ท่านอ๋อนหนุนหลัง ไม่อภัย
บทที่ 1 เสียเวลาทั้งชีวิตไปกับคนผิด

แสงตะวันยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลัก สาดลงบนร่างผอมแห้งของเสิ่นชิวฉือ นางก้มตัวลง พลางกำผ้าเช็ดหน้ายับยู่ยี่ปิดไว้ที่ริมฝีปาก แล้วไอเบา ๆ เมื่อมองคราบเลือดสีแดงเข้มบนผ้าเช็ดหน้า แววตาของนางปรากฏแววตาสับสนเล็กน้อย นางแต่งงานกับท่านโหวตั้งแต่อายุสิบแปด จนถึงตอนนี้ก็สี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากับท่านโหวกลับจืดจาง อีกทั้งยังไร้บุตรสืบสกุล นางวางแผนมาครึ่งชีวิต อุทิศแรงกายแรงใจให้กับจวนโหว แต่ตอนนี้ เมื่อถึงตอนที่เวลาของนางใกล้หมดลง ถึงได้รู้ว่าสำหรับจวนโหวแล้ว ตัวนางเป็นเพียงจอกแหนไร้ราก ไม่มีที่ไป ไม่มีที่พึ่ง นางพูดขึ้นกับสาวใช้ข้าง ๆ อย่างช้า ๆ “ไปตามท่านโหวมา ข้ามีเรื่องสั่งเสียจะหารือกับท่านโหว” สาวใช้คนหนึ่งกำลังงีบหลับพิงกับกรอบประตู เมื่อได้ยินเสียงก็ตื่นขึ้นอย่างเกียจคร้าน ขยี้ตา พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ “ฮูหยิน ท่านโหว ท่าน... กำลังอยู่ในเรือนของฮูหยินหลี่ ข้าน้อยไปแล้ว ก็รังแต่จะเสียเวลาเปล่าเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นเสิ่นชิวฉือมีสีหน้าเศร้าหมอง สาวใช้ก้มหน้าปิดปาก ไม่กล้าพูดอะไรอีก เสิ่นชิวฉือเงียบไปครู่หนึ่ง ปลายนิ้วที่เหี่ยวแห้งค่อย ๆ จับขอบเตียง และข้อนิ้วก็ขาวซีดเพราะออกแรงเยอะ “ประคองข้าขึ้นมา ข้าจะไปพบเขาเอง” สาวใช้เข้ามาประคองอย่างไม่เต็มใจ ฝีเท้าของเสิ่นชิวฉือไม่มั่นคง ประคองร่างกายที่กำลังป่วยเดินออกไปช้า ๆ ประตูข้างของเรือนแง้มไว้เล็กน้อย ในเรือนมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังออกมา นางยกมือขึ้นผลักเปิดออกเล็กน้อย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เลือดของนางเย็นยะเยือกทันที เซียวเฉิงอวี้ สามีของนางกำลังคุกเข่าข้างหนึ่ง ประคองเท้าขาวเนียนดั่งหยกของหลี่หว่านหรูไว้ในมือ และค่อย ๆ วางลงในน้ำอุ่นอย่างระมัดระวัง “ท่านโหว ท่าทางของท่านตอนนี้ถ้าบ่าวรับใช้เห็นเข้า ก็ถูกหัวเราะเยาะเอาได้นะเจ้าคะ” เซียวเฉิงอวี้ชอบความสะอาดมาก ในเวลานี้ก็ไม่สนใจอะไรแม้แต่น้อย หยิบผ้าขึ้นมาเช็ดข้อเท้าของนางอย่างระมัดระวัง แววตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ “ระหว่างสามีภรรยามีอะไรน่าอายกัน? ” “เท้าของเจ้าให้ข้าเช็ดตลอดชีวิต ข้าก็ยอม” “ใครเป็นสามีภรรยาของท่านกัน” หลี่หว่านหรูยิ้มออดอ้อน ปลายนิ้วเท้าถูกับหลังมือของเขา “ฮูหยินที่ท่านสู่ขอมาอย่างถูกต้องตามประเพณี กำลังนอนอยู่ในเรือนหลักนะเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของเซียวเฉิงอวี้เยือกเย็นและเหยียดหยามขึ้นมาทันที “นางนะหรือ? เป็นเพียงเครื่องมือที่ตระกูลเซียวใช้เพื่อสั่งสมความมั่งคั่งเท่านั้น! ในใจของข้า