหยิบจับดอกไม้สดที่วางเรียงกันสวยงามแล้วจ่ายเงินค่าดอกไม้ไว้ในตะกร้าที่เตรียมไว้ได้เลย หรือหากลูกค้าคนไหนอยากปรึกษาหรือขอแนะนำต่างๆ หญิงสาวก็ยินดีมาก "เย้!...ขอให้ลูกค้าเข้าเยอะๆ ตั้งแต่วันแรกทีเถอะ เพี้ยง!!" เสียงเล็กของแอลลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส หลังจากแขวนป้ายหน้าร้านว่าเปิดแล้วก่อนจะหันไปยิ้มให้กับหุ้นส่วนของตัวเอง "ขอบคุณที่ไว้ใจเกลนะคะ คุณแอล" อามิเกลยืนมองหน้าร้านของตัวเองและเพื่อน ใบหน้าสวยหวานเปื้อนยิ้มด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่มดีใจ "ครบเครื่องเรื่องดอกไม้ขนาดนี้ ผลตอบรับต้องดีมากแน่นอนค่ะพี่มิเกล คุณแอล" หญิงสาวอีกคนเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากไปเอาน้ำส้มคั้นสดมาให้รุ่นพี่ทั้งสองคน  นีโอร่า หญิงสาวรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยของอามิเกล เธอรับจ๊อบทำงานพาร์มไทม์ระหว่างเรียน นีนค่อนข้างสนิทกับอามิเกลมากเพราะเป็นพี่รหัสน้องรหัสกันอยู่แล้ว "ฉลองเปิดร้านค่ะ" ทั้งสามคนชนแก้วน้ำส้มก่อนจะยกขึ้นดื่มเป็นการเฉลิมฉลองในวันนี้ "แอลเชื่อฝีมือมิเกลอยู่แล้วทั้งเก่งแล้วก็น่ารักขนาดนี้ ลูกค้าเต็มร้านแน่ๆ" หญิงสาวสวย น่ารัก นิสัยดีแบบนี้ใครได้เป็นแฟนคงโชคดีมากแน่ๆ ขออย่าให้ได้เจอคนใจร้ายกับเธอเลย เพราะจากที่เธอรู้จักได้เพื่อนใหม่คนนี้มา ชีวิตเธอค่อนข้างลำบากมามาก "เกลจะตั้งใจทำงานสุดฝีมือเลย อุ๊ย!..ลูกค้ามาแล้ว คิคิ" ระหว่างที่หญิงสาวสามคนกำลังคุยกันก็มีลูกค้าคู่รักเข้ามาสนใจเลือกดอกไม้สด อามิเกลจึงรีบเข้าไปทักทายทันที หญิงสาวแนะนำดอกไม้ที่ฝ่ายชายบอกว่าตั้งใจจะซื้อให้ฝ่ายหญิงอย่างใส่ใจ เพราะดอกไม้แต่ละชนิดจะมีความหมายซ่อนเอาไว้สื่อถึงความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง จนในที่สุดเธอก็ส่งมอบดอกไม้ช่อใหญ่ช่อแรกของวันนี้ให้กับลูกค้าคู่รักไปโดยที่ใช้เวลาจัดเตรียมไม่นาน แอลลี่อยู่ที่ร้านได้ไม่นานเพราะมีประชุมด่วนที่โรงแรมจึงขอตัวออกมาก่อน ในการเปิดร้านวันแรกถือว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีเลยทีเดียว ลูกค้าเข้าร้านบ้างก็ซื้อดอกไม้สด ดอกไม้อบแห้งปะปนกันไป บ้างก็เยี่ยมชมดอกไม้ โมเดลการออกแบบสวนที่หญิงสาวเคยทำไว้ กว่าที่สองสาวอามิเกลและนีนจะได้นั่งพักยาวๆ ก็ตอนปิดร้านไปแล้ว หญิงสาวสองคนไล่เก็บอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่นอกร้านเข้าร้าน จัดเรียงทำความสะอาดงานเสร็จสรรพก็กินเวลาไปดึกดื่น "ขอให้เป็นอย่างนี้ทุกวันด้วยเถอะ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย" มือบางจับกระถางใบโปรดขึ้นมาฉีดพรมน้ำพอประมาณ ก่อนจะเอ่ยกับต้นโคลเวอร์ด้วยรอยยิ้มหวานจนเห็นลักยิ้มแก้มบุ๋ม หลังจากเก็บร้านเรียบร้อยหญิงสาวจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน หากจะค้างที่นี่ก็ยังไม่สะดวกเท่าไหร่เพราะชั้น 3 สำหรับห้องนอนยังไม่เสร็จเรียบร้อยเท่าที่ควร หญิงสาวลงรถประจำทางรอบสุดท้าย ก่อนจะเดินเข้าไปในเขตคฤหาสน์ตระกูลซีซานเดอร์...ร่างอรชรเดินตามทางพื้นดินติดกำแพงเพื่อกลับบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ท้ายคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธออาศัยอยู่ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ "มิเกล กลับมาแล้วหรือคุณท่านเรียกพบนานแล้วรีบไปเถอะเดี๋ยวจะโดนดุเอา" โซอี้ สาวใช้รุ่นเดียวกันที่เฝ้ารอเธอกลับมารีบวิ่งมาบอกเมื่อหญิงสาวกำลังไขกุญแจเข้าบ้าน "โอเคจ๊ะ งั้นเกลไปก่อนนะ ขอบคุณนะโซอี้" ขาเรียวรีบก้าวไปยังตึกใหญ่ทันที ใบหน้าหวานปรากฏรอยยิ้มขึ้นเพราะไม่บ่อยครั้งที่พ่อเรียกพบเธออย่างนี้ ถึงส่วนใหญ่จะเรียกไปต่อว่าก็เถอะ แต่นั่นก็ทำให้เธอพอจะมีตัวตนอยู่บ้าง

บทที่ 2 เล่ห์รัก | EP.2 ไม่เคยถูกรัก

ร่างอรชรยืนอยู่หน้าห้องทำงานในตัวคฤหาสน์ ก่อนจะเคาะประตูเพื่อบอกการมาของเธอ ไม่นานก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ เท้าเล็กหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานสักพัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นเมื่อคนที่เรียกเธอมาพบกลับไม่มองและไม่พูดอะไรกับเธอเลย "คุณท่านเรียกเกลมีอะไรหรือเปล่าคะ" คำถามที่ถือเป็นบทสนทนาแรกในรอบหนึ่งเดือนของเธอและท่านนาธาน ซีซานเดอร์ พ่อผู้ให้กำเนิดเลยก็ว่าได้ "ฉันต้องถามแกมากกว่าที่คิดยังไงไปทำงานร่วมกับคุณหนูระดับแอลลี่ได้ห้ะ!!" ปึง!! เสียงแท็บเล็ตถูกวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรงจนทำให้หญิงสาวสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยหวานเริ่มหม่นหมองลง แค่แอบหวังว่าเขาจะร่วมยินดีกับวันนี้บ้างก็เท่านั้น แต่ความหวังนั้นก็พลันหายวับไป "..เกลรู้จักกับคุณแอลตอน...." "คนอย่างแกนะหรือจะคิดเทียบกับคนพวกนั้น แกไม่มีวันตามทันเขาหรอก!!..." "ไม่ใช่นะคะ เกลไม่เคยคิดเทียบกับคุณแอลเลย" หญิงสาวได้แต่ก้มหน้ามองต่ำไม่กล้าที่จะสบสายตากับคนเป็นพ่อเลยสักครั้ง "อย่ามาเถียง! ไอ้บริษัทเล็กๆ บ้าบอนั่นไม่นานก็เจ๊ง เหอะ!...