“อื้ม อ่า~ .....ไม่ได้นะคะ พี่จื่อเจว๋ เซี่ยหลิงยังนอนอยู่ตรงนี้อยู่เลย ถึงยังไงเธอก็เป็นภรรยาของพี่ พวกเราจะมีอะไรกันริมเตียงของเธอไม่ได้นะ...” “จะกลัวอะไร ตอนนี้เธอมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน จะว่าไปในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ ตอนนั้นคุณก็เป็นคนมาอ่อยผมก่อนนะ!” “อื้ม อ๊า~ .....พี่จื่อเจว๋ ฉันผิดไปแล้ว...” เบา ๆ หน่อย” บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล มีหญิงสาวหน้าตาสดสวยคนหนึ่งนอนอยู่ ส่วนข้างเตียง ชายหญิงที่เสื้อผ้ายับยู่ยี่คู่หนึ่งกำลังเสาะหาความตื่นเต้น ออกกำลังกายทางกายอยู่ ณ ที่นี้ ตอนที่มู่จื่อเจว๋มีอะไรกับเจียงอีโหรวอย่างเร่าร้อน ก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองเซี่ยหลิง ภรรยาที่หมดสติไปนานถึงสามปีที่นอนอยู่ข้างตัวเองคนนั้น เธอยังคงสวยเหมือนเดิม นอนหมดสติ ไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวเหมือนเดิม นอนเถอะ เซี่ยหลิง เพื่อผมแล้ว จะให้ดีคุณก็นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราไม่ต้องฟื้นขึ้นมาแบบนี้ไปตลอด.... ทว่าชายหญิงที่กำลังแอบลักลอบมีสัมพันธ์กัน ต่อให้ฝันอยู่ก็คงจะคิดไม่ถึง เซี่ยหลิงที่นอนอยู่ตรงนี้มาตลอดสามปี เพียงแค่ร่างกายตกอยู่ในสภาพหลับลึกเท่านั้น แต่สติสัมปชัญญะของเธอยังคงชัดเจนตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้! ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ แต่กลับได้ยินเสียงจากรอบข้าง เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่ทั้งหมดตลอดสามปีที่ผ่านมา รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ชายโฉดหญิงชั่วหน้าหนาคู่นี้ทำ เธอได้ยินมันทั้งหมด! เธอต้องทนทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจนานถึงสามปี! หลังจากที่เธอกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา เซี่ยหลิงถึงได้รู้ว่าสามีที่ตัวเองเคยรักอย่างสุดหัวใจ ถึงขนาดที่ยอมสละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งคนในครอบครัวที่ตัวเองรักที่สุดเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันกับเขา ที่แท้ก็เป็นผู้ชายสารเลวที่เสแสร้งเก่งคนหนึ่งเท่านั้น! เขาโกหกหลอกลวงเธอมาตั้งแต่แรก! เสียงหายใจกระหืดกระหอบของมู่จื่อเจว๋และเจียงอีโหรวค่อย ๆ ดังรอดเข้ามาในหูเรื่อย ๆ เสียงที่เร่าร้อนและดังสั่นของเตียง มันทำให้เธอแทบอยากจะลุกขึ้นมาบีบคอพวกเขาให้ตายไปซะ! บางทีอาจเป็นเพราะอารมณ์ของเซี่ยหลิงตื่นตัวมากเกินไป ทำให้นิ้วมือของเธอขยับเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ แล้วสิ่งนี้! มันก็บังเอิญถูกเจียงอีโหรวสังเกตเห็นเข้าพอดี “พี่ พี่จื่อเจว๋ ฉันเหมือนจะเห็นนิ้วมือของเซี่ยหลิงขยับ เธอ เธอคงจะไม่ได้ตื่นหรอกใช่ไหม !” “ที่รัก ไม่ต้องห่วง เธอไม่มีทางตื่นขึ้นมาแน่นอน” มู่จื่อเจว๋จูบปากของเจียงอีโหรวด้วยลมหายใจกระหืดกระหอบ สิ่งนี้มันทำให้เจียงอีโหรวรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก “ทำไมคะ?” “เพราะว่าผมใส่ตัวยาชนิดพิเศษลงไปในยาที่เธอใช้รักษามาตลอดสามปีที่ผ่านมา นั่นเป็นยาที่ผมตั้งใจสั่งมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะ มันจะทำให้เธอไม่ฟื้นขึ้นมาอีกตลอดชีวิต” เพราะงั้นมู่จื่อเจว๋จึงไม่กลัวว่าเซี่ยหลิงจะตื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย “บอกคุณตรง ๆ ก็แล้วกัน อุบัติเหตุรถยนต์เมื่อสามปีก่อนนั่นก็เป็นแผนการที่ผมตั้งใจเตรียมการเหมือนกัน เพื่อที่จะทำให้เซี่ยหลิงกลายเป็นคนพิการ เพราะมีแต่ทำแบบนี้เท่านั้น ผมถึงจะได้รับหุ้นบริษัทของเธอมา ในฐานะสามีของเธอตามกฎหมาย” พูดถึงตรงนี้ ความโกรธเกลียดเคียดแค้นก็ปรากฏขึ้นมาในดวงตาของมู่จื่อเจว๋ “ถ้าไม่ใช่เพราะเซี่ยหลิงมีบารมีมากในบริษัท ป่านนี้ผมก็ทำให้เธอตายไปในอุบัติเหตุรถยนต์ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว” “ดังนั้นตลอดสามปีที่ผ่านมา ผมทำได้แค่สวมบทบาทเป็นสามีที่ดี คอยอยู่เคียงข้างภรรยาไม่ห่างไปไหน เพราะมีแต่ทำแบบนี้เท่านั้น คนในบริษัทพวกนั้นถึงจะค่อย ๆ ยอมรับผมและเชื่อฟังคำสั่งผม” แต่เรื่องจอมปลอมนี้มันควรจะจบสิ้นลงลงได้แล้ว!” มู่จื่อเจว๋ที่คิดว่าเซี่ยหลิงไม่สามารถรับรู้อะไรได้แล้ว จึงพูดความคิดที่จริงที่สุดภายในใจของเขาออกมาอย่างไม่ปิดบังอะไรทั้งนั้น ถึงยังไงเซี่ยหลิงก็ไม่ได้ยิน เธอจะนอนหมดสติตลอดไป ตลอดไป... แต่มู่จื่อเจว๋ไม่รู้เลยสักนิดว่าเซี่ยหลิงที่นอนอยู่ด้านข้างนั้นเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาเพราะว่าคำพูดของเขา! ที่แท้มันก็เป็นฝีมือของเขาทั้งหมด! สามปีก่อน เซี่ยหลิงฉลองวันครอบรอบแต่งงานสี่ปีภายใต้การเชิญชวนของมู่จื่อเจว๋ แต่เธอกลับประสบอุบัติเหตุรถยนต์จนเกือบเสียชีวิต แต่เซี่ยหลิงคิดมาตลอดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ไม่คิดเลยว่านี่ก็เป็นฝีมือของมู่จื่อเจว๋เหมือนกัน!! มิน่าล่ะอุบัติเหตุในครั้งนั้นเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มู่จื่อเจว๋ที่นั่งรถคันเดียวกันกลับไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย แต่ที่น่าตลกก็คือก่อนที่เธอจะหมดสติไป ยังสั่งกำชับเจียงอีโหรว เพื่อนที่สนิทที่สุดของตัวเองด้วยว่า ถ้าตัวเองไม่อยู่แล้วจะต้องดูแลมู่จื่อเจว๋แทนเธอ ใช่ ผู้หญิงคนนี้ช่วยดูแลจนถึงบนเตียงของเขาจริง