เจ้าต่างหากที่เป็นภรรยาเพียงคนเดียวของข้า” เขาพูดพลาง ก็ก้มหน้าจูบลงไปบนเท้าที่ขาวเนียนนั่น เสิ่นชิวฉือยืนอยู่นอกประตู ปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อนานมาแล้วตระกูลเซียวเกิดเรื่อง ตั้งแต่นางมองว่าตัวเองเป็นนายหญิงของจวนโหว ก็ใช้สินสอดไปจนหมด เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้คนทุกหนทุกแห่ง ต่อมาเซียวเฉิงอวี้ล่วงเกินท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ถูกจับเข้าคุก นางทิ้งเสื้อผ้าสง่างาม ถอดปิ่นปักผม คุกเข่าอยู่คนเดียวบนบันไดหินเย็น ๆ หน้าจวนผู้สำเร็จราชการตลอดทั้งคืน ลมและหิมะเย็นเยือกหนาวเหน็บ นางก้มคำนับร้อยครั้ง น้ำตาเหือดแห้งเลือดไหลไม่หยุด เข้าไปในจวนผู้สำเร็จราชการปล่อยให้พระองค์ทรงย่ำยี สามวันเต็ม ๆ ผู้สำเร็จราชการถึงจะปล่อยเซียวเฉิงอวี้ ไม่นาน นางก็ตั้งครรภ์ ขณะที่นางกำลังลังเลว่าจะเก็บมารหัวขนไว้หรือไม่ นางก็เกิดอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ ตั้งแต่นั้นก็ไม่สามารถมีลูกได้อีก นางคิดว่าชาตินี้นางทำเพื่อตระกูลเซียวไว้มากมาย และถึงแม้เซียวเฉิงอวี้จะไม่รักนาง อย่างน้อยก็คงจะรู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่นางได้ทำไว้ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ในใจของเซียวเฉิงอวี้นางจะน่ารังเกียจเช่นนี้! เสิ่นชิวฉือน้ำตาคลอเบ้า และน้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลออกมา “ใช่แล้วท่านโหว ท่านหมอที่ไปรักษาให้พี่หญิงเมื่อเช้าบอกว่าพี่หญิงไม่ไหวแล้ว ท่านโหวจะไปดูพี่หญิงหน่อยไหมเจ้าคะ? ” เสียงหัวเราะของเซียวเฉิงอวี้หยุดลงทันที พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก “ดูนาง? ” “ก่อนหน้าแสร้งทำเป็นให้เกียรติกัน ก็เพราะต้องการอาศัยนางประคับประคองจวนโหว บัดนี้นางใกล้ตายแล้ว จะเสียเวลาไปทำไมกัน? ” เขาหยุดไป และน้ำเสียงก็ฟังดูใจดำมากขึ้น “หน้าตาแก่ ๆ ของนาง ข้าเห็นแล้วก็รู้สึกขยะแขยง! ” “โฉมงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองจิงอะไรกัน ก็แค่หญิงแก่ที่เห็นหน้าก็อยากจะอ้วกเท่านั้น! ” เสิ่นชิวฉือยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าที่เหี่ยวย่นและแก่ชราของตัวเอง หลายปีที่ผ่านมา นางอุทิศตัวให้กับจวนโหว จะมีเวลาเหลือไปดูแลตัวเองเสียที่ไหน ตอนนี้นางยังไม่ถึงหกสิบ แต่ดูเหมือนหญิงชราอายุแปดเก้าสิบ หลี่หว่านหรูอายุน้อยกว่านางเพียงสองปี แต่ดูแล้วกลับยังสวยมีเสน่ห์ ในเรือน หลี่หว่านหรูหัวเราะ เสียงของนางหวานเยิ้มราวกับยาพิษ “ท่านโหว ท่านใจดำจริง ๆ เจ้าค่ะ! ” “นึกถึงตอนนั้น เสิ่นชิวฉือก็เป็นหญิงงามที่บุรุษมากมายรุมล้อมหมายปอง แต่ท่านกลับใช้ยาไร้บุตรเพียงชามเดียว ก็ทำให้นางไม่สามารถมีบุตรได้อีก” หลี่หว่านหรูคล้องคอของเซียวเฉิงอวี้ ยิ้มแล้วพูดขึ้น “นางโง่นั่นไม่เพียงออกหน้าจัดแจงให้ท่านโหวสู่ขอข้าเข้ามาในเรือน ยังรู้สึกว่าตัวเองผิดต่อจวนโหว อุทิศตัวรับใช้จวนโหวอย่างสุดใจ” คำว่ายาไร้บุตรสามคำนี้ ราวกับฟ้าผ่ากระหึ่มชั้นสวรรค์ ผ่าลงไปในหัวใจที่เต็มไปด้วยรูพรุนของเสิ่นชิวฉือ! นางไม่สามารถมีบุตรได้ ไม่ได้เพราะจากการตกน้ำ! แต่เพราะแผนการที่เซียวเฉิงอวี้วางไว้ก่อนแล้ว นางใช้ทรัพย์สินของตัวเองจนหมด เสียสละชื่อเสียง ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้มากลับเป็นการทรยศหักหลังที่แสนเจ็บปวด เซียวเฉิงอวี้! เซียวเฉิงอวี้! ! เจ้าจิตใจโหดเหี้ยมเหลือเกิน! เสิ่นชิวฉือเซถอยไปข้างหลัง รสคาวหวานของเลือดในลำคอไม่สามารถกลั้นเอาไว้ได้อีก จากนั้นเลือดสด ๆ ก็พุ่งกระฉูดออกมา เลอะเปื้อนเสื้อผ้าตรงหน้าอกจนกลายเป็นสีแดง ร่างของนางล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง ในวินาทีก่อนที่จะหมดสติ นางได้ยินเสียงกรีดร้องเสแสร้งของหลี่หว่านหรูอย่างชัดเจน “ท่านโหว พี่หญิงกระอักเลือด หรือว่านางกำลังจะตายแล้วเจ้าคะ?!” แต่ชายที่นางรักและทุ่มเทมาตลอดชีวิต กลับพูดออกมาอย่างเย็นชาและรังเกียจ “ดี ดี! ตายไปก็ดี จะได้ไม่สิ้นเปลืองเงินจวนโหวในการรักษานาง”

บทที่ 2 เกิดใหม่

ม่านผ้าไหมขยับเล็กน้อย เสิ่นชิวฉือลืมตาขึ้นทันที สิ่งที่สายตามองเห็นคือม่านสีชมพูอมม่วงเหมือนกลีบบัว ปลายจมูกมีกลิ่นอ่อน ๆ ของไม้หอมกฤษณา อ่อน ๆ จาง ๆ ไม่เหมือนกลิ่นยาขม ๆ ที่อบอวลทุกวันตอนป่วย นางหันศีรษะช้า ๆ กระดูกหัวไหล่ขัดมีเสียงดังกรอบแกรบ ทันใดนั้นนางกลับเห็นเซี่ยหง สาวใช้คนสนิทที่ถูกโจรภูเขาฆ่าตายเพราะได้ช่วยนางเอาไว้! ​ นางลุกขึ้นนั่งตัวตรงทันที และมองไปที่เซี่ยหงด้วยความร้อนใจ “บัดนี้เป็นปีใดแล้ว วันที่เท่าใดกัน?” ​ เมื่อเซี่ยหงเห็นนางมีสีหน้าจริงจัง จึงรีบตอบกลับ “เรียนฮูหยิน ตอนนี้เป็นปีที่หนึ่งร้อยยี่สิบสามราชวงศ์ต้าอวิ๋น วันที่สิบ เดือนสามเจ้าค่ะ” ​ เสิ่นชิวฉือจำได้อย่างแม่นยำว่า นี่เป็นเดือนแรกหลังจากนางแต่งงานกับเซียวเฉิงอวี้! ​ เซียวเฉิงอวี้ในตอนนี้ยังไม่ใช่ท่านโหว ยังรู้จักกันในนามนายน้อยรองตระกูลเซียว ท่านโหวในตอนนี้คือพ่อสามีของนาง เซียวจิ้นจง เนื่องจากพ่อสามีเลือกข้างผิด สนับสนุนองค์ชายพระองค์อื่น เมื่อไม่นานจึงถูกฮ่องเต้พระองค์ใหม่ตรวจสอบยึดทรัพย์สิน เสิ่นชิวฉือเปิดผ้าห่มออก แล้วสวมเสื้อผ้าไปพร้อมกับเอ่ยสั่งการ “ไปเบิกเงินจากคลังมาห้าหมื่นตำลึง” ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จะเกิดโรคระบาดขึ้นในเมืองจิงเมื่อถึงตอนนั้น ราคาของยาสมุนไพรและอาหารจะพุ่งสูงขึ้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อชาติก่อน นางก็สัมผัสได้ถึงโอกาสทางการค้าในช่วงเริ่มต้นของโรคระบาด แต่กลับแจกจ่ายยาสมุนไพรและอาหารที่สะสมไว้อย่างยากลำบากออกไปในนามของตระกูลเซียว ทำให้ตระกูลเซียวได้รับชื่อเสียงที่ดี