ดีนะที่แกไม่ได้ใช้นามสกุลฉัน" นาธานแค่นเสียงหัวเราะใส่คนที่ไม่รู้จักเจียมตัวยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า "คราวหน้าเกลจะถามความคิดเห็นของคุณท่านก่อน ขอโทษค่ะ" ใบหน้าหวานเงยขึ้นเอ่ยเสียงสั่น เธอได้แต่เก็บความน้อยใจไว้ข้างใน...น่าจะชินชากับคำพูดพวกนี้หน่อยก็ยังดี มันไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนด่าแบบนี้เสียหน่อย "หึ ไม่ต้องละ อยากทำอะไรก็เรื่องของแก ออกไปได้แล้ว" สิ้นเสียงออกคำสั่ง นาธานก็จับแท็บเล็ตขึ้นมาดูแล้วไม่สนใจหญิงสาวอีกเลย อามิเกลเดินออกจากตึกใหญ่กลับบ้านหลังเล็กของตัวเองด้วยจิตใจห่อเหี่ยว เธอเกิดจากความผิดพลาด เกิดจากความสนุกแค่ชั่วคราวของพวกเขา...เธอรู้ดี แต่หากปล่อยให้เธอลืมตาดูโลกและเติบโตมาได้ ก็อยากให้ใจดีกับเธอบ้าง ห่วงใยบ้าง ไม่ต้องถึงขั้นรับเป็นลูกขนาดนั้นก็ได้ แค่เห็นเธออยู่ในสายตาบ้างก็พอ ร่างอรชรนอนลงบนเตียงนุ่มในห้องนอนด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปหมด เธอคงคาดหวังมากเกินไป ขนาดวันที่เธอเรียนจบไม่ว่าจะไฮสคูลหรือมหาลัยเขาก็ไม่เคยแสดงความยินดีหรือแม้แต่คำพูดอวยพรก็ไม่เคยมีให้สักครั้ง หญิงสาวหลับตาลงเพื่อหวังไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แต่มันก็ยังไหลออกมาได้อยู่ดี "พอแล้ว ห้ามร้องไห้กับเรื่องแบบนี้อีกนะเกล" ดวงตาหวานลืมตาขึ้น มือบางปัดหยดน้ำที่เปื้อนใบหน้าออกเบาๆ ก่อนจะพูดให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง กริ๊ง~ กริ๊งงง~~ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หญิงสาวหยิบกระเป๋าผ้าใบใหญ่ที่บรรจุของต่างๆ ไว้ในใบเดียว ควานหาต้นเสียงเพื่อดูว่าใครโทรหาเธอเวลาดึกดื่นขนาดนี้ 'ไรอัน' นั่นไงใช่คนที่เธอคิดว่าจริงๆ ด้วย "ฮัลโหล" เสียงใสกรอกลงไปทันทีที่กดรับสาย "เกล ฉันโทรหาเธอตั้งหลายครั้งทำไมไม่รับสายเลย" เสียงปลายสายถามขึ้นด้วยความร้อนรนหลังจากที่ติดต่อเพื่อนสาวมาพักใหญ่ "ฉันติดธุระอยู่ไม่ได้ดูโทรศัพท์เลย นายมีอะไรหรือเปล่า" อามิเกลเอาโทรศัพท์ออกจากใบหูเล็กขาวสะอาด กดไปดูประวัติการโทรเข้าก็พบว่าไรอันติดต่อเธอมากกว่าสิบสาย "คือฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยนิดหน่อย..." ไรอันพูดแค่นั้นก็นิ่งเงียบไป จนหญิงสาวขมวดคิ้วสงสัย "เรื่องอะไรล่ะ" "คืนพรุ่งนี้เธอช่วยปลอมตัวเป็นแฟนฉันหน่อยสิ" "อีกแล้วเหรอไรอัน นายนี่นะ" ทุกครั้งที่ไรอันจะเลิกกับแฟนหรือมีปัญหาเรื่องผู้หญิงเป็นอันต้องดึงเธอไปเกี่ยวข้องด้วยทุกที จนเกรงว่าไปไหนมาไหนก็กลัวเจอบรรดาผู้หญิงที่เพื่อนใจร้ายทิ้งไปทุกที "เอาน่าช่วยหน่อยนะ ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายจริงๆ นะมิเกล" ไรอันขอร้องด้วยน้ำเสียงลำบากใจ เพราะจริงๆ เขาก็ ไม่อยากให้เพื่อนมายุ่งด้วยเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว "ก็ได้ๆ ครั้งสุดท้ายจริงๆ นะ" เธอกับไรอันโตมาด้วยกัน ด้วยความที่อายุเท่ากันและบ้านก็อยู่ติดกันจึงทำให้สนิทกันตั้งแต่ยังเด็ก ที่บ้านของไรอันทำ รีสอร์ตเล็กๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ ระหว่างที่แม่ป่วยก็มีพ่อแม่ของเขาที่คอดูแลอาหารการกินและค่าขนมบ้างแต่ละวัน พอเธอย้ายมาอยู่ในความดูแลของท่านนาธานก็ยัง ติดต่อหาคุณลุงคุณป้าและเพื่อนอยู่เป็นระยะ ไรอันได้เข้าเรียนในมหาลัยเดียวกันกับเธอระหว่างนั้นเขาก็มีปัญหาให้เธอช่วยค่อนข้างบ่อย ซึ่งเธอก็เต็มใจที่จะช่วยหากมันไม่หนักหนาเกินกว่าที่จะทำได้ ก็เพราะอยากตอบแทนพวกเขาบ้าง ด้วยความที่เข้าสังคมไม่เป็น พูดไม่เก่งทำให้เธอไม่ค่อยมีเพื่อนมากมายอะไร ในชีวิตคนที่สนิทและรู้เรื่องของเธอก็มีแค่ไรอัน ส่วนโซอี้ก็รู้แค่เรื่องที่เธอเป็นลูกนอกสมรสของท่านนาธานเท่านั้นชีวิตก่อนหน้าเธอไม่ค่อยได้เล่าให้ฟัง "สัญญาเลย ขอบใจนะมิเกล" หลังจากวางสายไรอันก็ส่งข้อมูลที่จำเป็นและสถานที่นัดเจอมาให้ก่อนจะทิ้งท้ายว่าจัดหาชุดสำหรับพรุ่งนี้ไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 3 เล่ห์รัก | EP.3 เจอครั้งแรก

เช้าวันต่อมา... อามิเกลตื่นเช้าเป็นปกติเช่นทุกวันจนติดนิสัยมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะต้องไปช่วยงานที่ตึกใหญ่เป็นประจำทุกวัน บางวันก่อนไปเรียนบ้าง บางวันก็หลังเลิกเรียนบ้าง หลังจากเรียนจบและรอระหว่างเปิดร้านเธอก็ไปช่วยงานที่นั่นแทบทั้งวัน อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย เธอถือคติคำพวกนี้ อีกอย่างตัวเธอเองก็เป็นแค่คนอาศัยเท่านั้น แต่นับจากนี้เธอต้องรีบไปเปิดร้านทุกวัน คงจะไม่ได้เข้าตึกใหญ่บ่อยเท่าเมื่อก่อนแล้วซึ่งพี่ๆ คนรับใช้ที่นั่นก็เข้าใจดี ร่างอรชรลงจากรถเมล์ประจำทางที่จอดเทียบป้ายตรงข้าม Garden lover ร้านของเธอ เพียงแค่ข้ามทางม้าลายไปก็ถึงแล้ว ในเวลานี้ผู้คนยังไม่มากนัก ดวงตาหวานมองไฟจราจรสักพักก็มีสัญญาณให้เดินข้ามไปได้ หญิงสาวเดินมาได้แค่เลนเดียวก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อรถสีแดงเพลิงคันหรูแล่นมาด้วยความเร็วสูง ร่างเล็กล้มลงกับพื้นถนนก่อนที่รถคันนั้นจะถึงตัวเอง "ว๊ายย...!!.." ตุ๊บ!! เอี๊ยดด..!!.. อามิเกลพยายามมองเข้าไปในกระจกสีดำแต่ก็ไม่เห็นเพราะมันมืดทึบไปหมด