ๆ ! ให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด! เซี่ยหลิงในตอนนี้ เพียงแค่คิดถึงเรื่องทั้งหมดที่ตัวเองทำเพื่อมู่จื่อเจว๋ หัวใจก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เธอตกต่ำมาถึงขนาดนี้ได้ยังไง! ใคร ๆ ก็รู้ว่าเธอในอดีต เป็นถึงลูกสาวของแก๊งมือสมิง แก๊งมาเฟียข้ามชาติ ไม่เพียงแต่จะได้รับความรักจากพ่อแม่ แต่พี่ชายทั้งห้าคนของเธอก็เอ็นดูเธอราวกับเจ้าหญิง! เมื่อก่อนเธอมีพรสวรรค์ที่โดดเด่น ความสามารถเก่งกาจ ถึงแม้จะเป็นผู้หญิง แต่ในฐานะที่พ่อเป็น ‘มาเฟีย’ ของแก๊งมือสมิง เขาก็ฝากความหวังเอาไว้กับเธอสูงมาก หมายมั่นปั้นมือจะให้เธอเป็นทายาทคนต่อไปของแก๊งมือสมิง พวกพี่ชายก็ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะสนับสนุนให้เธอเข้ารับตำแหน่ง! แต่เพื่อมู่จื่อเจว๋เพียงคนเดียว เธอไม่เพียงแต่ตัดความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่ตัวเองรักที่สุดไป มาอยู่ที่เมืองเจียงเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่พอ ยังใช้ความสามารถของตัวเองเปิดบริษัท ทำให้ครอบครัวของมู่จื่อเจว๋หลุดพ้นจากความยากจน แต่คนในตระกูลมู่ทำกับเธอยังไง? คนตระกูลมู่เห็นว่าเธอไม่มีพ่อแม่พี่น้องแล้ว จึงเอารัดเอาเปรียบเธอสารพัด แม่ของมู่จื่อเจว๋ก็ทำกับเธอเหมือนกับเป็นแม่บ้านและคนรับใช้! เมื่อก่อนเซี่ยหลิงไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยเลย จนกระทั่งตอนนี้เธอถึงได้เข้าใจว่าตัวเองผิดพลาดอย่างมหันต์! “ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!” ในขณะนี้เอง โทรศัพท์ของมู่จื่อเจว๋ก็ดังขึ้นมา เขาแยกจากเจียงอีโหรวอย่างไม่สบอารมณ์ หยิบโทรศัพท์มา ตอนที่เห็นว่าคนที่โทรมาคือใครนั้น มู่จื่อเจว๋ก็ตาเป็นประกายทันที รีบรับสายอย่างรวดเร็ว “ดีเลย อีโหรว งานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้ว!” สามนาทีต่อมา มู่จื่อเจว๋ที่วางสายแล้ว ก็เดินมาอยู่ตรงหน้าของเจียงอีโหรวด้วยความตื่นเต้นดีใจ “พูดแบบนี้แสดงว่าพวกผู้บริหารของบริษัทตกลงข้อเสนอของคุณแล้วเหรอ?” เจียงอีโหรวที่ได้รู้ข่าวก็แสดงท่าทีตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่ามู่จื่อเจว๋เสียอีก “ใช่!” “ในที่สุดพวกผู้ถือหุ้นหัวโบราณพวกนั้นก็ตกลงแล้ว และจะประกาศในงานเลี้ยงคืนนี้ โดยที่ให้ผมมานั่งตำแหน่งแทนที่เซี่ยหลิง คุ้มค่ากับการที่ผมเสแสร้งแสดงความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อเซี่ยหลิงทุกวันมาตลอดหลายปีที่ผ่านจริง ๆ !” มู่จื่อเจว๋พูดขึ้นด้วยความดีใจ เพราะว่าคนพวกนี้เคยติดตามเซี่ยหลิงมาก่อน “ยินดีด้วยนะคะพี่จื่อเจว๋ แล้วเรื่องของฉัน...” เจียงอีโหรวซบเข้าไปในอ้อมกอดของมู่จื่อเจว๋ “ไม่ต้องห่วง ผมไม่ลืมเรื่องที่ตกลงกับคุณไว้แน่นอน ตราบใดที่ผมขึ้นดำรงตำแหน่งสำเร็จ ผมจะแต่งงานกับคุณแน่นอน” มู่จื่อเจว๋โอบกอดเอวที่เล็กบางของเธอ จูบเธอหนึ่งที สายตาเต็มไปด้วยความร้ายกาจ “ถึงตอนนั้น คนไร้ประโยชน์แบบเซี่ยหลิง ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป...” “พี่จื่อเจว๋ พี่นี่ดีจริง ๆ !” เจียงอีโหรวรู้สึกดีใจจนแทบไม่ไหว ในที่สุดวันที่เธอรอคอยก็มาถึงสักที! พูดจบ ทั้งสองคนก็จับมือ เดินออกไปจากที่นี่ด้วยท่าทางเหมือนกับสามีภรรยาที่เพรียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สินเกียรติยศและความสุข แต่ไม่มีใครสังเกตเลยว่าภายในห้องผู้ป่วย ร่างกายของเซี่ยหลิงเริ่มสั่นอย่างรุนแรง ความโกรธเกลียดราวกับทำให้เลือดทั้งร่างกายของเธอเริ่มเดือดพล่าน สติของเธอเริ่มชัดเจนและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่ความรู้สึกทางร่างกายก็เริ่มฟื้นฟูกลับคืนมาแล้ว ในที่สุด! “พรึบ!” ภายในห้องผู้ป่วยที่เย็นยะเยือก สองตาที่แดงก่ำของเซี่ยหลิงลืมขึ้น! เธอ ฟื้นแล้ว!
งานเลี้ยงที่เซียนเลส พาเลซ โฮเทล “ขอเสียงปรบมือต้อนรับคุณมู่แห่งมู่ซื่อครับ!” มู่จื่อเจว๋พาเจียงอีโหรวผู้เป็นเลขาเข้ามาในงานท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่ม ในฐานะที่เป็นโรงแรมอันดับหนึ่งของเมืองเจียง แล้วก็เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดยมู่ซื่อซึ่งบริษัทอันดับหนึ่งของเมืองเจียง จึงมีผู้ทรงอำนาจและมีอิทธิพลในแวดวงธุรกิจจำนวนมากในเมืองเจียงมารวมตัวกันที่นี่ รวมถึงเหล่าพันธมิตรร่วมงานของมู่ซื่อด้วยเช่นกัน ส่วนงานเลี้ยงที่ใหญ่โตขนาดนี้ จุดประสงค์ก็เพียงเพื่อประกาศแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่ของมู่ซื่อเท่านั้น “ว้าว! คุณมู่หล่อจังเลย!” “ไม่ใช่แค่หล่อนะ ที่สำคัญคือเป็นผู้ชายที่ดีมาก ๆ ด้วย ทั้ง ๆ ที่ดีเลิศขนาดนี้ แต่กลับคอยดูแลภรรยาที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราป่วยติดเตียงมานานสามปีอย่างซื่อสัตย์ ไม่แต่งงานใหม่ และยังได้ยินมาว่าภรรยาของเขาถูกคนในครอบครัวทอดทิ้งมาด้วยนะ!” “คุณพระ ผู้หญิงคนนี้โชคดีเกินไปไหม” “นั่นน่ะสิ เมื่อสามปีก่อนแม้แต่ศาสตราจารย์เผิง หมอที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศก็ยังบอกว่าไม่สามารถรักษาได้ ถ้าไม่ได้คุณมู่ ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะตายไปนานแล้ว...” ตอนนี้บรรดาสาว ๆ ต่างพากันพูดคุยซุบซิบด้วยความอิจฉา มู่จื่อเจว๋ได้ยินแบบนั้นก็อกผายไหล่ผึ่งขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ ในเวลานี้เฉินเจิน