และทำให้ตระกูลเซียวได้มีโอกาสปรากฏตัวต่อหน้าหน้าฮ่องเต้พระองค์ใหม่อีกครั้ง ตอนนี้นางไม่มีทางโง่ขนาดนั้นอีกแล้ว นางจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ในการวางแผนเพื่อตัวเอง เซี่ยหงรีบตอบกลับทันทีว่า “เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้!” ​ เซี่ยหงเพิ่งจะออกไป เสิ่นชิวฉือก็เดินไปช้า ๆ แล้วหยุดลงที่ตรงกระจกทองสัมฤทธิ์ มองใบหน้าสวยสดมีเสน่ห์ของตัวเองในกระจก นางสาบานกับตัวเองในใจ เซียวเฉิงอวี้! ข้าจะทำให้เจ้าชดใช้ทุกสิ่งที่ทำไว้ในชาติที่แล้ว! ​ ไม่นานนัก เซี่ยหงก็กลับมามือเปล่า และข้างหลังของนางก็มีชายร่างผอมวัยกลางคนไว้หนวดเคราแพะตามมาด้วย นั่นก็คือโจวเต๋อ ผู้ดูแลบัญชีประจำจวนโหว “ท่านมาได้อย่างไร? ข้าจำได้ข้าไม่ได้เชิญท่านมา” โจวเต๋อกระแอมเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง “ฮูหยินน้อยรอง ข้าน้อยได้รับคำสั่งให้มาสอนกฎระเบียบให้กับท่านขอรับ!” “เงินห้าหมื่นตำลึงเป็นเงินจำนวนมหาศาล ท่านในฐานะฮูหยินที่แต่งเข้ามาใหม่ ไม่มีสิทธิ์เบิกเงินจำนวนนี้ จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากฮูหยินผู้เฒ่าก่อนถึงจะเบิกได้ขอรับ” ​ เสิ่นชิวฉือนั่งบนเก้าอี้ ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ กวาดมองผู้ดูแลบัญชีด้วยสายตาเย็นชา “ช่างน่าขันสิ้นดี! “ข้าเบิกสินเดิมของข้าเอง ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้อื่นตั้งแต่เมื่อใดกัน!” “ท่านลองคำนวณให้ดี ๆ ว่าตอนนี้เงินในคลังของจวนโหวมีสินเดิมของข้าอยู่เท่าใด! แล้วทรัพย์สินของจวนโหวเองนั้นมีอยู่เท่าใดกัน!” ​ ก็แค่สตรีนางหนึ่ง สินเดิมจะมีเท่าใดกันเชียว! ผู้ดูแลบัญชีรีบเปิดดูสมุดบัญชีอย่างหงุดหงิด “คำนวณก็ได้” แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังให้เกียรติเขา นางฮูหยินน้อยผู้นี้ช่างไม่เห็นหัวผู้อื่นเสียเลย วันนี้เขาจะสั่งสอนนางฮูหยินน้อยผู้นี้สักหน่อย ลดทอนความเย่อหยิ่งของนางลงเสียบ้าง มุมปากของเสิ่นชิวฉือมีรอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นเล็กน้อย และมองไปที่เซี่ยหง “ไปเอารายการบัญชีสินเดิมของข้ามา ให้ท่านผู้ดูแลบัญชีดูเสียหน่อยว่า ในจวนนี้มีเงินจำนวนเท่าใดที่เป็นของข้า และมีจำนวนเท่าใดที่เป็นของตระกูลเซียว” โจวเต๋อรับรายการสินเดิมมาอย่างไม่เต็มใจนัก จากนั้นก็หยิบลูกคิดและสมุดบัญชีออกมาจากหน้าอกแล้วเริ่มคำนวณ เมื่อไม่นานมานี้จวนโหวเพิ่งถูกยึดทรัพย์สิน จะยังมีเงินได้อย่างไรกัน ยิ่งคำนวณสีหน้าของเขาก็ยิ่งซีดลง และเหงื่อเย็น ๆ ก็ยิ่งผุดขึ้นบนหน้าผากมากขึ้นเรื่อย ๆ เสิ่นชิวฉือลุกขึ้น เดินไปตรงหน้าเขาช้า ๆ แล้วก้มหน้ามอง “ตอนนี้บัญชีของจวนโหวไม่เหลืออะไร ของกิน ของใช้ ต่างก็อาศัยใช้เงินของข้าทั้งหมด! แม้แต่เงินเดือนของท่านก็มาจากข้า!” “ถ้าอยากอยู่ในจวนโหวต่อ ก็เชื่อคำสั่งของข้า” โจวเต๋อผู้นี้เป็นคนมีไหวพริบมาก เมื่อชาติก่อนนางก็ใช้เพียงกลอุบายเล็กน้อย ก็สามารถทำให้โจวเต๋อเชื่อฟังแต่โดยดี ชาตินี้นางก็ไม่ได้ออกแรงอะไรมาก โจวเต๋อก็ก้มคำนับไม่หยุดทันที “ข้าน้อยรับทราบแล้วขอรับ!” “นับจากวันนี้เป็นต้นไป ข้าน้อยจะเชื่อฟังคำสั่งของฮูหยิน ไม่มีทางทรยศเด็ดขาดขอรับ!” โจวเต๋อรีบถอยออกไป ไม่นานก็ให้คนส่งตั๋วเงินห้าหมื่นตำลึงมาที่เรือนของเสิ่นชิวฉือ ชาตินี้กับชาติที่แล้วเวลาล่วงเลยไปนานมาก เสิ่นชิวฉือเองก็จำไม่ได้ชัดเจนว่าสินเดิมของตัวเองมีอะไรบ้าง จึงเริ่มเปิดดูรายการสินเดิมของตัวเอง พบว่าทุกเจ็ดวันเซียวเฉิงอวี้จะเบิกหนึ่งร้อยตำลึงจากสินเดิมของนาง แล้วออกไปจากเรือน เมื่อชาติก่อนนางก็เคยเห็นรายการใช้จ่ายนี้ในบัญชี เซียวเฉิงอวี้แค่บอกว่าเงินเหล่านี้ใช้เพื่อปลอบขวัญผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า ๆ ของจวนโหว นางก็เชื่อ และยังกำชับให้เซียวเฉิงอวี้เอาเงินไปเพิ่ม อย่าทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า ๆ ผิดหวัง ​ แต่ตอนนี้คิดดูดี ๆ แล้ว ก่อนที่จวนโหวจะถูกยึดทรัพย์สินก็เริ่มเสื่อมโทรมอยู่แล้ว จะมีผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า ๆ ให้ปลอบขวัญเสียที่ใดกัน ที่มาที่ไปของเงินจำนวนนี้ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก ​ วันต่อมาก็เป็นวันที่เซียวเฉิงอวี้ถอนเงินออกไป เสิ่นชิวฉือพาเซี่ยหงสะกดรอยตามเซียวเฉิงอวี้ไปอย่างเงียบ ๆ เซียวเฉิงอวี้ออกจากจวนโหว มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนหลังหนึ่งทางทิศใต้ของเมือง เขาผลักประตูเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว ในเรือนก็มีเสียงทักทายออดอ้อนดังออกมาทันที “เฉิงอวี้ ท่านมาแล้วหรือ?” ​ เสิ่นชิวฉือหลบอยู่ที่มุม แอบมองผ่านร่องประตูเข้าไป เห็นเพียงหญิงสาวในชุดสีชมพูคนหนึ่งยืนอยู่ในเรือน ใบหน้าแววตาดูมีเสน่ห์เหลือเกิน คนผู้นี้ก็คือหลี่หว่านหรู! หลี่หว่านหรูรีบเดินออกมาข้างหน้า คล้องแขนของเซียวเฉิงอวี้อย่างสนิทสนม บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ข้าคิดว่าวันนี้ท่านจะไม่มาแล้วเสียอีก” ​ เซียวเฉิงอวี้ยื่นมือออกไปหยิกแก้มของนางเบา ๆ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรักใคร่ “สัญญากันไว้แล้วว่าวันนี้จะมาหาเจ้า จะไม่มาได้อย่างไรกัน?” “เงินนี่ให้เจ้า เจ้าเอาไปซื้อของที่เจ้าชอบเถิด” ​ หลี่หว่านหรูรับเงินมา แล้วยิ้มหวานมากยิ่งขึ้น “ก็มีแต่ท่านที่รักข้ามากที่สุด...” ​ เสิ่นชิวฉือที่หลบอยู่นอกประตู รู้สึกเพียงว่ามีความหนาวเย็นพุ่งขึ้นมาจากฝ่าเท้าขึ้นไปจนถึงศีรษะ ดูจากท่าทางของทั้งคู่แล้ว เกรงว่าพวกเขาสองคนน่าจะคบหากันมาก่อนที่นางจะแต่งเข้าไปในตระกูลเซียวแล้ว เซียวเฉิงอวี้ พวกเจ้าหลอกลวงข้าได้เจ็บแสบยิ่งนัก!