ครู่เดียวที่รถคนนั้นหยุดก่อนจะขับเลี่ยงตัวเธอไปด้วยความรวดเร็ว หญิงสาวพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้า อยู่ๆ ก็มีผู้ชายใส่สูทสีดำลงจากรถคันหนึ่งเดินเข้ามาถามไถ่อาการก่อนจะพาเธอข้ามถนนไปที่ร้าน "หากคุณต้องการไปตรวจดูอาการที่โรงพยาบาลก็ติดต่อมาได้เลยนะครับ เสร็จธุระแล้วผมขอตัว" หลังจากที่บอกให้เธอไปตรวจดูตอนนี้เลย แต่หญิงสาวปฏิเสธเพราะเธอไม่เป็นอะไรมาก แค่ประคบเย็นสักพักคงหาย ชายใส่สูทจึงยื่นนามบัตรติดต่อให้หญิงสาวแล้วเดินกลับไปที่รถเมื่อเสร็จธุระตามคำสั่ง มือบางหยิบบัตรพลาสติกแข็งสีทองขึ้นมาอ่านดูก็พบว่าเป็นของโรงแรมคาสเซียส โรงแรมหรูหราระดับโลกที่ตั้งอยู่กลางเมืองหลวงห่างจากร้านของเธอไม่กี่กิโลเมตร "ใครกัน ขับรถเร็วจนคนอื่นเขาเจ็บตัวเลย" เสียงหวานใสบ่นอุบอิบคนเดียวนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ อามิเกลนั่งประคบน้ำแข็งอยู่ได้สักพักเมื่อรู้สึกว่าดีขึ้นแล้วจึงเริ่มจัดของที่ร้านเพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงดอกไม้ก็จะมาส่งกลัวว่าจะไม่ทันเวลาร้านเปิด ที่ร้านจะรับดอกไม้สดจากฟาร์มมาทุกวัน ทุกดอกทุกชนิดเธอไปลงพื้นที่ฟาร์มมาก่อนแล้ว เพื่อให้ได้สินค้าที่ได้มาตรฐานและสวยงามจริงๆ ไม่นานนีนเด็กสาวที่ทำงานพาร์ทไทม์ก็มาถึงพอดี สองสาวจัดดอกไม้สดใส่แจกัน ใส่กระถางสวยงามต่างๆ เพื่อนำไปวางขายหน้าร้าน "พี่มิเกลดีขึ้นแล้วใช่ไหม ไม่ต้องเดินเยอะนะเดี๋ยวนีน รับลูกค้าให้เอง" พูดจบก็เดินเข้าไปแนะนำลูกค้าที่แวะเวียนเข้าร้าน หญิงสาวทำหน้าที่แค่คิดเงินและให้คำปรึกษาสำหรับลูกค้าที่สนใจดีไซน์การจัดสวน "วันนี้เราปิดร้านเร็วกว่าปกติสักชั่วโมงนะนีน" "อ้าว ทำไมละคะ หรือว่าพี่มิเกลจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนีนดูร้านให้ก็ได้นะ" นีนเสนอให้เพราะตอนนี้ลูกค้าก็ยังเข้าออกอยู่ ปิดไปก็เสียดาย "ไม่ใช่จ้ะ พี่มีธุระกับไรอันนิดหน่อย" "นั่นแน่ ชุดนั่นพี่ไรอันส่งมาใช่อะเปล่า" "เพื่อนจ้ะเพื่อน เพื่อนตั้ง..." "ตั้งแต่เกิดดด ฮ่า ฮ่า นีนล้อเล่นค่ะ คิคิ" หญิงสาวอมยิ้มส่ายหัวกับรุ่นน้องอย่างเอ็นดูเพราะความขี้เล่นและสดใสของนีน บ่อยครั้งทำให้เธอสนุกและหัวเราะไปด้วย สองสาวช่วยกันปิดร้านเมื่อถึงเวลา อามิเกลเปลี่ยนชุดที่ไรอันส่งมาให้ ชุดเดรสสีขาวครีม ไม่รัดรูปมากแต่ก็อวดส่วนโค้งเว้าเข้ารูปได้ดีความยาวเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ไม่ดูเรียบร้อยเกินไป ผมลอนใหญ่สีน้ำตาลอ่อนหนานุ่มน่าสัมผัส หญิงสาวขมวดคิ้วเป็นปมเล็กน้อยเพราะชุดมันดูสวยแบบที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ก่อนสลัดความคิดนั้นทิ้งไป "โห...