ตัวแทนของคณะกรรมการก็เดินมาอยู่ตรงหน้าของมู่จื่อเจว๋ ก่อนจะประกาศออกมาต่อหน้าผู้คนว่า: “ผมเชื่อว่าทุกท่านต่างก็ทราบกันดีว่าคุณเซี่ย ซีอีโอคนก่อนของมู่ซื่อล้มป่วยหนักเป็นเวลาสามปี ดังนั้นหลังจากที่คณะกรรมการได้ร่วมกันหารือแล้ว จึงตัดสินใจที่จะเลือกซีอีโอคนใหม่มารับหน้าที่แทนคุณเซี่ย” “ส่วนซีอีโอคนใหม่คนนี้ก็คือ... ขณะที่พูดถึงตรงนี้ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหันก็ขัดจังหวะทำให้การประกาศหยุดชะงัก มู่จื่อเจว๋หยิบโทรศัพท์ออกมา หลังจากเห็นว่าคนที่โทรมาคือบุคลากรของโรงพยาบาล เขาก็อึ้งตะลึงไปทันที สุดท้ายก็รับสาย เสียงของนางพยาบาลดังมาจากปลายสายอย่างรวดเร็ว : “คุณมู่ คุณเซี่ยหลิง ภรรยาของคุณเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ไม่ทราบว่าคุณสามารถมาที่โรงพยาบาลได้ตอนไหนคะ” “อะไรนะ!” มู่จื่อเจว๋ตกใจจนแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งไป เซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วเหรอ จะเป็นไปได้ยังไง! แต่เพื่อไม่ให้ทุกคนเกิดความสงสัย มู่จื่อเจว๋จึงรีบวางสายไปด้วยความลนลาน ก่อนจะพูดกับเฉินเจิน “ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรครับ คุณเฉิน เชิญต่อได้เลย” ขอแค่เขาได้รับหุ้นอย่างราบรื่น ต่อให้เซี่ยหลิงจะฟื้นขึ้นมาตอนนี้มันก็สายไปแล้ว เฉินเจินพยักหน้า ก่อนจะประกาศต่อ “ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอแต่งตั้งคุณมู่ มู่จื่อเจว๋เป็นซีอีโอของมู่ซื่ออย่างเป็นทางการ!” “เยี่ยม!” ทุกคนพากันปรบมือ “คุณเฉิน หลังจากนี้พวกเราจะลงนามโอนกรรมสิทธิ์หุ้นกันที่ไหนดี?” มู่จื่อเจว๋ที่รู้ว่าเซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบเร่งเร้าด้วยความรีบร้อนทันที แต่เฉินเจินกลับส่ายหน้า “คุณมู่ ไม่ได้เซ็นสัญญากันวันนี้ครับ” “ไม่ใช่วันนี้เหรอ แล้วเมื่อไร?” สีหน้าของมู่จื่อเจว๋แข็งชะงักทันที “ช่วงเวลาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ จะมีการแถลงข่าวในอีกสามวันข้างหน้า ถึงตอนนั้นก็จะมีการประกาศให้ทั้งอินเทอร์เน็ตได้ทราบ ส่วนงานเลี้ยงในวันนี้ก็เป็นเพียงแค่การแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเท่านั้น” คำตอบในงานเลี้ยงของเฉินเจินดังก้องอยู่ในหัวของมู่จื่อเจว๋อย่างต่อเนื่อง มู่จื่อเจว๋ออกมาจากงานเลี้ยง เข้ามานั่งอยู่บนที่นั่งคนขับในรถหรู รู้สึกเหมือนกับถูกหลอก “บ้าเอ๊ย!” มู่จื่อเจว๋ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโหเกรี้ยวกราด “พี่จื่อเจว๋ เป็นอะไรไปเหรอคะ?” เจียงอีโหรวถามขึ้นด้วยความสับสนไม่เข้าใจ “หุ้นยังไม่ถูกโอนมา เซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาก่อน” มู่จื่อเจวสตาร์ทเครื่องด้วยใบหน้าที่หมองหม่น “พวกไปโรงพยาบาล ไปจัดการเรื่องของเซี่ยหลิงให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากัน” ... ภายในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล “เสี่ยวหลิง คุณเพิ่งฟื้นขึ้นมา ต้องพักฟื้นตามคำสั่งของหมอนะ มา หิวแล้วใช่ไหม กินอะไรก่อน เรื่องของบริษัท มีผมอยู่ด้วย คุณพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างสงบจิตสงบใจได้เลยนะ” เซี่ยหลิงนอนมองชายโฉดหญิงชั่วที่อยู่ตรงหน้าคู่นี้กำลังวุ่นไปวุ่นมาอยู่บนเตียงอย่างเงียบ ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยังมีสติสัมปชัญญะ เธอก็ไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทั้งสองคนนี้จะแอบมีอะไรกันอยู่ริมเตียงของเธอ “จริงสิ เสี่ยวหลิง เมื่อตะกี้นี้ผมถามหมอแล้ว หมอบอกว่าตอนนี้ร่างกายของคุณอ่อนแอมาก ไม่สามารถสัมผัสอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปล่อยรังสีได้ ไม่อย่างนั้นมันจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูร่างกายของคุณ” มู่จื่อเจว๋เดินตรงไปปิดโทรทัศน์ ก่อนจะสะกิดจมูกของเธอ เก็บโทรศัพท์ของเซี่ยหลิงไปอย่างเอาใจใส่ ก่อนจะแสร้งทำเป็นพูดขึ้นอย่างเอ็นดู “โทรศัพท์ก็เล่นไม่ได้เหมือนกัน มันไม่ดีต่อร่างกาย คุณทนอีกสักสองสามวันนะ” ก่อนที่เขาจะลงนามเซ็นข้อตกลงการโอนหุ้น กลายเป็นซีอีโอคนปัจจุบันของบริษัทอย่างเป็นทางการ จะปล่อยให้เซี่ยหลิงติดต่อกับโลกภายนอกไม่ได้เด็ดขาด แล้วก็จะให้คนพวกนั้นของบริษัทรู้ว่าเซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วไม่ได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเขาก็จะสูญเปล่า “ใช่ ๆ เสี่ยวหลิง คุณมู่พูดถูก สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือสุขภาพร่างกายของเธอ ส่วนเรื่องในบริษัท มีคุณมู่อยู่ เธอไม่ต้องเป็นห่วง” เจียงอีโหรวเองก็แสร้งทำเป็นพูดปลอบขึ้นมา พูดจบ เธอก็ยังเช็ดน้ำตาที่แทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง “เสี่ยวหลิง ตลอดระยะเวลาสามปีที่เธอนอนหมดสติ เธอไม่รู้ว่าฉันเป็นห่วงเธอมากขนาดไหน แล้วคุณมู่ด้วย พวกเรากลัวว่าเธอจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก เพราะงั้นพวกเราจึงเรียกชื่อของเธออยู่ที่ริมเตียงตลอดทุกวัน...” ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนตัวเองได้ยินคำพูดแบบนี้ ก็คงจะรู้สึกซาบซึ้งใจไม่น้อย แต่เซี่ยหลิงในตอนนี้รู้สึกอยากจะอาเจียนเท่านั้น “งั้นเหรอ?” เธอหัวเราะเบา ๆ “ตลอดสามปีที่นอนหมดสติ ฉันก็เหมือนจะได้ยินเสียงของพวกเธอจริง ๆ นั่นแหละ...”