บทที่ 3 สิ่งที่ตระกูลเซียวติดค้างข้า ข้าจะค่อย ๆ ทวงคืน!

ในเงามืดนอกกำแพงเรือน เสิ่นชิวฉือกำผ้าเช็ดหน้าปักแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด เสียงออดอ้อนอ่อนหวานของหลี่หว่านหรูเล็ดลอดออกมาตามรอยแยกของประตู ดุจเข็มแหลมกำลังทิ่มแทงหัวใจของนาง “เฉิงอวี้ เสิ่นชิวฉืองดงามถึงเพียงนั้น ในอดีตบรราดาเหล่าคุณชายมากหน้าหลายตาในเมืองจิงต่างพากันวนเวียนอยู่รอบกายนาง ทุกวันท่านพักอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับนาง ไม่เคยมีใจไหวหวั่นต่อนางบ้างจริงหรือ?” ​..... เซียวเฉิงอวี้เกรงว่าหลี่หว่านหรูจะเข้าใจผิด จึงรีบเอ่ยปากแก้ต่างทันที “หว่านหรู เจ้าพูดเหลวไหลอันใดกัน! ในดวงใจของข้ามีเจ้าเพียงผู้เดียวมาโดยตลอด สำหรับเสิ่นชิวฉือแล้ว นางก็เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น!” “หากไม่ใช่ว่าทั้งตระกูลหลี่และตระกูลเซียวต่างต้องพึ่งพานาง ข้าจะยอมฝืนใจตนเองแต่งงานกับนางหรือ?” ​..... เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความประจบเอาใจ “เจ้าอดทนรออีกหน่อยเถิด บัดนี้บิดายังถูกคุมขังอยู่ในคุก ตระกูลหลี่ของพวกเจ้าก็ยังต้องอาศัยเงินของนางใช้จ่ายหมุนเวียน ข้าจึงทำได้เพียงหลอกล่อนางไว้ชั่วคราวเท่านั้น” เซียวเฉิงอวี้โอบกอดหลี่หว่านหรู เอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง “ท่านแม่รับปากกับข้าแล้ว ครั้นเมื่อทุกอย่างจัดการเรียบร้อย ก็จะกรอกยาไร้บุตรให้นางชามหนึ่ง” “ครั้นถึงเวลานั้น เมื่อนางรู้ว่าตนมิอาจให้กำเนิดบุตรได้ ย่อมต้องเป็นผู้จัดแจงให้ข้ารับเจ้าเข้าเรือนเองเป็นแน่” เซียวเฉิงอวี้ยิ้มออกมา บนใบหน้าที่เดิมทีหล่อเหลาและสะอาดตานั้น บัดนี้กลับเพิ่มแววเจตนาคิดร้ายอันชวนให้ผู้คนรังเกียจขึ้นมาเล็กน้อย “เช่นนี้แล้ว ผู้คนก็จะไม่มองว่าจวนโหวของข้าลืมบุญคุณ อีกทั้งยังทำให้นางรู้สึกผิดที่ไม่อาจมีทายาทสืบสายโลหิตให้จวนโหวได้ จนยอมถวายชีวิตรับใช้ตระกูลเซียวด้วยความเต็มใจ!” เซียวเฉิงอวี้ก้มลงกระซิบแนบริมใบหูของหลี่หว่านหรู “บุตรของข้า เซียวเฉิงอวี้ จะต้องถือกำเนิดจากครรภ์ของเจ้าเท่านั้น!” ​.... เสิ่นชิวฉือมองผ่านรอยแยกของประตู เห็นชัดเจนว่าเซียวเฉิงอวี้ยื่นมือไปลูบหน้าท้องของหลี่หว่านหรู ท่าทางอ่อนโยนเสียจนชวนให้หัวใจอ่อนยวบ ส่วนหลี่หว่านหรูก็เอนกายอย่างเขินอายอยู่ในอ้อมอกของเขา คนทั้งสองดูแนบชิดสนิทสนมกันยิ่งนัก เสิ่นชิวฉือกัดริมฝีปากล่างแน่นจนลิ้มรสคาวเลือดจาง ๆ ถึงจะฝืนกดอารมณ์ที่อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกทึ้งชายหญิงคู่นั้นลงได้ ​.... ก่อนหน้านี้นางยังคิดว่าเรื่องยาไร้บุตรเป็นการกระทำของเซียวเฉิงอวี้เพียงผู้เดียว