พี่มิเกล น่ารักมากๆ เลย นี่ถ้าไม่บอกว่าไปกับพี่ไรอัน นีนจะคิดว่าพี่ไปเดทจริงๆ นะคะ" นีนตาโตอ้าปากค้างเมื่อสาวรุ่นพี่สวยหวาน น่ารักมากจนเธอเองที่เป็นผู้หญิงยังอดที่จะเอ่ยชมทุกครั้งไม่ได้ แล้วผู้ชายพวกนั้นจะเหลืออะไร ถ้าหากพี่ไรอันทำตัวดีกว่านี้เธอก็จะเชียร์ให้คบกับพี่มิเกลแน่ๆ "นีนก็พูดไป เก็บของเข้ามาหมดแล้วใช่มั้ย" หญิงสาวอมยิ้มเขินเล็กน้อยเพราะน้องคนนี้ก็เอ่ยชมเธออยู่ตลอด แต่เธอก็ไม่ได้ขนาดนั้นเสียหน่อย "เรียบร้อยแล้วค่ะ พี่ไรอันมารอแล้วด้วย" "อ้าว มาเร็วกว่าที่นัดไว้เหรอ งั้นพี่ไปนะ กลับบ้านดีๆ นะนีน" ร่างอรชรเดินออกมาหน้าร้าน ไรอันมองเพื่อนสาวตา ไม่กะพริบ ไม่คิดว่าเธอจะใส่ชุดที่เขาเลือกให้แล้วสวยเข้ากับเธอขนาดนี้ ตอนนี้เวลาสองทุ่ม ไรอันพาเพื่อนสาวเข้ามาในคลับกลางเมืองที่ประจำที่เขาชอบมา "นัดที่อื่นไม่ดีกว่าเหรอไรอัน" เสียงใสเอ่ยถามด้วยความไม่สบายใจ ด้วยความที่ไม่ชอบความวุ่นวายและเสียงดังมันดูไม่เข้ากับเธอเอาซะเลยและเธอไม่เคยมาที่แบบนี้เลยสักครั้งในชีวิต "แป๊บเดียวนะมิเกล...ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง" ไรอันพาเพื่อนสาวเดินเข้าไปในคลับไปนั่งโซนวีไอพี ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ระหว่างทางที่เดินไป พวกผู้ชายที่เป็นเสือหิวต่างจ้องมองหญิงสาวตาเป็นมัน "ครั้งนี้ครั้งเดียวนะไรอัน เกลไม่ชอบที่แบบนี้เลย" หลังจากนั่งลงโซฟาสีดำกำมะหยี่ราคาแพง เสียงใสก็กระซิบข้างหูของเพื่อนก่อนจะปรายตามองหาแฟนสาวของไรอันให้มาพบเร็วๆ จะได้กลับสักที "ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีใครทำอะไรเธอแน่นอน" ไรอันเอ่ยบอกเพื่อนพร้อมกับกวาดสายตามองการ์ดที่ยืนคุมอยู่ด้านหน้าเพื่อบอกเธอ "อื้ม เร็วๆ ละ" หญิงสาวนั่งรอเพื่อนอยู่สักพัก ก็มีชายใส่สูทสีดำเข้ามาหาและบอกอะไรบางอย่าง "คุณอามิเกล ไรอันให้มารับไปห้องชั้นบนครับ" ด้วยความแปลกใจเธอจึงโทรเช็กกับเพื่อนอีกที ไรอัน ให้เหตุผลว่าผู้หญิงของเขาจะไม่ยอมจบหากไม่คุยแบบส่วนตัวจริงๆ ซึ่งในโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงของเพื่อนแว้ดเข้ามาในสายด้วย ร่างอรชรเดินตามผู้ชายคนนั้นไปจนหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งก่อนจะมีคนเปิดประตูให้เข้าไป "ฉันขอโทษนะมิเกล" ชายหนุ่มยืนหลบมุมแอบมองเพื่อนสาวที่หายเข้าไปในห้องนั้นก่อนจะตัดใจเดินกลับออกมา

อ่านต่อ