คำพูดประโยคเดียว ทำเอามู่จื่อเจว๋กับเจียงอีโหรวตกใจจนหน้าซีดเผือด หรือว่าหลังจากที่เซี่ยหลิงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้ว เธอจะไม่ได้หมดสติไปจริง ๆ แต่ว่าเธอมีสติสัมปชัญญะมาโดยตลอดงั้นเหรอ! แสดงว่าเรื่องที่พวกเขาสองคนแอบมีอะไรกันข้างเตียงของเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอก็รู้หมดแล้วน่ะสิ สีหน้าท่าทางตกใจของทั้งสองคนทำให้เซี่ยหลิงยิ่งยิ้มเย้ยหยันมากขึ้นไปอีก “แต่ฉันไม่แน่ใจว่าฉันกำลังฝันไป หรือว่าได้ยินเสียงของพวกเธอจริง ๆ กันแน่ เพราะว่าตั้งแต่ที่ฉันกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา สติของฉันก็ว่างเปล่าไปหมด...” เซี่ยหลิงส่งเสียงพูดขึ้นมาอีกครั้ง ทำลายความสงสัยของทั้งสองคน เธอไม่อยากจะเปิดโปงทั้งสองคนในตอนนี้ เพราะว่าถ้าเปิดโปงพวกเขาในตอนนี้ มันก็จะใจดีกับพวกเขาเกินไป! เธอสามารถทำให้มู่จื่อเจว๋โบยบินขึ้นสูงได้ เธอก็สามารถเหยียบเขาให้จมดินได้เหมือนกัน! ตอนนี้มู่จื่อเจว๋กับเจียงอีโหรวถึงได้ถอนหายใจออกมา ที่แท้เขาก็คิดมากเกินไป “ไม่เป็นไรหรอก เสี่ยวหลิง สิ่งนี้มันไม่สำคัญ ในเมื่อคุณนึกไม่ออกก็ไม่ต้องนึก สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือคุณปลอดภัยก็พอแล้ว” มู่จื่อเจว๋พูดขึ้น “ใช่ ใช่ ใช่! คุณมู่ ฉันว่าพวกเราให้เสี่ยวหลิงพักผ่อนกันก่อนดีกว่าค่ะ ถึงยังไงเสี่ยวหลิงก็เพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ร่างกายยังอ่อนแอ” เจียงอีโหรวพูดเสนอขึ้นมา ทั้งสองคนราวกับกลัวว่าถ้าพูดคุยกันต่ออีกจะปลุกความทรงจำของเซี่ยหลิงขึ้นมา จึงรีบหาเหตุผลปลีกตัวออกไปทันที “พวกโง่!!” เมื่อเห็นทั้งสองคนหนีออกไปจากห้องผู้ป่วยแล้ว เซี่ยหลิงก็หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “คิดว่าเอาโทรศัพท์ของฉันไปแล้ว ฉันจะไม่สามารถติดต่อกับคนภายนอกได้งั้นเหรอ?” น่าขำสิ้นดี! ถ้าตอนนี้เจียงอีโหรวยังคงอยู่ที่นี่ ก็จะจำได้ทันทีว่าโทรศัพท์ในมือของเซี่ยหลิงก็คือโทรศัพท์ของเธอ เซี่ยหลิงปลดล็อกรหัสโทรศัพท์ของเจียงอีโหรวได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะโทรออกไปหาหมายเลขหนึ่งที่ไม่ได้โทรมาหลายปีแล้ว ถ้าคำนวณอย่างละเอียด ครั้งสุดท้ายที่โทรไปหาหมายเลขนี้ก็คือเมื่อเจ็ดปีก่อน เธอในตอนนั้นยังไม่ได้ออกจากแก๊ง “ตู๊ด...” “ใคร” หนึ่งวินาทีต่อมา ก็มีคนรับสาย “หลัวมือฆ่า ยังจำฉันได้ไหม?” ตอนที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ มุมปากของเซี่ยหลิงก็ยกขึ้นมาเล็กน้อย “คุณหนู! !” หลัวมือฆ่าที่อยู่ปลายสายตื่นตัวจนแทบจะทำโทรศัพท์ร่วงตกพื้น เพียงแค่คำพูดเดียว! เพียงแค่คำเรียกที่สูงส่งทะนงตัวคำเดียวเท่านั้น ก็ทำให้หลัวมือฆ่าจำตัวตนของเซี่ยหลิงได้ทันที