ไม่คาดคิดเลยว่าแม่สามีก็มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่สิ หรืออาจไม่ใช่เพียงแค่แม่สามีเท่านั้น บางทีทั้งตระกูลเซียวต่างก็ร่วมมือกันปิดบังนาง! นางเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แผ่นหลังชนเข้ากับลำต้นไม้ ความเจ็บแล่นวาบจนสายตาพร่า มืดมัวไปชั่วขณะ ​.... “ฮูหยิน!” เซี่ยหงรีบเข้าประคองนางไว้ น้ำเสียงอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้น “คนตระกูลเซียวนี่ช่างเกินไปจริง ๆ !” “หากไม่ใช่เพราะฮูหยินแต่งเข้ามา แล้วฮ่องเต้เห็นแก่หน้าตระกูลเสิ่นจึงไว้ชีวิตจวนโหว ไม่เช่นนั้นคนพวกนั้นคงถูกเนรเทศไปนานแล้ว บัดนี้กลับยังกล้าปฏิบัติกับฮูหยินเช่นนี้อีก!” “ฮูหยิน เรื่องนี้พวกเราไม่อาจปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ได้ พวกเราไปกราบทูลต่อหน้าฝ่าบาท ให้ทรงลงโทษพวกเขาอย่างสาสมเถิดเจ้าค่ะ!” ​.... เสิ่นชิวฉือสูดลมหายใจลึกหนึ่งครา ค่อย ๆ ยืดกายยืนตัวตรง ความเปราะบางในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความเคียดแค้นแสนเย็นเยียบ นางยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่ชื้นอยู่ตรงหางตา แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครา “หากเอะอะไปจนถึงเบื้องบน ฝ่าบาทก็มีแต่จะให้พวกเราหย่าร้างกันเท่านั้น แบบนั้นช่างเป็นการปรานีพวกเขาเกินไปแล้ว!” …… นางหันหน้าไปมองเซี่ยหง “สิ่งที่ตระกูลเซียวติดค้างข้า ข้าจะทวงคืนทีละน้อย เอาคืนให้ครบทั้งต้นทั้งดอก!” ​…… เซี่ยหงมองเห็นความแค้นที่ฉายชัดในดวงตาของนาง หัวใจก็สะท้านวูบไปชั่วขณะ “ข้าน้อยฟังคำสั่งของฮูหยินทุกประการเจ้าค่ะ! ฮูหยินสั่งอย่างไร ข้าน้อยก็จะทำตามเช่นนั้นเจ้าค่ะ!” ​…… ทั้งสองคนจากลานเรือนเล็กไปอย่างเงียบงัน หาได้สังเกตไม่ว่าผู้คนบนเส้นทางระหว่างทางกลับน้อยลงเรื่อย ๆ กระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ทั้งสองจึงสะดุ้งรู้สึกตัวขึ้นมา เห็นเพียงกลางถนน มีชายผู้หนึ่งสวมเสื้อผ้าหยาบ ๆ คุกเข่าอยู่กับพื้น กอดขาของชายในชุดแพรสีดำสนิทไว้แน่น พลางร่ำไห้คร่ำครวญเสียงดัง “ท่านผู้สำเร็จราชการ!” บิดาของข้ารู้ว่าตนทำผิดแล้ว เขาไม่กล้าต่อต้านท่านอีกต่อไปแล้ว ขอเพียงท่านช่วยเอ่ยปากพูดแทนต่อหน้าฮ่องเต้ โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถิด!” ​.. ชายในชุดแพรสีดำผู้นั้น ก็คือท่านผู้สำเร็จราชการ ฮั่วอวิ๋นเจิง ฮั่วอวิ๋นเจิงไม่ชายตามองเขาแม้แต่นิดเดียว ก่อนจะยกเท้าเตะเขาจนกระเด็นออกไปอย่างแรง ชายผู้นั้นร้องโอดครวญเสียงลั่น ร่างกระเด็นล้มคว่ำไปข้างหลัง ฮั่วอวิ๋นเจิงกลับก้าวเข้าไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล ก่อนจะเหยียบลงบนกระดูกขาของชายผู้นั้นอย่างแรง ได้ยินเพียงเสียงแตกดังเป๊าะ ชายผู้นั้นก็แผดร้องโหยหวนราวหัวใจถูกฉีกขาด พลางกุมขาแล้วกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น เสียงร้องแหลมบาดหูจนผู้ฟังขนลุกซู่ ​…… แต่ฮั่วอวิ๋นเจิงกลับทำราวกับไม่ได้ยิน เดินตรงไปยังรถม้าโดยไม่หันกลับมามอง รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไป ล้อรถบดทับขาของชายผู้นั้นซ้ำอีกครา เสียงโหยหวนของเขาพลันดังแหลมสูงขึ้นในทันที ... เสิ่นชิวฉือกับเซี่ยหงต่างก็อดสูดลมหายใจเย็นเฉียบเข้าไปไม่ได้ เซี่ยหงตกใจจนใบหน้าซีดขาว รีบดึงเสิ่นชิวฉือถอยไปหลบด้านหลัง “ฮูหยิน รีบหลบก่อนเถิดเจ้าค่ะ! อย่าให้ท่านอ๋องเห็นพวกเราเป็นอันขาด!” ​....... เสิ่นชิวฉือถูกนางดึงไปหลบอยู่ตรงมุมกำแพง พลางเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ “หลบทำไมหรือ?” ​....... เซี่ยหงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ฮูหยิน ลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ?” “ก่อนหน้านี้เพราะท่านดึงดันจะออกเรือนไปกับคุณชายรอง จึงมีความบาดหมางกับท่านอ๋องอยู่ไม่น้อย” “ท่านอ๋องดูท่าจะอารมณ์ไม่ดีนัก ยามนี้ยิ่งไม่ควรเข้าไปใกล้เป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นจำนำเภทภัยมาสู่ตนเองได้เจ้าค่ะ!” ​ เมื่อได้รับการเตือนจากเซี่ยหง ความทรงจำในชาติก่อนก็ถาโถมหลั่งไหลเข้ามาดุจคลื่นน้ำ ชาติที่แล้วหลังจากพ่อสามีเซียวจิ้นจงถูกคุมขังในคุก เซียวเฉิงอวี้วิ่งเต้นจัดการไปทั่วทุกสารทิศ แต่กลับคว้าน้ำเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้นกลับมาแต่ละครา ก็มักถอนหายใจไม่ขาดสาย ​... นางสงสารเซียวเฉิงอวี้ จึงนำสินเดิมของตนออกมา มอบให้เขานำไปใช้วิ่งเต้นจัดการเรื่อง บรรดาขุนนางเหล่านั้นเมื่อเห็นเงิน ก็พากันยิ้มหน้าบาน เอ่ยถ้อยคำคลุมเครือว่า เรื่องนี้ท้ายที่สุดยังต้องให้ฮั่วอวิ๋นเจิงเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ จึงจะสามารถตัดสินได้ เพื่อช่วยพ่อสามี และเพื่อเอาใจสามี นางตัดสินใจชั่ววูบเข้าพบฮั่วอวิ๋นเจิงด้วยตนเอง ทว่าสุดท้ายกลับต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูจากฮั่วอวิ๋นเจิงไม่น้อย เสิ่นชิวฉือแค่นหัวเราะเย็นยะเยือกขึ้นมาในใจ ครานี้นางจะไม่ยอมสละตนเองอีก และยิ่งไม่ยอมไปหาเรื่องล่วงเกินฮั่วอวิ๋นเจิงเพื่อตระกูลเซียวพวกหมาป่าอกตัญญูเหล่านั้นเป็นอันขาด ในทางตรงกันข้าม นางยังจะให้ฮั่วอวิ๋นเจิงคอยตามจองล้างจองผลาญจวนโหวอีกด้วย!

อ่านต่อ