เพราะนอกจากคุณหนูที่เคยมีอำนาจควบคุมโลกใต้ดินได้ด้วยตัวคนเดียวแล้ว ก็ไม่มีใครที่มีความกล้าหาญขนาดนี้อีก! “คุณหนู เจ็ดปีแล้ว! ตั้งแต่เจ็ดปีก่อนที่คุณหนูแอบปกปิดความเป็นอยู่ พวกเราก็หาคุณหนูไม่เจออีกเลย ตลอดหลายปีมานี้แก๊งมือสมิงไม่มีคุณหนู แทบจะโกลาหลวุ่นวายไปหมด ตอนนี้แม้แต่แก๊งเล็ก ๆ อย่างเสือขาวก็มารังแกพวกเราได้แล้ว......” เซี่ยหลิงหรี่ตา น้ำเสียงเย็นชา “ประกาศออกไปให้ทั่ว ว่าเซี่ยหลิงผู้นี้ จะกลับคืนสู่แก๊งมือสมิงอย่างเป็นทางการ!” ... ปกปิดความเป็นอยู่ของตนเอง หายไปเจ็ดปีเต็ม ๆ ในที่สุดก็ได้ข่าวว่าคุณหนูใหญ่ของแก๊งมือสมิงจะกลับมา วันนั้นเรื่องนี้ได้กลายเป็นข่าวใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ยุโรป ในช่วงเวลาค่ำคืน ในฐานะที่เป็นตระกูลค้าอาวุธที่เก่าแก่และลึกลับที่สุดในยุโรป ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นผู้ค้าอาวุธอันดับหนึ่งของโลก ตระกูลเฟิงจึงมีตำแหน่งที่สูงส่งมากในระดับนานาขาติ ไม่ได้ด้อยไปกว่าแก๊งมือสมิงเลยสักนิด หากมีเหตุการณ์ระดับโลกใด ๆ เกิดขึ้น หรือแม้แต่ปัญหาเล็กน้อย ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของพวกเขาไปได้ ภายในห้อทำงานของหัวหน้าตระกูลเฟิง ชายรูปร่างกำยำสูงประมาณหนึ่งร้อยเก้าสิบกว่า ๆ ในเครื่องแบบทหารคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ท่าทางเย่อหยิ่งเย็นชา ใบหน้าที่หล่อเหลา ราวกับเทพเจ้าโบราณที่โดดเด่นที่สุดจากในภาพเขียนฝาผนังของช่วงยุคกลาง ทำให้คนไม่อาจละสายตาไปได้ ในเวลานี้เอง เฟิงเส้าถิงก็กำลังจัดการกับงานในชีวิตประจำวันตามปกติ “ท่านหัวหน้า! ข่าวดีครับ ข่าวดีมาก ๆ เลยครับ!” ในเวลานี้ ก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก ขัดจังหวะความคิดของเฟิงเส้าถิง “เข้ามา” ชายคนนั้นพูดน้อยมาก หลังจากลูกน้องเข้ามา ก็รายงานข่าวดีทันที “ท่านหัวหน้า มีข่าวดีครับ ตรวจสอบเจอเบาะแสของคุณหนูเซี่ยหลิงได้แล้วครับ!” มือที่จับปากกาอยู่ของเฟิงเส้าถิงกำแน่นขึ้นมาทันที เขากดอารมณ์เอาไว้ภายในใจ แต่เบ้าตากลับแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ กัดริมฝีปากพูดออกมาหนึ่งประโยค “อยู่ไหน?” “เมืองเจียง ประเทศอัลแลนด์ครับ” หลังจากที่ได้รับคำตอบแล้ว ชายคนนั้นก็หยิบรูปถ่ายของหญิงสาวที่พกติดตัวตลอดเวลาออกมาจากในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง มองลงไปในรูปถ่าย เด็กสาวยิ้มแย้มสดใสราวกับดอกทานตะวัน ในแววตาของเฟิงเส้าถิงปรากฏให้เห็นความดุดันที่ไม่อาจระงับเอาไว้ได้อีกต่อไป! “เจ็ดปีแล้ว” “เสี่ยวหลิง ในที่สุดฉันก็หาเธอเจอ” “ครั้งนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอไปจากฉันอีก”